Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 21


    ชายวันใหม่ที่แสนจะสดใส แต่ตอนนี้มันเป็นได้เพียงแค่อุดมคติ เพราะตอนนี้ก้อนเมฆที่ดำมืดกำลังเคลื่อนตัวเข้ามา ทำท่าว่าจะมีฝนที่ตกหนักในยามเช้าตรู่เช่นนี้ แต่แล้วเมฆเหล่านั้นก็เคลื่อนตัวออกไปยังอีกทิศทางหนึ่ง และในตอนนี้เวลาเก้าโมงเช้า แล้วมันเป็นเช้าที่ร้อนสุดๆอีกด้วย พ่อแม่ของนทีบอกกับเขาว่าถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องกลับบ้านแล้ว พวกท่านขอเบอร์โทรของนทีไว้และจะติดต่อกลับมาภายหลังจากที่แวะชื้อโทรศัพท์ระหว่างทางแล้ว นทีกับครอบครัวสวมกอดกันเล็กน้อยก่อนที่พ่อกับแม่จะออกเดินทาง "เอาละ ได้เวลาดูของขวัญที่กดมาได้สองวันนี้แล้ว" นทีเดินขึ้นห้องของเขา พร้อมกับเข้าเมนูไฟล์ของแอปพลิเคชั่นไลน์ "ไหนดูซิ ได้อะไรมาบ้าง" มันมีทั้งหมดสามรายการ 'คุณได้รับ สุราวานร จากเจ้าแห่งวานร 1 ไห คุณสมบัติเป็นสุราชั้นเลิศ และเป็นที่นิยมมากในแดนสวรรค์ ช่วยเรื่องการฝึกฝนพลังปราณเล็กน้อย' 'คุณได้รับสร้อยคอเสริมโชค จากเจ้าแห่งโชคลาภ คุณสมบัติ ช่วยเสริมโชคในทุกๆด้านให้เพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์' 'คุณได้รับหนังสือแห่งปัญญา 1 เล่ม(ของใช้แล้วทิ้ง) จากเจ้าแห่งปัญญา คุณสมบัติ ใช้ก็อปปี้หนังสือ 1 เล่มเพื่อในเข้าสู่สมองโดยตรง ผู้ใช้จะได้รับความรู้นั้นๆทันที’ “ว้าวของดีนะเหมือนกันนะเนี่ย เอาละลองใส่สร้อยดูก่อน ของที่เหลือเก็บไว้ก่อนจะดีกว่า” นทีทำการสวมใส่สร้อย มันเป็นสร้อยที่มีสัญลักษณ์ใบโควเวอร์ 5 แฉกสีเงิน ดูเข้ากับตัวเขาไม่น้อยเลยทีเดียว วันนี้นทีก็ยังว่างอีกเหมือนเคย เขามานั่งคิดๆดูแล้วว่าอยากจะเป็นเจ้าของกิจการอะไรสักอย่าง เขานั่งหาข้อมูลที่จะเปิดร้านๆหนึ่ง นทีลองโทรไปปรึกษากับยมทูตกานต์เพื่อเลือกธุรกิจที่จะทำ และคำตอบที่ได้มาคือธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ช่วงนี้กำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เช่นมือถือ ทีวีเป็นต้นหรือไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของซอฟต์แวร์เองก็ตาม ในจังหวะนั้นเองนทีก็นึกถึงหนังสือที่ได้มาจากเจ้าแห่งปัญญา เขาเตรียมตัวเพื่อจะออกไปยังร้านขายหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ทันที แต่ในขณะนั้นเอง ไลน์ของเขาก็แจ้งเตือนขึ้นมา ‘ตรึ่ง’ “หรือว่ากลุ่มจะมีการส่งของขวัญอีกครั้ง ไม่ได้การละ ต้องรีบเข้าไปดู .... เอ้าไม่ใช่นี่ ไอ่ต้น มันทักมาทำไมกัน” นทีเข้าแอปแล้วก็เจอกับเพื่อนของเขาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้วทักมา มันชื่อว่าต้น และยังเป็นเพื่อนสนิทของเขาอีกคน แต่เมื่อพวกเขาเรียนอยู่คนละคณะก็เลยห่างๆกันออกไป เขาก็อ่านข้อความที่เพื่อนส่งมา ‘ไอ่ที มึงจะมางานเลี้ยงคืนสู่เหย้าไม ที่โรงเรียนคืนวันเสาร์ที่จะถึงนี้’ เขาคิดอยู่พักหนึ่ง ใช่เขาได้รับเชิญเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะลืมเพื่อมีเรื่องยุ่งๆในคิดในช่วงที่ผ่านมานี้ และเข้าก็ตอบไปว่าจะไป พวกเขาคุยกันสักเล็กน้อยและต่างคนต่างแยกย้ายไปทำธุระของใครของมัน นทีขับรถมายังห้างเดิม เขาเดินเข้ามายังร้านหนังสือทันที