เมื่อนักเรียนต่างแยกย้ายกันเข้าห้องเรียน หานซั่วกับแจ็คยังไม่ทันได้เริ่มทำภารกิจประจำวัน จึงแยกไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง
ตอนที่ทำความสะอาดรูปสลักเสร็จ หานซั่วก็ััได้ว่าความหนักอึ้งในอกค่อย ๆ บรรเทาลง เขาพบมุมเงียบ ๆ มุมหนึ่ง ถอดเสื้อลินินหยาบ ๆ ออก ก้มลงมองตรงอกและเห็นว่ามวลแสงสีเขียวหมุนวนเป็วงกำลังค่อย ๆ ถูกขับออกมาจากร่างกาย ดูเหมือนว่าออร่าต่อสู้สีเขียวอ่อนของคล็อดจะถูกควบคุมอยู่ภายใต้อำนาจของแก่นมนตรา
หานซั่วถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอก แต่ก็รู้สึกประหลาดใจกับความน่าอัศจรรย์ของแก่นมนตราเท่าที่เขาได้รับรู้เมื่อไม่นานมานี้ อัศวินถูกแบ่งเป็เจ็ดระดับ สีของ ‘ออร่าต่อสู้’ ก็จะแตกต่างกันไปตามลำดับ ได้แก่
อัศวินฝึกหัด - สีฟ้าอ่อน
อัศวินระดับต้น - สีฟ้าเข้ม
อัศวินระดับกลาง - สีเขียวอ่อน
อัศวินระดับสูง - สีเขียวเข้ม
อัศวินปฐี - สีขาว
อัศวินนภา - สีเงิน
และอัศวินศักดิ์สิทธิ์ - สีทอง
ออร่าต่อสู้ของคล็อดเป็สีเขียวอ่อน บ่งบอกว่าระดับความแข็งแกร่งของเขาคืออัศวินระดับกลาง หากอัศวินระดับกลางใช้ออร่าต่อสู้โจมตีคนธรรมดา จะสร้างความเสียหายถึงตายแก่เป้าหมายอย่างไร้ข้อยกเว้น การที่หานซั่วรอดชีวิตมาโดยปราศจากาแ เป็เครื่องพิสูจน์ว่าเขาบ่มเพาะแก่นมนตราได้เป็อย่างดี
หานซั่วถอนใจอย่างโล่งอกอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าแก่นมนตราห่อหุ้มรัศมีโจมตีสีเขียวอ่อนไว้อย่างแ่า แต่เขายังไม่กล้าบ่มเพาะต่อไป เพราะกลัวแทบตายว่าหากแก่นมนตราโคจรไปส่วนอื่นของร่างกาย ออร่าต่อสู้สีเขียวอ่อนจะเป็อิสระจากการกักกันและะเิออกในทันที ทำร้ายอวัยวะภายในของเขาจนแหลกเหลว
เมื่อเวลาผ่านไป โชคยังดีที่แก่นมนตราค่อย ๆ ขับอนุภาคเล็ก ๆ ของออร่านั่นออกมา ทำให้หานซั่วหายใจได้คล่องขึ้น
เมื่อชั้นเรียนเริ่มขึ้น จึงไม่มีใครมานั่งค้นหากองขยะที่โครงกระดูกหนีไปซ่อนตัว ทั้งยังเป็่เวลากลางวัน หานซั่วจึงไม่กล้าออกคำสั่งโครงกระดูกให้กลับมาที่โรงเก็บของ เพราะเกรงว่าจะถูกพบเห็น
