ไปสู่ขอเมียให้ลูกแบบไหนให้มีซัมติง
หลังจาก ติณ กีรติกาญจน ได้ทำการเจรจาสู่ขอลูกชายคนเล็กของตระกูล'นฤนาทเกริกไกรขจร'เสร็จสิ้นก็ได้มอบหมายการหาฤกษ์งามยามดีของวันหมั้นและวันแต่งซึ่งได้มีการพูดคุยตกลงกันว่าจะจัดให้จบภายในวันเดียวเพื่อความสะดวกและรวดเร็วตามความต้องการของคู่บ่าวสาว(บ่าวบ่าว)ให้กับฝั่งญาติของว่าที่ลูกสะใภ้เป็นฝ่ายจัดการทั้งหมด
เดิมทีฝั่งพ่อแม่กับพี่ชายของคนรักเตโชดูจะไม่ค่อยโอเคเท่าไรที่ลูกชายตนมารักชอบผู้ชายด้วยกันด้วยกังวลเรื่องทายาทสืบสกุลแต่สุดท้ายก็ขัดภพภูมิไม่ได้เลยต้องจำใจยอมอย่างเลี่ยงไม่ได้..โดยเฉพาะคนเป็นพี่ชายดูจะหวงน้องชายมากเป็นพิเศษพยายามต่อต้านทุกทางเขายังแปลกใจว่าทำไมวันนี้ถึงได้ยอมอย่างง่ายดายนักทั้งๆที่ออกตัวแรงมาตลอด..
"ป๊าไปก่อนนะเจ้าเต..มีอะไรโทรหาป๊า" ติณเอ่ยบอกลูกชายที่เดินมาส่งตัวเองที่รถ
"ป๊าจะกลับไร่วันนี้เลยเหรอครับ"
"ยัง น่าจะกลับพรุ่งนี้บ่ายๆป๊าว่าจะไปหาเจ้าสัวธนนท์แล้วก็ว่าจะนัดสังสรรกับเพื่อนๆก่อนกลับสักหน่อยน่ะ..ฝากลูกชายของป๊าด้วยนะภพ" ติณหันไปบอกว่าที่ลูกสะใภ้พร้อมกับส่งยิ้มที่อบอุ่นไปให้
"ครับป๊า ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับแต่ช่วงนี้ป๊าต้องเหนื่อยคนเดียวรอให้เสร็จเรื่องวุ่นๆแล้วผมกับเตโชจะไปช่วยนะครับ" ติณหัวเราะออกมาอย่างชอบใจลูกสะใภ้คนนี้อาจจะเกินคาดไปสักนิดแต่ก็ต้องยอมรับว่าอุปนิสัยใจคอของเด็กคนนี้ถูกใจเขามากๆ
"ไร่'กีรติกาญจน'รอต้อนรับสมาชิคใหม่อยู่นะ..ส่วนป๊าเองก็ดีใจที่จะมีลูกชายเพิ่มขึ้นมาอีกคนต่อไปไร่'กีรติกาญจน'ก็จะไม่เงียบเหงาอีกต่อไปแล้ว"
"เราไปกันเลยไหมครับ..คุณติณ" ภีรภาพที่รับอาสาจะไปส่งติณเอ่ยถามขัดจังหวะการพูดคุยขึ้น
"นายไม่ต้องไปส่งฉันก็ได้นะเดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่ไปเองน่าจะสะดวกกว่า..อีกอย่างฉันเองก็ไม่อยากรบกวนนาย"
"รบกวนอะไรกันครับ ให้ผมไปส่งดีกว่าครับ..อย่าลืมสิว่าเราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันแล้ว" คำพูดของภีรภาพเรียกความแปลกใจให้กับภพผู้เป็นน้องชายและสองพ่อลูกเป็นอย่างมาก ไอ้คนที่เคยต่อต้านเก้าไม่เอาสิบไม่เอาหายไปไหนแล้ว
"ให้พี่ภาพไปส่งดีกว่าครับป๊าหรือถ้าป๊าไม่สะดวกใจเดี๋ยวผมกับเตโชไปส่งเองก็ได้ครับ" ภพรีบเอ่ยบอกว่าที่พ่อสามีด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะอึดอัดเพราะที่ผ่านมาพี่ชายของเขาแสดงออกมาชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับความรักในครั้งนี้ของเขากับเตโชแต่จู่ๆมากลับลำง่ายๆมันดูแปลกๆอยู่ไม่น้อย
