Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์

    ตอนที่ 2 รอยสลักวิญญาณ

    BRCO - บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ โดย MingGuang
    ตอนที่ 2 รอยสลักวิญญาณ
    “เถี่ยซาน ไหนล่ะปรมาจารย์ที่เจ้าว่า”
    “เบาเสียงลงหน่อย อย่ารบกวนท่านปรมาจารย์!”
    สุ้มเสียงมากมายปนเปไปด้วยความตื่นเต้นและกระหายรู้ดังมาแต่ไกล
    หลินสวินกวาดตามองฝูงชนและหยุดอยู่ที่ชายชราผู้มีเคราสีขาวตรงหน้า เขาดูผอมแห้งแต่โครงหนา ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวบ่งบอกถึงบุคลิกอันงามสง่า
    ครั้นพอเห็นหลินสวินยืนเด่นแต่ไกล ชายชราก็หยุดกึกทันควัน ความตื่นเต้นบนใบหน้านั้นหายวับ ตอนนี้เขากลับดูสับสนและแคลงใจ เพราะไม่คิดว่า “ปรมาจารย์” ที่เถี่ยซานกล่าวถึงจะเป็นเพียงหนุ่มน้อยผอมซีดดูอ่อนประสบการณ์
    “ไหนล่ะปรมาจารย์ของเจ้า เถี่ยซาน ทำไมเราจึงเห็นเพียงเด็กเมื่อวานซืนยืนอยู่ตรงนั้นเล่า”
    หลังจากได้มองเห็นหลินสวินกันเต็มตา ชาวบ้านทุกคนที่ตามเถี่ยซานมาต่างก็คลางแคลงใจไปด้วย
    เถี่ยซานรีบประกาศอย่างแก้เก้อ “พวกเจ้า พ่อหนุ่มคนนี้แหละคือปรมาจารย์ที่ข้าพูดถึง!”
    คำอธิบายของเขารังแต่จะเพิ่มความแคลงใจให้กับพวกเขาจนเริ่มควบคุมไม่อยู่
    “ขอโทษเถอะนะ เจ้าเชื่อจริงๆ รึว่าเจ้าหนุ่มน้อยนี่สามารถรักษาข้าวศักดิ์สิทธิ์และคืนความสมบูรณ์ให้การเก็บเกี่ยวของเจ้าได้ ไร้สาระสิ้นดี!”
    “เถี่ยซาน เจ้าถูกหลอกแล้วล่ะ เขาไม่ใช่ปรมาจารย์ที่ไหนหรอก กะอีแค่เด็กเมื่อวานซีน เด็กตัวแค่นี้จะมีปัญญาฆ่าหนอนธุลีทรายได้ยังไง ข้าว่ามันคงทำได้อย่างเดียว คือช่วยเยี่ยวรดน้ำให้นาข้าวศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าเท่านั้นแหละ”
    “เถี่ยซาน เจ้ามัวแต่เล่นตลกกับพวกข้าได้อย่างไร ผืนนาข้าวศักดิ์สิทธิ์ของเรากำลังแย่นะ”
    ชาวบ้านบ้างก็ไม่พอใจ บ้างก็คลางแคลงใจ หรือไม่ก็โกรธ พวกเขาหัวเราะเยาะเถี่ยซาน เพราะลึกๆ แล้วพวกเขาคิดว่าเถี่ยซานโดนหลอกเข้าให้แล้ว
    ไม่แปลกที่พวกเขาจะคิดเช่นนั้น หลินสวินเป็นหนุ่มน้อยที่สุขภาพดี เพียงแต่อาจดูผอมซีดไปเสียหน่อย ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกเขาที่จะมองว่าเด็กหนุ่มเป็นปรมาจารย์
    ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นฉับพลันทำให้เถี่ยซานวิตกจริต เขาตะโกนปรามอย่างร้อนรน “พวกเจ้า ข้าไม่ได้โกหกนะ ให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองเสียก่อนสิ”
    โชคร้ายที่ชาวบ้านทั้งหลายรู้สึกว่าโดนหลอก เลยไม่มีใครมีอารมณ์จะฟัง
    แม้จะวุ่นวายขนาดนั้น หลินสวินก็ยังเพิกเฉยต่อสายตาแปลกๆ ที่มองมาได้โดยสิ้น ก่อนตรงเข้าไปหาชายชราแล้วถามขึ้น “หากข้าเข้าใจไม่ผิด ท่านคงเป็นหัวหน้าหมู่บ้านเฟยอวิ๋นแห่งนี้สินะขอรับ”
