บทที่ 15
ถามตอบ
ใบหน้าขององค์ชายใหญ่พวกนั้นเปลี่ยนไปทันที เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของภูตเงาทั้งสองที่พุ่งทะยานก็มา
ความรวดเร็วระดับนั้นเร็วกว่ามันไม่รู้เื่กี่เท่า ความคิดขององค์ชายใหญ่แล่นอย่างรวดเร็ว มันรีบหันหลังแล้วก็เตรียมที่จะหลบหนี ในขณะที่กำลังหันหลังนิ้วมือขององค์ชายใหญ่ผู้นั้นก็ลูบไปที่แหวนบริเวณนิ้ว แผ่นยันต์แผ่นหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากอากาศ องค์ชายใหญ่คว้าแผ่นยันต์นั้นเอาไว้
เพียงแต่ว่ามันยังไม่ทันที่จะโคจรปราณิญญาใส่เข้าไปภายในแผ่นยันต์ ในตอนนี้เมื่อหันหลังไปก็พบเข้ากับสายตาเ็าคู่หนึ่ง
ั์ตาสีดำสนิทที่กำลังจ้องมองมันอยู่ด้านหลัง ร่างของชายชราผู้หนึ่งปรากฏกายอยู่ด้านหลังของมันั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ใช่แล้วนี่คือซากเทวะ ระดับทองแดงขั้นปลาย จางหยุนให้มันควบคุมภูตเงาทั้งสองปกป้องเขา ในขณะเดียวกันก็ให้ซากเทวะซ่อนตัวแล้วก็เร้นกายไปด้านหลังขององค์ชายใหญ่ั้แ่แรกแล้ว
ฝ่ามือของซากเทวะพุ่งทะยานมาด้านหน้าอย่างรวดเร็ว คว้าจับเข้าที่คอขององค์ชายใหญ่ แผ่นยันต์ที่กำลังจะโคจรปราณิญญาใส่เข้าไปก็โดนแย่งไปอย่างง่ายดาย
ใบหน้าขององค์ชายใหญ่ปรากฏความตื่นตระหนกหวาดกลัว จางหยุนที่ตอนแรกทำทีเคลื่อนไหวตอนนี้ก็หยุดลงแล้ว
การเคลื่อนไหวของเขาแล้วก็ภูตเงาเป็เพียงแค่ตัวล่อเท่านั้น จางหยุนมั่นใจว่าถ้าเกิดว่าชายหนุ่มผู้นี้มองเห็นภูติเงาทั้งสอง มันจะต้องหันหลังหนีแล้วก็ใช้ไพ่ลับในการหลบหนีอย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นก่อนหน้านี้เขาเลยสั่งการให้ ซากเทวะเร้นกายอยู่ด้านหลังออกมาตั้งนานแล้ว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะหนีแล้วก็สั่งการให้ซากเทวะก็เข้าจับกุมอย่างง่ายดาย
จางหยุนใช้จิติญญาของตนเองสั่งการซากเทวะ ให้หักขาทั้งสองข้างขององค์ชายใหญ่
ซากเทวะลงมือในทันที ด้วยพละกำลังที่มากกว่าของขอบเขตที่ต่างกัน เพียงแค่ลงมือเล็กน้อยก็สามารถหักขาทั้งสองข้างขององค์ชายผู้นี้ได้อย่างง่ายๆ
เสียงกรีดร้องโหยหวนที่เต็มไปด้วยความเ็ปดังขึ้นทั่วทั้งสวนดอกไม้ ดังกังวานไปทั่วทั้งคฤหาสน์เ้าเมืองแห่งนี้
เพียงแต่ว่าไม่มีผู้ใดตอบสนองกับเสียงร้องอย่างเ็ป เป็เพราะว่าในตอนนี้คนทั้งเมืองรวมไปถึงทหารองครักษ์ทั้งหมดทุกคนล้วนตายหมดแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายจะแหกปากร้องดังกว่านี้อีกกี่เท่า ต่อให้ร้องดังไปทั่วทั้งเมืองก็ไม่มีผู้ใดตอบสนอง
“ไม่นะ ขา ขา ข้า!!” องค์ชายใหญ่กำลังกรีดร้องด้วยความเ็ป
จางหยุนไม่ได้สนใจเขาก้าวเดินอย่างช้าๆ ไปนั่งลงที่โต๊ะหินกลางสวนดอกไม้ ซากเทวะที่ตอนนี้หิ้วคอองค์ชายใหญ่อยู่ ยกร่างขององค์ชายใหญ่เดินตรงมาก่อนที่จะจับร่างของมันนั่งด้านหน้าของจางหยุน จากนั้นซากเทวะก็ยืนอยู่ด้านหลังขององค์ชายใหญ่
จางหยุนมองบุรุษชุดแดงที่มีท่าทีสูงส่งมาก ในตอนพบเจอเป็ครั้งแรก แต่ในยามนี้อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทางเช่นนั้นแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความเ็ปแม้กระทั่งน้ำหูน้ำตาเองก็ไหลออกมาอย่างไม่ปกปิด
จางหยุนไม่ได้สนใจท่าทางเ็ปของมัน เขาเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ต่อจากนี้จะเป็การถามตอบ”
“หากเ้าไม่ตอบข้าจะสั่งให้หักกระดูกเ้าทีละท่อนเข้าใจหรือไม่?”