"นายจะไปทำไมเอาเวลาพาคุณแม่ไปหาฤกษ์หมั้นฤกษ์แต่งจะดีกว่าทางนี้พี่เป็นธุระให้เอง..ไปครับคุณติณ" ภีรภาพพูดกับน้องชายตัวเองเสร็จก็หันมาเปิดประตูรถข้างคนขับให้กับติณพร้อมกับรวบรัดให้อีกฝ่ายขึ้นรถ
ติณขึ้นรถมาแบบไม่เต็มใจนักแต่ก็ไม่อยากให้เกิดการโต้เถียงกันขึ้นเลยยอมมากับอีกฝ่ายเพื่อตัดปัญหา
"คุณหิวหรือเปล่า..อยากทานอะไรก่อนไหมครับ"
"ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันกลับไปทานที่โรงแรมดีกว่านายแค่ไปส่งฉันก็พอ" ภีรภาพถอนหายใจพลางชำเลืองมองหน้าของติณที่ตอบเขาแบบไร้เยื่อใย
"แล้วจะให้ผมไปส่งที่โรงแรมไหนครับ.."
"ไปส่งฉันที่โรงแรมเมธธาวงษ์" ภีรภาพหันมามองติณพลางพยักหน้าตอบกลับไป
ติณนั่งเครื่องมาถึงตั้งแต่เมื่อวานโดยที่เตโชกับภพเป็นคนไปรับที่สนามบินครั้งแรกเจ้าสัวธนนท์จะเป็นฝ่ายมารับเขาเข้าไปพักที่บ้านด้วยกันแต่เป็นฝ่ายเขาเองที่ปฏิเสธเพราะเกรงใจแต่เจ้าสัวทำท่าจะไม่ยอม เขาเลยต่อรองกับอีกฝ่ายว่าขอไปนอนที่โรงแรมในเครือ'เมธธาวงษ์'ของเจ้าสัวแทนพร้อมกับสัญญาว่าพอเสร็จธุระแล้วจะไปดื่มเพื่อรำลึกความหลังสมัยหนุ่มๆด้วยกันพร้อมกับแก๊งเพื่อนในกลุ่มอีก4-5คน เจ้าสัวจึงยอมตกลงและยังบอกว่าให้เขานำรถหรูของเจ้าตัวในโรงจอดรถส่วนตัวที่อยู่ที่ชั้นGของโรงแรมที่มีรถหรูจอดอยู่นับสิบคันมาใช้ได้เลยเพราะเจ้าสัวโทรบอกพนักงานที่ดูแลในส่วนนี้ให้แล้วว่าเขาสามารถหยิบรถคันไหนมาใช้ก็ได้ แต่ด้วยความเกรงใจทำให้ติณเลือกที่จะให้ลูกชายกับว่าที่ลูกสะใภ้มารับแทนยกเว้นคืนนี้ที่เขาอาจจะต้องยอมละวางความเกรงใจแล้วใช้มัน
"หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะครับ..ก่อนวันงานมงคล" ภีรภาพรีบพูดออกไปก่อนที่ติณจะก้าวลงไปพ้นตัวรถ ติณยักไหล่ก่อนจะก้าวลงมาพร้อมกับก้มลงไปขอบคุณอีกฝ่ายตามมารยาทแล้วปิดประตูรถให้กับอีกฝ่ายทันที
"แล้วเจอกันนะครับ.." ภีรภาพเปิดประตูลงมาพร้อมกับร้องตะโกนบอกอีกฝ่ายเสียงดังลั่น แต่ติณกลับจ้ำอ้าวเดินหายเข้าไปในตัวของโรงแรมโดยไม่ได้หันหลังมามองแม้แต่น้อย
"เฮ้อ..ปากดีกับเขาไว้เยอะรับกรรมไปแล้วกันตัวกู ถ้ารู้ว่าพ่อตาของเจ้าภพจะตรงสเปคขนาดนี้จะไม่ปากหมาเลยกู" ภีรภาพยืนบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ
[1เดือนก่อนหน้า]
"ที่ลงทุนโทรมาหาฉันเพราะต้องการจะขัดขวางความรักของน้องชายว่างั้น.."
