ณ โถงกลางหอตำรา อี้เฉียนนั่งเปิดตำราไปมาด้วยท่าทางเหม่อลอย ภาพความทรงจำเมื่อคืนมันลอยเข้ามาในหัวทำเอาอี้เฉียนไม่มีสมาธิอ่านตำราเลย อี้เฉียนนึกถึงแล้วก็ยิ้มเป็ระยะๆอยู่แบบนั้นจนอาฉางที่ยืนอยู่ข้างๆยังต้องยิ้มตามไปด้วย
"องค์ชาย..เมื่อคืนนี้ท่านหายไปไหนมาหรือพะยะค่ะ? พระสนมลีเสด็จมาหาองค์ชายที่จวนด้วย เมื่อเห็นว่าองค์ชายไม่อยู่นางจึงกลับไป…เอ่อ..มันเกิดอะไรขึ้นหรือพะยะค่ะ?"
"เมื่อคืนข้าโดนวางยา"
"วางยา!!!..ยาอะไร ใครเป็คนทำหรือพะยะค่ะ"
"เป็ยาปลุกกำหนัด เ้าคิดว่าใครเป็ผู้มีสิทธิ์ยาชนิดนี้"
"แน่นอนว่ายาก็ต้องมาจาก หมอหลวงในสำนักหมอเมืองหยุนเปิง"
"เ้าคิดว่าหมอหลวงจะปรุงยาเช่นนี้ขึ้นมาทำไม"
"นั่นสิพะยะค่ะ ปรุงขึ้นมาทำไมและเอามาใช้กับองค์ชายตอนไหน?"
"สนมฮง…"
"จริงด้วย..มิน่าล่ะเมื่อคืนพระสนมฮงถึงได้เกรี้ยวกราดถึงปานนั้น ชาเฮกซาล ใช่แล้ว..นางต้องผสมยาลงในชาโถนั่นเเน่ๆ ข้าว่าละทันทีที่องค์ชายดื่มมันเข้าไป องค์ชายก็มีอาการแปลกๆ"
"ห้ามบอกใครเกี่ยวกับเื่นี้ รวมถึงอี้เเถียนด้วย"
"พะยะค่ะ..เอ่อ..ว่าเเต่องค์ชายหายไปไหนทั้งคืนพะยะค่ะ" ความสงสัยของอาฉางทำให้อี้เฉียนวางพู่กันแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง วินาทีนั้นใบหน้าของเขาก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมา ในขณะที่สายตาของอี้เฉียน มองเห็นหน้าใบหน้าของซูเจินลอยอยู่เต็มหัวเขาไปหมด พอเห็นท่าทางอารมณ์ของเ้านายอาฉางก็รู้ได้ทันทีว่าเมื่อคืนอี้เฉียนไปหลบอยู่ที่ไหน เขาถอยหลังออกห่าง เพื่อให้เ้านายได้ใช้เวลาคิดทบทวนเื่ที่ทำให้เขามีความสุข จนหุบยิ้มไม่ได้เช่นนี้ ในขณะที่อีกฝากฝั่งกำลังคิดวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ ซูเจินเดินวนไปวนมาอยู่หน้าเตียงซักพัก นางก็ยิ้มและดีดนิ้วออกมาราวกับคิดอะไรออกแล้ว
"คิดออกแล้ว!! เ้าน่ะ..ชื่ออะไรนะ?"
"ข้าน้อย เหมยลี่เจียงเ้าค่ะ"
"อ่อ…ข้าจะเรียกเ้าว่าอาเหมยละกันนะ ข้าคิดออกแล้วว่าจะทำยังไงให้หวังอี้เถียนและสนมลีสปาร์คกัน ข้าให้ชื่อแผนการนี้ว่าทำร้ายให้เอ็นดู!! อิอิ"
"ทำร้ายให้เอ็นดู..ยังไงหรือเ้าคะ?"
"ข้าก็จะทำให้สนมลีดูหน้าสงสารมากๆ พออี้เถียนมาเห็นเขาก็จะสงสารนางและความสงสารจะพัฒนาไปเป็ความเห็นใจและพอเห็นใจมากๆก็จะเกิดการพูดคุย ปลอบใจและในที่สุด ปิ๊งป่อง..เกิดดอกรักเบ่งบานขึ้นกลางใจ ทีนี้ล่ะสนมลีก็จะได้หลุดพ้นจากความโดดเดี่ยวเสียที เ้าก็ต้องช่วยข้าด้วยนะอาเหมย"
"ช่วยอย่างไรเ้าคะ?"
"ก็แบบนี้ไง..ขยับมานี่เดี๋ยวจะเล่าเเผนให้ฟัง" ซูเจินกระซิบแผนให้อาเหมยฟังเพื่อเริ่มแผนการนี้ไปด้วยกัน…เริ่มจากเย็นวันนั้นซูเจินส่งจดหมายสามฉบับไปให้สนมฮง สนมลีและอี้เถียนมาเจอกันที่ศาลากลางน้ำ ซึ่งเนื้อความในจดหมายนั้นล้วนต่างกันไป จดหมายที่ส่งถึงสนมลีและอี้เถียนมีเนื้อความว่าให้ไปพบซูเจินที่ศาลากลางน้ำ ส่วนเนื้อความที่ส่งหาสนมฮงนั้นคืออี้เฉียนอยากพบนางจึงให้นางไปหาที่ศาลากลางน้ำ…เมื่อถึงเวลาทั้งสนมฮงและสนมลีก็มายังจุดนัดหมายทันทีเพราะเวลานัดนั้นตรงกัน เเต่กับอี้เถียน..ซูเจินกลับเผื่อเวลาไว้ 10 นาที..เมื่อสนมลีมาถึงนางก็ยืนคอยซูเจินตามจุดในจดหมายบอกซึ่งตอนนั้นซูเจินก็ได้มาถึงแล้ว เเต่นางแอบดูผลงานอยู่ไกลๆ เวลาต่อมาสนมฮงก็มาถึงและเห็นว่าสนมลีอยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว ด้วยความขาดสติสนมฮงจึงคิดว่าสนมลีเองก็ถูกอี้เฉียนตามมาพบเช่นกัน…
"สนมลี…เ้าเองก็ได้จดหมายงั้นหรือ?"