บ่ายแก่ ๆ ณ สนามฝึกซ้อมของสาขาเวทมนตร์ธาตุมืด
วิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลังบาบิโลนมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ละสาขามีสนามฝึกซ้อมของตัวเอง สนามฝึกซ้อมเป็ที่ที่เหล่านักเรียนใช้ทดลองเวทมนตร์ มีแม้กระทั่งอุปกรณ์วัดความรุนแรงของะเิจากพลังเวทมนตร์อยู่ในสนาม
สาขาศาสตร์แห่งความตายมีห้องที่กว้างขวาง รองรับนักเรียนที่้าทำการทดลองเวทมนตร์ หานซั่วถือไม้ถูพื้นในมือและกำลังทำความสะอาดพื้นห้องฝึกซ้อม ขณะที่เห็นนักเรียนศาสตร์แห่งความตายสองสามคนเดินเข้ามา
หนึ่งในนั้นเป็คนที่ไม่ได้ตามหาหานซั่วมาพักใหญ่ --- บาคนั่นเอง ใบหน้าของเขามีรอยช้ำดำเขียวและสีหน้าอมทุกข์ ดูเหมือนว่าไอรีนและลิซ่าจะทำให้เขาชดใช้อย่างสาสมใจแล้ว เขาฉุนเฉียวทันทีที่เหลือบไปเห็นหานซั่วกำลังถูพื้น ใบหน้าที่น่าเกลียดอยู่แล้วของเขายิ่งบิดเบี้ยวมากขึ้น ราวกับไม่สามารถกลับไปเป็รูปหน้าเดิมได้อีก
หานซั่วรู้สึกลิงโลด รอยยิ้มโง่ ๆ ฉาบขึ้นบนใบหน้า เขาถึงกับฮัมเพลงเบา ๆ อย่างสบายใจ ขณะกำไม้ถูพื้นในมือถูไปทางนั้นทีทางนี้ที
“เ้าบ้าไบรอัน เ้าเห็นโครงกระดูกตัวเล็กสีดำวิ่งออกมาจากห้องข้าั้แ่เมื่อไรกัน?”
หน้าของบาคบิดเบี้ยวอย่างดุร้ายขณะคำรามใส่หานซั่วอย่างโกรธแค้น
หานซั่วทำสีหน้าไม่รู้เื่รู้ราว จ้องกลับไปยังบาค ส่งยิ้มโง่ ๆ ให้เขา ไม่ตอบแม้สักคำ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมไม้ถูพื้นอย่างรวดเร็ว
“กลับมานี่นะ วันนี้เ้าหนีไม่รอดแน่!”
“บาค ข้าบอกเ้าไม่ให้รังแกไบรอันกี่ครั้งกี่หนแล้ว เดี๋ยวนี้กล้าขัดคำสั่งของข้าหรือ?”
หลังเดินผ่านเข้าประตูมา แฟนนี่ยกมือเท้าเอวและตวาดอย่างเข้มงวด จ้องเขม็งไปที่บาค
“อาจารย์แฟนนี่ ดูหน้าข้าสิครับ!” เป็เพราะเ้าไบรอันคนเดียวที่สร้างข่าวลือจนลิซ่ากับไอรีนเล่นงานข้าจนสะบักสะบอม ไบรอันต่างหากที่รังแกข้า!”