"แน่นอน..ผมไม่อยากให้น้องของผมหลงผิดไปชอบไม้ป่าเดียวกันหรอกนะ ที่ผ่านมาน้องชายผมชอบผู้หญิงมาตลอดแต่จู่ๆจะยอมมาเป็น..เป็นเมียลูกชายของคุณมันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ลูกชายคุณทำของใส่น้องชายผมหรือเปล่าก็ไม่รู้ยังไงผมก็ไม่ยอมหรอกนะ"
"ไม้ป่าเดียวกัน!ใช้คำพูดได้แบบ..เฮ้อ!เอาเถอะฉันจะไม่ถือสาก็แล้วกันแต่ขอถามหน่อยเหอะว่านายเรียนจบอะไรมาทำไมดูงมงายจังไม่ยักรู้ว่าคนรุ่นใหม่แบบนายจะเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วย ความคิดนายแต่ละอย่างนี่นะ ชักจะสงสารว่าที่ลูกสะใภ้ซะแล้วสิที่มีพี่ชายแบบนาย"
"นี่คุณ! จะมากไปแล้วนะ"
"ทำไมฉันพูดความจริงทำเป็นรับไม่ได้..หึ แค่นี้นะเสียเวลาทำมาหากินชะมัด"
"ตาลุงชาวไร่ เห๊อะ!อย่าคิดนะว่าผมจะยอมรับขันหมากจากคุณง่ายๆ"
"ขอโทษนะเผอิญคนที่ฉันจะไปขอคือภพภูมิ..ไม่ใช่คนใจบอดแบบนาย"
ตู๊ด! ตู๊ดด! ตู๊ด!
จบลงด้วยการที่โดนอีกฝ่ายตัดสายใส่ทุกครั้งที่เขาโทรไปคุย(หาเรื่อง)
'หนอย..ปากดีนัก ตัดได้ตัดไปแต่ยังไงผมก็ไม่มีวันยอมรับน้องเขยแบบลูกชายของลุงแน่ๆ'
แต่วันนี้เขาขอกลืนน้ำลายของตัวเองด้วยความเต็มใจ ทันทีที่เขาเห็นตาลุงที่เขาเคยปรามาสไว้ในใจทำเอาเขาหัวใจกระตุก..ใครจะไปคิดล่ะว่า'ตาลุง'ที่เขาเคยเรียกจะหล่อบาดใจได้ขนาดนี้หน้ากับอายุขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง หล่อคมเข้มและดูภูมิฐานเป็นอย่างมากนี่มัน 'แด๊ดดี้' ในอนาคตของไอ้ภีรภาพชัดๆ เอาวะ..จะว่าเขาหน้าด้านหน้าทนหรือจะว่าเขาเห็นแก่ตัวเขาก็ยอมเพิ่งจะเข้าใจน้องชายตัวเองก็วันนี้แหละ ความรักไม่เลือกเพศเลือกวัยจริงๆสงสารก็แต่พ่อแม่ของเขาที่คงต้องอดอุ้มหลานแล้วจริงๆ
แต่เดี๋ยวนะ..ถ้าเขาจีบติดแล้วใครจะอยู่บนอยู่ล่างวะ หล่อมาดแมนทรงแด๊ดแบบคุณติณคงไม่ยอมอยู่ล่างแน่ๆส่วนตัวเขาเองก็ไม่เคยชายตาแลผู้ชายด้วยกันเลยถึงจะมีเข้ามาจีบเขาบ้างประปรายแต่เขาก็ปัดตกไปแบบไร้เยื่อใยทุกคนแถมยังต่อต้านความสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายมาตลอดแล้วจู่ๆจะให้เขาอยู่ข้างล่างเนี่ยนะ!!
"เอาน่าไอ้ภาพมึงอย่าเพิ่งคิดไปเองบางทีคุณติณเขาอาจจะยอมเป็น'เมียทรงแด๊ด'ของมึงก็ได้นะ..มั้ง" ภาพพูดกับตัวเองพลางปาดเหงื่ออย่างคิดไม่ตก
....
