ตูม! ตูม!
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวพุ่งทะยานเสียดฟ้า แรงสั่นะเืทำเอาต้นไม้จำนวนมากแตกหัก บนพื้นดินปรากฏรอยแยกที่น่าสะพรึงกลัวทอดยาวเกือบสองลี้ ร่างอันใหญ่โตของวัวทมิฬเขาเหล็กถูกคลื่นกระแทกจากการะเิซัดจนปลิวละลิ่ว ราวกับูเาลูกใหญ่ที่ร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างแรงจนกลายเป็หลุมลึก ควันโขมงพวยพุ่งขึ้นมา
ฝั่งตรงข้ามของวัวทมิฬเขาเหล็ก เงาดำสายหนึ่งพุ่งฝ่าฝุ่นควันที่ตลบอบอวล ถอยร่นไปไกลหลายสิบจั้ง จึงเพิ่งจะหลุดพ้นจากคลื่นกระแทกที่แผ่กระจายออกมาจากการะเิได้สำเร็จ
"แค่ก แค่ก..." กู่เฟิงไอเบา ๆ บนใบหน้าหล่อเหลาปรากฏสีแดงระเรื่อ ลำคอมีเืร้อน ๆ ตีตื้นขึ้นมาจนเกือบจะกระอักออก
วัวทมิฬเขาเหล็กตัวนี้มีความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวในระดับขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นต้น ในชั่วพริบตาที่ปะทะกับการโจมตีของเจดีย์สีทองขนาดเล็ก คลื่นกระแทกจากการะเิที่ปะทุออกมานั้นรุนแรงมากเกินไป
หากไม่ใช่เพราะเขาปลุกกายาศักดิ์สิทธิ์าจนความแข็งแกร่งของร่างกายอยู่เหนือล้ำกว่าแต่ก่อนมากนัก เกรงว่าในยามนี้เขาคงไม่ใช่แค่ได้รับาเ็เล็กน้อย แต่คงจะได้รับาเ็สาหัสจนถึงขั้นเสียชีวิตไปแล้ว
ขอบเขติญญาก่อกำเนิดและขอบเขตแก่นทองคำแม้จะดูเหมือนห่างกันเพียงก้าวเดียว แต่กลับมีความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสัตว์ิญญาที่อาศัยความได้เปรียบทางด้านร่างกายที่แข็งแกร่งดุดันและพละกำลังอันมหาศาล ในระดับขอบเขตเดียวกัน พวกมันมักจะสามารถสังหารผู้ฝึกตนได้อย่างง่ายดาย
การที่กู่เฟิงอาศัยระดับขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้น สามารถถอยร่นจากการโจมตีของวัวทมิฬเขาเหล็กได้อย่างสง่างามและช่วยชีวิตหลินชิงชิงเอาไว้ได้ ก็นับว่าฝืนลิขิตฟ้ามากพอแล้ว
"ข้ากะแล้วเชียวว่าเ้าจะต้องอยู่ที่นี่!" หลินชิงชิงนอนอยู่ในอ้อมกอดของกู่เฟิง นางมองดูใบหน้าด้านข้างที่แฝงไปด้วยความองอาจผ่าเผยของเขา ความเ็ปทั่วร่างก็ราวกับจะมลายหายไปจนสิ้น นางะโออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจเป็อย่างยิ่ง
"ยัยหนูอย่างเ้า เหตุใดจึงเดินทางจากราชวงศ์เทียนหยวนมาถึงที่นี่ได้?"
"เ้าไม่รู้หรือว่าที่นี่คือเขตแดนมรณะ? หากข้ามาไม่ทัน พวกเ้าทุกคนคงต้องตายอยู่ที่นี่แล้ว!" กู่เฟิงตีหน้าขรึมและเอ่ยตำหนิ หากเขามาไม่ทันเวลา หลินชิงชิงคงกลายเป็ิญญาเร่ร่อนภายใต้การโจมตีของวัวทมิฬเขาเหล็กไปแล้ว
"ฮึ เ้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าข้าหนีออกมาอย่างยากลำบากเพียงใด? เ้ายังจะมาดุข้าอีก! เ้าคนไร้หัวใจ!" หลินชิงชิงทำแก้มป่อง เผยสีหน้าแง่งอนที่ทั้งน่ารักและไร้เหตุผล ทำให้กู่เฟิงเห็นแล้วถึงกับปวดหัว
โฮก!