    “ถูกแล้ว” ชายชราพยักหน้ารับ เขาเหลือบมองหลินสวินตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยสายตาของผู้ที่อาจกล่าวว่าผ่านน้ำร้อนมาก่อน เขาสงบนิ่งจนเกือบไร้อารมณ์
    “ท่านยอมรับเงื่อนไขของข้าได้หรือไม่ขอรับ” หลินสวินถามต่อ
    เขาอาจจะดูอ่อนเยาว์และขาดวัยวุฒิ กระนั้นเขาก็ยังสงบนิ่งและใจเย็นเป็นที่สุด บุคลิกไม่ธรรมดาเกินวัยนี้ประทับใจชายชราเข้าอย่างจัง
    เขาพยักหน้า “หากเจ้าทำตามที่เจ้าต่อรองไว้ได้ ข้าก็จะยอมให้เจ้าอยู่ที่นี่”
    ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ต่างพิศวงและเริ่มถามด้วยความกังขา “ท่านเชื่อไอ้หนุ่มนี่จริงหรือขอรับ”
    ชายชราแสดงวิสัยทัศน์อันแน่นหนักในฐานะของหัวหน้าหมู่บ้านทันที เขากางแขนออกและกล่าว “ทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนคุ้มค่าที่จะลอง มิเช่นนั้นเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจะสำเร็จรึเปล่า”
    หลินสวินยิ้ม รู้แน่ชัดแล้วว่าได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนเป็นที่เรียบร้อย เขาพลันหันไปหาเถี่ยซานและถาม “ท่านลุง ได้นำอาหารมาให้ข้าบ้างรึเปล่า”
    เถี่ยซานรีบยื่นเนื้อสัตว์อสูรตากแห้งชิ้นใหญ่และกระติกหนังใส่น้ำบาดาลให้แก่เขา
    ไม่พูดพร่ำทำเพลง หลินสวินทิ้งตัวลงนั่งยองๆ กับคันนาและเริ่มสวาปามอาหารลงท้อง เนื้อสัตว์อสูรตากแห้งอาจไม่ให้พลังวิญญาณมากนัก หากแต่รสชาติจัดจ้านด้วยเกลือและเครื่องปรุงรส
    เมื่อเห็นเขากินตะกรุมตะกรามอย่างกับผีห่าที่โหยส่วนบุญ ชาวบ้านก็พากันระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ความเคลือบแคลงยิ่งทวีคูณ หรือเขาจะเป็นแค่เด็กเหลือขอที่โกหกแลกอาหารเล่า
    แม้แต่เถี่ยซานก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยอย่างเดียวกัน หากหลินสวินเป็นพวกต้มตุ๋นจริง เขาจะอับอายแค่ไหนกันนะ
    ท่ามกลางกระแสความเคลือบแคลงใจและความสับสน มีเพียงชายชราเท่านั้นที่มองมายังหลินสวินด้วยความเอ็นดูปนทึ่งเล็กน้อย ครุ่นคิดไปด้วยว่าเจ้าเด็กนี่จะเป็นจอมโกหกเดนตายหรืออัจฉริยะชั้นเซียนกันแน่
    ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ความกล้าหาญชาญชัยของเขาควรค่าที่จะได้รับการระลึกถึงอย่างแท้จริง
    ไม่ช้าหลังจากที่หลินสวินเขมือบเนื้อสัตว์อสูรตากแห้งชิ้นใหญ่ลงท้องแล้ว เขาก็ดื่มน้ำบาดาลเย็นชื่นใจตามลงไปอึกใหญ่ราวกับปลาขาดน้ำ ตอนนี้เขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งแล้ว
    “น้องชายข้า เรามาเริ่มกันเลยไหม” เถี่ยซานอดไม่ได้ที่จะทวงถาม
    “ยังก่อน” หลินสวินโพล่งขึ้น มองขึ้นไปบนท้องฟ้า
    เวลาผ่านไป ความมืดมิดเริ่มปกคุลมเข้ามาใกล้จากขอบฟ้า
    พอดีกับที่ชาวบ้านเริ่มจะหมดความอดทน หลินสวินก็เริ่มลงมือหลังจากยืนนิ่งอยู่นานสองนาน เขาเปิดหีบไม้โบราณที่วางแทบเท้าเขาอยู่ออก หยิบเอากริชสีน้ำเงินเขียวอ่อนยาวสามสิบนิ้วกว้างสามนิ้วออกมา แล้วเดินตรงไปหาผืนนาข้าวศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