"ไงพ่อเลี้ยงไร่ชาคนดังแห่งภาคเหนือยังเสน่ห์แรงเหมือนเดิมเลยนะ" เจ้าสัวธนนท์เอ่ยแซวเพื่อนรักอย่างหยอกล้อเพราะตั้งแต่ติณเยื้องกายเดินเข้ามาในร้านก็เรียกสายตาของสาวน้อยสาวใหญ่หรือแม้แต่หนุ่มน้อยร่างบาง ร่างบึกก็ไม่เว้นต่างทอดสายตาสื่อความหมายมาให้เพื่อนของเขาไม่พัก แต่เจ้าตัวกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบกลับไปแถมยังปฏิเสธที่จะให้เด็กในร้านมานั่งรินเหล้าหรือเอาใจใดๆทั้งสิ้น
"หึ..ธรรมดาว่ะ!กูชินแล้ว" ติณไม่ได้พูดเกินจริง..เขาหล่อ เขาสมาร์ทและดูอบอุ่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วยิ่งพออายุเพิ่มมากขึ้นคุณสมบัติที่ว่ามายิ่งทวีคูณแบบ+++
"ถ่อมตัวหน่อยไหมพวก" เพื่อนอีกคนส่ายหัวพลางเอ่ยแซว
"หึหึ.."
"ถ่อมไม่ถ่อมก็มีค่าเท่ากันเพราะสุดท้ายมันก็ฟาดเรียบเหมือนเดิม"
"โนๆ มึงก็พูดเกินไปแล้วไอ้เทิดพันธ์เห็นกูแบบนี้กูก็เลือกไหมวะ" ติณแย้งเพื่อนที่พูดเกินเหตุ
"แต่ที่แน่ๆมีเด็กหน้าหวานล็อกเป้ามาที่มันแล้วว่ะ.."เจ้าสัวธนนท์กับเพื่อนมองตามสายตาของเพื่อนในกลุ่มไปก็เห็นเด็กหนุ่มหน้าหวานเดินถือแก้วยิ้มหวานตรงมาที่ติณพร้อมกับขอชนแก้วแล้วเอ่ยปากขอแลกคอนแท็กต์กับเจ้าตัวทันที
"เอ่อ..ผมขอคอนแท็กต์พี่ได้ไหมครับ คือว่าผม ผมอยากรู้จักพี่ให้มากกว่านี้ นะครับ ได้ไหม.." แทนหนุ่มร่างบางหน้าหวานกำลังงัดจริตพูดจาออดอ้อนเพื่อขอช่องทางการติดต่อกับหนุ่มใหญ่ทรงแด๊ดที่เตะตาเขาตั้งแต่แรกเห็น ยอมรับแบบไม่อายเลยว่าคนตรงหน้าคือสเปคของเขาเลย..รุ่นใหญ่แต่ยังคงความหล่อเหลาและดูอบอุ่น ทรงแด๊ดดี้ตามที่เขาวางสเปคไว้เป๊ะเลย ชอบอยากจีบ
"ผมคะ.."