"องค์หญิงระวัง!" เสียงคำรามของวัวทมิฬเขาเหล็กดังสนั่นดุจอัสนีบาต ทำเอาแก้วหูของผู้คนเ็ป มันพุ่งทะยานเข้าสังหารกู่เฟิงและหลินชิงชิงท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความใของผู้ฝึกตนจากราชวงศ์เทียนหยวน
ร่างอันใหญ่โตของมันพ่นหมอกเืสีสดออกมา ทุกคนจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ลำคอของวัวทมิฬเขาเหล็กมีรูเืขนาดเท่ากำปั้นปรากฏขึ้นั้แ่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้
ภายในรูเืนี้ยังมีแสงสีทองหม่นหลงเหลืออยู่ นั่นคือร่องรอยการโจมตีที่เจดีย์สีทองขนาดเล็กของกู่เฟิงทิ้งเอาไว้!
ความแข็งแกร่งของกู่เฟิงในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะเป็ภัยคุกคามต่อศัตรูในขอบเขติญญาก่อกำเนิด เขาต้องขอยืมพลังของเจดีย์ชิ้นนี้ จึงจะสามารถลอบโจมตีจนวัวทมิฬเขาเหล็กได้รับาเ็สาหัสได้
วัวทมิฬเขาเหล็กคลุ้มคลั่งเพราะอาการาเ็ ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเืสีแดงฉาน ในหัวคิดเพียงแต่จะสังหารกู่เฟิงมนุษย์ที่สมควรตายผู้นี้ให้จงได้
"เ้าไปหลบก่อน ข้าจะจัดการมันเอง" กู่เฟิงวางหลินชิงชิงลง ก่อนจะกลายร่างเป็เงาเลือนรางพุ่งทะยานเข้าหาวัวทมิฬเขาเหล็ก
หลินชิงชิงสะดุ้งใกับการกระทำอันกะทันหันของกู่เฟิง นางคิดว่ากู่เฟิงจะฉวยโอกาสนี้หลบหนีไป แต่ใครจะคิดว่ากู่เฟิงไม่เพียงไม่ถอยหนี กลับเป็ฝ่ายพุ่งทะยานเข้าใส่วัวทมิฬเขาเหล็กเสียเอง!
หัวใจของนางบีบรัดแน่นด้วยความตึงเครียด ทว่าในยามนี้จะร้องเรียกกู่เฟิงก็สายเกินไปเสียแล้ว นางทำได้เพียงสวดภาวนาอย่าให้กู่เฟิงเป็อะไรไป
ตูม!
กู่เฟิงถือเจดีย์สีทองขนาดเล็กไว้ในมือ พุ่งโจมตีใส่วัวทมิฬเขาเหล็กอย่างเกรี้ยวกราด การโจมตีของเขาแฝงไปด้วยความโกรธแค้นที่ยากจะสะกดข่มเอาไว้
วัวทมิฬเขาเหล็กทำให้หลินชิงชิงาเ็ อีกทั้งยังเกือบจะพรากชีวิตของนางไป นี่คือสิ่งที่เขาไม่อาจให้อภัยได้
หากเป็การพุ่งชนปะทะกันซึ่งหน้า ต่อให้กู่เฟิงมีเจดีย์สีทองขนาดเล็กซึ่งเป็ของวิเศษสายโจมตีที่มีอานุภาพร้ายแรง ก็ยากที่จะเอาชนะมันได้ หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจถูกมันสังหารกลับได้
ทว่าในยามนี้ วัวทมิฬเขาเหล็กถูกเขาใช้เจดีย์สีทองขนาดเล็กโจมตีจนได้รับาเ็สาหัส พลังในการโจมตีลดทอนลงไปมาก เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับวัวทมิฬเขาเหล็กในสภาพที่อ่อนแอ โอกาสชนะก็ย่อมมีมากขึ้นอย่างมหาศาล!