    ชายชราหรี่ตาลง เขาสัมผัสได้ถึงมวลบางอย่างที่คุ้นเคยและแตกต่างส่งออกมาจากตัวหลินสวิน ผู้ซึ่งกำลังสงบนิ่ง ใจเย็นและมีสมาธิ หอบเอาความทรงจำที่เลือนรางและเกือบลืมไปแล้วซึ่งถูกฝังอยู่ลึกสุดดวงใจกลับคืนมา
    เขาโบกมือปรามชาวบ้านให้หยุดโวยวายทันควัน “เงียบ แล้วรอหน่อย”
    ความขึงขังอันไม่อาจปฏิเสธได้ในน้ำเสียงของเขาพลันยุติเสียงรบกวนทั้งปวง แต่ไม่อาจยุติความเคลือบแคลงใจได้ ชาวบ้านทุกคนยังคงจับจ้องหลินสวินอย่างไม่ยอมรับ
    เมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้พูด ชาวบ้านบางคนจึงได้แต่มองหน้ากันและกระจายตัวกันไปล้อมผืนนาข้าวศักดิ์สิทธิ์ไว้อย่างเงียบๆ เผื่อว่าหลินสวินพยายามจะหลบหนี
    ไม่มีวี่แววว่าหลินสวินจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอันน้อยนิดนี้ เขาล้วงเอาเศษกระดูกสีทองที่หน้าตาเหมือนงาช้างหนาเท่านิ้วโป้งออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน
    เขากุมด้ามกริชสีน้ำเงินเขียวนั่นไว้ด้วยมือขวา ก่อนสลักเศษกระดูกนั่นด้วยคมมีดจนเกิดเสียงดังขูดขีด
    ผงสีทองอ่อนหลายกำมือร่วงพรูลงมาจากเศษกระดูกนั้นสู่ฝ่ามือของหลินสวิน เมื่อฝ่ามือของเขาปกคลุมไปด้วยผงสีทองอ่อนเหล่านี้จนหนา เขาจึงค่อยหยุดและเก็บเศษกระดูกนั้นกลับใส่กระเป๋าดังเดิม
    หลังจากสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ เขาก็ทรุดลงนั่งยองๆ จุ่มปลายนิ้วมือหนึ่งนิ้วลงกับผงสีทองอ่อน แล้วเริ่มวาดมันลงบนผืนนาข้าวศักดิ์สิทธิ์อันฉ่ำชุ่ม
    แม้จะห่างขนาดนั้น ชาวบ้านต่างก็เห็นชัดว่าเขากำลังจะทำอะไร
    ใบหน้าของเขาอ่อนโยนและซีดเซียวเล็กน้อย ดวงตาใสแจ๋วของเขาดูมุ่งมั่น นิ้วมือที่ใช้ต่างแปรงของเขากำลังวาดลวดลายหงิกงอซับซ้อนลงบนพื้นดิน การเคลื่อนไหวของเขาไหลลื่นและเป็นธรรมชาติราวกับเมฆลอยลมและธารน้ำไหลริน ช่างเป็นภาพที่น่าดูอะไรเยี่ยงนี้
    ชาวบ้านจ้องหลินสวินและลวดลายปริศนาสีทองอ่อนที่ยังไม่เสร็จดีด้วยความตะลึงงัน
    แม้จะไม่รู้ว่าคืออะไร แต่พวกเขาก็ยังพอจะบอกได้ว่าหลินสวินกำลังทำอะไรบางอย่างที่เหนือจินตนาการของพวกเขาอยู่
    แววความทุ่มเทและมุ่งมั่นบนใบหน้าเขา การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและคมชัด เช่นกันกับลวดลายสีทองอ่อนที่ใกล้จะสมบูรณ์ ต่างเสริมให้หลินสวินดูน่าค้นหายิ่งขึ้น
    ชาวบ้านหลายคนคลายความเคลือบแคลงใจลงโดยไม่รู้ตัว ขณะที่หลายคนหลงเชื่อไปแล้วเต็มเปา
    พวกเขาอาจจะไม่เข้าใจนัก แต่ก็ไม่อาจหยุดทึ่งไปกับความสามารถของหลินสวินได้
    ชายชราตัวสั่นเล็กน้อยกับสิ่งที่มองเห็น ก่อนจะประจักษ์แก่ใจในท้ายที่สุด หนุ่มน้อยคนนี้อาจจะดูอ่อนแอและเปราะบาง หากแต่สิ่งที่เขากำลังสลักอยู่คือรอยสลักวิญญาณอย่างแน่นอน
    TBC
    เข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang