จวนสกุลซือ
“เสิ่นซัวหยาง คาราวะผู้าุโซือ” ยกมือประสานกันและค้อมคำนับ ซึ่งบุรุษที่มีเรือนผมสีดอกเลาตรงหน้าทำแค่เพียงผงกหัวรับ ข้างกันนั้นเป็สตรีร่างบาง ใบหน้าน่ารักงดงามสมวัย คาดว่าอีกฝ่ายคือคุณหนูสกุลซือ…น่ารักอย่างไรแต่ในสายตาเขา อีกฝ่ายก็ยังไม่งามเท่าเย่วซิน!!
เสิ่นซูฉีลอบมองบุตรชายของตนและบุตรสาวของเลขาซือที่ดูท่าจะพึงใจบุตรชายของเขามาก แม้ใจอยากจะกล่าวถึงเื่มงคลด้วยตนเอง แต่เกรงว่ามันดูจะรีบร้อนจนเกินไปและไม่ดูเหมาะ การสนทนาในวันนี้จึงเน้นไปที่การแนะนำบุตรของกันและกันมากกว่า
ผ่านไปร่วมสองเค่อ (30 นาที) เลขาซือเหล่าอวิ้นจึงอนุญาตให้ทั้งสองคนได้เดินพูดคุยเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น “หลิวเยี่ยน เ้าพาพี่ซัวหยางไปเที่ยวชมสวนในจวนของเราสิลูก”
เ้าของนามซือหลิวเยี่ยนรับคำบิดาแ่เบา “เ้าค่ะ” ก่อนจะลุกขึ้นอย่างมีมารยาท “พี่ซัวหยาง มาทางนี้เถิดเ้าค่ะ”
เสิ่นซัวหยางจำเป็ต้องลุกขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตัวเขาเดินอ้อมหลังบิดาตามติดซือหลิวเยี่ยนไปโดยไม่คิดอะไร สายตาคมกริบมองไปรอบบริเวณของจวนกว้างใหญ่ หากให้นับฐานะและตำแหน่งของบิดา แน่นอนว่าฝ่ายของเลขาซือย่อมมีตำแหน่งสูงกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตำแหน่งนายอำเภอชั้นดีของบิดาเขา และที่เลขาซือเหล่าอวิ้นเปิดจวนต้อนรับ คงไม่พ้นเพราะซือหลิวเยี่ยนสมควรที่จะออกเรือนได้แล้ว การเฟ้นหาบุรุษให้บุตรสาวคนโตย่อมเป็เื่ที่จะเป็ จะกล่าวว่าตัวเขาผู้ซึ่งกำลังรอผลการสอบขุนนางอยู่ ย่อมเป็ทางเลือกที่ไม่แย่นัก ‘หรือไม่แน่ว่าเลขาซืออาจจะรู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้วว่าตัวเขามีรายชื่อของผู้ผ่านการคัดเลือกในการสอบ อีกฝ่ายจึงมิได้แสดงสีหน้าท่าทางรังเกียจเมื่อพบกันเมื่อครู่’ อย่างไรเสียตัวเขาก็มิได้อยากเป็เขยสกุลซือ จึงได้แต่ภาวนาให้เขาไม่เข้าตาสองพ่อลูกคู่นี้ ชังกันไปเลยย่อมดีใหญ่
^^ “พี่ซัวหยาง มาทางนี้เ้าค่ะ ในจวนของข้ามีน้ำตกจำลองด้วยนะเ้าคะ” พยายามรั้งชายเสื้อของบุรุษรูปงามเอาไว้ แต่ติดที่อีกฝ่ายชักกลับมือหนีอย่างรวดเร็ว ซือหลิวเยี่ยนขัดใจ แต่ยังคงแสร้งยิ้มและเดินนำไปอีกเล็กน้อยจนถึงที่หมาย
สถานที่ตรงนั้นมีบ่าวชายสามคนกำลังทำความสะอาดต้นไม้โดยรอบของน้ำตกจำลอง ทุกคนมองไปยังคุณหนูซือหลิวเยี่ยนและคุณชายแปลกหน้า แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาทั้งสามก็มิได้หลบเลี่ยงไปที่อื่น พอๆ กับที่คุณหนูมองพวกเขาคล้ายกำลังคาดโทษ!
เสิ่นซัวหยางยืนซึมซับบรรยากาศเย็นสบายของน้ำตกจำลองนั้นโดยไม่สนใจซือหลิวเยี่ยน สภาพแวดล้อมโดยรอบของจวนสกุลซือนับว่ากว้างขวางกว่าจวนของเขาอยู่ไม่มาก ต้นไม้ ใบไม้กระจายอยู่เต็มพื้นที่ให้ความร่มเย็นไม่ต่างจากจวนอื่นๆ ที่แปลกตากว่าคงเป็น้ำตกจำลองแห่งนี้ที่งดงามและควรค่าแก่การมีไว้ในจวนจริงๆ ใจอยากจะสอบถามว่าผู้ใดเป็ช่างจัดสรรน้ำตกเช่นนี้ให้ แต่ก็มิได้ถามเนื่องจากซือหลิวเยี่ยนเป็สตรี จะรู้เื่เช่นนี้กี่มากน้อยกัน “...”
