บทที่ 21 มีเื่อยากจะบอก
อวี้จินซูช่างมีรสนิยมแปลกประหลาด ป้าหลินโชคร้ายแบบนั้น แต่ทำไมเธอดูสบายใจนักนะ ผลงานของหลินอี้เสวียนไม่สามารถอธิบายได้ว่าแค่ผ่าน อย่างเขาได้คะแนนเต็มแบบไม่ต้องสงสัย
จินซูพอใจมาก เมื่อออกมาจากสถานีตำรวจ จินซูก็พูดกับหลินอี้เสวียนตรง ๆ ว่า
“หลินอี้เสวียนเื่ที่คุณอยากจะหย่า ฉันมีเื่จะบอก” หลินอี้เสวียนเกือบจะชนเสาไฟฟ้าเข้า
“ผมตั้งใจจะคุยด้วยตอนเย็น แต่ดูจากที่คุณแสดงออกเมื่อกี้ ผมว่าเราคุยกันตอนนี้เลยก็ได้” จินซูผายมือไปทางม้านั่งหินข้าง ๆ
หลินอี้เสวียนนั่งลงข้าง ๆ เธอด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่วังวนแห่งความตาย หัวใจของเขาเต้นรัวอยู่ในอก เมื่อกี้เขาแสดงออกอะไรออกไปกันนะ
การทำร้ายร่างกายต่อหน้าเธอ... เป็การกระทำที่รุนแรงมาก เขายังลากเธอไปหาป้าของเขา... ไม่สนใจญาติพี่น้อง เมื่อวานเธอพูดว่าจะไม่หย่า แต่การกระทำของเขาวันนี้ในสายตาคนทั่วไปถือว่าไม่ดีใช่ไหม
เื่แบบนี้ ไม่ว่าจะมองยังไงก็ไม่เหมือนสิ่งที่ผู้ชายอ่อนโยนพึงกระทำ เธอคงจะเกลียดเขาเข้าแล้วละสิ หลินอี้เสวียน รู้สึกหายใจไม่ค่อยออก เธอคู่ควรกับผู้ชายที่ดีกว่านี้ ปล่อยเธอไปจากบ้านที่เหมือนเหวลึกนี้เถอะ นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เขา้าหรอกหรือ เขามีอะไรต้องเสียใจ
“หลังจากที่คุณอยู่กับฉันมาทั้งวัน น่าจะดูออกว่าโดยปกติฉันทำอะไร” หลินอี้เสวียนพยักหน้าสีหน้าเคร่งเครียด วันนี้เธอถูกญาติสุดแปลกของเขาข่มขู่ เขายังปวดใจแทน
“ป้าหลินก็คือป้าหลิน คุณก็คือคุณ ฉันยังแยกแยะถูกผิดออก ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ทำให้ฉันในวันนี้”
“แต่ญาติของผมทำให้เธอลำบากใจ”
“ยุคนี้ใครบ้างไม่มีญาติสุดโต่งกันล่ะ ถ้ารอบตัวคุณไม่มีเลยสักคน มีความเป็ไปได้สูงว่าคุณนั่นแหละ คือคนสุดโต่ง” หลินอี้เสวียนมองคนออกนานแล้ว คนเรามักจะเกลียดชังกันเมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่า
“เื่ที่ป้าของคุณส่งคนมาก่อกวนเป็เื่ที่ไม่คาดคิด แต่ฉันคิดว่าหลังจากวันนี้ไป เธอคงไม่กล้ามาเหยียบที่นี่อีก แน่นอนว่า…” จินซูยิ้มแล้วตบบริเวณกระเป๋าเสื้อ ในกระเป๋าของเธอมีจดหมายขอโทษที่ป้าของเขาเขียนไว้
ป้าของเขาต้องเข้ารับการอบรมเป็เวลาสามวัน ถ้าออกมาแล้วยังกล้าสร้างเื่อีก จินซูจะเอาจดหมายขอโทษฉบับนี้ไปถ่ายเอกสารเป็ร้อยฉบับ แปะั้แ่หน้าบ้านป้าของเขา ไปจนถึงที่ทำงานของสามีป้าหลิน
ถ้าไม่กลัวขายขี้หน้าก็ลองดู สมองของเธอก็ไม่ได้ทำมาจากแป้ง ไม่ใช่ว่าใครจะมารังแกได้ง่าย ๆ
“ตอนนี้ธุรกิจของฉันเพิ่งเริ่มต้น ฉันมีเวลาพอที่จะดูแลแม่ของคุณได้ ในอนาคตถ้าฉันยุ่งมาก ฉันก็จะจ้างพยาบาล คุณไม่จำเป็ต้องลาออกจากงานหรอก”
“คุณกำลังสงสารผม”งั้นเหรอ” เขาเม้มปากแน่น การถูกผู้หญิงสงสาร โดยเฉพาะผู้หญิงที่ตัวเองมีใจให้ยิ่งตอกย้ำความเ็ปให้ทวีคูณ
