บทที่22
เข้าเป็อาจารย์วันแรก
ท้องนภาเปิดโล่งยามเช้าหลี่หยุนหุ้นส่งออกมาจากภายในเรือนของตนเอง ตอนนี้ผ่านไปประมาณ 2 วันเห็นจะได้แล้ว
ก่อนหน้านี้เขาทำการนัดหมายเอาไว้ว่าเขาจะเดินทางเข้าไปภายในสำนักหลี่หยุนที่จะเดินทางมุ่งตรงออกไปจากบ้านของตนเองเขาเดินตรงไปยังแปลงผักบริเวณข้างบ้าน
ที่ดินเพียงเล็กน้อยที่ถูกปลูกเอาไว้อยู่บริเวณข้างๆเขาเดินไปก็พบเห็นพวกพืชที่เขาทำการปลูกเอาไว้เติบโตขึ้นมาจนกลายเป็ต้นขั้นกลาง
หลี่หยุนย่อกายของตนเองลงให้อยู่ในท่านั่งใช้ดวงตามองที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเอง
พวกมันเติบโตขึ้นมาในระดับนึงแล้วเกรงว่าอีกประมาณ2-3 วันคงจะสามารถนำพวกมันมากินได้
ที่กล่าวไปข้างต้นถ้าไม่ใช่พืชที่นำพลังของตนเองหล่อเลี้ยงมีทางที่มันจะเติบโตได้รวดเร็วอย่างนี้แน่นอน
แทนที่เป็เพราะว่าใช้ลมปราณภายในร่างของตนเองหล่อเลี้ยงมันทำให้มันกลายเป็พืชิญญาพวกมันเลยเติบโตได้รวดเร็วมากขนาดนี้
หลี่หยุนมองดูพวกมันอยู่สักพักสำรวจเ้าพวกพืชพวกนี้พวกมันมีแสงออร่าบางๆแผ่ซ่านออกมาเป็สิ่งที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน
หลี่หยุนรู้ได้ในทันทีว่าเอาสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้การปลูกของเขามันทำได้สำเร็จ
หลังจากที่มองมันอยู่สักพักเขาก็ค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ได้เดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้มุ่งตรงไปยังบริเวณด้านนอกเข้าไปบริเวณเขตเมือง
หลี่หยุนเดินทางไปยังบริเวณด้านหลังเมืองเมื่อได้เดินทางไปถึงบริเวณด้านหน้าสำนักเทพปฐี
เดินทางมาถึงสำนักเทพปฐีสำนักเก่าๆที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่บริเวณด้านหลังเมือง
เดินทางมาถึงบริเวณนี้เท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดลงใช้ดวงตาของตนเองมองดูสำนักที่เก่าและทรุดโทรม
เขาที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักดวงตามองตรงไปที่บริเวณสำนักที่มีฝุ่นเกาะ
“ สำนักเทพปฐีสมัยก่อน…มีขนาดที่ใหญ่โตมากกว่านี้ยึดพื้นที่ใจกลางเมืองแต่่เวลาหลายปีที่ผ่านมาเพราะว่าสถานะที่ย่ำแย่ลงเลยทำให้ต้องย้ายพื้นที่มาอยู่บริเวณนี้” หลี่หยุนพูดกับตนเองด้วยท่าทางจะหนักใจเล็กน้อย
หลังจากนั้นเขาเดินตรงเข้าไปภายในนั้นเขาเดินผ่านประตูเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ยังคงเป็เหมือนเดิมจากเมื่อประมาณ 2วันก่อน
เขากวาดสายตาไปมองบริเวณรอบๆภายในสถานที่แห่งนี้มันทั้งเงียบแล้วก็ไร้ซึ่งผู้คน
เสียงดังแว่วลอยมาจากบริเวณด้านนอกเป็เสียงที่พัดผ่านถนนที่ไร้ซึ่งผู้คน
บริเวณเขตนี้เป็บริเวณเขตด้านหลังเมืองเลยทำให้แทบจะไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาภายในบริเวณนี้
หลี่หยุนพี่กำลังยืนยาวไปบริเวณรอบๆอยู่เสียงฝีเท้าหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหน้า
หลี่หยุนใบหน้าของตนเองไปมองที่ต้นเสียงที่มันดังขึ้นมาเขาหันมองไปก็มองเห็นผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเองเขาคือศิษย์คนโตของสำนักแห่งนี้
เป็ผู้นั้นยืนอยู่บริเวณด้านหน้าเขาเป็บุรุษวัย20 ต้นๆที่ก่อนหน้านี้เคยโดนเขาเล่นงานไปหนึ่งหมัด