“พี่ซัวหยางอายุกี่หนาวแล้วเ้าคะ” ในคำถามนั้นมีความเขินอายปะปนอยู่เมื่อฝ่ายบุรุษเหลือบมองมาทางนาง
“ยี่สิบสอง”
หัวใจสตรีหวั่นไหวไปกับสายตาคมดุนั้น มันราวกับกระบี่ฟาดฟันผิวกายนางให้เืสาด ‘ร่างบางสั่นระริก’ อย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ ก่อนจะเผลอสบตาเข้ากับบ่าวชาย…ซือหลิวเยี่ยนเผลอสะดุ้ง!! แล้วรีบหันกลับมามองแผ่นหลังแกร่งของบุรุษที่น่าจะเป็คู่หมายที่เหมาะสมของตัวเอง “พี่ซัวหยางรีบกลับจวนหรือไม่เ้าคะ คือข้าอยากชวนพี่ซัวหยางอยู่รับสำรับเย็นด้วยกันที่นี่”
เ้าของนามหันกลับมามองสตรีที่เขาเองเพิ่งได้รู้จักนาง หากจะบอกว่าตัวเขามิเคยสนิทสนมหรือสนใจสตรีใดย่อมไม่ผิด เหตุเพราะตัวเขาเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการเจริญรอยตามบิดา อีกทั้งยังเฝ้ามองแค่เพียงเย่วซิน สตรีอื่นจึงถูกเมินเฉยดังเช่นคุณหนูสกุลซือผู้นี้ ที่น่าจะเป็หนึ่งในสตรีที่เรียนอยู่ในสำนักศึกษาเดียวกันกับเย่วซิน “ขอบคุณคุณหนูซือมาก แต่วันนี้ข้ามีธุระอื่นที่ต้องไปต่อ มิอาจอยู่ร่วมสำรับได้ เชิญคุณหนูซือตามสบายเถิด” คำพูดตัดรอนและการแสดงออกว่าเขามิสนใจนางถูกส่งออกไป หากอีกฝ่ายฉลาด ก็น่าจะเข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อ “วันนี้อยู่รบกวนมานานมากแล้ว คงต้องขอตัวกลับก่อน” ผายมือให้คุณหนูสกุลซือเพื่อเดินกลับไปยังห้องโถงด้านหน้า “เชิญคุณหนู”
ซือหลิวเยี่ยนกำหมัดแน่น ภายใต้ใบหน้าเสแสร้งไร้เดียงสา นางกลับหมายมาดเพื่อที่จะเอาชนะบุรุษรูปงามผู้นี้ให้ได้ ‘หึ พี่ซัวหยาง ข้าพึงใจท่าน!’
&&&&
รถม้าสกุลเสิ่น (17.30)
ภายในรถม้า หนึ่งบิดาครุ่นคิดไปถึงคำที่ท่านเลขาซือบอกเอาไว้ ‘การจะเกี่ยวดองกันนั้นมิใช่เื่ยากเพียงแต่ว่าเสิ่นซัวหยางจะยินยอมพร้อมใจรับซือหลิวเยี่ยนไปเป็ฮูหยินหรือเปล่าเล่า เพราะถ้าหากแต่งเข้าโดยไม่ยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย นั่นหมายถึงบุตรสาวของเลขาซืออาจจะไม่มีความสุขและตัวผู้เป็บิดา คงจะมิยอมอยู่เฉย’ เมื่อคิดถึงผลเสียของคำว่าไม่อยู่เฉย มันย่อมไม่เป็ผลดีกับสกุลเสิ่นแน่ หรือการที่มาขอเข้าพบเพียงแค่สกุลเดียวมันอาจจะยังไม่ใช่บทสรุปในเื่การตัดเย่วซินออกจากการเป็สะใภ้ นั่นเพราะซือหลิวเยี่ยนมิได้งดงามบาดใจ จนซัวหยางถึงกับถูกชะตาั้แ่แรกพบ จำได้ว่ายังมีบุตรสาวของขุนนางอีกหลายคนที่งามพร้อมทั้งรูปกายและฐานะอย่างเช่นบุตรสาวขุนนางสกุลหวัง ‘เช่นนั้น วันพรุ่งนี้คงต้องเข้าไปพบท่านอุปราชสกุลหวังแล้วสินะ’
ด้านของเสิ่นซัวหยางยังคงนั่งเท้าคางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า เขาไม่เข้าใจการกระทำของบิดาในวันนี้เลยแม้เพียงนิด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เย่วซินก็เป็ที่รักของท่านแม่ แม้ท่านพ่อจะมิได้สนใจนางเท่าที่ควรเพราะนางเป็สตรี แต่เหตุใดจึงต้องกล่าวไปถึงเื่ชาติสกุลของนาง ‘มันสำคัญมากน้อยเพียงใดในเมื่อพวกเขารักกัน’ เขาเชื่อว่าเื่นี้มารดาต้องช่วยเขาได้แน่และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาต้องเอาเย่วซินมาเป็ฮูหยินให้ได้!!
หลังจากกลุ่มบุรุษสกุลเสิ่นจากไปไม่นาน ซือหลิวเยี่ยนผู้เอาแต่ใจนั่งโมโหอยู่กับท่านพ่อของนางอย่างไร้กิริยามารยาท ข้าวของใกล้มือถูกปัดตกลงบนพื้น ผุพังเสียหาย เดือดร้อนถึงสาวใช้ข้างกายต้องคอยเช็ดถูอยู่อย่างนั้นร่วมสองเค่อ ‘ทั้งหมดเป็เพราะเสิ่นซัวหยาง!’ “ท่านพ่อต้องขอสมรสให้ลูก”