ตูม ตูม!
กู่เฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาถ่ายเทพลังิญญากว่าครึ่งหนึ่งเข้าสู่เจดีย์สีทองขนาดเล็ก ในชั่วพริบตา ราวกับว่าพลังในร่างกายของเขาถูกสูบออกไปจนแห้งเหือด
หลังจากที่เจดีย์สีทองขนาดเล็กดูดซับพลังิญญาของเขาไปกว่าครึ่ง มันก็เปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้าบาดตา แปรเปลี่ยนเป็ลำแสงสีทองสองสายพุ่งทะยานเข้าใส่วัวทมิฬเขาเหล็ก ลำแสงทั้งสองสายพุ่งเป้าไปที่าแฉกรรจ์บนลำคอของวัวทมิฬเขาเหล็กอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
ท่ามกลางเสียงะเิดังสนั่นจนหูแทบหนวก วัวทมิฬเขาเหล็กก็ถูกเจดีย์สีทองขนาดเล็กซัดจนปลิวละลิ่ว สภาพเนื้อตัวเละเทะอาบย้อมไปด้วยเื าแทะลุผ่านลำคอจนเหลือเพียงิัที่เชื่อมติดกันเอาไว้ เหมือนศีรษะของมันพร้อมจะหลุดร่วงลงมาได้ทุกเมื่อ
กู่เฟิงเองก็ถูกคลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวของวัวทมิฬเขาเหล็กกระแทกจนลอยกระเด็นออกไปเช่นกัน แต่เขาไม่ได้รับาเ็สาหัสอันใด เขาสามารถทรงตัวกลางอากาศและหยุดร่างที่กำลังลอยละลิ่วได้สำเร็จ ในชั่วพริบตาที่เท้าแตะพื้น เขาก็ย่ำเท้าลงบนปฐีอย่างแรง พุ่งทะยานออกไปราวกับพยัคฆ์กระหายเื
ปัง!
กู่เฟิงรวบนิ้วทั้งห้ากำหมัดแน่น ในชั่วพริบตาที่หมัดพุ่งออกไปก็บังเกิดเสียงดังกึกก้องราวกับอัสนีบาต
ผัวะ...
หมัดกระทบศีรษะของวัวทมิฬเขาเหล็กะเิกระจาย เหลือเพียงเขาเดี่ยวที่ส่องประกายแวววับหล่นลงบนพื้น ซึ่งกู่เฟิงก็คว้ามันติดมือไปอย่างรวดเร็ว
"นี่มัน..."
"หมัดเดียวทำเอาศีรษะของวัวทมิฬเขาเหล็กะเิแหลกละเอียด เขายังเป็มนุษย์อยู่หรือเปล่า?"
"เขาดูอายุเพียงยี่สิบปีเศษเท่านั้น แต่กลับสามารถสังหารวัวทมิฬเขาเหล็กตัวเต็มวัยได้!"
"เขาเป็ตัวประหลาดหรืออย่างไร???"
เหล่าผู้ฝึกตนที่มาจากราชวงศ์เทียนหยวนต่างเบิกตากว้างมองกู่เฟิงราวกับเห็นผี ตกตะลึงเสียจนอ้าปากค้างคางแทบจะร่วงหล่นลงพื้น
ต่อให้ในยามที่กู่เฟิงลงมือสังหารวัวทมิฬเขาเหล็ก เขาจะขอยืมของวิเศษสายโจมตีที่ดูทรงพลังอย่างมาก แต่หากเปลี่ยนเป็ผู้อื่น ก็ยากที่จะทำได้เช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่กู่เฟิงอาศัยเพียงหมัดเนื้อ ๆ ของเขาซัดจนศีรษะของวัวทมิฬเขาเหล็กะเิกระจุย ภาพเหตุการณ์นี้ช่างน่าตื่นตะลึงถึงขีดสุด
ฟุ่บ...
