เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 46 หากข้าบอกว่าไม่เล่า

            ขอเพียงเป็นคนที่มีพื้นฐานวรยุทธ์เล็กน้อยก็จะมองออกในปราดเดียวว่าเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ไม่มีเศษเสี้ยวกำลังภายในในกายเลยเป็นเพียงเด็กธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น

            “เถ้าแก่สวีทำเกินไปแล้วกระมังเขาเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้นเอง”

            “ถูกต้องเถ้าแก่สวีใจกว้างเสมอมา แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยล้มเดิมพัน”

            รสคาวและรสหวานตีกันอยู่ในท้องก่อนจะพุ่งขึ้นมาในลำคอของเถ้าแก่สวีจากนั้นก็หายไปเองอย่างดื้อๆ

            เขาควรทำอย่างไร?ตนเองปรารถนาในรูปลักษณ์และรูปร่างขององครักษ์ผู้นั้น จึงเผลอกระโจนเข้าไปติดกับดักเดิมพันครั้งนี้มีความพากเพียรและความอุตสาหะทั้งชีวิตของเขาอยู่ในนั้น

            หากยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นเขาคงใช้ชีวิตอย่างเปล่าประโยชน์มาหลายปีแล้ว

            เด็กตัวเหม็นผู้นี้แสร้งทำตัวเป็นหมูเพื่อกินเสือชัดๆ!

            ทว่าผู้ใดใช้ให้เขาเป็นคนเริ่มเองเล่า

            ตอนนี้เกิดรู้สึกเสียใจขึ้นมาเสียแล้ว

            “นึกไม่ถึงว่าเถ้าแก่สวีจะมีนิสัยไม่กล้าได้กล้าเสียเช่นนี้แพ้แล้วยังข่มขู่อีก ท่านคิดว่าข้าเป็นเด็กน้อยที่รังแกง่ายอย่างนั้นหรือ?”

            ไป๋เซี่ยเหอหรี่ตาลงเล็กน้อยแววตาของนางเป็นประกายเฉียบคม เผยความเจ้าเล่ห์ออกมาราวกับจิ้งจอกโดยไม่ได้ตั้งใจ

            “ข้าไม่ได้คิดจะรังแกเจ้าเพียงแต่เจ้าต้องนำสัญญาออกมาด้วย”

            ในยุคสมัยนี้การพูดจาสวยหรูมิสู้สัญญาแผ่นเดียวขอเพียงประทับนิ้วมือลงไป

            ทางการก็จะจัดการอย่างยุติธรรม!

            แน่นอนว่าข้อเสียก็คือ ท้ายที่สุดแล้วสัญญาก็เป็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งเท่านั้น

            หากฉีกทิ้งก็ไม่มีสัญญาอีกต่อไปแล้ว

            “หากข้าบอกว่าไม่เล่า?” ไป๋เซี่ยเหอถาม

            “เช่นนั้นก็อย่าได้โทษที่ข้าไม่เกรงใจเลย!”

            เมื่ออันตรายคืบคลานเข้ามาผู้ชมที่ห้อมล้อมอยู่นอกประตูก็แตกกระเจิง ไม่มีใครอยากโดนลูกหลงจากไฟสงครามพวกเขาแค่มาชมความครึกครื้นเท่านั้นเอง

            อันธพาลชุดดำจำนวนสิบกว่าคนเริ่มล้อมเป็นวงกลมก่อนจะค่อยๆ ย่างกรายเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าชั่วร้าย หากเปลี่ยนเป็นเด็กน้อยธรรมดา เห็นแค่นี้คงตกใจจนร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ

            ทว่าไป๋เซี่ยเหอเป็นเด็กน้อยธรรมดาหรือ?

            “จิ่วหานวันนี้จะออกไปได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”

            หลังจากไป๋เซี่ยเหอกล่าวจบก็ถอยไปยืนด้านข้าง

            แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดสนใจนาง

            เด็กน้อยคนหนึ่งที่ไม่มีกำลังภายในก็เปรียบได้กับมดตัวหนึ่งที่เพียงบีบก็ตาย!

            ทว่าองครักษ์ของนางดูเหมือนจะจัดการไม่ได้ง่ายๆ

            แม้ว่าจิ่วหานจะเป็นมือสังหารอันดับหกในการจัดอันดับมือสังหารแห่งยุทธภพทว่าไม่มีผู้ใดเคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเขามาก่อน

            อะไรคือมือสังหารน่ะหรือ?

            ก็ลอบสังหารโดยไร้สุ้มเสียงอย่างไรเล่า!

            “ขอรับ!”

            จิตสังหารในกายของจิ่วหานพลุ่งพล่านมานานแล้วนึกไม่ถึงว่าเถ้าแก่สวีจะคิดสกปรกกับร่างกายของเขา เบื่อที่จะมีชีวิตแล้วจริงๆ ใช่หรือไม่?