องค์ชายใหญ่เมื่อได้ยินคำพูดที่เ็าไร้ความรู้สึกนี้ ความเ็ปก็แทบจะสลายหายไปหมดรีบพยักหน้าตอบรับอย่างรวดเร็ว
“เ้าเป็ผู้ใด?”
“องค์ชายใหญ่ของอาณาจักรชิง”
“เหตุใดจึงเดินทางมาที่นี่?”
“เป็เพราะว่าได้รับคำสั่งจากท่านราชครูที่เป็อาจารย์”
“คำสั่งอันใด?”
“เก็บเกี่ยวดวงิญญาของคนในเมืองเป่ยอัน”
“เหตุใดต้องเมืองเป่ยอัน?”
“เพราะเมืองเป่ยอันถูกวางค่ายกลเก็บิญญาไว้ั้แ่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว”
“เอาดวงิญญาของคนในเมืองไปทำอันใด?”
“ท่านอาจารย์.. ท่านราชครู้าดวงิญญาพวกนี้ไปหลอมโอสถยืดอายุขัย”
จางหยุนได้ยินแบบนั้นก็หรี่ตา เขายังไม่เข้าใจโลกแห่งการฝึกตน เพราะแบบนั้นจึงไม่รู้ว่าิญญาคนก็เอาไปหลอมเป็ยาได้
จางหยุนเงียบนิ่งคิดอยู่ครู่นึงก็เอ่ยถามต่อ “ดวงิญญาที่เก็บรวบรวมไว้อยู่ที่ใด?”
องค์ชายใหญ่ใช้สายตามองไปยังกล่องไม้ด้านหน้าของพวกเขา จางหยุนเห็นแบบนั้นไม่จำเป็ต้องถามต่อแล้ว
“ท่านราชครูของพวกเ้าเป็ผู้บำเพ็ญขอบเขตใด?” จางหยุนถาม
องค์ชายใหญ่ตอบกลับมาในทันที
“สร้างรากฐาน”
จางหยุนหรี่ตาเขาไม่รู้ว่าขอบเขตสร้างรากฐานคือขอบเขตใด
จางหยุนมองไปยังองค์ชายใหญ่ องค์ชายใหญ่โดนจ้องมองมาด้วยสายตาเช่นนั้น ใบหน้าก็ตึงเครียดในทันที
จางหยุนดึงสายตากลับมาก่อนจะถามต่อ “ข้าเพิ่งเดินทางมาในแถบนี้เป็ครั้งแรก เ้ารู้หรือไม่ว่าผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่มักจะรวมตัวกันอยู่ที่ใด”
องค์ชายใหญ่ไม่รู้สึกสงสัยในคำพูดนี้เลย ในทางกลับกันการที่จางหยุนบอกว่าตนเองนั้นเป็ผู้บำเพ็ญต่างถิ่นกับดูสมเหตุสมผล
เพราะถ้าเกิดว่าเป็ผู้บำเพ็ญพื้นที่ คงไม่มีผู้ใดที่จะกล้ามาขัดขวางแผนการของราชครูของอาณาจักรชิง ที่เป็ถึงผู้ฝึกบำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานอย่างแน่นอน
เพราะว่าผู้คนบริเวณรอบๆก็รู้อยู่แล้วว่า ท่านราชครูของราชวงศ์ชิงเป็คนอย่างไร ไม่มีผู้ฝึกตนอิสระคนใดกล้าที่จะยั่วยุท่านราชครูอย่างแน่นอน แต่ถ้าเกิดว่าเป็คนต่างถิ่นเื่นี้ก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาในทันที
องค์ชายใหญ่ตอบกลับมาอย่างไม่คิดเลยแม้แต่น้อย
“ถ้าเกิดว่าเป็รอบๆอาณาจักรชิง แล้วก็อาณาจักรรอบๆสองถึงสามอาณาจักร สถานที่ที่น่าจะเป็ที่รวมตัวของผู้บำเพ็ญมากที่สุดก็น่าจะเป็หุบเขาอวี้เฟิง ”
