ตอนที่ 10: ร้านกาแฟแห่งความทรงจำ
ยี่สิบสองปีผ่านไป ลู่ ซือเหยียน (ในวัย 44 ปี) ยังคงอยู่ที่ ตำหนักฉางเยว่ ซึ่งปัจจุบันถูกแปลงโฉมให้เป็ร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่มีชื่อเสียงในเื่สไตล์ "วินเทจร่วมสมัย" ที่เป็เอกลักษณ์
ตัวตำหนักเก่าถูกบูรณะอย่างระมัดระวัง โครงสร้างไม้โบราณยังคงอยู่ แต่ผนังและแสงไฟถูกปรับให้ดูอบอุ่นและทันสมัยอย่างลงตัว ร้านนี้ชื่อว่า "จิ่นหรง คาเฟ่" (Jǐnróng Café) ซึ่งซือเหยียนตั้งชื่อเพื่อรำลึกถึงเพื่อนรักที่จากไป
ซือเหยียนนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์กาแฟที่ออกแบบเองอย่างภาคภูมิใจ เขายังคงดูดีและมีสไตล์ในแบบศิลปิน แต่ใบหน้ามีร่องรอยของกาลเวลาเพิ่มขึ้น บนผนังที่ถูกทาสีเข้มตัดกับไม้เก่าแก่ มีเพียงภาพวาดเดียวที่ถูกแขวนไว้อย่างโดดเด่น: รูปวาดของ หาน จิ่นหรง ในชุดฮั่นฟูโบราณ
ซือเหยียนใส่กรอบรูปนั้นอย่างดี และใช้มันเป็สัญลักษณ์แทนใจว่าเขาไม่เคยลืมองค์ชายได้เลย มันไม่ใช่แค่การตกแต่ง แต่คือ หัวใจ ของร้านกาแฟแห่งนี้
่บ่ายวันหนึ่งที่แสงแดดสาดส่องเข้ามาในร้านอย่างสวยงาม และมีเพลงแจ๊สเบา ๆ คลอเคลียอยู่ ประตูร้านก็ถูกผลักเปิดออก
ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน เขาดูโดดเด่นสะดุดตาอย่างที่สุด อายุของเขาน่าจะราว ๆ 20 ต้น ๆ สวมเสื้อผ้าที่ดูทันสมัยแต่มีกลิ่นอายคลาสสิกเล็กน้อย พร้อมสะพายกล้องคู่ใจไว้ที่บ่า
ลู่ ซือเหยียน ถึงกับชะงักงัน มือที่กำลังจะหยิบแก้วกาแฟค้างอยู่กลางอากาศ
ชายหนุ่มคนนี้... ใบหน้าของเขาดู คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด รูปร่างหน้าตาของเขามีความคล้ายคลึงกับ หาน จิ่นหรง ในรูปวาดบนผนังอย่างเหลือเชื่อ ดวงตาคู่คมและโครงหน้าที่ดูอ่อนโยนนั้นแทบจะถอดแบบกันมา
เหมือนมาก... เหมือนมากจริง ๆ... แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไร? ซือเหยียนคิดในใจด้วยความสับสนและความตื่นเต้น
ชายหนุ่มเดินมาที่เคาน์เตอร์พร้อมรอยยิ้มสดใส และดูจะไม่ได้สังเกตปฏิกิริยาของซือเหยียน
"เอ่อ... รับอะไรดีครับ" ซือเหยียนพยายามควบคุมเสียงให้เป็ปกติที่สุด
"ผมเอา อเมริกาโน่ร้อน ครับ แล้วก็ เค้กสตอเบอรี่ หนึ่งชิ้น" ชายหนุ่มตอบอย่างสุภาพ
"ได้ครับผม" ซือเหยียนรีบหันหลังไปชงกาแฟ พยายามซ่อนความสั่นเทาในมือ
ชายหนุ่มคนนั้นเดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง เขาหยิบหนังสือเล่มหนาขึ้นมาอ่าน พร้อมจิบกาแฟไปพลาง ๆ และบางครั้งก็เผลอมองไปรอบ ๆ ร้านอย่างสนใจ
ลู่ ซือเหยียน แอบจ้องมองเขาอยู่เรื่อย ๆ จากหลังเคาน์เตอร์กาแฟ หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยเจอใครที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้พบกับจิ่นหรงอีกครั้งเลย
เมื่อซือเหยียนนำเค้กสตอเบอรี่ไปเสิร์ฟ เขาก็สบตากับชายหนุ่มคนนั้นโดยตรงอีกครั้ง
"ขอบคุณครับ" ชายหนุ่มยิ้มอย่างเป็มิตร รอยยิ้มนั้นคล้ายกับรอยยิ้มสุดท้ายที่จิ่นหรงเคยส่งให้เขาในความฝัน
ซือเหยียนเดินกลับมาหลังเคาน์เตอร์ และเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองอย่างหนัก
จะเป็การกลับชาติมาเกิดจริงหรือ? หรือเป็เพียงความบังเอิญที่ทำให้รูปร่างหน้าตาคล้ายกัน? วัยที่ต่างกันถึง 24 ปี... มันจะเป็ไปได้ไหมที่เราจะได้พบกันอีกครั้งตามคำสัญญา?
หลังจากใช้เวลาในร้านเกือบหนึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มก็เก็บข้าวของเตรียมออกจากร้าน แต่ก่อนที่จะไป เขาเดินตรงเข้ามาหาซือเหยียนที่เคาน์เตอร์อีกครั้ง
"ตกแต่งร้านสวยดีนะครับ" ชายหนุ่มกล่าวชมด้วยความจริงใจ "สไตล์วินเทจแบบนี้ผมชอบมากเลย"
"เอ่อ... ครับ" ซือเหยียนตอบติดอ่างเล็กน้อย "ผมชอบแนวนี้ครับ"
ชายหนุ่มยิ้ม แล้วพูดทิ้งท้ายไว้ว่า "แล้วผมจะมาใหม่นะครับ"
ทันทีที่ประตูร้านปิดลง ลู่ ซือเหยียน ก็ทิ้งตัวลงพิงเคาน์เตอร์ หัวใจของเขาเต้นแรงแบบที่ไม่เคยเป็มานานหลายสิบปี
หลังปิดร้านและกลับถึงบ้าน เขาก็นั่งคิดถึงเพียงแค่ใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้น และใบหน้าขององค์ชายที่เขาไม่เคยลืม แม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 22 ปีแล้ว
เขารู้สึกเหมือนชีวิตที่เคยหยุดนิ่งกำลังเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