“โอ้ ข้าก็ได้ยินเื่เมื่อเช้ามาเหมือนกัน ไบรอันอาจจะสับสนแล้วก็ตาฝาดไป แต่เขาก็เป็อย่างนี้อยู่แล้วนี่! เ้าจะมาสร้างปัญหาให้เขาอีกทำไมกัน? หืม? ด้วยเวทมนตร์ของเ้า ไม่สามารถอัญเชิญโครงกระดูกที่ประหลาดและแข็งแกร่งแบบนั้นได้หรอก”
แฟนนี่เริ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง
“ใครกันแน่นะที่อัญเชิญมา? ข้าเองก็สงสัยเหมือนกัน ถึงกับมีข่าวลือว่าสาขาศาสตร์แห่งความตายของเราก้าวข้ามขีดจำกัดครั้งใหญ่ และค้นพบวิธีทำให้อสูรมิติมืดทนทานต่อการโจมตีของเวทมนตร์ธาตุแสงด้วย”
หานซั่ววิ่งไปหลบที่มุมห้อง แอบมองแฟนนี่ผู้น่าหลงใหลอยู่ห่าง ๆ วันนี้แฟนนี่รวบผมสีม่วงอ่อนเป็มวยไว้ด้านหลัง ทิ้งปอยผมสองสามปอยไว้บนหน้าผาก เสริมให้เธอดูมีเสน่ห์มากขึ้นอีก จนหานซั่วต้องถอนหายใจเบา ๆ หลายต่อหลายครั้งด้วยความปลาบปลื้ม
“ไบรอัน ป่านนี้ผลของ ‘คำสาปกรีดิญญา’ น่าจะหายไปหมดแล้ว วันนี้มาช่วยข้าฝึกผีดิบเลยนะ เจอกันที่ห้องฝึกซ้อมหมายเลขสาม”
ลิซ่าส่งสายตาแข็งทื่อไปยังผู้ที่แอบอยู่ตรงมุมห้อง ออกคำสั่งด้วยความยโสโอหัง
“ลิซ่า การฝึกซ้อมเป็เื่ดี แต่เ้าทำแบบคราวก่อนที่ใช้ผีกูลโจมตีเขาโดยตรงไม่ได้อีกแล้วนะ”
แฟนนี่ตักเตือนอย่างนุ่มนวล เพราะเกรงว่าไบรอันจะเป็อะไรไปอีก
“รู้แล้วค่ะ อาจารย์แฟนนี่!”
ลิซ่าตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ และเดินตรงไปที่ห้องฝึกซ้อมหมายเลขสาม
การช่วยนักเรียนฝึกซ้อมเวทมนตร์เป็หน้าที่ของเหล่าคนรับใช้ หานซั่วซึ่งอยากหาโอกาสแก้แค้นบ้าง จึงวางไม้ถูกพื้นลงและเดินตามไปยังห้องฝึกซ้อมอย่างว่าง่าย
หลังจากหานซั่วเดินเข้ามา ลิซ่าก็ปิดประตูห้องฝึกซ้อมเสียงดังปัง แสดงว่าวันนี้เธอตั้งใจจองห้องสำหรับเธอคนเดียว เธอยืนอยู่หน้าประตูและจ้องมองหานซั่วอย่างดูถูก
“วันนี้เ้าหนีไปไหนไม่ได้แล้ว” เธอชูมือขึ้นและเริ่มร่ายเวททันที
“ิญญาแห่งนักรบผีดิบผู้ล่วงลับเอ๋ย จงสดับฟังคำเรียกแห่งสาส์นทมิฬ และปรากฏกายเบื้องหน้าข้า!”
นักรบผีดิบที่ร่างปกคลุมด้วยมวลกล้ามเนื้อสีเขียว ถือกระบองไม้อันใหญ่ โผล่ขึ้นมาทันทีที่การร่ายเวทเสร็จสิ้น
นักรบผีดิบเป็อสูรระดับสูงกว่านักรบโครงกระดูก ร่างกายของมันไม่ใช่ซากศพที่เน่าเปื่อยผุพังเหมือนซอมบี้ทั่ว ๆ ไป ทว่าเป็มวลกล้ามเนื้อเป็มัด ๆ ที่แข็งแรง มันเคลื่อนที่ได้เร็วกว่านักรบโครงกระดูก และมีพละกำลังมากกว่า มีเพียงนักเวทระดับเริ่มต้นขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถอัญเชิญได้ นักเวทฝึกหัดอย่างบาคจึงไม่มีทางทำได้แน่นอน
