ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที

    บทที่ 14. ตอนที่ 2. โน้มใจเจ้าฟ้า

    รุ่งอรุณวันใหม่ แสงสีทองเริ่มทอแสงจับขอบฟ้า อีเอื้องนอนขดตัวอยู่ใต้ชายคาในพลับพลาเวียงสรวง ผ้าสีดำยกทองถูกห่มไว้บนกายมัน กลิ่นแป้งร่ำจากผืนผ้า คือกลิ่นกายของเจ้าพรหมเสกที่อีเอื้องทำได้แค่เพียงเดินผ่านแล้วสูดดม อีเอื้องยันกายลุกขึ้น หัวของมันหนักอึ้งจนลืมสิ้นว่าตนหลับใหลสิ้นสติไปยามใด

    พอคิดได้มันก็หน้าแดงเขินอาย “กูมิได้พูดอะไรออกไปใช่หรือไม่”

    “มึงพูด…” เจ้าหาญนั่งจ้องหน้ามัน ทำเอาอีเอื้องตกใจ ด้วยคิดว่ามีเพียงมันที่นั่งอยู่ตรงนี้เพียงผู้เดียว

    “เจ้าหาญ นี่พระองค์ตรัสเรื่องใดกันเพคะ”

    “มึงบอกรักเจ้าพรหม…กูได้ยินเต็มสองหู เจ้าพรหมเองก็บอกว่าชอบมึงเช่นกัน”

    “ว่ากระไรนะ! บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว…อีง่าวมึงหลุดปากอันใดออกไป” อีเอื้องยิ้มอายจนบิดตัวไปมา

    “เสียงดังเอ๊ะอะอันใด…” เสียงเจ้านางซอมพอเอ่ยแทรกขึ้น

    “เจ้าหาญ เรื่องนี้น่าอายนัก อย่าเที่ยวพูดออกไปเทียวหนา ตัวข้าเป็นเพียงขี้ข้าไม่กระไร แต่เจ้าขุนพรหมเสกที่ยามนี้เป็นถึงพ่อพญาเวียงชัยแล้ว คงไม่งามนัก” มันรีบคว้ามือเจ้านาย พร้อมพูดกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน

    พูดจบก็รีบลุกวิ่งแล่นเข้าไปหาผู้เป็นนาย ปล่อยให้เจ้าหาญนั่งหาวงุนงง “จักไม่งามเรื่องใดวะ เป็นบุรุษย่อมต้องมีเมีย จะเมียบ่าวหรือเมียเจ้าก็เป็นเมียได้ทั้งนั้น ดูฤา…แม่กูจากแม่ค้าคำหมาก บัดนี้ยังเป็นถึงนางพญาเวียงสรวง มึงต้องคิดใหม่หนาอีเอื้อง วาสนามาถึงมือแต่ไม่รับไว้โง่ชิบ”

    อีเอื้องก้าวเข้าสู่ห้องหับหอนอน มันสอดส่ายสายตามองหาคนร่างสูงใหญ่ ผ้าปูนอนเรียบตึงไม่เปื้อนเปรอะ เจ้านางคนงามนั่งแต่งองค์อยู่หน้าคันฉ่อง ราวกับว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในพลับพลา

    “เจ้านาง เจ้าขุนท่านเล่า”

    เจ้านางซอมพอหันหน้ากลับมามองมัน ผ้าสีดำทอยกทองพาดอยู่บนไหล่มัน “มึงวางแผนกับเจ้าพรหมเสก จัดฉากฉลองศึกเมื่อคืน เพื่อเปิดทางให้เจ้าขุนอินทร์ถวายเข้าหากูใช่หรือไม่”

    อีเอื้องตกใจ รีบหมอกกราบก้มหน้านิ่ง “เจ้านาง ข้าหวังดีดอกหนา เอาแต่หลบหน้าแง่งอน เช่นนี้ต่างทุกข์ใจทั้งสองฝ่าย”