"คงไม่ได้หรอกครับ..เมียที่บ้านหวงมาก" ภีรภาพที่นั่งหันหลังชนกับติณที่มีเพียงโซฟากั้นเอ่ยขึ้นอย่างเหลืออด..นั่งฟังมานานแล้วอุตส่าแอบตามมาเฝ้าดูห่างๆไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ตัวเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะอึดอัดและไม่พอใจแต่ดันจะมีแมวขโมยที่ไหนไม่รู้จะมาคาบปลาย่างชิ้นโตที่เขาแอบจองไว้ใครจะไปยอมกัน
"..นาย"
"..." หนุ่มหน้าหวานร่างบางทำหน้าเหวอก่อนจะหันมามองติณเหมือนรอให้อีกฝ่ายคอนเฟิร์มคำพูดของชายหนุ่มปริศนาหน้าตี๋ว่าที่พูดมาเท็จจริงเช่นไร
"เอ่อ..ครับผมมีภรรยาแล้วต้องขอโทษด้วยนะครับ" ติณยอมรับสมอ้างเพื่อตัดปัญหาเพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้ต้องการสร้างสัมพันธ์กับอีกฝ่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
"เคลียร์แล้วเน๊อะ.." ภีรภาพหันไปถามอีกฝ่ายอย่างผู้ชนะ ทำให้อีกฝ่ายเอ่ยขอโทษติณแล้วเดินจากไปอย่างรู้สึกเสียดาย 'หาได้ง่ายๆที่ไหนทรงแด๊ดแบบนี้'
"เหตุการณ์ดังกล่าวเรียกความสงสัยให้กับกลุ่มเพื่อนของติณไม่น้อยว่าหนุ่มหน้าตี๋คนนี้คือใครทุกคนต่างหันไปมองติณด้วยสายตาแบบตั้งคำถาม
"เอ่อ..เขาเป็นพี่ชายของว่าที่ลูกสะใภ้กูเองแหละ นายมาได้ยังไง" ท่อนหลังติณหันมาถามตัวต้นเรื่องอย่างสงสัย
"บังเอิญ..ผมมาเที่ยวกับเพื่อนน่ะ"
"แล้ว.."
"ก็แค่.."
"แค่?"
ภีรภาพยักไหล่ "ไม่มีอะไร..แล้วไม่คิดจะแนะนำให้ผมได้รู้จักกับเพื่อนๆของคุณหน่อยเหรอ" ติณถอนหายใจก่อนจะจำใจแนะนำเพื่อนๆของตนให้ไอ้เด็กนี่รู้จัก
"สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนเลยครับยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ เราคงได้เจอกันอีกบ่อยๆ..ผ่านคุณติณ.." ภีรภาพเว้นระยะในการพูดพร้อมกับหันมายิ้มแบบมีเลศนัยให้กับผม แล้วไอ้คำพูดกำกวมของไอ้เด็กนี่ก็เรียกความสงสัยและไคร่รู้ให้กับบรรดาเพื่อนๆของผมได้เป็นอย่างดี..ขยันหางานให้นักไอ้เด็กนี่
"นายจะตามฉันไปที่โรงแรมด้วยเลยไหม" ติณถามอย่างเหลืออดเพราะตั้งแต่บังเอิญเจอกันในร้านเหล้าจนถึงตอนนี้ไอ้เด็กนี่ก็วอแวเขาไม่เลิกทั้งๆที่มันบอกว่ามันมากับเพื่อนแต่ผมกลับไม่เห็นเพื่อนที่มันอ้างแม้แต่สักคน วอแวและตามติดจนเพื่อนๆผมแซวกันยกใหญ่ว่าเขากับมันแอบมีซัมติงอะไรกันหรือเปล่า บลาๆ แถมตอนนี้มันยังเดินตามเขาต้อยๆเหมือนกลัวว่าเขาจะหายยังไงอย่างงั้น
"ถ้าได้ก็ดี" ดูมันตอบ..
"นี่นาย!"
"โอเคโอเค" มันยกมืออย่างยอมแพ้ก่อนจะเกิดการต่อรองกันขึ้น
"พรุ่งนี้คุณจะกลับกี่โมงครับ"
"นายจะอยากรู้ไปทำไม"
"ผมอยากจะไปส่งคุณที่สนามบิน"
"ไม่จำเป็นฉันจะให้เตชะ.."
"จะไปรบกวนพวกเขาในการหาฤกษ์งามยามดีทำไมในเมื่อผมอาสาจะไปส่งอยู่แล้ว"
"ฉันไม่อยากรบกวนนาย..งั้นเดี๋ยวฉันให้เพื่อนฉะ.."
"จะไปรบกวนเพื่อนอีกทำไมผมก็บอกอยู่ว่าผมจะไปส่ง"
"นี่นาย..บอกมาว่านายต้องการอะไรถึงได้ตามกวนประสาทฉันไม่เลิก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้นายออกจะต่อต้านเรื่องลูกของฉันกับน้องของนายแล้วจู่ๆตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ไม่ห้ามไม่กีดกันแล้วเหรอ.. รังเกียจความรักแบบที่พวกเขามีให้กันนักไม่ใช่เหรอละ.."
