ิจูรู้สึกร้อนตัวเมื่อได้ยินคำพูดนั้นในยุคนี้ การปั๊มหัวใจยังไม่เป็ที่แพร่หลาย หากเธอพูดมากไป ย่อมทำให้ผู้คนสงสัย
เมื่อเห็นว่าโจวชางิและเจียงตั่วต่างก็จ้องมองที่เธอิจูจึงตอบด้วยไหวพริบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า “ตอนที่คุณย่ายังมีชีวิตอยู่ท่านเคยสอนฉันมาบ้างค่ะ...ฉันคลับคล้ายคลับคลาว่าท่านเคยบอกวิธีช่วยคนที่หมดลมหายใจจากการผูกคอว่าต้องให้คนไข้นอนราบ แล้วกดหน้าอกสลับกับปล่อยขึ้นทั้งยังสามารถใช้หลอดกกเป่าลมเข้าไปในลำคอได้ด้วย แม่เฒ่าคนนั้นหมดสติไปกะทันหันฉันเลยลองทำดู ไม่คิดเลยค่ะว่าจะได้ผลจริงๆ”
เจียงตั่วเห็นิจูพูดไปทำท่าทางประกอบไปเขาก็นึกถึงครอบครัวของเธอ จึงหันไปพูดกับโจวชางิว่า“คุณย่าของเธอเคยเป็พยาบาลสนามรบครับ”
โจวชางิพยักหน้าเข้าใจถ่องแท้“วิธีที่คุณย่าของเธอใช้ คงจะเป็การรักษาที่บันทึกไว้ในตำรา“หลักการรักษาจากหีบทองคำ” [*] ของจางจ้งจิ่ง[**] ที่ว่า ‘ผู้เสียชีวิตจากการผูกคอ ให้วางนอนหงายกดหน้าอกสลับกันไปมา หนึ่งคนใช้มือกดทับหน้าอกแล้วทำการเคลื่อนไหวหลายครั้ง’นอกจากนี้ยังมีบันทึกในตำรา “เวชศาสตร์ฉุกเฉิน”[***] ของเก๋อหง ที่บันทึกว่า ‘ปิดรูจมูกทั้งสองข้างใช้หลอดกกสอดเข้าไปในปากจนถึงลำคอ แล้วเป่าลมเข้าไป’ ดูเหมือนคุณย่าของเธอจะอ่านออกเขียนได้และเคยเรียนแพทย์มาก่อนตำราแพทย์สองเล่มนี้หาอ่านยากนะ!”
ิจูอึ้งไปครู่หนึ่งหลายคนเชื่อว่าการปั๊มหัวใจมาจากตะวันตก แต่จริงๆแล้วมีการบันทึกไว้ในตำราแพทย์โบราณด้วย
โจวชางิต้องอ่านตำราทั้งสองเล่มนี้จนทะลุปรุโปร่งแล้วเป็แน่เพียงแค่ฟังเธอเล่าด้วยถ้อยคำเรียบง่ายก็รู้แล้วว่ามาจากไหน...เขามีความสามารถไม่เบาจริงๆ!
“คุณย่าค่อนข้างมีฐานะค่ะ แล้วท่านก็ชอบรักษาโรคช่วยชีวิตคนพ่อแม่ของท่านเลยจ้างครูมาสอนหนังสือท่านเล็กน้อย”
โจวชางิพยักหน้าเข้าใจ“เธอก็เรียนรู้มาอย่างดีเช่นกันเมื่อกี้ก็เพิ่งจะช่วยชีวิตคนหนึ่งเอาไว้ ถ้าเธออยากเรียนรู้เื่พวกนี้ต่อเธอมาเรียนกับฉัน...”
