[อดีตชาติ] ยามอิ้ว ณเรือนแกะสลักหยกของซ่งหยูเฟิง ชานเมืองกรุงปักกิ่ง ่กลางถึงปลายราชวงศ์ิ
บรรยากาศในเรือนแกะสลักหยกนั้นราวกับอากาศรอบตัวกลายเป็กำแพงที่มองไม่เห็น ค่อยๆ บีบรัดซ่งหยูเฟิงอย่างเืเย็นความเคร่งเครียดและความสิ้นหวังหมุนวนอยู่ในอากาศ นี่แหละคือกลิ่นของความตายกลิ่นที่ไม่ใช่เพียงการสูญเสียชีวิต แต่เป็กลิ่นของความหวังที่ดับลงเป็ความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของจิตใจ มันไม่ใช่แค่ความกลัวแต่มันคือความตระหนักรู้ถึงจุดสิ้นสุดที่กำลังใกล้เข้ามา แม้จะไม่มีเสียงใดสะท้อนก้องในเรือนแต่ความเงียบนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องที่มองไม่เห็นราวกับว่าความตายกำลังรอคอยอยู่ในทุกมุมของห้อง
ความเ็ปก่อตัวขึ้นในลำคอของซ่งหยูเฟิงราวกับก้อนสะอื้นที่ติดขัดอยู่ หญิงสาวพยายามกลั้นมันไว้ นางสูดลมหายใจลึกและพยายามรวบรวมสติ หัวใจของนางเริ่มคิดหาทางออกจากความสิ้นหวังนี้ นางรู้ดีว่า หยกัไม่สามารถตกอยู่ในมือของผู้ที่มีความทะเยอทะยานมากเกินไป หากมันถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดทุกชีวิตอาจเผชิญกับหายนะที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
“ข้าจะไม่ให้หยกักับท่าน”ซ่งหยูเฟิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาแต่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ ดวงตาสีเขียวหยกของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น“ข้าจะไม่ยอมให้มันถูกใช้เพื่อทำลายในทางที่ผิดโดยเด็ดขาด”
เฉินจางเว่ยหรี่ตาลงความโกรธแฝงอยู่ในแววตาของเขา ราวกับเพลิงที่ลุกไหม้ ขุนศึกหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้คว้าข้อมือของซ่งหยูเฟิงอย่างแรงจนความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วร่างนางราวกับว่ามือของเขาถูกหล่อขึ้นมาจากเหล็กน้ำเสียงของเขาเ็าและแฝงไปด้วยความคุกคาม “อย่าทดสอบความอดทนของข้า ซ่งหยูเฟิง”เขาคำรามเบาๆ แต่หนักแน่น “ข้าจะไม่ถามเ้าอีก ข้าได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้และเ้าต้องทำตาม”
หัวใจของซ่งหยูเฟิงเต้นแรงด้วยความกลัวแต่ในใจลึกๆ นางรู้ว่าการยอมแพ้ไม่ใช่ทางเลือก นางไม่ได้ต่อสู้เพื่อความปลอดภัยของตนเองเพียงเท่านั้นแต่นางกำลังต่อสู้เพื่อทุกชีวิตหากหยกัตกอยู่ในมือของคนที่มองเห็นแต่พลังและอำนาจ แผ่นดินจะต้องถูกทำลาย
“ท่านพี่ได้โปรด” ซ่งหยูเฟิงร้องขอ น้ำเสียงของนางสั่นสะท้านดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตาที่คลออยู่ด้วยความหวาดกลัวและความโศกเศร้า“ท่านเคยสัญญาว่าจะปกป้องข้า เราเคยสร้างความหวังและอนาคตร่วมกัน...อย่าทำแบบนี้เลย ข้ารู้ว่าท่านยังมีความรักอยู่ในใจท่านต้องบอกข้าว่าทำไมท่านถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้”
แต่คำร้องขอของนางไม่ได้ทำให้เฉินจางเว่ยลังเลใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและความแข็งกร้าวน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเ็า ราวกับว่านางไม่ใช่คนที่เขาเคยรักอีกต่อไป“ข้าไม่มีเวลาสำหรับเื่นี้” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว“ฮ่องเต้้าหยกั และข้าจะนำมันไปให้พระองค์ เ้าต้องบอกข้าว่ามันอยู่ที่ไหนมิฉะนั้น ข้าจะทำสิ่งที่จำเป็”
“ข้าทำไม่ได้!”ซ่งหยูเฟิงร้องออกมาด้วยความเ็ป น้ำเสียงของนางสั่นเครือด้วยความสิ้นหวัง“ถ้าข้าให้หยกกับท่าน มันจะทำลายทุกสิ่ง! ฮ่องเต้จะใช้มันเพื่อประโยชน์ของตนเองและแผ่นดินนี้จะพบหายนะ!”