"ผมขอโทษ ยกโทษให้กันจะได้ไหม..ยังโกรธกันอยู่ก็ไม่ว่าแต่อย่าตั้งแง่หรือว่าเกลียดกันได้ไหม รู้ตัวแล้วว่าผมผิด..ผิดที่ดูถูกความรักของพวกเขา ผิดที่ใจแคบ ผิดที่..ที่พูดเหมือนเหยียดเพศ ผิดที่พูดจาไม่ดีกับคุณ..ผิดทุกเรื่องเลยแต่ขอโอกาสให้ผมได้ไหม สัญญาว่าจะไม่ทำตัวทำนิสัยแบบนั้นอีกแล้ว นะครับเฮียติณ..น๊าา"
ตึกตัก! ตึกตัก!
ไอ้เด็กนี่ใครอนุญาตให้มันเรียกเขาว่าเฮียกัน..
"เกิดอะไรขึ้น หรือว่าผีเข้า คนเราถ้าลองมีความคิดแบบนั้นมาตั้งแต่ต้นจนอายุมาขนาดนี้แล้วจะมาบอกว่าคิดได้แล้วภายในเวลาเพียงไม่กี่วันมันจะไม่เหลือเชื่อไปหน่อยเหรอ..ไม่ใช่ว่ามันฝังรากไปแล้วเหรอกับไอ้ความคิดแบบนี้นิสัยแบบนี้.." ติณเริ่มระเบิดอารมณ์ที่ตกตะกอนมานานนับเดือนกะว่าจะด่าให้กลับบ้านไม่ถูกเลยแต่พอเหลือบไปเห็นหน้าหงอยๆตาแดงๆของอีกฝ่ายเขาเลยจำใจต้องหุบปากฉับ หรือเราพูดแรงไปวะ?
"ด่าอีกสิครับถ้ามันทำให้คุณติณรู้สึกดีขึ้น..แค่ให้โอกาสกันก็พอแล้วผมจะพิสูจน์ให้เห็นเองว่าผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ"
ติณมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ
"เอาเถอะ..ไม่รู้หรอกว่าที่นายพูดมาเพราะสำนึกผิดจริงๆหรือว่าแค่เล่นละคร แต่ถ้านายคิดได้มันก็ดีต่อตัวนายเองแล้วมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันเลยไม่จำเป็นต้องกลัวว่าฉันจะโกรธหรือฉันจะเกลียดนาย ไม่จำเป็นต้องมาขอโอกาสใดๆจากฉันด้วยแล้วไม่ว่าแรงจูงใจของนายคืออะไรถึงทำให้นายคิดได้ฉันก็ดีจะ.."
"จำเป็นสิครับทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณติณจำเป็นสำหรับผม..ส่วนแรงจูงใจของผมก็คือคุณติณไงครับ เพราะเฮียติณ.. ความคิดของผมถึงได้เปลี่ยน"
20.40 น.
สุดท้ายไอ้เด็กนี่ก็ดันทุรังที่จะมาส่งผมขึ้นเครื่องจนได้แถมยังตื้อขอคอนแท็กต์จากผมไปจนได้อีกเหมือนกัน ปฏิเสธไปก็เท่านั้นเด็กดื้อด้านและหน้าด้านแบบมัน..
"เดินทางปลอดภัยนะครับถึงแล้วทักมาบอกผมด้วย..แต่ถ้าคุณไม่ยอมทักมาเดี๋ยวผมทักไปถามทุกๆ5นาทีเลย" มันพูดยิ้มๆทีเล่นทีจริงแต่ผมรู้ว่าคนแบบมันทำจริงแน่นอน ผมถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าตอบมันไปอย่างรำคาญ
"ถ้าอนาคตอันใกล้นี้ผมจะไปเที่ยวไร่ของคุณ..คุณจะต้อนรับผมไหม"
"เราเป็นดองกันฉันก็ต้องต้อนรับนายอยู่แล้วนี่"
"แล้วถ้าผมไม่ได้ไปในฐานะดองหรือญาติล่ะ คุณจะยังต้อนรับผมอยู่ไหม" ไอ้เด็กนี่ถามไม่เลิก!