เขาพูดแล้วหยุดชะงักจากนั้นส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “ช่างเถอะ”
คิ้วของิจูกระตุกเล็กน้อยโจวชางิเคยเป็ถึงรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลประชาชนเมืองหู้เลยนะ
หากเธออ้างว่ามาขอเรียนกับเขาเพื่อ‘เรียนรู้วิชาแพทย์’ หลังจากนี้ตอนที่ช่วยชีวิตคนเธอก็จะไม่โดนผู้คนสงสัยง่ายๆ อีกแล้วใช่ไหม?
เมื่อคิดได้ดังนั้นิจูก็พูดขึ้นทันที “อย่าพูดว่าช่างเถอะเลยค่ะฉันสนใจการแพทย์มาก อาจารย์โจวพูดว่ายินดีสอนเมื่อครู่ ฉันซาบซึ้งใจที่สุดเลยค่ะ!”
อาจารย์โจว...โจวชางิรู้สึกซาบซึ้งใจมาก เพราะไม่ได้มีใครเรียกเขาว่าอาจารย์มานานหลายปีแล้ว
ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงบอกกับิจูให้ระมัดระวัง “ฉันเป็คนที่ดวงไม่เป็มงคลกลัวว่าเธอจะ...”
ิจูพอรู้อยู่ว่าโจวชางิจะพูดอะไรเธอหัวเราะคิกคักแล้วขัดขึ้นว่า “อาจารย์โจวคนเรียนวิชาแพทย์อย่างคุณกลับเชื่อเื่พวกนี้เนี่ยนะ? บังเอิญจังเลยค่ะฉันเกิดมาพร้อมโชคดี ฉันจะคุ้มครองคุณเอง! อีกอย่างฉันก็ชื่อเสียงไม่ดีเหมือนกัน คนอื่นเขาว่ากันว่าฉันเป็ยัยตัวร้าย ไร้มารยาทคุณไม่เคยได้ยินบ้างเหรอคะ?”
โจวชางิมองหญิงสาวตรงหน้าที่พูดจาฉะฉานไม่ปิดบังความรู้สึกแล้วก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
เขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้มานานหลายปีต้องเคยได้ยินเื่ซุบซิบนินทาในหมู่บ้านมาบ้างอยู่แล้วเื่ของิจูก็ได้ยินมาไม่น้อยเลย... แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการใส่ร้ายป้ายสีนั้นอาศัยเพียงแค่ปากคนนำพาเท่านั้นคงจะจริง
เขาเหลือบมองเจียงตั่วอีกครั้ง“ฉันเก็บตำราแพทย์และบันทึกทางการแพทย์ไว้จำนวนหนึ่งเดี๋ยวนายมาเอาไปให้ภรรยาศึกษาดูนะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรตรงไหน ก็พาเธอมาถามฉันได้”
คำว่า‘ภรรยา’ ในความรู้สึกของเจียงตั่วคำนี้พูดมาแล้วฟังดูแปลกๆ แต่เขาก็ไม่ได้แก้ไขความเข้าใจของโจวชางิ
เพราะอย่างไรเขากับิจูก็เป็สามีภรรยากันอยู่แล้วทั้งในนามและในความเป็จริง
“ได้ครับ ขอบคุณมากครับ” เจียงตั่วกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพก่อนจะเหลือบมองเฉียวปินที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้างุนงง “เฉียวปินพาเหล่าโจวกลับไปส่งที แล้วหยิบตำรากลับมาด้วยนะ”
“ครับ”
เฉียวปินพาโจวชางิเดินไปไม่กี่ก้าวเขาก็กระซิบถาม “เหล่าโจว แม่เฒ่าคนนั้น...ิจูช่วยชีวิตหล่อนไว้จริงหรือ?”
“จริงแท้แน่นอน!”
“เฮ้อ” เฉียวปินรู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชื่อ “ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเธอจะมีความสามารถขนาดนี้แต่สาวน้อยคนนั้นนิสัยแย่มากเลย คุณไม่กลัวเธอเหรอครับ?”