            “พวกเจ้าลงมือพร้อมกันได้เลย!”น้ำเสียงอันเย็นชานั้นแฝงไปด้วยโทสะ

            ก็แค่พวกหัวมังกุท้ายมังกรเท่านั้นในสายตาของเขาย่อมไม่มีค่าพอที่จะเอ่ยถึง

            “เจ้าเก่งกาจเกินไปแล้ว”เถ้าแก่สวีเอามือลูบคางด้วยสีหน้าลามก

            ทว่าจะทำอย่างไรได้?เขาชมชอบผู้ที่มีความป่าเถื่อนเล็กน้อยเช่นนี้นัก ยิ่งทำให้เขามีความปรารถนาที่จะสยบอีกฝ่ายให้ได้

            โชคดีที่เวลานี้จิ่วหานกำลังจดจ่ออยู่กับการต่อสู้แบบหนึ่งต่อสิบจึงไม่ได้เห็นสีหน้าของเถ้าแก่สวี ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ขยะแขยงจนตายเลยหรือ?

            เมื่อผู้เชี่ยวชาญตัวจริงลงมือแม้แต่คนกระจอกก็มองออก

            พรรคพวกของเถ้าแก่สวีล้มลงเกือบหมดในเวลาเพียงสองถ้วยชาเหลือเพียงสองสามคนที่ยังคงฝืนสู้ต่อไป

            “ชิ ป่าเถื่อนนัก ข้าชอบ”

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เถ้าแก่สวีตกใจจนล่าถอยก็แค่อันธพาลสิบกว่าคนเท่านั้นเอง ขอเพียงสยบคนที่เขาต้องการได้ เขาย่อมไม่กังวลอะไร

            เพราะเขามีเงินเหลือเฟือ

            สายตาของเขาเคลื่อนไปยังไป๋เซี่ยเหอที่นั่งเท้าคางชมละครอยู่ด้านข้างจู่ๆ แววตาก็พลันเป็นประกายขึ้นมา

            แม้ว่าสังขารของเขาจะย่ำแย่ในตอนนี้ทว่าถึงอย่างไรในอดีตก็เคยเป็นถึงเจ้าแห่งยอดเขา แม้ว่าฝีมือจะตกลงเล็กน้อยทว่าการจัดการกับเด็กน้อยคนหนึ่งย่อมเป็นเรื่องง่าย

            “หากยังไม่หยุดมือเกรงว่าวันนี้จะรักษาชีวิตน้อยๆ ของเจ้านายเจ้าไว้ไม่ได้เสียแล้ว”เถ้าแก่สวียืนอยู่ด้านหลังของไป๋เซี่ยเหอ กริชอันเย็นเยียบในมือของเขาแนบไปกับลำคอขาวผ่องของนาง

            ฝีเท้าของจิ่วหานแข็งทื่อในทันที

            เถ้าแก่สวียังคงลำพองใจว่าตนเองจับจุดอ่อนของอีกฝ่ายได้แล้ว

            จิ่วหานหันหน้ามามองด้วยสีหน้าที่ยากจะอธิบายดูแล้วเหมือนว่าเขากำลังกลั้นหัวเราะ

            กลั้นหัวเราะหรือ?

            เจ้านายของตนถูกจับ ทั้งยังมีกริชพาดอยู่บนลำคอทว่ากลับยังหัวเราะออกมาได้ ทั้งโง่เง่าทั้งไม่เกรงกลัวใดๆ เลย!

            เขาดูเหมือนคนโง่อย่างนั้นหรือ?

            จิ่วหานมองเถ้าแก่สวีด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจจับใครไม่จับ ดันจับไป๋เซี่ยเหอเสียนี่ เขามีกี่ชีวิตกัน?

            “เถ้าแก่ ระวังตัวด้วย!”

            แม้ว่าเถ้าแก่สวีเพิ่งจะอายุสี่สิบหรือห้าสิบปีทว่าเนื่องจากโหมใช้งานร่างกายอย่างหนักมานานปี จึงมีพุงพลุ้ยไม่กระฉับกระเฉงเลยแม้แต่น้อย

            หากมองเพียงปราดเดียวแล้วบอกว่าเขาอายุหกสิบปีก็ไม่ถือว่าเกินไป

            เถ้าแก่สวีรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังอย่างอธิบายไม่ได้ทว่ายังคงฝืนทำตัวเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ เด็กน้อยคนนี้จะเก่งกาจเพียงใดกัน?

            “ทิ้งสัญญาและบุรุษผู้นี้ไว้แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป”

            ในสายตาของเถ้าแก่สวีนี่คือความเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาสามารถมอบให้ได้หากไป๋เซี่ยเหอยังปฏิเสธอีก เช่นนั้นก็ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีแล้ว!