คำพูดของซ่งหยูเฟิงไม่ได้ทำให้เฉินจางเว่ยหยุดความโกรธเริ่มก่อตัวขึ้นในสายตาของเขา เขาก้าวเข้ามาใกล้นางมากขึ้นใบหน้าของเขาแข็งกร้าว ราวกับเป็คนที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน “ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นให้ข้าแล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดันดวงตาของเขาสะท้อนความมืดมนลึกล้ำที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
ทันใดนั้นเฉินจางเว่ยผลักนางอย่างแรงจนร่างของซ่งหยูเฟิงกระแทกเข้ากับโต๊ะไม้เสียงร้องของนางดังก้องในห้อง ร่างกายของนางปวดร้าว แต่แม้ความเ็ปจะท่วมท้นนางยังคงยืนหยัด“ข้าจะไม่ยอมให้หยกัตกไปอยู่ในมือใครก็ตามที่คิดจะแสวงหาผลประโยชน์จากมัน”นางกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเทา แต่เต็มไปด้วยความแน่วแน่
ใบหน้าของเฉินจางเว่ยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ในสายตาของเขา มือของเขากระชากร่างของซ่งหยูเฟิงเข้ามาใกล้อย่างรุนแรงเขย่าร่างนางราวกับจะบังคับให้นางพูด "บอกข้ามาว่าหยกัอยู่ที่ไหน!"เสียงตะคอกของเขาดังก้องในห้อง ราวกับคลื่นเสียงที่กระแทกใส่หัวใจของนาง “บอกข้าไม่อย่างนั้นข้าจะทำในสิ่งที่ข้าต้องทำ!”
ดวงตาสีหยกของซ่งหยูเฟิงพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาความเ็ปจากการถูกทำร้ายไม่อาจเปรียบได้กับความเ็ปภายในจิตใจ นางรักเขาไว้ใจเขา แต่บัดนี้ชายผู้ที่นางเคยเชื่อมั่นกลับกลายเป็คนที่ทำลายหัวใจของนางยิ่งกว่าผู้ใดเสียงสะอื้นติดอยู่ในลำคอ แต่ซ่งหยูเฟิงพยายามกลั้นมันไว้ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นแต่ก็ยังแฝงด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
"ข้าจะไม่บอกท่าน" ซ่งหยูเฟิงกระซิบออกมาด้วยเสียงแ่เบาแต่ทุกคำพูดของนางหนักแน่นดั่งหินผาที่ไม่สั่นคลอน"ข้าจะไม่ยอมมอบหยกัให้ท่านเด็ดขาด"
ดวงตาของเฉินจางเว่ยสั่นไหวด้วยความโกรธเขาเงื้อฝ่ามือขึ้นและตบหน้าคู่หมั้นสาวอย่างแรง แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนซ่งหยูเฟิงทรุดตัวลงกับพื้นความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วร่าง นางรู้สึกได้ถึงเืที่ซึมออกจากริมฝีปากแต่ความเ็ปที่เกิดขึ้นในร่างกายไม่อาจเทียบได้กับความโศกเศร้าภายใน ซ่งหยูเฟิงนอนนิ่งอยู่บนพื้นทุกสิ่งทุกอย่างดูหมุนเคว้งรอบตัว ราวกับว่าทุกสิ่งกำลังแตกสลาย
เฉินจางเว่ยยืนอยู่เหนือร่างของนางลมหายใจของเขาหนักหน่วงและโกรธจัด หมัดของเขากำแน่นจนมือของเขาสั่น“เ้าไม่คิดหรือว่าตัวเ้าเองจะท้าทายอำนาจของฮ่องเต้ได้?” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่ทำให้บรรยากาศในห้องถึงจุดเยือกแข็ง“เ้าไม่มีอะไรเลย ซ่งหยูเฟิง เ้าเป็เพียงคนไร้ค่า หากไม่มีข้า”
ร่างบางของซ่งหยูเฟิงพยายามลุกขึ้นนั่งความเ็ปวิ่งแทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของร่างกายของนางแต่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้กับความเ็ปที่กัดกินในหัวใจ นางเงยหน้าขึ้นน้ำตายังคงเอ่อท้นในดวงตา แต่ภายในนั้นกลับสะท้อนถึงความจริงที่ชัดเจน นี่ไม่ใช่เฉินจางเว่ยที่นางเคยรักชายผู้นี้ถูกกลืนกินด้วยความมืดที่นางไม่อาจเข้าถึงได้อีกต่อไป
แต่นางจะไม่ยอมแพ้ความตายไม่อาจข่มขู่นางได้ นางเตรียมใจมาเสมอว่าวันนี้อาจมาถึง “ข้ายอมตายดีกว่า”นางกระซิบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แม้จะสั่นไหวไปด้วยความเ็ป"มากกว่าที่จะยอมมอบหยกัให้กับท่าน"
ใบหน้าของเฉินจางเว่ยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเปลวไฟที่ลุกโชนราวกับความโเี้ภายในตัวเขาจะปะทุออกมาอีกครั้ง แต่แล้ว ในชั่วขณะหนึ่งมือของเขาที่เงื้อขึ้นสูงกลับหยุดนิ่ง เฉินจางเว่ยหันหลังไปลมหายใจของเขาหนักหน่วง มือของเขาสั่นระริกขณะที่เขาลูบผมของตนเองราวกับว่ากำลังต่อสู้กับสิ่งที่ขัดแย้งอยู่ภายในจิตใจ
ความเงียบปกคลุมห้องทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจของซ่งหยูเฟิงที่ยังคงดังสะท้อนในบรรยากาศ
แล้วทันใดนั้นเฉินจางเว่ยหยุดสั่น เขาตัดสินใจบางอย่างด้วยความโเี้ที่กลับมาในดวงตาเขาหันกลับมาทางซ่งหยูเฟิงและะโด้วยเสียงที่หนักแน่นราวกับคำสั่งของเทพเ้า “ทหารจับตัวนางไว้!”
พลทหารรีบเข้ามาอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้องกังวานในห้อง ดวงตาของซ่งหยูเฟิงเต็มไปด้วยความตกตะลึงและความหวาดกลัวนางเห็นชายที่เคยเป็ที่พึ่งพิงของนางในชีวิตบัดนี้กลับกลายเป็คนที่นางไม่อาจจดจำได้อีกต่อไป