“รับทราบแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีเ้าเมืองซีซางอีกต่อไป”
ตำหนักที่พักเ้าเมือง ซีซาง
ภายในห้องพักเ้าเมือง ชายวัยกลางคนกำลังนอนอยู่บนเตียง ด้วยอารมณ์ที่ความสุข ที่ด้านข้างมีสาวหน้าตาสวยงาม นอนเปลือยเปล่า กำลังนอนร้องไห้อยู่บนเตียง
“ท่านเ้าเมือง ท่านได้สิ่งที่ท่าน้าไปแล้ว ถึงเวลาที่ท่านต้องทำตามสัญญา ปล่อยสามีข้าไป”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นำตัวมันเข้ามา!!”
ปัง ง เสียงประตูเปิดออก มีคนที่ถูกล่ามโซ่ ล็อกกุญแจมือ ถูกคุมตัวเข้ามาในห้อง สาวคนนั้นใรีบเอาผ้าห่มมาคลุมตัวไว้อย่างมิดชิด ใครเข้ามากัน
ชายคนนั้นถูกล่ามโซ่ หน้าตาผอมแห้ง แต่งตัวคล้ายบัณฑิต มือสั่นหายใจติดขัด มองตาไปข้างหน้าด้วยความใ
“ภรรยา นี่เ้า า ”
“สามี! ! ! ท่านเ้าเมืองท่านสัญญาแล้ว ปล่อยสามีข้าไป ได้โปรด ท่านได้สิ่งที่ท่าน้าไปแล้ว ท่าน้าอะไรอีก” นางพูดด้วยใบหน้าที่น้ำตาไหลจากดวงตาจนเต็มใบหน้า
เ้าเมืองมองไปที่คนที่คุมตัวบัณฑิตหนุ่มเข้ามา พยักหน้าเล็กน้อย ชายคนนั้นรวบรวมลมปราณที่ฝ่ามือ ตบลงไปที่ศีรษะบัณฑิต ปุ้ง ง ศีรษะะเิออกไม่มีเหลือ กลายเป็ร่างที่ไร้ศีรษะ เืนองลงเต็มพื้น
“สามี ! ! ไอ้สารเลว! พวกข้าไปทำอะไรให้เ้ากัน พวกข้าแค่เดินตามท้องถนนเหมือนคนปกติ ก็ถูกพวกเ้าจับกุมตัวมา ใส่ร้ายป้ายสีพวกข้า บังคับข่มเหงพวกข้า ข้าขอสาปแช้งพวกเ้า ให้ตายไม่มีที่ฝัง”
นางพูดเสร็จ ก็วิ่งเอาหัวพุ่งไปชนกำแพง ศีรษะยุบลง เืทะลักออก กล่าวเสียงเบา
“สามีข้าจะตามไปอยู่กับเ้าแล้วนะ..”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างเป็คู่สร้างคู่สมจริงๆ หวังว่าพวกเ้าจะได้รักกันต่อในชาติภพหน้านะ”
เ้าเมืองที่กำลังอารมณ์ดีอยู่นั้น อยู่ๆก็รู้สึกร่างกายเป็อัมพาต ขยับร่างกายไม่ได้ หันไปมองผู้คุมที่คุมตัวนักโทษเข้ามา ล้มพับไปกับพื้น เ้าเมืองใพยายามรวบรวมลมปราณที่คอเป็กระบอกเสียงหวังะโ ร้องขอคนช่วยเหลือ
“มีผู้…”
ฉึบบ! เงาแสงวาบผ่านลำคอเ้าเมืองไป ตุบ บ! หัวเ้าเมืองล่วงหล่นลงบนพื้น เืพุ่งออกจากลำคอ ร่างเงาสีดำ สวมชุดสีดำมิดชิด สวมหน้ากาก บนหน้ากากมีหลายเลข0อยู่บนหน้ากาก
ฟุ๊บ ฟุ๊บ
มีเงา2ร่างปรากฏตัวขึ้นคุกเข่าข้างเดียว ก้มหน้า สวมหน้ากาก หมายเลข 4 และ หมายเลข 7
“จัดการคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด”
หมายเลข0กล่าว
“เข้าใจแล้ว”
วันรุ่งขึ้น ข่าวแพรกระจายไปทั่วเมืองซีซาง เื่การเสียชีวิตเ้าเมือง เื่ที่เ้าเมืองกระทำผิดอย่างลับๆแพร่กระจายออกไปทั่วเมือง ผู้คนถกเถียงเื่นี้กันไปทั่ว ผู้คนเริ่มรู้จักสมาคมลอบสังหารมากขึ้น ผู้คนต่างหวาดกลัวและเคารพในเวลาเดียวกัน
“ข้าบอกแล้วกระทำแบบมันต้องไม่ตายดี “
"โชคดีนะที่มันตายเมื่อวาน ข้ากะว่าคืนนี้จะบุกไปฆ่ามันอยู่แล้ว”
“ขอบเขตปราณสะสม ขั้น 2 อย่างเ้า ยามเฝ้าประตูหายใจเ้าก็กระเด็นแล้ว อวดเก่งจริงๆ”
ตระกูลเซียว
เซียวเย่ นั่งอยู่ในตำหนัก กำลังจิบชาอย่างสบายใจ มองไปที่ปลาที่กำลังเหวกว่ายอยู่ในน้ำ กล่าวคิดในใจ
'ผู้คนเริ่มหันไปใช้บริการของสมาคมมากขึึ้น ไม่ว่าจะให้ฆ่าคนสมควรตาย หรือคนที่ไม่สมควรตาย เพื่ออำนาจบารมี ทุกคนล้วนถวิลหา คอยแต่ป่าวประกาศว่าตนเองเป็ผู้นำความยุติธรรม ลับหลังค้าประเวณี ข่มขืนสตรี เอาเปรียบคนด้อยกว่า กำจัดคนที่ขวางทางตนเอง ไม่ว่าโลกไหนก็ล้วนไม่ต่างกัน '
"หมายเลข0.."
