ตอนที่2
“เอาน่ายอดรักแค่จองหอพักไม่ได้ ไม่ใช่เื่ใหญ่สักหน่อย กูสองคนไม่ทิ้งมึงหรอกน่า”กันต์ธรตบลงบนบ่าของเพื่อนที่มีสีหน้าไม่สดชื่นแจ่มใส เพราะพลาดจากจองห้องพักที่หมายปองเอาไว้พอจะไปจับจองหอพักอื่นก็ไม่ทันเสียแล้ว
“แต่ถ้าอยู่หอนอก...ราคามันสูงอยู่นะ”เพราะเขาใช้สิทธิ์การกู้ยืมเรียน เงินที่ได้มาเลยต้องประหยัดให้มากที่สุดเพราะเขายังต้องแบ่งส่วนหนึ่งไปให้ลุงกับป้าด้วย
“มึงก็เปลี่ยนจากที่คิดว่าแพงเป็ความสะดวกสบายอย่างอื่นสิวะอย่างห้องกว้างขวาง มีห้องน้ำในตัว เดินออกจากหอไปก็สามารถหาซื้อของกินได้แล้ว”
“ไอ้กันต์พูดถูกนะยอดรักเผื่อมีเวลาว่างมึงอาจจะหาพื้นที่ทำอะไรมาขายก็ได้...ได้ประโยชน์มากกว่าอยู่หอในตั้งเยอะอยู่นะ”อัครพิชญ์พยักพเยิดกันกันต์ธรเพราะอยากให้ศรวัณอารมณ์ดีขึ้น
“มึงสองคนลืมไปหรือเปล่า กูยังต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้ลุงกับป้า...ถ้าเช่าห้องแพงเงินส่งไปให้น้อย สองคนนั้นได้ด่ากูเตลิดเปิดเปิงนะสิ” ไหนจะค่าอาหารการกินค่าเสื้อผ้าและรองเท้า รวมไปถึงข้าวของอื่น ๆ ที่ต้องใช้ใน่แรก ๆ อีกเล่าแล้วเงินกู้ยืมก็ไม่ใช่ว่าจะได้มาเลยเสียหน่อย ยังไงก็ต้องมีการทำเื่กู้ซ้ำก่อน
กันต์ธรอยากจะพูดอะไรออกไปเสียบ้างเขากับอัครพิชญ์ความหงุดหงิดกับเื่ของลุงและป้าศรวัณอย่างที่สุด คนอะไรก็ไม่รู้เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ เอาเปรียบได้แม้กระทั่งหลานที่ยังทำงานไม่ได้ ทั้งที่เป็คนแข็งแรงไม่เจ็บไข้ได้ป่วยเลย แต่กลับี้เี ทำงานและยังทำที่ไหนได้ไม่นานสักแห่งอ้างโน้นอ้างนี้อ้างนั่นตลอดเวลาพอตกเย็นก็ชวนคนข้างบ้านมานั่งกินเหล้าเมายาแทบจะทุกวัน แล้วยังจะมาขอเงินจากหลานไปใช้อีกแต่ก็นั่นแหละ เื่บางเื่ ถึงสนิทกันแค่ไหนแม้จะได้ล่วงรู้เื่ราวมาบ้างแล้ว แต่ยังไงก็เป็เพียงแค่คนนอกที่ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอยู่ดีเขาจึงพูดอะไรได้ไม่มากคงทำได้เพียงแค่คอยดูแลและให้การช่วยเหลือเท่าที่เขาและอัครพิชญ์จะทำได้ในวันที่ศรวัณ้าความช่วยเหลือเท่านั้น
“แต่ยังไงมึงก็ควรต้องคิดถึงอนาคตของตัวเองด้วยเอาตัวเองให้รอดก่อน แล้วค่อยไปช่วยเหลือลุงกับป้าอย่าทำตัวเป็เตี้ยอุ้มค่อมได้ไหมวะ ถือโอกาสตอนนี้ที่ต้องออกมาอยู่หอพัก ทำให้ตัวเองมีความสามารถเลี้ยงดูตัวเองให้รอด”
“แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับทุกๆ เื่โดยที่ตัวเองไม่เดือดร้อนไม่ดีกว่าเหรอวะยอดรัก” กันต์ธรและอัครพิชญ์เริ่มพูดกล่อมให้ศรวัณคิดถึงตัวเองบ้าง
“ไม่ใช่ว่ามึงจะไม่ให้เขานะยอดรักแค่่นี้บอกไปว่าจำเป็ต้องซื้อข้าวของที่จำเป็ก่อนไหมล่ะ...เื่นี้เอาไว้คิดทีหลังละกันตอนนี้เื่สำคัญคือหาหอพักกันก่อน ว่าแต่มึงบอกลุงกับป้ามึงไว้แล้วใช่ไหมยอดรักคืนนี้จะนอนบ้านกูนะ” กันต์ธรเอ่ยถามเพราะคิดกันว่าพรุ่งนี้จะรีบออกจากบ้านมาหาหอพักกันั้แ่เช้า
“อือ...บอกไปแล้ว” ศรวัณบอกไปเขาไม่ได้อยากจะรบกวนเพื่อนเลย แต่จะให้เดินหาห้องพักเพียงลำพังมันก็ไม่ค่อยกล้าสักเท่าไหร่มีเพื่อนไปด้วยอุ่นใจกว่าจริง ๆ นั่นแหละ
“ถ้าอย่างนั้นก็เลิกทำหน้าเครียดเป็หมาหงอยได้แล้ววันนี้กูสองคนพามึงมาเลี้ยงฉลองที่สอบผ่านย้อนหลังเลยนะ...มึงต้องยิ้มแย้มแจ่มใสสิใช่ไหมพิชญ์” กันต์ธรหันไปพยักพเยิดกับอัครพิชญ์
“ใช่แล้วมึงไม่ควรลืมด้วยว่าตัวเอง...เป็คนยังไง”
“อะไร ยังไง” ศรวัณขมวดคิ้วมองสองเพื่อนด้วยความงุนงง
“ก็...มึงเป็คนที่โคตรของโคตรดวงดีมากอยู่ไง”
“เออ...จริงด้วย” อัครพิชญ์พยักหน้าเห็นด้วย“ถึงพ่อแม่จะแยกทางกันไปมีครอบครัวใหม่ เลยไม่มีเวลาสนใจมึงสักเท่าไหร่ปล่อยให้มึงอยู่กับปู่กับย่าแล้วก็ป้ากับลุง แต่หลายครั้งที่มึงมีปัญหาเห็นชัดก็เื่เงินนี่แหละมึงมักได้มาอย่างง่ายดายในจำนวนที่จำเป็ต้องใช้เสมอเลยไม่ใช่หรือไง”
เป็อย่างนั้นจริง ๆเหรอ...ศรวัณย้อนคิดไป ก่อนจะต้องยอมรับว่าเป็จริงอย่างที่อัครพิชญ์พูดมาเมื่อไหร่ที่เขาเดือดร้อนขัดสนเื่เงินทอง ก็จะได้มันมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมออย่างเช่นในตอนนี้ที่เขามีเงินเกือบสองหมื่นบาทอยู่ในกระเป๋า เรียกได้ว่าเงินจำนวนนี้หลังจากจ่ายค่าห้องพักรวมถึงซื้อเสื้อผ้าและข้าวของต่าง ๆ แล้ว เขายังใช้ได้อย่างสบายอีกหลายเดือนเลย
“คนก็ไม่ได้เยอะ ทำไมอาหารถึงได้มา...มีอะไรหรือเปล่ายอดรัก”จากที่คิดว่าเขาทั้งสามคนควรได้กินอาหารที่สั่งกันไปแล้วแต่ตอนนี้อาหารที่สั่งยังไม่ได้สักจานกันต์ธรก็รู้สึกว่าศรวัณมีท่าทางผิดปกติไปอีกแล้ว
“กู...รู้สึกเหมือนกับว่าถูกใครมองอยู่”ศรวัณบอกพลางกวาดสายตามองหาคนที่เขาคิดว่ามองเขาอยู่ แต่มองไปรอบร้านอาหารกึ่งบาร์ที่มีดนตรีสดเล่นวันพฤหัส ศุกร์และเสาร์ แต่ถ้าวันไหนมีรายการพิเศษก็จะมีประกาศบอกให้รู้ก็ยังไม่เห็นจะมีใครน่าสงสัยเลย