            “ทิ้งบ่อนพนันเอาไว้ แล้วเจ้าจะพาคนของเจ้าจากไปได้”

            เช่นเดียวกัน

            นี่คือความเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่ไป๋เซี่ยเหอสามารถมอบให้เถ้าแก่สวีได้

            ทว่าความเมตตานี้ราวกับตบเข้าที่ใบหน้าของเถ้าแก่สวี

            “ดีในเมื่อเจ้าไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี บิดาจะ...เอ๊ะ คนเล่า”

            คนที่อยู่ใต้กริชอันตรธานหายไปอย่างกะทันหัน

            ความหนาวเหน็บลามจากฝ่าเท้าพุ่งตรงไปถึงกลางกะโหลก

            “เจ้าหาข้าอยู่หรือ?”

            น้ำเสียงที่ฟังดูเย็นชาราวกับภูตผีดังขึ้นที่ด้านหลังของเขา

            “เจ้า...”

            กริชของเถ้าแก่สวีตกลงกับพื้นเขารู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก

            ร่างเล็กยืนอยู่ด้านหลังของเขาใบหน้าดูเป็นผู้ใหญ่และเยือกเย็นไม่สมวัย มุมปากยกขึ้นอย่างเย็นชาและกระหายเลือด

            ในมือของอีกฝ่ายมีเส้นผมเรียวบางช่อหนึ่งมันพันอยู่รอบคอของเถ้าแก่สวี

            เส้นผมช่อนั้นดูอ่อนนุ่มทว่าความคมของมันไม่ได้ด้อยไปกว่ามีดหรือกริชเลย

            เมื่อเข้าบ่อนพนันจำเป็นต้องปลดอาวุธทว่าไม่มีผู้ใดคาดว่าจะมีคนใช้เส้นผมสังหารคน

            “เมื่อครู่เจ้าบอกว่าข้าไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีอย่างนั้นหรือ?” ไป๋เซี่ยเหอขยับนิ้วเล็กน้อยจากนั้นก็ดึงเส้นผมให้บาดคอของเถ้าแก่สวีจนเลือดพุ่งกระฉูด

            เปิดบ่อนพนันมาหลายปีเถ้าแก่สวีได้ลืมเลือนรสชาติของความเจ็บปวดไปเนิ่นนานแล้ว

            เพียงแต่บาดแผลที่เกิดจากเส้นผมสร้างความเจ็บปวดมากพอที่จะทำให้เขาตกใจจนทรุดตัวลงกับพื้น

            “อย่า อย่าฆ่าข้าเลยข้าไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเอง”

            ปลาใหญ่กินปลาเล็กคือกฎที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

            “เช่นนั้นเจ้าควรทำอย่างไรเล่า?”

            “ยกบ่อนพนันให้เจ้า สิ่งใดที่เจ้าต้องการล้วนมอบให้เจ้าทั้งหมดปล่อยข้าไปเถิด” นี่คือเงื่อนไขที่ไป๋เซี่ยเหอเสนอเมื่อครู่นี้

            ทว่า...

            “แต่นั่นเป็นเงื่อนไขในอดีต!”

            ประโยคนี้ถูกกล่าวออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

            หลังกล่าวจบไป๋เซี่ยเหอก็ดึงเส้นผมทันทีเส้นผมที่ดูเหมือนอ่อนนุ่มกลับปลิดชีวิตคนได้ในชั่วพริบตา

            เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด ทว่าไป๋เซี่ยเหอที่ยืนอยู่ด้านหลังของเถ้าแก่สวีนั้นกลับดูสะอาดสะอ้านร่างกายไม่เปรอะเปื้อนคราบเลือดเลยแม้แต่น้อย

            ดูไม่มีพิษภัยราวกับพระยูไล!

            มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่เปล่งประกายเจ้าเล่ห์ขึ้นเรื่อยๆและดูมีชีวิตชีวาอย่างเห็นได้ชัด

            ทุกคนล้วนอ้าปากค้างนี่คือกระบวนท่าแปลกประหลาดอะไรกัน?

            จิ่วหานมองไปทางอันธพาลสามคนที่กำลังต่อสู้อยู่“พวกเจ้าจะสู้ต่อหรือไม่?”

            ทั้งสามคนรีบหนีหัวซุกหัวซุนทันที

            ไป๋เซี่ยเหอส่งเสียงในลำคอสองทีก่อนจะกล่าวว่า“เจ้าโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว พวกเขากลัวเจ้า”

            จิ่วหานกลอกตาอย่างหน้าชื่นอกตรมทันทีเห็นอยู่ชัดๆ ว่ากลัวนางต่างหาก

            นี่เขาติดตามปีศาจตัวใดกันแน่?

            ทว่าความรู้สึกนี้ไม่เลวเลย

            วันข้างหน้าคงจะสนุกสนานมากเป็นแน่

            ------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159