เซียวเย่กล่าวออกมาเสียงเบา
ฟุ๊บบ มีเงาร่างปรากฎที่ด้านหลังกล่าวเสียงเงียบ
"นายท่าน…"
“ระดับพลังของผู้นำ3ตระกูลหลักของเมืองกวางตุงและเื่ที่ทำลับหลังบอกมาอย่างละเอียด"
“รายงานนายท่าน สามตระกูลได้ยกให้ ผู้นำตระกูลหลงเป็ผู้นำแล้ว ตอนนี้หลงซานจี่อยู่ขอบเขตเต๋าสะสมขั้นที่2 ผู้นำอีก2ตระกูล เจียงหนาน กับ หลิวหยวน อยู่เต๋าสะสมขั้นที่ 1 ผู้นำตระกูลทั้ง3แอบคอยตามสืบผู้ค้าขายอาวุธตี้อีอย่างลับๆและยังใช้บริการสมาคมเราให้ฆ่าคนเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลหลายสิบครั้ง รายงานข้าจดไว้ให้ท่านในตำราไว้แล้ว ส่วนเื่กองกำลังของ3ตระกูล ถ้าร่วมมือกัน..เราในตอนนี้..ยังสู้ไม่ได้ขอรับ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าจะคิดมากไปทำไม ข้าพึ่งจะ11ขวบปีเท่านั้น เ้าคิดว่าเด็กอย่างข้าจะไปทำเื่อะไรร้ายแรงแบบนั้นได้อย่างไร ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา แล้วงานที่ข้าสั่งเื่นั้นหล่ะ”
หมายเลข0 ที่คุกเข่าข้างเดียว ก้มหน้า ถอดแหวนมิติ ยื่นให้เซียวเย่ ด้วยความนอบน้อม
“เราได้รวบรวมตำราต่างๆ จากศพของคนตาย รวมถึงหาซื้อมาทั่วสารทิศจากแผ่นดินต้าเชียง นายท่าน้าหินปราณที่เป็รายได้จากสมาคมด้วยรึไม่?”
เซียวเย่รับแหวนมากล่าว
"ไม่ต้อง เก็บไว้เป็เงินทุนของสมาคมเถอะ เด็กอายุ11จะพกเงินไว้ทำไมเยอะแยะหล่ะ ขอบใจเ้ามาก ไปทำงานเถอะ..“
เซียวเย่กลับมาที่ห้อง สั่งคนรับใช้ว่าจะเก็บตัวฝึกยุทธห้ามใครรบกวน นั่งขัดสมาธิหยิบแหวนที่หมายเลข0ให้มา ส่งพลังปราณไปตรวจสอบภายในแหวน พบตำรามากมายนับ1000ตำรา
ตำราฝึกเคล็ดบ่อเพาะ เคล็ดวิชาต่อสู้ต่างๆ ความรู้เื่เต๋าสะสม ล้วนอยู่ภายในแหวน เซียวเย่ ใช้พลังปราณแทนสายตา คลุมตำราพวกนั้นเอาไว้ เดินพลังสมองถึงขีดสุด ทำความเข้าใจลึกซึ้ง1ตำราเพียงชั่วครู่…
1 เดือนผ่านไป
ในห้องเซียวเย่ นั่งขัดสมาธิอยู่ เริ่มลืมตาขึ้นมาช้าๆ “เห้ออ เหนื่อยจริงๆ อ่านตำราแบบนี้ติดต่อกันยาวๆน่าเบื่อเกินไปแล้ว” เซียวเย้อุทานออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
‘อย่างแรกข้าต้องดัดแปลงวิชาบ่มเพาะของข้าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเสียก่อน'
คิดแล้วก็นั่งสมาธิ รวมรวมภาพในหัวสมองซ้อนทับกันขึ้นมาในหัว โดยมีเคล็ดบ่มเพาะเดิมเป็ต้นแบบ ซ้อนทับกันมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ
การเดินลมปราณที่ต่างกัน การรวมลมปราณก่อนและหลัง ของแต่ละตำราบ่มเพาะ ได้ถูกนำมาดัดแปลงและแก้ไขในส่วนที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีก 1 ชั่วยาม เซียวเย่จึงลืมตา