อสูรมิติมืดที่ถูกอัญเชิญมาจะโจมตีใส่ศัตรูก็ต่อเมื่อผู้อัญเชิญออกคำสั่งผ่านกระแสจิต อย่างไรก็ตาม อสูรมิติมืดระดับต่ำจะมีระดับสติปัญญาที่ต่ำตามไปด้วย และทำการโจมตีแบบพื้น ๆ ได้เท่านั้น
ผู้อัญเชิญจะต้องฝึกฝนจิตใจอย่างต่อเนื่องหาก้าควบคุมอสูรมิติมืดให้ใช้ศักยภาพได้เต็มพิกัด เมื่อนั้น อสูรมิติมืดจึงจะสามารถทำตามที่ผู้อัญเชิญ้าและต่อสู้ได้ในรูปแบบที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม หาก้าควบคุมอสูรมิติมืดได้อย่างเชี่ยวชาญ การฝึกซ้อมบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ จึงเป็สิ่งจำเป็ ดังนั้น เด็กรับใช้ในสาขาศาสตร์แห่งความตายจึงมักถูกใช้เป็เป้าฝึกซ้อมอยู่เสมอ และวันนี้เองที่ลิซ่าอัญเชิญนักรบผีดิบออกมา เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ด้วยความประสงค์ดี
หานซั่วตกตะลึงที่เห็นว่าลิซ่าไม่ได้อัญเชิญนักรบโครงกระดูกเหมือนเช่นเคย แต่เป็นักรบผีดิบที่ระดับสูงกว่า และแข็งแกร่งกว่า เขาสาปแช่งชื่อลิซ่าอยู่ในใจนับสิบครั้ง ก่อนจะตั้งหลักด้วยความตื่นตัว
“ฮุฮุ ข้ารู้ว่าเ้าวิ่งเร็วมากนะไบรอัน และเ้าก็แข็งแกร่งมากขึ้นด้วย อาจจะเป็ผลจากที่ข้าคอยฝึกนักรบโครงกระดูกกับเ้าก็เป็ได้ เพราะฉะนั้น วันนี้เ้าจะได้รับเกียรติในการช่วยเหลือข้า ลิซ่า อนาคตจอมขมังเวทเนโครแมนเซอร์ผู้นี้ ให้ควบคุมนักรบผีดิบได้ดีขึ้น!”
พวงแก้มน่ารักของลิซ่าแดงระเรื่อด้วยความรื่นเริงใจ ความมุ่งร้ายฉาบในดวงตา ภายใต้คำสั่งของเธอ นักรบผีดิบก็เริ่มวิ่งตรงเข้าหาหานซั่วแม้ขณะที่เธอกำลังพูดอยู่
นักรบผีดิบถือกระบองไม้อันใหญ่ในมือ พุ่งเข้าใส่หานซั่วรวดเร็วราวสายฟ้าตามคำสั่งของลิซ่า มันเข้าถึงตัวเขาอย่างว่องไว กระบองพลันฟาดลงแสกหน้าหานซั่ว
กระบองอันนั้นใหญ่กว่าท่อนแขนของเขาเสียอีก และนักรบผีดิบก็เปี่ยมด้วยพละกำลัง แม้จะไม่ถึงตาย แต่หากโดนฟาดเข้าละก็ ต้องาเ็ถึงขั้นสาหัสแน่ๆ
ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบได้ หานซั่วไม่รู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อยขณะที่กระบองฟาดลงมา กลับตื่นเต้นด้วยความกระหายเืเสียมากกว่า เป็ความรู้สึกที่แปลกพิลึก ราวกับว่าร่างกายและจิติญญาของเขาปรารถนาการต่อสู้มาโดยตลอด
ดวงตาของเขาหรี่ลง ขณะที่สีหน้าซื่อบื้อจางหายไป แทนที่ด้วยความเฉียบคมฉาบขึ้นในตา เขาเกร็งท่อนขาและะโไปทางขวาราวหนึ่งเมตรอย่างฉับพลันทันที
ตูม!
เสียงกระบองไม้ของนักรบผีดิบฟาดลงบนพื้นอย่างแรง ในขณะที่หานซั่วเพียงยืนอยู่นิ่งๆ
“เอ๊ะ?”