เขาดูหนังสืออยู่นานก็ตัดสินใจได้ว่าจะเลือกหนังสือรวมศาสตร์การสร้างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการเขียนโปรแกรมสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เขาทำการก๊อปหนังสือทันที เมื่อก๊อปหนังสือเสร็จนทีก็ไม่สนใจที่จะชื้อมันเขาเดินออกมาจากร้านแล้ว เดินไปยังรถยนต์ของเขา จากนั้นก็เริ่มเรียนรู้วิชาใหม่เข้าสู่สมองโดยตรง เขามีความสงสัยกับไอ่คำว่าเข้าสู่สมองโดยตรงเป็นอย่างยิ่ง เขาคิดว่ามันคงจะเจ็บหน้าดู จึงเดินมาที่รถของตัวเองเพื่อจะเรียนรู้จะดีกว่า แต่แล้วมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเลยแม้แต่น้อย มันแค่เหมือนจะมึนๆเหมือนคนดื่มเหล้ามาชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น และไม่นานอาการเหล่านั้นมันก็หายไป เขาจึงเดินไปยังโซนขายเครื่องคอมพิวเตอร์ เขาที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคอมตัวหลักหรือการสร้างพื้นที่สำรองของข้อมูลของเขาด้วย นทีทำการชื้ออุปกรณ์ชุดใหญ่ รวมทั้งไอแพ็คเครื่องหนึ่งเอาไว้สำหรับทำงาน เขาให้พนักงานมาจัดส่งที่คอนโดและติดตั้งในวันเวลา 15.00น. จากนั้นเขาก็เดินไปทานร้านอาหารที่เป็นร้านไก่ทอดชื่อดังภายในห้างแห่งนี้ แต่แล้วเขาก็พบเจอกับบุคคลที่คุ้นเคย “สวัสดีครับคุณท่าน กะผมไม่ทราบเลยว่าคุณท่านมีธุระแถวนี้ในวันนี้” เขาคือยมทูตกานต์นั้นเอง กานต์แต่งตัวเป็นยมทูตเต็มยศ และด้วยหมวกที่เหล่าๆยมทูตสวมใส่มันทำให้ไม่มีใครเห็นกานต์เลยสักคน หมวกที่ทำให้เหล่ายมทูตเป็นเหมือนจะสถานะไร้ตัวตนไปชั่วขณะที่สวมใส่ นทีจึงเดินออกมาที่ลับตาคน เพราะถ้าทำท่าทางเหมือนกับคุยคนเดียวมันจะดูแปลกๆไป เขาอาจะถูกมองว่าเขาเป็นบ้าก็ได้ พวกเขาเดินตามกันมาที่ลานจอดชั้น 2A ภายในห้าง ก่อนที่นทีจะเอยพูดขึ้น “แล้วพวกเจ้าจะมีธุระอะไรกัน ข้าเห็นเหมือนพวกเจ้าจะอยู่แถวๆนี้เยอะไปหมด” “ขอรับ พวกเราเหล่ายมทูตได้รับการ์ดนำวิญญาณสถานที่ห้างแห่งนี้คนละเกือบๆสองใบ บางคนมากถึง 5 ใบ กะผมคลาดการว่าจะมีเหตุการณ์พิเศษที่ทำให้ผู้คนล้มตายกันเป็นจำนวนมาก แต่กระผมเองก็ไม่ทราบเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นขอรับ” กานต์พูดเพื่อบอกกับนทีถึงสถานการณ์ที่พวกเขามารวมตัวกัน “อย่างนั้นหรอ แล้วมันจะเริ่มเมื่อไหร่ละ” นทีทำท่าเหมือนจะคิดอะไรสักอย่าง “เวลา 15.00 น.ขอรับ ยังไงข้าน้อยก็เป็นห่วงร่างมนุษย์ของคุณท่านอยู่ระดับหนึ่ง ยังไงถ้าคุณท่านเสร็จธุระก่อนบ่ายสองโมงครึ่งจะเป็นการดีที่สุดขอรับ” “นั้นสินะ อืม” นทีที่กำลังคิดอยู่ว่าเขาจะช่วยผู้คนเหล่านั้นดีไม พวกที่กำลังจะตาย แต่นทีก็เคยทำรับความเตือนจากเทพแห่งความตายแล้วว่า ถ้ายังช่วยเหลือทุกคนอย่างนี้ วัฏจักรของวิญญาณจะขาดสมดุจ มันจพทำให้สมดุจของโลกพังลง เมื่อเขาคิดไปคิดมาก็คิดว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องของเรา ดังนั้นเขาจึงเดินทางกลับให้ทันที นทีโทรบอกบริษัทให้เร่งมาติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆให้เขาเลย เพราะตอนนี้เขาว่างแล้ว ทางบริษัทก็เร่งรีบดำเนินการในทันที การที่จะเจอลูกค้าที่จ่ายหนักขนาดนี้ ต้องเอาใจเป็นพิเศษ เวลาบ่ายโมงทางรถบรรทุกของบริษัทก็เดินทางมาถึง นทีได้แจ้งทางคอนโดไว้อยู่แล้วว่าจะมีคนมาขนของขึ้นคอนโดเขา จึงไม่มีปัญหาใดๆในการเคลื่อนย้าย