หลี่หยุนดวงตาทั้งสองข้างต้องมองตรงไปเห็นคนผู้นั้นเดินออกมาเพียงผู้เดียวคิ้วทั้งสองข้างของเขาขมวดเข้าหากัน
“ เหตุใดถึงอยู่คนเดียวคนอื่นๆล่ะ? ”
“ ออกกันไปหมดแล้วตอนนี้ภายในสำนักแห่งนี้เหลือเพียงแค่ข้าเป็ศิษย์เพียงผู้เดียวแล้วก็ท่านเ้าสำนัก..” ชายผู้นั้นตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย
หลี่หยุนยกยิ้มขึ้นที่บริเวณมุมปากราวกับว่าจะหลุดหัวเราะ
ทำให้ผู้ที่อยู่ด้านหน้ากัดฟันแน่นแล้วก็พูดขึ้นมา“ คำว่าอย่างไร!!! เพราะเช่นนั้นเ้ามีความสุขอันใดอย่างนั้นหรือ!!! ”
หลี่หยุนส่ายใบหน้าของตัวเองไปมาแล้วตอบกลับ“ ข้าบอกว่าผู้ใดไม่อยากอยู่ก็ให้มันไปรั้งเอาไว้มีแต่เสียกับเสียพวกนั้นไม่ได้อยู่สถานที่แห่งนี้ด้วยใจสักวันก็คงจะไปอยู่ดี… ”
“ เ้าเข้าใจหรือไม่ถึงแม้สถานที่แห่งนี้เหลือเพียงแค่เ้าเป็สิทธิ์เพียงผู้เดียวก็พอแล้ว” หลี่หยุนเดินเข้าไปใกล้ๆผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
“ ช่วยแนะนำข้าหน่อยได้หรือไม่ว่าสำนักแห่งนี้มีอันใดบ้าง? ”
ชายผู้นั้นแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหนักใจแต่เมื่อตัวของมันได้ยินเกี่ยวกับเื่คนพวกนั้น ไม่อยู่สถานที่แห่งนี้ด้วยใจลองคิดแล้วมันก็จริงอยู่ ยังคงรั้งคนพวกนั้นเอาไว้สักวันหนึ่งก็คงจะไปอยู่ดีสถานการณ์ในตอนนี้อาจจะรับมือได้ง่ายกว่า
ชายพวกนั้นทำการเดินสำรวจภายในสถานที่แห่งนี้เป็เพียงแค่สำนักเล็กๆที่มีพื้นที่ไม่มากนัก
ในการเดินสำรวจภายในสถานที่นี้ได้ลองสำรวจแล้วมีห้องตำรา 1 ห้องห้องฝึกฝน 1 ห้องแล้วก็มีห้องเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้นบริเวณพื้นที่รอบๆสำนักก็มีสนามหญ้าเล็กๆอยู่ภายในบริเวณรอบๆ
หลี่หยุนดูในสถานที่แห่งนี้ทรัพยากรมีน้อยนิดพื้นที่ยังมีจำกัดดูเหมือนว่ามันจะไม่สมเหตุสมผลเลยกับสำนัก
ถึงจะพูดว่าสำนักมันเองก็มีคนเพียงแค่3 คนเท่านั้นมีเขาคนผู้นี้แล้วก็มีเ้าสำนัก
หลังจากที่ได้เดินสำรวจบริเวณรอบๆมาสักพัก2 ได้มาหยุดพักอยู่บริเวณสวนหญ้าข้างๆสำนักที่มีพื้นที่อยู่เพียงเล็กน้อย
บริเวณจุดนี้มีต้นไม้ต้นใหญ่1 ต้นตั้งอยู่พอจะเป็เงาในการบดบังแสงแดด้าได้
สายลมเย็นๆพัดผ่านหลี่หยุนต้นไม้ใหญ่ที่ถูกปลูกเอาไว้ภายในสวนพร้อมกับกระจกมองตรงไปที่บุรุษที่อยู่บริเวณด้านหน้าที่กำลังแสดงใบหน้าหนักใจ
เขาทำการเอ่ยถามออกมาเมื่อเห็นใบหน้าของคนผู้นั้น“ มีอันใดอย่างนั้นหรือเหตุใดจึงแสดงใบหน้าหนักใจเช่นนั้น ”
“ ตอนแรกก่อนที่จะเกิดเื่ราวเช่นนั้นขึ้นศิษย์ภายในสำนักยังคงมีนักสืบคนแต่ตอนนี้เมื่อเกิดเื่เช่นนั้นขึ้นมาทำให้ตอนนี้ภายในสำนักเหลือเพียงข้าเป็ศิษย์คนเดียวเท่านั้นถ้ายังคงเป็อย่างนี้ต่อไปมันคงจะล่มสลายอย่างแน่นอน ”ผู้นั้นพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บใจฟันภายในปากของมันกัดกระทบกันแน่น
“ ที่บอกว่าเกิดเื่ขึ้นหมายความว่าอย่างไรมีอะไรเกิดขึ้นกับสำนักแห่งนี้อย่างนั้นหรือ?” หลี่หยุนแสดงใบหน้าอยากจะรู้เกี่ยวกับเื่ร้าย
“ ตอนแรกภายในสำนักของเราสามารถนำเข้าทรัพยากรต่างๆได้อย่างน้อยก็เป็เงินหมุนเวียนแต่เป็เพราะว่าพวกสำนักคุ้มภัยพวกนั้นทำการปฏิบัติเกี่ยวกับเื่ทรัพยากรกับพวกเราออกไป”