“มึงคิดไปเองหรือเปล่าวะ”อัครพิชญ์หันมองตามอีกคน แต่ก็ไม่เห็นจะมีใครให้น่าสงสัย
“กูมั่นใจมีคนมองกูอยู่แน่นอน” เขาไม่เคยมั่นใจอะไรอย่างนี้มาก่อนเลย
“ถ้ามึงมั่นใจ อย่างนั้นต้องช่วยกันหา”กันต์ธรพูดพลางลองมองไปรอบ ๆ ร้านเพื่อมองหาคนที่น่าสงสัย เขากำลังจะบอกว่าไม่เห็นจะมีใครเลยศรวัณก็พูดออกมาเสียก่อน
“กูคิดว่าเห็นคนที่บอกกับมึงสองคนนะ”ศรวัณบอกกับเพื่อนขณะที่เขามองร่างสูงใหญ่ที่ยังเห็นใบหน้าไม่ชัดเจนเดินนำหน้าชายหนุ่มอีกคนที่น่าจะเป็วัยเดียกวันตรงมาหาเขาและเพื่อนแวบหนึ่งในความคิด เขาจะต้องเคยพบเจอกับผู้ชายคนนี้มาก่อนแน่นอนเพราะเขารู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด เพียงแค่จำไม่ได้ว่าเคยพบเจอกันที่ไหนเท่านั้นเอง
“จริงเหรอวะมึง อยู่โต๊ะไหน”อัครพิชญ์รีบถามพลางเหลียวมองไปจนทั่วเพื่อหาคนที่ศรวัณบอกมา
“พี่เชา...กำลังเดินมาที่โต๊ะของเรา”ศรวัณบอกไปอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งสองหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาใกล้หัวใจเขาก็ยิ่งเต้นกระหน่ำแข่งกับเสียงของดนตรีที่เริ่มจะหนักหน่วงขึ้น
“มึงว่าอะไรนะ” อัครพิชญ์ถามด้วยความใแต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกแปลกประหลาดใจที่ศรวัณหาคนที่มองตัวเองเจอ
ศรวัณไม่ทันจะได้ตอบเพื่อนร่างสูงใหญ่สองคนมาหยุดอยู่ตรงหน้าที่ครั้งนี้เขาได้เห็นใบหน้าคมเข้ม...รูปหน้าเป็วงรีดวงตาคมค่อนไปทางดุ จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากสีแดงสด่ไหลที่กว้างและผิวเนื้อไม่ขาวมากแต่ก็ไม่ดำคล้ำทุกอย่างที่เห็นดูแล้ว...มันเหมาะเจาะไปเสียหมดอย่างชัดเจน
“เป็เด็กเป็เล็กหัดเที่ยวกลางคืนนะเรา...น่าตีจริงเชียว”
ศรวัณได้แต่อ้าปากค้างขณะมองชายตรงหน้าด้วยความใและรู้สึกประหลาดใจที่ชายตรงหน้าทักทายเหมือนรู้จักกับเขามาก่อน“พี่...”
“อะไร เพิ่งเจอกันแท้ ๆลืมพี่แล้วเหรอครับ...ยอดรัก”
ตึก...ตึก...ตึก...ทั้งที่เสียงของดนตรีดังจนเขาอัครพิชญ์และกันต์ธรยังต้องเอียงตัวไปคุยกันใกล้ ๆ แต่เขากลับได้ยินน้ำเสียงที่นุ่มทุ้มและอ่อนโยนของชายตรงหน้าอย่างชัดเจนเช่นเดียวกับเสียงหัวใจของตัวเองที่มันกระหน่ำเต้นอย่างรุนแรง
“เอ่อ...”