“หุบเขาอวี้เฟิงงั้นหรือ ใกล้หรือไม่? เ้ามีแผ่นที่หรือไม่”
องค์ชายใหญ่พยักหน้า แล้วก็รีบใช้นิ้วมือเลื่อนไปัักับแหวนที่นิ้วมือ จางหยุนจ้องมองการกระทำนั้นแต่ว่าเขาเองก็ไม่ได้ว่าอันใด
หลังจากที่องค์ชายใหญ่เอามือไปััแหวนที่นิ้ว ก็มีม้วนกระดาษปรากฏขึ้นมาจากอากาศ
จางหยุนเห็นแบบนี้เป็ครั้งที่สองแล้ว เขาไม่ได้เอ่ยถามว่าแหวนนั้นคืออะไร เขาได้แต่จ้องมองมันอย่างสนใจเท่านั้น
“นี่คือแผนที่เดินทางไปยังหุบเขาอวี้เฟิง” องค์ชายใหญ่ยื่นส่งแผนที่มาให้
ดวงตาของจางหยุนมองไปที่แผนที่ที่ถูกยื่นส่งมาให้ เขาไม่ได้ยื่นมือไปรับแผนที่ในทันที เมื่อเห็นท่าทางของจางหยุน ดวงตาขององค์ชายใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนกก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนไป แววตาของมันเผยความแหลมคมออกมา ดวงตาของมันสาดประกายเหี้ยมโหด
บริเวณข้อมือขององค์ชายใหญ่มีกำไลเหล็กสีทองสวมใส่อยู่ ในยามนี้กำไลเหล็กสีทองนั้นเปล่งแสงสว่างไสว แผ่ซ่านแรงกดดันออกมาราวกับว่ามันกำลังจะะเิปะทุ
“ตาย..” เสียงะโขององค์ชายใหญ่ดังขึ้น
ฉึก!!! ดาบแหลมคมแทงทะลุลำคอองค์ชายใหญ่ ทำให้การเคลื่อนไหวทั้งหมดหยุดชะงัก ดวงตาขององค์ชายใหญ่เบิกกว้าง ภายในส่วนลึกของแววตาเผยความตกตะลึงออกมาอย่างไม่ปกปิด ไม่เพียงแค่ความตกตะลึงเท่านั้นยังมีความหวาดกลัวที่สั่นสะท้านออกมาจากิญญา
จางหยุนที่นั่งอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าราบเรียบในมือของเขาคือดาบที่แทงทะลุลำคอขององค์ชายใหญ่
“ลูกเล่นเล็กน้อย คิดหรือว่ายอมพูดทุกอย่างออกมา แล้วข้าจะผ่อนคลายตัวลง ทำให้เ้ามีโอกาสใช้ความสามารถที่ซ่อนอยู่สังหารข้า”
เมื่อได้ยินคำพูดแบบนั้น ม่านตาขององค์ชายใหญ่ก็หดเล็กลง ดวงตาของมันสั่นระริก ความหวาดกลัวท่วมท้นออกมาจากสายตา
“ม..ไม่..”
จางหยุนขยับดาบสะบัดคอองค์ชายใหญ่จนหลุด ภายในสวนตกเข้าสู่ความเงียบสงัด ทั่วทั้งบริเวณไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว โลหิตสีแดงสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งโต๊ะหิน จางหยุนที่นั่งอยู่ใต้แสงจันทร์ใบหน้าเรียบเฉย แม้จะสังหารคนเป็ๆกับมือของตนเอง ใบหน้าของเขาก็แทบจะไม่มีความรู้สึกที่ปั่นป่วนเลยแม้แต่น้อย