ตอนที่ 17 คำทำนาย (1)
หลังจางเอ่อร์ออกไปแล้ว จ้าวเสวี่ยสวินก็ถูกขันทีนำทางเข้ามายังตำหนักบรรทมของฉินฮ่องเต้
เห็นเพียงภายในตำหนักใช้ไม้จันทน์ยอดเมฆาทำเป็นขื่อคาน ผนึกแก้วหินหยกทำเป็นโคมไฟ เม็ดมุกดาเป็นม่านกั้น ทองคำเป็นฐานเสา บนเตียงไม้กฤษณากว้างหกฉื่อ[1]ปูผ้าไหมน้ำแข็งอ่อนนุ่ม
สถานที่อันหรูหราฟุ้งเฟ้อแห่งนี้ ไม่รู้เคยกักขังนางสนมวังหลังไว้มากมายเพียงใด แค่คิดก็ชวนให้คนทอดถอนใจแล้ว!
ภายในตำหนักเตรียมสำรับเสวยชั้นเลิศพรั่งพร้อมเต็มโต๊ะ เสวี่ยสวินมองสำรวจบรรยากาศแวดล้อมของตำหนักดูเล็กน้อยแล้วหยิบขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กที่เก็บไว้ตรงช่วงเอวออกมา เทผงยาใส่จอกสุราใบหนึ่งนิดหน่อย
หลังเทสุราก็เห็นผงยานั้นพลันกระจายตัวออก ก่อนละลายไปอย่างไร้ร่องรอย เสวี่ยสวินค่อยสงบใจลงได้เล็กน้อย
เวลานี้ญาติผู้พี่ไปจัดการเรื่องเดินทางกลับแคว้นจ้าว สิ่งที่นางต้องลงมือตอนนี้คือทำให้ฉินฮ่องเต้ดื่มสุราจอกตรงหน้า จากนั้นรอญาติผู้พี่มารับตนออกไป!
เพิ่งจะผสมผงยาลงในสุราจอกใบนั้นเสร็จ ฉินฮ่องเต้ก็เดินนำคนผลักประตูเข้ามา ระหว่างเดินสายตาก็คอยจับจ้องเสวี่ยสวินพร้อมปลดสายคาดเอว เห็นได้ชัดว่าฝ่ายนั้นกำลังจะพุ่งกระโจนเข้าใส่!
“สวินเอ๋อร์ถวายพระพรฉินฮ่องเต้…”
เสวี่ยสวินเห็นดังนั้นกลับเบี่ยงกายหลบ หลุบตาลงน้อยๆ แสร้งทำเป็นเขินอาย “ฉินฮ่องเต้ หม่อมฉันเห็นว่าที่นี่มีคนอยู่เยอะ นี่จะ…”
หลังได้ยินถ้อยคำ ฉินฮ่องเต้ที่กำลังจะเข้าไปจับตัวเสวี่ยสวินก็หัวเราะลั่นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “เป็นข้าละเลยแล้ว พวกเจ้าออกกันไปก่อน!”
สิ้นคำ องครักษ์กับขันทีก็ตั้งท่าจะถอยออกไป เสวี่ยสวินกลับเอ่ยขึ้นอีกหน “ด้านนอกยังมีคน สวินเอ๋อร์เองก็อายเหมือนกัน…”
พูดแล้วเสวี่ยสวินยังไม่ลืมตวัดดวงตาสุกใสจ้องมองฉินฮ่องเต้ ใบหน้างามประณีตดุจหยกแสดงความออดอ้อนเล็กน้อย
“เช่นนั้นสวินเอ๋อร์คิดว่าควรเป็นเช่นไรดี” พอเห็นท่าทีอันยั่วยวนของเสวี่ยสวินเช่นนี้ ฉินฮ่องเต้ที่ควบคุมตัวเองไม่อยู่มาตั้งแต่ต้นก็คิดเพียงอยากจะโอบองค์หญิงสวินเข้ามาในอ้อมแขนเสียเดี๋ยวนี้
“หากเป็นพวกเขาละก็ ไม่ว่าได้ยินความเคลื่อนไหวอันใดก็ล้วนแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน สวินเอ๋อร์วางใจได้”
ที่เสวี่ยสวินพูดย่อมเพราะเป็นห่วงว่าจะมีความเคลื่อนไหวตอนญาติผู้พี่บุกเข้ามา ทว่าสิ่งที่ฉินฮ่องเต้คิดกลับเป็นอีกเรื่อง
เห็นองค์หญิงสวินกล่าวเช่นนี้ ฉินฮ่องเต้ก็ยิ่งอดรนทนไม่ไหว สะบัดแขนเสื้อคลุม ตวัดสายตาพูดกับคนข้างหลัง “ไม่ได้ยินหรือไร ไม่ว่าได้ยินอะไรก็ตาม ให้ทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน! รีบออกไปได้แล้ว! ออกไป!”
คนทั้งหลายเห็นท่าทางเช่นนี้ของฉินฮ่องเต้ก็ได้แต่รีบถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ขันทียังไม่ลืมปิดประตูตำหนักให้แน่นสนิท
“คราวนี้สวินเอ๋อร์คงไม่วิ่งหนีไปไหนอีกแล้วกระมัง!” ฉินฮ่องเต้พูดพลางพุ่งตัวจะเข้าไปกอดองค์หญิงสวินอีกหน ไหนเลยจะรู้ นางกลับหมุนตัว ยกจอกสุราสองใบขึ้นมาคั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง
“ฉินฮ่องเต้มิต้องรีบร้อน เรามาร่วมดื่มสุรากันก่อนดีกว่า ฉลองกับการได้พบกันในวันนี้!”