    “อีเอื้องเอ๋ย แล้วมึงทำเช่นนี้ มึงมิคิดหรือว่ากูจักไม่ทุกข์ไปกว่าเดิม กูรักเขาหมดหัวใจ แต่มิอาจเอ่ย บางทีวาสนากูต่อเจ้าขุนท่าน ก็อาจจักมีต่อกันแค่เพียงเท่านี้”

    อีเอื้องคลานเข่าเข้าไปซบหน้าลงบนตักผู้เป็นนายเหนือหัว “เจ้านางเจ้าขา ฟังข้าเจ้าหน่อยหนา อันชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น ดูอย่างเจ้าอุปราชคำหลวง เพียงชั่วข้ามคืนก็สิ้นใจ มิได้มีโอกาสแม้แต่จะกราบลาบิดามารดร แลลูกน้อยเมียรัก หรือแม้แต่เจ้าศรีศักดิ์ก็เช่นกัน เจ้านางของข้านั้นต่างออกไป ตรงที่ยังมีลมหายใจอยู่ด้วยกันทั้งคู่ แล้วเหตุใดเล่า ถึงต้องปล่อยเวลาอันมีค่านี้ทิ้งไป มิสู้บอกความในใจแลความจำเป็นทุกอย่างให้รับรู้ ที่เหลือก็สุดแล้วแต่วาสนาเถิด อย่างน้อยก็ถือว่าได้บอกความในใจ จักได้ไม่มาเสียใจภายหลัง ที่ไม่มีโอกาสได้บอกต่อกัน”

    “ที่มึงพูดมาก็ถูก ไปเถิดอีเอื้อง ช่วยกูแต่งตัวที กูจักขึ้นไปผาเจ้าเวียง กล่าวลาเจ้าอุปราชแลขุนพญาศรีศักดิ์ กลับลงมาแล้วหากพร้อมเราจักได้เดินทางกัน ดูเอาเจ้าหาญไปอาบน้ำด้วย เมื่อคืนมึงทั้งคู่เมาจนมิรู้ความ เจ้าขุนอินทร์ถวายต้องแบกเจ้าหาญมาส่ง แลมึงก็ได้เจ้าพรหมเสกพามา”

    พอเจ้านางซอมพอพูดเช่นนั้นออกมา อีเอื้องก็เม้มปากเขินอาย ด้วยมันคิดภาพในหัว ว่าถูกอุ้มมาแนบอกหนา เสียดายนักที่ไม่ได้สติ มิเช่นนั้นคงดีกว่านี้นัก

    “อีเอื้องเร็วเข้า เดี๋ยวสายแสงจับฟ้ากูจักไปมิทันการ”

    เสียงฝีเท้าม้าเหยาะย่างขึ้นทางชัน จนมาหยุดยังลานหินหน้าปากถ้ำผาเจ้าเวียง ทุกสายตาต่างหันมาจับจ้องเจ้านางจากเวียงสรวง ที่ทรงม้าขึ้นดอยมาเพียงลำพัง

    พิธีการจบสิ้นแล้ว เจ้าราชวงศ์ขุนอินทร์ถวาย จึงสั่งการให้ทุกคนกลับลงไปด้านล่าง เพื่อเตรียมการเดินทางกลับคืนบ้านเมืองของตน เจ้าหัวเมืองต่างแคว้นผู้ร่วมรบทำศึกตั้งแต่ครั้งกองกำลังของเจ้ามหาอุปราชขุนคำหลวง จนมาถึงเจ้าราชวงศ์ขุนอินทร์ถวาย ต่างทยอยลงจากเขาไป

    เจ้านางซอมพอน้อมส่งทุกคนสำคัญกลับลงไปจนหมดสิ้นแล้ว จึงก้าวเท้าลงจากหลังม้า นางนุ่งผ้าต้อยทิ้งชายหนึ่งข้าง มีผ้าเคียนอกแลผ้าพาดบ่าสีเข้มห่มไหล่ซ้ายขวามิดชิด ห้อยลูกปัดหินสีงามเต็มคอ รัดเกล้าด้วยเส้นลูกปัดทองและปิ่นใหญ่แปลกตาเช่นทุกวัน แซมทัดดอกเกดถวากลิ่นหอม เพื่อบูชาขวัญหัวตน เฉกเช่นผู้คนทั่วไปพึงกระทำ