โจวชางิมองที่เฉียวปินแล้วยิ้ม“แย่เหรอ? ฉันกลับคิดว่าผู้กองเจียงเจอขุมทรัพย์เข้าแล้วต่างหาก”
เฉียวปิน‘ทำไมถึงคิดแบบนั้นนะ?’
เขาได้เห็นิจูเวลาด่าคนมาแล้วกับตา!
แม้บัณฑิตสวีคนนั้นสมควรถูกด่าจริงแต่ิจูปากจัดขนาดนั้น ผู้กองก็เป็คนนิ่งๆ พูดน้อยอยู่ด้วยสิในอนาคตไม่รู้จะถูกรังแกจนตายหรือเปล่าแล้วแบบนี้จะเรียกว่าเจอขุมทรัพย์ได้อย่างไรกัน?
โจวชางิเพียงแค่ยิ้มเฉียวปินยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่
...
ที่ลานบ้าน
เจียงตั่วบอกให้ิจูอยู่รอก่อนสักครู่ได้ตำราแล้วค่อยกลับ ิจูก็รับปาก
ที่จริงเขาอยากให้เธอเข้าไปนั่งในบ้านแต่บัณฑิตที่อยู่บ้านข้างๆ แอบมองมาทางนี้หลายคน
เพื่อรักษาชื่อเสียงของิจูเขาจึงนั่งกับเธอที่ลานบ้านพักหนึ่ง
สิบกว่านาทีต่อมาเฉียวปินกลับมาพร้อมกองตำราและบันทึกจำนวนมาก เขายื่นของให้เจียงตั่วแล้วก็หลบไปในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด
ิจูหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมาพลิกดู...โอ้โห โจวชางิจัดระเบียบข้อมูลได้ดีจริงๆ เขาถึงขนาดใจกว้างยอมยกสมบัติรักที่เก็บไว้ก้นหีบให้เธอทั้งหมดด้วย!
เจียงตั่วเหลือบมองตามไปสองสามหน้าแล้วก็พบว่าเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทางที่ยากต่อการเข้าใจ
แต่ิจูกลับอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจดวงตาเป็ประกาย ราวกับว่าสิ่งที่เขียนอยู่ในนั้นทั้งหมด เธอสามารถเข้าใจและยังมีความสนใจอย่างแรงกล้า
นี่มันแปลกมากจริงๆ
กลายเป็ครั้งแรกที่เขาเอ่ยปากถามถึงเื่ส่วนตัวของเธอ“ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจเื่พวกนี้ทั้งหมดเลยนะก่อนหน้านี้ไปเรียนมากี่ปีแล้วเหรอ?”
ความเพลิดเพลินของิจูขณะที่กำลังพลิกตำราหยุดชะงักไปครู่หนึ่งแย่แล้ว เผลอตื่นเต้นเกินไปหน่อย!
ลืมไปเลยว่าเ้าของร่างเดิมไม่ชอบเรียนหนังสือเข้าเรียนมัธยมได้แค่ครึ่งปีก็ไม่ไปเรียนต่ออีก เื่นี้เป็ที่รู้กันดีเธอแต่งเื่โกหกไม่ได้
แต่ถ้าตอนนี้ไม่ปิดบังให้หมดจดในอนาคตก็ต้องคอยปกปิดอีกหลายเื่โดยเฉพาะปีหน้าที่จะมีการกลับมาจัดสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเธอยังต้องร่วมสอบให้ได้ด้วย!
เธอคิดแล้วคิดอีกข้ออ้างดีที่สุดก็คงเป็คุณย่าผู้ล่วงลับที่เคยเป็ชนชั้นสูง
“ฉันเรียนจบแค่ชั้นประถมค่ะแต่ทุกอย่างที่สอนในชั้นมัธยมคุณย่าก็สอนมาหมดแล้วถึงฉันจะเรียนไม่เก่งนักก็ตาม... เื่ที่อาจารย์โจวบันทึกไว้พวกนี้ลึกซึ้งมากฉันเองก็อ่านไม่เข้าใจหรอกค่ะแต่เป็เพราะคุณย่าเคยเล่าเื่การช่วยชีวิตคนในสนามรบให้ฉันฟังบ่อยๆ คำศัพท์บางคำในนี้ฉันเลยพอจะจำได้บ้าง”
ิจูคิดว่าเมื่อเธอพูดเช่นนี้แล้ว เขาคงไม่สงสัยอะไรอีกต่อไปแล้วใช่ไหมนะ?