“ มันบอกว่าสำนักของพวกเราและสำนักทุกสำนักภายในเมืองแห่งนี้ถ้าอยากจะนำเข้าอันใดภายในเมืองจำเป็จะต้องผ่านพวกมัน”
“ พวกมันทำการเก็บเงินเป็จำนวนมากเพื่อที่จะให้สำนักต่างๆได้นำเข้าของรายละเอียดอย่างสำนักของพวกเรามีเพียงแค่ทรัพยากรน้อยนิดจะสามารถจ่ายเงินได้อย่างไร”
“ แบบนั้นมันเลยทำให้ศิษย์ภายในสำนักที่อาจจะมีทรัพยากรในการฝึกฝนสุดท้ายก็จำเป็จะต้องออกจากสำนัก ”ยิ่งอธิบายความรู้สึกภายในใจยิ่งเจ็บใจตอนนี้ดุจดั่งมีกระบี่มากมายทิ่มแทง
คนผู้นี้แสดงใบหน้าและท่าทางที่เ็ปออกมาจากด้านในจริงๆ
ผลที่ผู้คนมากมายออกจากสำนักแห่งนี้ก็เป็เพราะว่าทรัพยากรในการฝึกฝนภายในสำนักโดนตัดขาด
เพราะแบบนั้นเลยทำให้ศิษย์มากมายภายในสำนักต่างพากันออกไปเพราะว่าไม่มีทรัพยากรในการฝึกฝนเลยทำให้จำเป็จะต้องออกไปจากสถานที่แห่งนี้
อย่างไรเสียการฝึกฝนก็จำเป็จะต้องมีทรัพยากรที่ฝึกฝนเพราะแบบนี้แหละผู้คนมากมายถึงอยากจะเข้าสำนักใหญ่ๆ
เพราะว่าสำนักใหญ่ๆมีทรัพยากรที่ช่วยในการฝึกฝน เลยทำให้สามารถฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วเลยสามารถฝึกฝนลมปราณภายในร่างกายของตนเองให้พัฒนาขึ้นได้รวดเร็วมากขึ้น
สำนักเล็กๆเลยโดนมองข้ามเพราะว่าไม่มีทรัพยากรในช่วยการฝึกฝนลมปราณภายในร่างกายของตนเอง
หลี่หยุนแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังก่อนที่วินาทีถัดมาเขาจะค่อยๆผ่อนคลายใบหน้าของตนเองลงแล้วก็ตอบกลับ “เื่นั้นไม่ใช่ปัญหาอะไรมากหรอกตอนนี้สำนักแห่งนี้มีแค่เ้าเป็ศิษย์คนเดียวก็แบบนั้นทรัพยากรไม่้ามากขนาดนั้น”
คนผู้นั้นเลยใบหน้าของตนเองขึ้นมาก่อนที่จะถามออกไปอย่างสงสัย“ ความว่าอย่างไร? ”
“ ที่ข้าพูดออกไปเพราะตอนนี้ภายในสถานที่แห่งนี้มีเ้าเป็ศิษย์คนเดียวไม่เพียงเท่านั้นถ้าอยากได้เงินก็หาได้ง่ายๆไม่จำเป็ต้องกังวล ”
“ มีสถานที่มากมายที่สามารถหาเงินได้ ตอนนี้สิ่งที่ตัวของข้าอยากจะรู้ก็คือความสามารถของเ้า”หลี่หยุนพูดออกมาด้วยท่าทางที่สบายๆเขาดูไม่เป็กังวลเลยสักนิดเกี่ยวกับเื่ที่อีกฝ่ายพูดขึ้นมา
ที่จริงแล้วการที่เขานั้นเลือกที่จะเข้ามาภายในสำนักแห่งนี้เขาเองก็เตรียมตัวอยู่แล้วว่าต้องเจออันใด
หลังจากนั้นสถานการณ์ในตอนนี้มันเองก็ไม่ได้เดือนกว่าที่เขาคิดเอาไว้เลยที่จริงเขาเองก็คิดเอาไว้แล้วว่าสำนักแห่งนี้สถานการณ์จะเป็อย่างไรเพราะเขาเป็คนเขียนมันขึ้นมาเอง
หลี่หยุนกำลังยืนพิงใหญ่อยู่ค่อยๆลุกขึ้นมายึดร่างกายของตนเองตรงขึ้นแล้วก็พูด“ ข้ามีนามว่าหลี่หยุน เ้ามีนามว่าอะไร ”
อยู่บริเวณด้านหน้าหยุดนิ่งดวงตาจ้องมองไปที่บุรุษที่วัยไล่เลี่ยกันจากรูปลักษณ์ภายนอกที่อยู่ด้านหน้า
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาต้องมองไปที่ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าอย่างประหลาดใจร่างกายที่หยุดนิ่งแล้วไม่ตอบสนองเต็มไปด้วยความสับสน
ที่ใน่วินาทีถัดมาความรู้สึกของคนผู้นั้นจะกลับมาเขากล่าวนามของตนเองออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง…
“ ข้ามีนามว่าเจียนเจี๋ย ” ชายผู้นั้นกล่าวออกมาด้วยใบหน้าจริงจังทำการแนะนำตัวแก่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตนเอง
…..