“พี่รู้จักเพื่อนผมเหรอครับ”
ศรวัณพยักหน้าให้กับกันต์ธรที่เอ่ยถามในสิ่งที่เขาอยากรู้แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะถามออกไปยังไงดี
สองหนุ่มมาใหม่คนหนึ่งที่ใบหน้าเรียบเฉยทรุดตัวลงนั่งใกล้กับกันต์ธรส่วนอีกคนทรุดกายลงนั่งใกล้กับศรวัณก่อนจะหันไปบอกกับคนถาม “จะเรียกว่า...รู้จักกันก็ยังไม่ถูกต้องเท่าไหร่นักเป็พี่ที่รู้จักยอดรักฝ่ายเดียวมากกว่า เราสองคนพบเจอกันก็หลายครั้งแต่ยอดรักไม่ทันจะสังเกตนะ”
เขาเนี่ยนะ...ไม่ทันสังเกตด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตาของอีกฝ่ายเป็ไปไม่ได้เลยที่เขาจะเคยเห็นแล้วจำไม่ได้ “เราเคยเจอกันที่ไหนเหรอครับ”
คิ้วหนายกขึ้นเล็กน้อย“ยอดรักจำพี่ไม่ได้จริง ๆ เหรอครับ ได้ฟังอย่างนี้พี่น้อยใจได้ไหม”
“หน้าตาอย่างพี่ถ้าเพื่อนผมเจอแล้วจำไม่ได้ ผมยอมกินแก้วนี้จนหมดเลย” กันต์ธรพูดพลางยกแก้วที่วางอยู่ด้านหน้าของตนเองขึ้นเพราะไม่เชื่อว่าศรวัณเจอชายตรงหน้าแล้วจะจดจำไม่ได้
“สองสามวันก่อนไง...ตอนเย็นๆ ที่ยอดรักพาเ้าซีโร่ไปส่ง”
“พี่คือผู้ชายคนนั้นเหรอครับ”ศรวัณถามอย่างคนที่ใจยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แม้จะเสียดายแต่เขาคิดว่าถ้าใช่เจอตัวพี่เขาแล้วก็ควรที่จะคืนเงินให้ไป แม้จะไม่ครบตามจำนวนที่ได้มาเพราะเขานำบางส่วนมอบให้กับลุงและป้าเพื่อจะได้ไม่ถูกทั้งสองคนหาเื่ดุด่าอีกทั้งใช้เงินที่มีเป็ใบเบิกทางมานอนบ้านเพื่อนในค่ำคืนนี้ด้วย
“ยอดรักจำพี่ไม่ได้จริง ๆเหรอครับ”
ถ้อยคำถามที่นุ่มทุ้มทำให้หัวใจศรวัณทำงานอย่างหนักแต่ขณะเดียวกันสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและน้อยใจก็ทำให้เขารู้สึกไม่ดี
“คือ...ตอนนั้นแสงมันส่องมาทำให้ผมเห็นหน้าพี่ไม่ชัด” ศรวัณพูดเสียงแ่เบา “ผมเป็ห่วงเ้าซีโร่ด้วย มันเป็ยังไงบ้างครับดีขึ้นบ้างหรือยังครับ”
เสียงดนตรีทำให้เขาไม่ค่อยจะได้ยินที่ศรวัณพูดแต่ก็พอจะจับใจความได้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรอยู่แต่อยากจะแกล้งคนตัวเล็กกว่าเลยเอียงกายพลางกระซิบถามที่ใกล้หูของอีกฝ่ายออกไป“ยอดรักว่าอะไรนะ”
ศรวัณสะดุ้งเฮือกจนเผลอเอนกายไปด้านหลังที่ทำให้แขนกำยำของคนตัวใหญ่รีบสอดระหว่างพนักเก้าอี้และตัวเขาแล้วดึงเข้าไปหา
“ระวังหน่อยสิครับเรานี่ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยนเลยนะ”
“พี่รู้ได้ยังไงว่าไอ้ยอดรักมันซุ่มซ่าม”กันต์ธรถามอย่างสงสัย ก็ไหนว่ารู้จักก็เหมือนไม่รู้จักแล้วทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ทำเหมือนกับว่ารู้จักศรวัณมานานแล้วอย่างนั้นแหละ
“พี่สองคนชื่ออะไร”อัครพิชญ์เอ่ยถามพลางมองชายคนที่ยังไม่ยอมปล่อยศรวัณด้วยสายตาเข้มดุกดดันและเกรี้ยวกราด หากอีกฝ่ายยังมีรอยยิ้มแต้มที่มุมปากและคงมองเขาสามคนราวกับเป็เด็กน้อยที่หนีพ่อแม่มาเที่ยวเห็นแล้วมันทำให้เขาหงุดหงิดจนอยากจะหาเื่อีกฝ่าย