ลิซ่าอุทานด้วยความตระหนกจากด้านข้าง ที่ซึ่งเธอกำลังควบคุมนักรบผีดิบอยู่ ชั่ววินาทีนั้นเอง ความรู้สึกที่เธอเคยััได้จากไบรอันก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็จังหวะ เธอไม่เคยเห็นท่าทีและสายตาแบบนี้ของเขามาก่อน ถึงกับส่งเสียงออกมาด้วยความแปลกใจอย่างที่สุด
เธอลืมที่จะออกคำสั่งต่อไปกับนักรบผีดิบ หากแต่ขยี้ตาอย่างว้าวุ่นใจ พยายามจ้องมองหานซั่วให้ชัด ๆ อีกครั้ง
แปลกจริง ไบรอันทำตัวปัญญาอ่อนอีกแล้ว อยู่ ๆ ก็หวาดกลัวนักรบผีดิบขึ้นมาตามสัญชาตญาณ และถอยหลังหนีไปอย่างตื่นกลัว ด้วยท่าทางของคนสติไม่สมประกอบเต็มรูปแบบ
‘ข้าต้องมองผิดไปแน่ เ้าบ้าไบรอันนั่น เป็ไปได้หรือ... เขาจะมี... ออร่าแบบนั้น กับสายตาแบบนั้น?’ ลิซ่าคิดในใจพลางดูถูกเย้ยหยัน เธอเริ่มรวบรวมพลังจิตอีกครั้งและสั่งให้นักรบผีดิบวิ่งไล่หานซั่ว
เมื่อหานซั่วโดนนักรบผีดิบวิ่งไล่ไปรอบ ๆ เขาไม่เผยให้เห็นออร่าและท่าทางที่ทำให้ลิซ่าประหลาดใจอีกเป็ครั้งที่สอง แต่สามารถหลบกระบองของนักรบผีดิบในวินาทีสุดท้ายก่อนฟาดโดนเขาได้ทุกที ยิ่งทำให้ลิซ่ายิ่งฉงนสงสัยและอยากเอาชนะมากขึ้นไปอีก เธอรวบรวมสมาธิอย่างสุดกำลังในการควบคุมนักรบผีดิบ พลางคิดในใจ ‘ไบรอันทั้งเร็วและแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมจริง ๆ ั้แ่ที่เขาเสียสติไป’
ขณะเป็เป้าหมายที่ถูกไล่ตามไปทั่ว เมื่อถึงจุดหนึ่ง หานซั่วก็เริ่มมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการแก้แค้นลิซ่า แม้ในใจจะใคร่ครวญถึงเหตุผลที่ว่าเขาทำไม่ได้ ไม่ควรแก้แค้น และพยายามหยุดความคิดนั้นอยู่ในที แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดนั้นได้ทั้งหมด
ขณะเดียวกันนั้นเอง นักรบโครงกระดูกก็ว่องไวขึ้นเรื่อย ๆ และวิ่งไล่ตามเขาด้วยความเร็วสูง ความกระหายการแก้แค้นของหานซั่วก็ทวีคูณมากขึ้นเช่นกัน
‘ผู้ใช้เวทปีศาจจะทำตามที่ใจปรารถนา... ผู้ใช้เวทปีศาจจะทำตามที่ใจปรารถนา…’
ความทรงจำหนึ่งวาบขึ้นมาในหัวของหานซั่ว และเขาก็เข้าใจในทันทีถึงความหมายที่แท้จริงของเวทปีศาจ เพราะประโยคที่ว่า ‘ผู้ใช้เวทปีศาจจะทำตามใจปรารถนา’ ดูเหมือนจะรวมตัวเป็เสียงเดียวกันดังก้องขึ้นในจิตใจอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
ในที่สุด หานซั่วก็คำรามเสียงต่ำ เขาก้มตัวลง เปลี่ยนการหลบหนีมาเป็การมุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่ลิซ่าอยู่
**************************