“น่าเสียดายแต่ไม่ใช่ความสงสาร ฉันยึดถือคำพูดหนึ่งเสมอมาคือการสงสารผู้ชายเป็จุดเริ่มต้นของความโชคร้าย” อวี้จินซูพูดพลางยักไหล่ ไม่ว่าจะในชีวิตนี้หรือชาติภพใด เธอก็คิดเช่นนี้เสมอมา
ในอนาคต จินซูถึงขั้นคิดจะเอาคำพูดนี้เป็คำสอนของตระกูล สืบทอดไปยังลูกสาว ไม่ว่าจะเป็ผู้ชายที่ชอบหรือไม่ชอบ ก็อย่าไปสงสารพวกเขา
ความสงสารจะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายไม่เท่าเทียม ซึ่งความรักที่เป็พิษที่สุดคือความไม่เท่าเทียม และเมื่อใดที่เกิดความรู้สึกสงสารต่อคนที่ชอบ ความรักก็จะมลายหายไป
ส่วนการสงสารคนที่ไม่สนิทจะทำให้รู้สึกเหนือกว่าและเกิดความไม่พอใจเป็เพื่อนกันก็ไม่ได้
“แล้วทำไมคุณถึง…” หลินอี้เสวียนไม่เข้าใจ
“คุณเข้าร่วมกองทัพ สามารถช่วยคนได้มากมาย แม้กระทั่งเปลี่ยนแปลงยุคสมัย ก่อนหน้านี้ที่ได้ยินเื่ราวของคุณ ฉันก็รู้สึกแบบนั้น วันนี้ได้เห็นการกระทำที่ตรงไปตรงมา ยิ่งทำให้ฉันมั่นใจว่าไม่ได้มองคนผิด"
“ผู้บัญชาการที่ไต่เต้ามาจากเบื้องล่าง ย่อมผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วน คนแบบนี้ไม่ควรออกจากกองทัพ การสูญเสียนายไป นับเป็ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของกองทัพ คุณควรมีทางเลือกที่ดีกว่านี้”
หลินอี้เสวียนยอมรับคำพูดพวกนี้ของเขา เหมือนไม่ได้ออกมาจากใจ และดูเสแสร้ง หลังจากใช้ชีวิตร่วมกันหนึ่งวันหลินอี้ซวนไม่อยากหย่าแล้วจริง ๆ
แววตาของเธอที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ไร้ซึ่งมลทิน ช่างน่าหลงใหล คนที่เปล่งประกายได้อย่างแท้จริงมีอยู่บนโลกใบนี้เธอคือหนึ่งในนั้น
“ทางเลือกที่เป็ประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน คือทางเลือกที่ดีที่สุดของฉัน คุณจงตั้งใจฝึกฝนทหารของคุณเถอะ เื่ในบ้านทุกอย่างมอบให้ฉันดูแลเอง ตราบใดที่ฉันยังอยู่ ที่นั่นก็คือบ้าน”
แท้จริงแล้วยังมีอีกครึ่งประโยคที่ซ่อนอยู่ในใจของอวี้จินซู หากอยากจะขอบคุณเธอจริง ๆ รอวันที่ทั้งสองแยกทางกัน ค่อยให้เธอพาลูกสาวไปด้วยก็แล้วกัน
ในสายตาของอวี้จินซู การแต่งงานครั้งนี้เป็เพียงแผนการชั่วคราว สุดท้ายแล้วเขากับเธอก็ต้องแยกทางกันไปต่างคนต่างอยู่ เขาคงไม่อยากได้ภรรยาที่เอาแต่สนใจแต่งานหรอก
รอให้แม่เขาไม่ต้องมีคนดูแลแล้ว ค่อยแยกทางกันด้วยดี ตอนนี้เธอแสดงความเข้าใจสักหน่อย อนาคตเขาคงคุยง่าย ถ้าไม่ได้เป็สามีภรรยากัน ก็ยังเป็เพื่อนกันได้
จินซูคิดคำนวณอย่างถี่ถ้วน ในความคิดของเธอ ขณะนี้ที่ดูเหมือนเข้าใจกันดี เป็เพียงการวางแผนเพื่อการจากลาในอนาคต แต่หลินอี้เสวียนกลับมองว่า ความใจกว้างของเธอในตอนนี้ คือคำสัญญาที่จะอยู่เคียงข้างกันไปจนแก่เฒ่า ไม่ทอดทิ้ง ไม่ละทิ้งกัน
ความหดหู่ใจของหลินอี้เสวียนพลันหายวับไป จนมองเห็นทางสว่าง ไม่เคยมีสักครั้งที่เขารู้สึกดีใจเท่านี้มาก่อน นับจากนี้ไปโลกในสายตาของเขาก็แบ่งออกเป็สามประเภท คือ ผู้ชาย ผู้หญิง และเธอ