"เพคะ พระสนมเองก็ได้จดหมาย..งั้นหรือเ้าคะ?"
"เ้ารีบกลับไปซะ ก่อนที่ข้าจะลงไม้ลงมือกับเ้า เ้าก็เห็นนี่ว่าข้าทำเช่นไรกับซูเจิน ท่านพี่อี้เฉียนเป็ของข้าเเต่เพียงผู้เดียว"
"พระสนมฮงเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้….."
"เ้าไม่ต้องมาปฏิเสธ รู้ทั้งรู้ว่าอี้เถียนไม่เข้าหาเ้า เ้าจึงเลือกที่จะเข้าหาสวามีข้าแทนใช่หรือไม่!!"
"พระสนมฮง ฟังข้าก่อน คือว่าข้ามาที่นี่เพื่อ……."
"เพื่อแทกแซงความรักของข้า…เ้ารู้อะไรไหม…ชายาคนก่อนต้องถูกเนรเทศจนหัวซุกหัวซนกลับเมืองไปเพราะใคร ข้านี่ไง!!หรือเ้าเองอยากจะเป็เช่นนั้นด้วย"
"ท่านไม่คิดจะฟังใคร นอกจากตัวท่านเอง…"
"นี่เ้ากล้าขึ้นเสียงใส่ข้างั้นรึ!!" สนมลีเริ่มหมดความอดทนเมื่อสนมฮงไม่ยอมฟังอะไรและเอาเเต่ต่อว่านาง ทำให้นางเผลอตวาดเสียงใส่สนมฮงทั้งๆที่นางเองก็เกิดอาการกลัวจนตัวสั่นเทา นี่เป็ครั้งเเรกที่ซูเจินได้ยินสนมลีะโใส่หน้าสนมฮง เธอถึงกับช็อคหันไปมองหน้าอาเหมย อย่างเหวอ เพี้ย!!! ฝ่ามืดน้อยๆเเต่เต็มแรง ฟาดลงที่หน้าของสนมลีจนล้มไปกองที่พื้น
"นี่สำหรับความจองหองของเ้า กล้าดียังไงคิดมาเทียบเคียงข้า!! เ้ามันก็เเค่สตรีจรจัดไร้ญาติขาดที่พึ่ง บ้านเมืองเ้าอยู่ไหนไม่มีใครรู้เพราะเ้ามันไม่มีอะไรเลยยังไงล่ะ!!"
".....ข้ารู้ว่านางเป็ใครมาจากไหน" บุรุษผู้งามสง่าปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์ เขาเดินมาพยุงตัวสนมลีขึ้นพร้อมกับหันไปมองหน้าสนมฮงอย่างไม่พอใจ
"ท่านพี่อี้เถียน!!"
"จริง….ที่ว่าเ้ากับนางเทียบเคียงกันไม่ได้ เพราะเ้าเป็คนที่มีจิตใจโส-มม อาฆาตแค้นพยาบาทคนอื่นไปทั่ว แต่สนมลีนั้นนางมีจิตใจเอื้อเฟื้อ โอบอ้อมอารีมีเเต่คนรัก ซึ่งถ้าเทียบกับเ้าแล้ว…เฮอะ!!"
"ข้า..ข้ายังมิได้ทำอะไรนางเลยนะเ้าคะท่านพี่…คือข้าเเค่..จะบอกกับนางว่าข้าอยู่ระดับไหน นางอยู่ระดับไหน ก็เท่านั้น!!"
"เท่าที่ข้ารู้มา เ้ากับนางอยู่ในระดับเดียวกัน นั่นก็คือพระสนม เเต่สิ่งเ้ากับนางต่างกันคือจิตใจ ก่อนที่ข้าจะเดินเข้ามา ข้ายืนมองพวกเ้าอยู่นานแล้ว ข้าเห็นทุกอย่าง เราไปกันเถอะสนมลี อย่าเสียเวลาใช้อากาศหายใจร่วมกับสตรีผู้นี้เลย" อี้เถียนพยุงสนมลีเดินออกไปด้วยความห่วงใย ทำเอาสนมฮงถึงกับโมโหเป็ฟืนเป็ไฟ ทว่าอีกฝั่งนั้นซูเจินกลับยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยความดีใจที่แผนสำเร็จ นางตีมือกับอาเหมยเพื่อฉลองความสำเร็จในครั้งนี้ด้วย ถึงเเม้ว่าแผนจะผิดพลาดตรงที่สนมลีโดนตบก็ตาม เเต่ผลที่ได้รวมๆแล้วมันก็คุ้ม…นั่นเอง