“ยังไงผมก็ยังไม่เชื่อที่พี่บอกหรอกนะ”อัครพิชญ์เอ่ยตบท้ายขณะมองชายที่ยังไม่ยอมปล่อยศรวัณด้วยความรู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้พุ่งตรงเข้ามาหาเพื่อนเขาอย่างจงใจ...ไว้วางใจไม่ได้ไหนจะกันต์ธรอีกที่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีปัญหากับผู้ชายหน้านิ่งที่นั่งอยู่ใกล้ ๆอีกด้วย
“พี่ชื่อคายส่วนเพื่อนพี่ชื่อชโนทัย หรือจะเรียกว่าพี่เหมก็ได้”
“ถ้าผมจะเข้าใจไม่ผิดพี่สองคนดูเหมือนจะรู้จักไอ้ยอดรักแล้ว ส่วนผมอัครพิชญ์ จะเรียกว่าพิชญ์ก็ได้ส่วนนั่น...กันต์ธร หรือไอ้กันต์”อัครพิชญ์แนะนำตัวทั้งที่คิดว่าไม่น่าจะจำเป็เท่าไหร่ เพราะตอนนี้กันต์ธรก็สนิทสนมกับชโนทัยไปแล้วส่วนศรวัณก็ดูเหมือนว่าจะถูกไอ้พี่คายดึงความสนใจไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
อัครพิชญ์ได้แต่ขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเห็นว่าชโณทัยดึงกันต์ธรให้สนใจตัวเองในขณะที่ศรวัณก็ถูกคายควบคุมไว้อย่างไม่ทันจะรู้ตัวตอนแรกเขาคิดว่ารู้สึกและคิดมากไปเองแต่ตอนนี้คิดได้อย่างเดียว...สองคนนี้มุ่งเน้นความสนใจมายังเพื่อนของเขา
“ไอ้พิชญ์”
“หือ...ทำบ้าอะไรของมึง” อัครพิชญ์หันไปต่อว่ากันต์ธรที่ร้องเรียกเขาอย่างเดียวไม่พอยังจะเตะมาที่ขาด้วย
“มึงนั่นแหละเป็อะไรกูร้องเรียกตั้งหลายครั้งแล้วแต่ยังนิ่งเฉย”
“กูแค่...”เมื่อมองสบสายตากับคายที่มองมาคล้ายตักเตือนเขา จะพูดอะไรให้คิดให้ดีแม้เขาจะหงุดหงิดแต่ก็คิดได้ว่าตอนนี้ยังไม่ควรพูดอะไรให้ศรวัณและกันต์ธรรู้ตัวว่ามีคนคิดไม่ซื่อกับตัวเอง“กำลังคิดเื่ไอ้ยอดรักเท่านั้น”
“คิดเื่กู...เื่อะไร”ศรวัณเอ่ยถามพลางจับแก้วขึ้นมาจะดื่มแต่กลับถูกคนใกล้ตัวดึงเอาออกไปเสียก่อนทำให้เขาต้องหันไปมองด้วยความไม่ชอบใจ
"ไม่อยากให้กินมาก มันไม่ดีต่อสุขภาพ"
ศรวัณอยากจะโต้กลับ “แล้วทำไมพี่กับเพื่อนถึงกินได้เยอะล่ะ” แต่เห็นเค้าลางแล้วว่าคงจะเป็เขาที่โต้เถียงไปก็ไม่สามารถที่จะชนะคายได้เพราะตอนนี้เขารู้สึกมึนงงจนคิดอะไรไม่ค่อยออกแล้วจริง ๆ นั่นแหละจึงหันไปรอฟังว่าอัครพิชญ์จะพูดเกี่ยวกับเขาเื่อะไร
“ถ้ามึงหาหอพักไม่ได้จริง ๆ ไงเราก็มาอยู่ด้วยกันสามคนน่าจะเป็การดีที่สุดนะ”
"กูก็คิดว่าดีเหมือนกันนะ" กันต์ธรพูดขึ้นบ้าง"กูกินเก่งแต่ให้ทำอาหารเองไม่ได้เื่ ส่วนไอ้ยอดรักถึงจะทุนน้อยแล้วก็ทำได้ไม่กี่อย่างแต่เสือกทำอาหารได้อร่อย"
“ยอดรักยังหาหอพักไม่ได้เหรอ” คายถามขึ้นขณะหันไปมองสบสายตากับชโณทัยที่มองมาอย่างรู้เท่าทัน
“พี่คายสนใจรับ ‘ไอ้ยอดรัก’ ที่ยังไม่มียอดรักเป็ของตัวเองและไม่เคยเป็ที่รักของใครไปเลี้ยงไหมล่ะครับผมสองคนยินดียกให้พร้อมข้าวสารสองกระสอบ เพื่อนผมเลี้ยงง่ายนะครับแค่มีบ้านให้อยู่ มีเตียงให้นอน มีข้าวให้กินมันก็จะรักและยอมเป็ทาสคนนั้นตลอดไปเลยละครับ”
“ไอ้กันต์!”