ชายหญิงที่ฉลาดเกินไปสองคน ต่างคิดไปคนละทิศละทางโดยสิ้นเชิง จินซูยังกลัวว่าเธอยังวางตัวไม่ดีพอ จึงกล่าวเสริมอย่างเป็ทางการว่า
“ตราบใดที่คุณทำหน้าที่ในค่ายทหารอย่างเต็มที่ สร้างคุณงามความดี นั่นก็ถือเป็การตอบแทนฉันอย่างดีที่สุดแล้ว เื่อื่นไม่ต้องพูดถึง พวกเราต่างก็ทำเพื่อประเทศชาติไม่ใช่หรือ”
“ยังไงซะ ก็ไม่ได้แต่งเพื่อเื่อย่างว่าอยู่แล้ว” จินซูคิดในใจ
ยิ่งหลินอี้เสวียนมองเธอ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงที่เปล่งประกายคนนี้นั้นช่างเสียสละ เขานั้นจะต้องทำดีกับเธอให้มาก ๆ ไม่อย่างนั้นคงเป็การเสียแรงโดยเปล่า เขาจึงลุกขึ้นยืนทำความเคารพแบบทหารให้กับจินซู
“ขอบคุณคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เสียสละเพื่อครอบครัว ผมจะทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อทำภารกิจของทหารให้สำเร็จ เหรียญกล้าหาญนี้มีส่วนของผมครึ่งหนึ่ง และก็มีครึ่งหนึ่งของคุณเช่นกัน!”
“ไม่เป็ไรหรอก เก็บไว้เถอะ จริง ๆ ฉันก็ไม่ได้อะไร....”
“ไม่ได้! ต้องมีของคุณครึ่งหนึ่ง ไม่สิ ต้องเป็ส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ” เขายืนกรานอย่างหนักแน่นและทรงพลัง แววตาที่แน่วแน่ของเขาทำให้จินซูคิดไปว่า เขากำลังจะออกไปพลีชีพอย่างกล้าหาญงั้นเหรอ
ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรผิดไป จินซูอยากจะอธิบาย แต่เห็นว่าเขาก็ทำความเคารพอย่างนั้นไปแล้ว ถ้าเธอพูดอะไรที่ทำให้เสียบรรยากาศก็คงไม่เหมาะ เอาเป็ว่าทำเป็เข้าใจตรงกันไปแล้วก็แล้วกัน
“หลิน…”
“เรียกฉันว่าอี้เสวียนเถอะ เสี่ยวจิน” ในค่ายทหารมีกฎที่ไม่ได้บัญญัติไว้เป็ลายลักษณ์อักษรอยู่ข้อหนึ่ง คือจะมีแต่พวกพ้องกันเท่านั้นถึงจะถูกเรียกด้วยชื่อเล่นได้
ผู้บัญชาการหลินรู้สึกว่าเธอเป็พวกเดียวกันกับเขาแล้ว ไม่ควรจะทำตัวห่างเหินกันเช่นนี้ ส่วนเื่ความคิดโง่ ๆ ที่อยากจะหย่ากับเธอในตอนนั้น ก็อย่าได้พูดถึงมันอีกเลย ปล่อยให้เื่ในอดีตผ่านไปเสีย
อวี้จินซูใช้ชีวิตมาสองชาติ เคยชินกับการเป็หญิงแกร่งที่ทำอะไรเด็ดขาดรวดเร็ว พอจู่ ๆ ก็มีคนมาเรียกด้วยชื่อน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ มันเป็ประสบการณ์แปลกใหม่ จะรู้สึกอย่างไรดีล่ะ… ความรู้สึกนี้ก็ไม่เลวนะ
หลินอี้เสวียนในตอนนี้ใจเต้นแรง รู้สึกปลาบปลื้มยินดีเหมือนกับเพิ่งเคยตกหลุมรักครั้งแรก แถมยังมีความรู้สึกหวานแปลก ๆ ปะปนอยู่ด้วยเล็กน้อย
วิธีแสดงความรักของเขานั้นเรียบง่ายแต่จริงใจ เขาล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา คิดจะทำตามขั้นตอนมอบเงินเดือนให้เธอ แต่มีเศษกระดาษแผ่นหนึ่งหลุดร่วงออกมา จินซูจึงรับเอาไว้
“นี่มันอะไรกัน... อ๊ะ” หลินอี้เสวียนหน้าถอดสี แย่แล้ว! ปล่อยให้เธอเห็นไม่ได้ สายไปเสียแล้ว เธอเห็นมันเข้าเสียแล้ว