แต่ไม่ใช่เลย...
“เื่ที่หมอกับพยาบาลเรียนน่าจะเป็คนละเื่กันเลยไม่ใช่หรือ?”
ิจูกัดฟันเจียงตั่วคนนี้ช่างขี้ระแวงเสียจริง!
มีบางเื่ที่ต่อให้เธอจะอธิบายผิวเผินหรือลึกซึ้งเกินไปก็ไม่เหมาะสมทั้งคู่อาจจะต้อง... แกล้งทำเป็โกรธไปเลย ยังไงซะเธอก็เป็‘ยัยตัวร้าย’ อยู่แล้วนี่นา
ใบหน้าหวานใสอ่อนเยาว์ของิจูพลันบึ้งตึงเสแสร้งทำเป็โกรธ เสียงหวานใสของเธอเจือความฉุนเฉียว“นี่คุณกำลังสอบสวนนักโทษอยู่หรือเปล่าคะ? คุณย่าของฉันเป็พยาบาลสนามแค่พยาบาลเรียนรู้จากหมอมาบ้างไม่ได้เลยหรือ?”
เจียงตั่วอึ้งจนพูดไม่ออกในทันทีเขาสบกับดวงตากลมโตของิจู เมื่อครู่นี้ยังหัวเราะคิกคักอยู่เลยแท้ๆทำไมถึงเปลี่ยนท่าทีได้เร็วขนาดนี้ ถามคำถามนิดหน่อยก็โกรธแล้ว?
อารมณ์แปรปรวนแบบนี้ช่าง...
เมื่อิจูเห็นเจียงตั่วไม่พูดอะไรแสดงว่าได้ผล เธอจึงไม่คิดจะคืบหน้าไปอีก แค่อยากจะหยิบตำราพวกนี้ไป
เธอเอื้อมมือไปรับตำราจากอ้อมแขนของเจียงตั่วเขาก็ปล่อยมือให้ แต่ิจูไม่คาดคิดว่าของมันจะหนักขนาดนี้!
ร่างกายที่บอบบางของเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ไม่สิ เกือบจะล้มไปข้างหน้าแล้วต่างหาก
บังเอิญเหลือเกินใบหน้าของเธอัักับแขนของเจียงตั่วโดยตรง และริมฝีปากของเธอก็ไปโดนที่…
เชิงอรรถ
[*]ตำราหลักการรักษาจากหีบทองคำ หรือตำราจินคุ่ยเย่าเลวี่ยเป็ตำราที่กล่าวถึงการรักษาโรคทั่วไป รวบรวมมาจากตำรา 16 เล่มของจางจ้งจิ่ง
[**]จางจ้งจิ่ง เป็หมอในยุคราชวงศ์ฮั่นผู้รวบรวมความรู้ทางการแพทย์ในอดีตและประสบการณ์ของตนเองแต่งตำรา 16 เล่ม แยกโรคตามอาการ และอาการแสดง มีชื่อว่า ซางหานจ๋าปิ่งลุ่นหรือตำราไข้และโรคเบ็ดเตล็ด
[***]ตำราเวชศาสตร์ฉุกเฉิน หรือตำราสือโฮ่วจิ้วจู๋ฟางเป็ตำรายาฉุกเฉินสำหรับเก็บไว้ในแขนเสื้อ โดยเก๋อหงถือเป็ตำราปฐมพยาบาลเล่มแรกของโลก