"ถ้านายจะไปเที่ยวในฐานะของลูกค้าฉันก็ยิ่งอยากจะต้อนรับนายหรือเปล่า..ก็นายเอาเงินไปให้กับไร่ของฉันทั้งที"
"หึหึ แล้วถ้าผมจะไปเที่ยวหาในฐานะ'ว่าที่แฟนของเจ้าของไร่'ล่ะ..คุณติณจะว่ายังไง" กึก..
"พอดีฉันมีลูกแค่2คน ลูกสาวคนเล็กของฉันแต่งงานมีครอบครัวที่อบอุ่นไปแล้วส่วนลูกชายคนโตก็กำลังจะแต่งงานกับน้องชายของนาย ฉันเสียใจดะ.."
"ผมหมายถึงคนเป็นพ่อต่างหาก คนที่ผมอยากจีบคือคนเป็นพ่อไม่ใช่ลูก" มันกระตุกยิ้มพร้อมกับยักคิ้วให้ผมอย่างที่ไอ้พวกคนเจ้าชู้มันชอบทำกัน
"..ฉันไม่ชอบเด็ก"
"..ผม 35 เอาอะไรมาเด็ก"
"ฉัน 48 นายเด็กกว่าฉันรอบกว่าเลยนะเผื่อนายจะลืม.."
"เด็กกว่าแล้วไง เด็กก็แซ่บไม่แพ้คนแก่เลยนะ..เผื่อคุณจะยังไม่รู้"
ไอ้เด็กนี่ท่าจะกะล่อนไม่เบา มีอย่างที่ไหนจีบเขาตั้งแต่แรกเจอทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่อาทิตย์เคยปากเสียใส่เขาด้วยซ้ำ..เห๊อะ!ใครจะไปสนใจเด็กเจ้าชู้แถมนิสัยเสียแบบนายกัน..ไม่ใช่แนวเลยสักนิด
"ฉันไม่มะ.."
"อย่าพึ่งปฏิเสธกันสิ..ผมยังไม่ได้ลองจีบเลยแล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณไม่มีวันที่จะชอบผม บางทีถ้าลองเปิดใจให้ผมได้จีบคุณคุณอาจจะตกหลุมรักผมขึ้นมาง่ายๆก็ได้ :) ผมน่ารักนะ ผมเหมือนจะดื้อรั้นแต่ถ้าลองได้รักใครแล้ว..ผมโคตรจะเชื่องและซื่อสัตย์เลยล่ะ ลองไหม?ลองให้โอกาสผมได้จีบ ลองให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองว่าคนอย่างผมก็ดูแลคุณได้แล้วคนแบบผมมันก็คู่ควรกับคุณมากที่สุด"
"หลงตัวเองไปหรือเปล่า"
"วันนี้ผมอาจดูหลงตัวเองในสายตาของเฮียติณ แต่อีกไม่นานเฮียติณจะเปลี่ยนใจมาหลงรักผมแทน"
"เห๊อะ!เพ้อเจ้อสิ้นดี..แล้วใครอนุญาตให้นายมาเรียกฉันว่าเฮียไม่ทราบ"
"ผมอนุญาตตัวผมเอง..เรียกแฟนว่าเฮียน่ารักจะตาย จริงไหมครับเฮียติณ.."
"นาย!.." หน้าด้านหน้าทนกว่าที่คิดไว้อีกสงสัยกำลังฝันกลางวันอยู่เป็นแน่ เห๊อะ..แล้วจะได้รู้กัน นายภีรภาพ นฤนาทเกริกไกรขจร
"ว่าไงครับเฮียติณ..อ้อ แล้วถ้าวันไหนได้เป็นแฟนกันแล้วห้ามพูดฉันพูดนายกับผมเด็ดขาดเพราะมันฟังดูโบโบยังไงก็ไม่รู้"
"โบโบอะไรของนาย..พูดจาแปลกๆ"
"ก็โบราณไง สู้แทนตัวเองว่าเฮียแล้วเรียกผมว่าภาพน่ารักกว่าตั้งเยอะ..เฮียว่าจริงไหมครับ" พูดเสร็จมันก็ขยิบตาให้กับเขาอย่างเจ้าเล่ห์
ไอ้เด็กเจ้าชู้..
???? ????
TBC.