หลังจากที่กู่เฟิงสังหารวัวทมิฬเขาเหล็กแล้ว เขาก็แปรเปลี่ยนเป็สายลมอันแ่เบา มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของหลินชิงชิง
ในยามนี้ ใบหน้าอันอ่อนหวานน่ารักที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบาง ๆ ของหลินชิงชิงซีดเผือด กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นของนางดูอ่อนแรงเป็อย่างยิ่ง
แม้นางจะได้รับการช่วยเหลือจากกู่เฟิงอย่างทันท่วงทีและไม่ถูกวัวทมิฬเขาเหล็กสังหาร แต่นางก็ได้รับาเ็ไม่เบาเลยทีเดียว
"เ้าทำได้อย่างไร?" ดวงตากลมโตที่เปี่ยมไปด้วยจิติญญาของหลินชิงชิงกะพริบปริบ ๆ เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
นางมองออกว่ากู่เฟิงมีตบะบารมีเพียงขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้นเท่านั้น แล้วเขาจะสามารถสังหารวัวทมิฬเขาเหล็กที่อยู่ในขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นต้นได้อย่างไร?
ตอนที่นางเดินทางไปหากู่เฟิงที่ตระกูลกู่ นางได้ยินมาว่าความแข็งแกร่งของกู่เฟิงเพิ่มขึ้นมาก แต่นางก็ไม่คาดคิดเลยว่าความแข็งแกร่งของกู่เฟิงจะเพิ่มขึ้นมากถึงเพียงนี้!
"เ้าเล่าให้ข้าฟังก่อนเถอะว่า เ้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร?" กู่เฟิงทำหน้าจนใจ เขาเดินไปนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านหลังของหลินชิงชิง วางฝ่ามือทาบลงบนแผ่นหลังของนาง ััอันเนียนนุ่มที่ส่งผ่านมาถึงมือทำให้จิตใจของเขาสั่นไหวเล็กน้อย พลันนึกถึงเื่ราวในอดีตเมื่อห้าปีก่อน
เมื่อห้าปีก่อน เขาบำเพ็ญเพียรจนถึงขอบเขตทะลวงิญญาขั้นสูงสุด กลายเป็อัจฉริยะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูลกู่ที่เตรียมทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแก่นทองคำ ด้วยความห้าวหาญในวัยเยาว์ เขาถึงกับเกิดความคิดที่จะมายังเขตแดนมรณะเพื่อล้างแค้นให้กับบิดามารดา
ทว่าเดินทางมาได้เพียงครึ่งทาง เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับโจรูเาที่มีความแข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัว เกือบจะถูกสังหาร ท้ายที่สุดก็รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด และที่แห่งนี้เองที่เขาได้บังเอิญพบกับหลินชิงชิงซึ่งแอบหนีออกจากราชวงศ์เทียนหยวนเพื่อออกมาท่องโลกกว้าง เขาได้ช่วยชีวิตหลินชิงชิงจากเงื้อมมือของโจรเ่าั้ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นความผูกพันของพวกเขา
ชายหญิงวัยเยาว์ที่ไร้เดียงสา ทั้งสองได้ร่วมเป็ร่วมตาย จนทำให้ลึก ๆ ในใจของทั้งคู่ต่างก็ก่อเกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาดบางอย่างขึ้นมา หลังจากนั้น หลินชิงชิงก็ถูกยอดฝีมือที่เสด็จพ่อของนางส่งมาพากลับไป พวกเขาจึงไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย
หลายปีที่ผ่านมา ภายในใจของกู่เฟิงคิดเพียงแต่เื่ล้างแค้นให้กับบิดามารดา จึงค่อย ๆ กดทับความรู้สึกที่มีต่อหลินชิงชิงเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ จวบจนกระทั่งวันนี้ที่เขาได้พบกับหลินชิงชิงอีกครั้ง ความรู้สึกที่ถูกกดทับเอาไว้ในใจมานานถึงห้าปี ก็กลับมาสั่นคลอนอีก
"ฮึ ก็ตาแก่จอมเ้าเล่ห์นั่นน่ะสิ เพื่อประจบประแจงสำนักจันทร์โลหิต ถึงกับบังคับให้ข้าแต่งงานกับเ้าหมาเฉิงอันแห่งสำนักจันทร์โลหิต!" เมื่อหลินชิงชิงพูดถึงเื่นี้ นางก็โกรธจนกัดฟันกรอด
สำนักจันทร์โลหิตจัดว่าเป็ขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งเป็อย่างมาก เป็ถึงผู้ยิ่งใหญ่ที่ไร้เทียมทานในอาณาเขตนับแสนลี้ ดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองของพวกเขา มีราชวงศ์และสำนักน้อยใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่นับไม่ถ้วน ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องแหงนหน้าเคารพยำเกรงสำนักจันทร์โลหิต
ภายในดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองของสำนักจันทร์โลหิต ราชวงศ์เทียนหยวนมีความแข็งแกร่งเพียงระดับปานกลางค่อนไปทางสูงเท่านั้น และในอีกสองปีให้หลัง นายน้อยคนใหม่ของสำนักจันทร์โลหิตก็จะขึ้นรับตำแหน่งอย่างเป็ทางการ
หลินชิงชิงเป็โฉมงามที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในดินแดนปกครองของสำนักจันทร์โลหิต แม้นางจะอายุยังน้อย แต่ก็เติบโตมางดงามหยดย้อยจนมัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา มีรูปโฉมงดงามล่มบ้านล่มเมือง นายน้อยเฟิงเฉิงอันแห่งสำนักจันทร์โลหิตที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งผู้นี้ หมายปองความงามของหลินชิงชิงมานานแล้ว ทว่าหลินชิงชิงกลับไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามเขา เขาจึงฉวยโอกาสที่จะได้ขึ้นเป็นายน้อย เสนอเงื่อนไขนี้ต่อประมุขสำนัก
ประมุขสำนักจันทร์โลหิตมีสายเืเดียวกันกับเฟิงเฉิงอัน อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับเฟิงเฉิงอันเป็อย่างมาก จึงตอบตกลงรับข้อเสนอของเฟิงเฉิงอันอย่างง่ายดาย และได้ออกคำสั่งอันเด็ดขาดที่ไม่อาจขัดขืนได้ไปยังราชวงศ์เทียนหยวน
ในแดนั ผู้ชนะคือาา ผู้แพ้คือโจร ต่อให้ราชวงศ์เทียนหยวนจะสถาปนาตนเองเป็ราชวงศ์ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสำนักจันทร์โลหิตที่มีความแข็งแกร่งเหนือกว่า ก็ทำได้เพียงก้มหัวยอมจำนนเท่านั้น
ดังนั้น เพื่อรักษาราชวงศ์เทียนหยวนเอาไว้ หลินหวังจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจำใจต้องเสียสละหลินชิงชิง หลินหวังส่งคนเฝ้าจับตาดูหลินชิงชิงอย่างใกล้ชิดทั้งวันทั้งคืน เพื่อรอให้ถึงวันมงคลสมรสในอีกสองปีข้างหน้า ก็จะส่งตัวหลินชิงชิงไปยังสำนักจันทร์โลหิต
ผลปรากฏว่า เขาประเมินความเ้าเล่ห์แสนกลของหลินชิงชิงต่ำเกินไป ถึงกับปล่อยให้หลินชิงชิงหนีรอดไปได้จากใต้จมูกของตนเอง และภายใต้การคุ้มครองของราชครูนางก็ได้หลบหนีจากราชวงศ์เทียนหยวนอันแสนห่างไกล รอนแรมมาจนถึงหุบเขาต้องห้ามมาร...