    นางเดินไปจุดไม้หอมกำยานบูชาผีกษัตริย์ หยิบเติมใส่ไม้เกี๊ยะ[20]เพิ่มเชื้อไฟในกระถางเพลิง เพื่อบูชาแสงสว่างให้แก่โลกหลังความตาย ตามด้วยการโปรยบูชาดอกไม้ยางหอม นางมองลึกเข้าไปในเพิงผา มีโลงอื่น ๆ ที่เก่าคล่ำคลาถูกโยงแขวนไว้ก่อนนี้ คงเป็นโลงของเหล่าบุคลสำคัญในเวียงชัย แต่สองโลงที่ใหม่กว่า กลับลงลักทาสีแดงชาดเขียนลายงามแปลกตากว่าโลงใด

    “ข้าเจ้ามาลาพี่ท่านทั้งสอง ได้ยินชื่อเสียงมาเนิ่นนาน น่าเสียดายนักที่กลับต้องมากราบพระบาทในโลกผี หาใช่โลกคน ข้าเจ้าแลเหล่านักรบทหารกล้าจากเวียงสรวง จำต้องลาจากกลับคืนบ้านเมือง ขอเจ้าพี่ทั้งสอง จงคุ้มครองให้ผองข้าทั้งหลายเดินทางปลอดภัยด้วยเถิดหนาเจ้าข้า…" แล้วนางจึงถอยห่างออกมาหาคนที่ยืนรั้งรออยู่ด้านนอก "ขออภัยที่ข้าเจ้ามาสายกว่าผู้อื่น ด้วยเจ้าหาญแลอีเอื้องสายมันเมาหนัก กว่าจะจัดการพวกมันจนแล้วเสร็จ ข้าจึงเดินทางมาล่าช้า”

    “พี่มิโทษเจ้าดอก อันที่จริงทุกคนก็หนักด้วยกันทั้งสิ้น สุราข้าวนึ่งดำของเจ้าพรหมเสก ทำเอาทุกคนแทบลุกไม่ขึ้น แม้แต่พี่เองที่รับมาเพียงไม่กี่จอก ยังเดินเข้าห้องผิด เจ้าซอมพอคงไม่ถือสาดอกกระมัง”

    นางหันหน้ามามองผู้พูดหยอกเหย้า “ข้าเจ้ารู้ใจพี่ยาหมดแล้วสิ้น จักว่ากล่าวได้เยี่ยงไร”

    “ซอมพอเรื่องเชื่อมสัมพันธ์ด้วยเวียงทุ่งหลวง พี่รู้ความแล้วหนา ไอ้พรหมมันเล่าทุกอย่างให้พี่ฟังหมดสิ้นแล้ว เจ้าอย่าได้กังวลใจ กลับถึงสุวรรณโคมคำ พี่จักเร่งส่งผู้ใหญ่ไปขอเจ้ามาสู่พิมานเรือนนอน”

    “เจ้าราชวงศ์จักทำเช่นนั้นมิได้ พ่อท่านแลแม่เจ้าเกสร จักถูกสหายเวียงทุ่งหลวงมองว่าผิดสัตย์จนถูกดูหมิ่นเอาได้”

    “ผิดสัตย์รึ หากพูดเช่นนั้นพ่อท่านก็นับว่าผิดสัตย์ต่อสุวรรณโคมคำสิ้นแล้วเจ้าซอมพอเอ๋ย เวียงสรวงเป็นเมืองขึ้นมานานปี นับเป็นหัวเมืองบรรณาการแก่สุวรรณโคมคำถึงสามชั่วคนแล้วหนา ยามนี้กลับคิดสะบั้นสัจจา ปันใจให้แก่เวียงทุ่งหลวง หมายยกเจ้าดอกฟ้าให้พ่อพญาผู้ชราไปเชยชม หากการเจรจาสู่ขอไม่เป็นผล พี่จักยกทัพบุกขยี้เวียงสรวงโทษฐานคิดกบฏแข็งเมือง แลเวียงทุ่งหลวงโทษฐานคิดชิงเมืองแลเมียกู ให้เมืองทั้งสองนี้ราบเรียบคาตีนพี่ยา”

    คำตรัสมั่นแลสายตาจริงจังที่ทอดมองหญิงคนรัก ทำให้เจ้านางซอมพอถึงกลับหวาดกลัว กลัวว่าเหตุแห่งหายนะนี้ มีตนเป็นฉนวนสำคัญ ที่ทำให้บ้านเมืองต้องมาถึงคราวล่มสลาย

    เสียงกลองให้สัญญาณเดินทัพดังมาจากคุ้งน้ำด้านล่าง เจ้าโยนยางคำพาไพร่พลของตนลงเรือ เตรียมเดินทางกลับคืนเชียงลาว ขากลับนั้นจักรวดเร็วมากกว่าขาขึ้น ด้วยมิต้องเสียแรงทวนกระแสน้ำให้ยากลำบาก

    เสียงกลองผสมเสียงขับกล่อมลำนำแห่งสายน้ำ อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวน้ำของ ดังแว่วราวคำเอ่ยลาจากสหายผู้มีบ้านเมืองเพียงข้ามฟากฝั่งน้ำ เอ่ยผ่านบทลำนำส่งต่อถึงสหายบนผาเจ้าเวียง ที่ยืนเคียงกายเจ้านางคนงามจากเวียงสรวง เมืองเล็กกลางป่าเขา แต่มีความหมายสำคัญอันด้วยมีบ่อเหล็กล้ำค่า ที่เมืองอื่นน้อยนักจักมีได้เสมอเหมือน

    “อย่าถึงเพียงนั้นเลยเจ้าพี่อินทร์ถวาย อย่าให้ข้าเจ้าต้องถูกตีหน้ากล่าวหาว่าเป็นแม่ญิงอัปมงคล พาให้บ้านเมืองฉิบหายล่มจม หากเรื่องเวียงทุ่งหลวงมีตัวข้าเจ้าเป็นปฐมเหตุ เรื่องนี้ข้าเจ้าก็จักขอยุติมันเอง มิต้องให้พี่ท่านต้องนำพาไพร่พลมาทุกข์ยากดอกหนา”

    “เจ้ามีแผนใจในเช่นนั้นฤา”

    นางเพียงยิ้มตอบ “พระองค์หมายใจไปสู่ขอตามธรรมเนียมก็ทำเถิด ข้าเจ้าจักรอ แต่หากทุกอย่างไม่เป็นเช่นที่หมาย พระองค์ก็จงเชื่อในคำมั่นสัจจานี้ของข้าเจ้าไว้ ข้าเจ้าซอมพอ ตั้งจิตหมายใจแล้วว่าชาตินี้ จักขอรักเพียงพระองค์อินทร์ถวาย ชาติภพนี้จักไม่ขอเป็นเมียผู้ใดอื่นนอกจากพระองค์”

    [20]ไม้เกี๊ยะ ส่วนของเนื้อไม้ด้านในของต้นสนสองใบ หรือสนภูเขา ชาวดอยหรือคนในแถบภาคเหนือ ที่อาศัยในบริเวณที่มีต้นสนขึ้นกระจายอยู่ มักจะนำเอาไม้เกี๊ยะมาเป็นเชื้อเพลิงในการหุงหาอาหาร แต่ไม้ที่นำมาใช้ ต้องผ่านกระบวนการเสียก่อน จึงจะได้เป็นไม้เกี๊ยะสำหรับใช้จุดเป็นเชื้อไฟ


    แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :

    เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh

    เล่ม 2   https://shorturl.asia/BxnNW

    เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH

    คล้ายกับเรื่องซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577