ฉินฮ่องเต้มองจอกสุรา จู่ๆ ก็หัวเราะออกมา “น่าสนใจ น่าสนใจ! ต้องฉลองให้ดีๆ กันสักหน่อย แต่ว่าไม่ใช่ตอนนี้”
พูดจบเขาก็รับจอกสุราในมือเสวี่ยสวินมาทั้งสองใบ วางลงบนโต๊ะใหม่อีกครั้ง
เสวี่ยสวินตั้งใจจำตำแหน่งที่ฉินฮ่องเต้วางจอกสุราไว้ ป้องกันเผื่อตนจะพลาดดื่มจอกที่ใส่ยาสลบ กลับไม่สังเกตเห็นเลยว่าหลังจากฉินฮ่องเต้เห็นสีหน้าแววตานางแล้ว พลันเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“แต่สวินเอ๋อร์อยากดื่มตอนนี้นี่เพคะ!” ครั้นจำตำแหน่งของจอกสุราได้แล้ว เสวี่ยสวินก็มองหน้าฉินฮ่องเต้อีกรอบ เปล่งเสียงเง้างอดออดอ้อน
“ก็ได้ เช่นนั้นข้าจะดื่มสุราจอกนี้กับองค์หญิงสวินจนหมด!” ด้วยเหตุนี้ ฉินฮ่องเต้จึงเอียงกายหยิบจอกสุราที่เพิ่งวางลงเมื่อครู่ขึ้นมา ยื่นจอกใบหนึ่งไปเบื้องหน้าเสวี่ยสวิน
เสวี่ยสวินนึกถึงตำแหน่งที่วางจอกสุราเมื่อครู่ หลังมั่นใจแล้วว่าจอกที่ฉินฮ่องเต้ยื่นให้ตนนี้ไม่ได้ใส่ยาสลบ ก็ยิ้มให้เขาน้อยๆ รับมาดื่มหมดในคำเดียว!
“สวินเอ๋อร์ดื่มเก่งจริงเชียว!”
ฉินฮ่องเต้เห็นองค์หญิงสวินดื่มสุราแล้ว เขาเองก็ดื่มส่วนของตนจอกนั้น เอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม “ทีนี้คงยอมให้ข้าลิ้มรสเจ้าได้แล้วกระมัง!”
สิ้นคำ ฉินฮ่องเต้ก็พุ่งตัวเข้าไปตามทิศทางที่เสวี่ยสวินยืนอยู่อีกครั้ง
มิคาดเวลานี้เสวี่ยสวินกลับหันร่างหนีอีกหน ฉินฮ่องเต้คว้าน้ำเหลวชนเข้ากับโต๊ะ เสวี่ยสวินเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างคาดไม่ถึง กิริยาท่าทางเหมือนเจตนาตั้งใจจะเล่นสนุกกับฉินฮ่องเต้
“หืม ดูท่าสวินเอ๋อร์คงอยากเล่นวิ่งไล่จับสินะ เช่นนั้นก็ให้ข้าเป็นคนไล่จับเจ้าแล้วกัน! ถ้าจับได้ก็ห้ามวิ่งหนีอีกแล้วนะ!”
ฉินฮ่องเต้ได้ยินเสียงหัวเราะของเสวี่ยสวินแล้วกลับไม่ขุ่นเคือง ตรงข้ามเขายิ่งตื่นเต้นกว่าเก่า! กลับอยากเห็นนักว่าคนงามผู้นี้จะวิ่งหนีไปได้อีกนานแค่ไหน!
“ได้สิเพคะ ฉินฮ่องเต้รีบมาจับหม่อมฉันเร็ว!” เสวี่ยสวินขานเสียงรับ
ข้อเสนอของอีกฝ่ายตรงกับความคิดเสวี่ยสวินพอดี หากวิ่งไปเรื่อยๆ เช่นนี้ ฤทธิ์ยาก็น่าจะกระจายตัวเร็วขึ้น คงดีถ้าตอนที่พี่ญาติผู้มาถึง ฉินฮ่องเต้นั้นไร้กำลังตอบโต้แล้ว!
พูดจบเสวี่ยสวินก็ออกวิ่งไปทั่วตำหนักใหญ่ ขณะที่วิ่งยังไม่ลืมชะงักฝีเท้ารอให้ฉินฮ่องเต้เข้ามาจับนางด้วย
ทั้งคู่ดูคล้ายกำลังเล่นกันสนุกสนาน ทว่าจู่ๆ นางพลันรู้สึกว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรง สายตาค่อยๆ พร่ามัว...
เสวี่ยสวินหยุดเท้ายกมือค้ำผนังด้วยท่าทางซวนเซเล็กน้อย พยายามสะบัดศีรษะสุดชีวิต...เป็นไปได้อย่างไร นางจำได้แล้วแท้ๆ ว่าสุราที่ตนดื่มไปจอกนั้นไม่มีปัญหา!
เชิงอรรถ
^ 1 ฉื่อ ประมาณ 33 เซนติเมตร