บทที่ 2 - 5/5
ตอนที่ 10 - อย่าทำแบบนั้นนะ !
.
.
.
เหตุการณ์ในฝันดูวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง
.
"เดี๋ยวๆ ใจเย็นๆ มิเร ยูจองเป็อะไร !!! ???"
.
"ยูจองเค้า ! ฮือๆๆ !"
มิเรร้องไห้สะอื้น เล่าไม่ถูก จึงดึงแขนให้ซอลมีวิ่งตามไปแทน
.
ซอลมีร้อนใจ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
.
พอเปิดประตูห้องศิลปะ ก็เห็นยูจองนั่งอยู่ที่พื้น และมีเืกระจายเต็มพื้นไปหมด โดยมีฮองมินพยายามพันแผลให้ที่แขนยูจอง
.
"มันเกิดอะไรขึ้นน่ะพวกเธอ !"
ซอลมีถามด้วยน้ำเสียงใ
.
"พวกเราไม่รู้เลย ยูจองบอกว่าจะแยกมาอ่านหนังสือในห้องศิลปะ พวกเราเห็นว่าเย็นมากแล้ว เลยเข้ามาหา จะได้กลับบ้านพร้อมกัน" ฮองมินเล่าเสียงสั่น
.
.
ตอนนั้นเหมือนยูจองจิตหลุดไปแล้ว พวกเราได้แต่นั่งรออยูจองกลับมามีสติอีกครั้ง โชคดีที่แผลที่ข้อมือไม่ได้ลึกเท่าไหร่
.
สักพักก็เริ่มคุยกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ยูจองเล่าว่า เขาเครียด ใกล้จะสอบปิดเทอมแล้ว และที่บ้านพ่อแม่คาดหวัง ให้เขา เรียนติด Top 10
.
ทั้งๆ ที่อยู่จองก็ไม่ได้เรียนแย่เลย ถึงจะไม่ได้ติด Top 10 แต่ก็จัดว่าเป็คนเรียนดีคนนึง แต่ที่บ้านพ่อแม่ยูจองก็ยังไม่พอใจ อยากให้คะแนนเป็ Top 10 ของรุ่น
.
ซึ่งมันยากเพราะที่ผ่านมา ยูจองเขาก็พยายามมาตลอดอ่านหนังสือทุกวัน และด้วยความกดดัน ยิ่งทำให้เครียดไม่มีสาธิตอนสอบ แล้วยูจองไม่ใช่คนที่ความจำดีนัก ในการสอบแต่ละครั้ง สมัยก่อนเป็ข้อสอบเน้นความจำมันต้องจำเป๊ะมากๆ ถึงจะทำข้อสอบได้
.
ซึ่งถ้าเป็สมัยใหม่จะใช้เป็ความเข้าใจหรือสอบเป็อัตนัยแทน พวกเราสามคน ได้แต่ปลอบใจเพราะไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง แต่พอยูจองได้เล่าให้ฟังก็รู้สึกว่าอาการจะดีขึ้น
.
.
โตขึ้นพวกเธออยากทำอะไรหรอ? ยูจองเอ่ยถาม
มิเรเสียงแหลมตอบเป็คนแรก
"ฉันอยากเป็ดารา ฉันไปฝันว่าจะเป็ดารามานานแล้ว ตอนนี้ก็กำลังดูๆ อยู่เห็นเทรนต่างประเทศเขาทำคลิปลง YouTube กัน ว่าจะลองไปศึกษาบ้างเนี่ย
.
"แล้วเธอล่ะ ฮองมิน" ยูจองถามต่อ
.
เรายังไม่แน่ใจเลย แต่ดูเหมือนว่าฉันจะชอบแนวคำนวณอาจจะเป็นักบัญชีมั้ง
.
"ส่วนฉันคิดว่า อาจจะเป็ศิลปินดีไหม ฉันก็ชอบวาดรูปนะ" ซอลมีทำงานศิลปะได้ดี
.
"เธอเป็อะไรก็ได้หมดหละ ก็เธอเรียนเก่งนี่นา" ยูจองแซวซอลมี
.
"แหมมันก็ไม่ได้ขนาดนั้นนนนน
ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ หยุดเื่เครียด มาวาดรูปเล่นกันเถอะพวกเรา ฉันมีกล้องส่องลายมาให้พวกเธอด้วยนะ สนไหม
.
"อ่อ อันนี้ที่เธอชอบเอามาส่องเล่นบ่อยๆ หนิ" ฮองมินกล้องหยิบขึ้นมาดู
.
"ช่ายยย เธออยากจะวาด มันยังไงจะตกแต่งออกแบบยังไงก็ตามใจเธอเลย ฉันตั้งชื่อมันว่ากล้องมายา เวลาอยากจะพักใจฉันจะหยิบกล้องขึ้นมาส่องดู ภาพที่เห็นจะสลับไปเรื่อยๆ เหมือนอนาคตพวกเรายังไงล่ะ ที่กำลังจะเปลี่ยนไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด"
.
"โอ้โห ศิลปินหรือกวีเอกกันแน่ยะ ไหนลองเอามาวาดมั่ง" ยูจองหยิบกล้องมาวาดรูปให้เป็กล้อง ที่มีชิ้นเดียวในโลก และเพื่อนๆ ก็เริ่มตกแต่งลายด้วยกัน
.
.
.
ฝันยาว จนนั่งรถเลยไปถึงป้ายสุดท้ายเลยแฮะ
นานมาก แต่ก็เป็ฝันที่ดี ^^
.
.
ซอลมีเอาคอนเส็ปกล้องสะท้อนกระจกมาทำเป็กระจกสลับลายพิเศษติดไว้ในห้องนั่งสมาธิ เทคนิกโมเสก แต่เป็โมเสกที่สามารถหมุนสลับลายได้อินฟินิตี้ ลายจะสลับไปเรื่อยๆ ตาม หินสีที่ถูกใส่ไว้ในกระจก 3 ด้านมาชนกัน
.
ระหว่างที่ซอลมีออกไปพรีเซ้นงานฉายวีดีโอให้ทีมดู
แต่ยังอธิบายไม่จบ ก็ล้มลงกระทันหัน
.
.
โคร่ม !
.
เฮ้ย ! ใครก็ได้ช่วยเปิดไฟห้องหน่อย ซอลมีเป็ลม !
.
ทีมที่ทำงานใ รีบลุกมาดูซอลมี
.
และในจังหวะนั้นเองก่อนที่จะหมดสติไป ฉันได้ยินเสียงใครคนหนึงกำลังก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเราอย่างไว
.
ร่างใหญ่ๆ ที่มาอุ้มเราไป เขาเป็ใครกันนะ?
ความรู้สึกอบอุ่นที่คุ้นเคย...
.
.
หรือว่า !
จริงๆ แล้ว เขาคือ !!!!!!!!!
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป >>
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
☆ จากใจผู้เขียน ☆
หนุ่มสุดอบอุ่นออกมาแล้วนะจ๊ะ หลังจากที่ทุกคนทวงกัน ฮ่าๆๆ ใกล้จะได้ยลโฉมแล้ว มาทายกันว่าจริงๆ เขาคือใคร?
และอย่าลืมแอดไลน์ @ThaiBrand ไว้เล่นกิจกรรมแซ่บๆ กับนักเขียนน้า ♡