“เคล็ดบ่อเพาะระดับพิภพ ขั้นต้น! ยอดเยี่ยมจริงๆ จอมยุทธ์ขั้นเต๋าสะสมคือ คือการใช้ลมปราณโดยรอบดัดแปลงให้กลายเป็พลังงานธาตุ โดยใช้ลมปราณในตันเถียนที่เป็พลังงานไร้ธาตุที่ผ่านการเลี้ยงด้วยตันเถียนแล้ว ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยสายตา แปลสภาพกลายเป็เห็นด้วยสายตาเป็ธาตุต่างๆ แต่ถ้าทำแค่แบบนั้นจะใช้เวลานานจนเกินไป ข้าคงต้องเสาะหาเดินทางทั่วแผ่นดินอะไรแบบนี้สินะ…ถ้าตันเถียนอยู่กึ่งกลาง ก็เหมือนจะมีบริวารเป็เต๋า อยู่รอบๆตันเถียน เพิ่มขึ้นที่ละเต๋า จนมี 9 เต๋า ผู้ฝึกยุทธ์ ทั่วไปจะฝึกเต๋าเป็ธาตุเดียวกันทั้งหมด หรือไม่ก็2ธาตุ เพราะถ้ามากกว่านั้นจะทำให้เต๋าไม่แข็งแกร่ง ฝึกไปก็จะโดนคนอื่นตบเอาซะเปล่าๆ มันไม่มีวิธีอื่นเลยรึไงกัน ทำไมข้าไม่มีไอ้สกิลพระเอกที่มันฝึกได้หลายๆธาตุหรือว่าฝึกเต๋าได้100เต๋าอะไรแบบนี้บ้าง จะไม่ส่งอะไรมาช่วยข้าเลยรึไงกัน แล้วจะส่งข้ามาเกิดใหม่ทำไม ดีนะที่ข้าเป็อัจฉริยะกลับมาเกิด ลองฝึกดูก่อนก็แล้วกัน มีแค่นี้ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย แล้วค่อยแก้เปลี่ยนจุดส่งให้ท่านปู่กับท่านพ่อ”
พูดไปบ่นไปเสร็จเซียวเย่ก็หลับตาบ่มเพาะ
ลมปราณโดยรอบรวมตัวกันที่เซียวเย่อย่างรวดเร็ว ตำราเล่มก่อนหน้าทำให้เห็นเป็ลมปราณรอบตัวเซียวเย่ตำราเล่มนี้ก็เหมือนกันแต่..มันยังไม่ยอมหยุด ยังคงรวบรวมลมปราณต่อไป เซียวเย่ใ ตัดสินใจสะบัดมือปล่อยหินปราณกองมหาศาลออกมาจนเต็มพื้นห้อง จากแหวนมิติ ลมปราณรวมตัวกันรอบตัวเซียวเย่ขากสีขาวจยเป็สีเทาขุ่น
‘ถ้าบ่มเพาะโดยดูดแค่พลังงานโดยรอบแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ต้องใช้หินปราณควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เคล็ดบ่มเพาะเล่มนี้ทำงานได้สูงสุด’
รวบรวมได้แล้วเซียวเย่ก็ดูดกลืนลมปราณสีเทาขุ่นเข้าไปเหมือนหลุมดำ มันเดินทางผ่านทางชีพจร เหมือนพายุ เหมือนว่าเส้นชีพจรเล็กไปสำหรับมัน ทำให้มันโมโห โวยวายตลอดการเดินทางไปตันเถียน เซียวเย่รู้สึกเ็ป
‘เ็ปทั่วร่างกายไปหมด เหมือนมีใครมาทุบตามร่างกายของข้า ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า’
เส้นชีพจรพอโดนมันอาละวาดก็เริ่มขยายออกขยายออก สิ่งอุดตันในเส้นชีพจรที่อยู่ต่อหน้ามันถูกมันทำลายลงไม่มีเหลือ
พอมาถึงตันเถียนมันก็ยังไม่หยุดโมโห มันถาโถมลงไปในตันเถียนอย่างรวดเร็ว เหมือนพยายามจะทำลายตันเถียนจากด้านในเป็ชิ้นๆ
เซียวเย่พยายามข่มความเ็ปมากมายที่เข้ามา ใช้ลมปราณที่ดูเหมือนกำลังโมโหห่อหุ้มตันเถียนเอาไว้ไม่ให้มันะเิ
ตันเถียนทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ขยายออกมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปถ้าไม่ได้ใช้เคล็ดบ่อเพาะมารทมิฬของเซียวเย่ พยายามฝีกยุทธ์ให้ตายก็คงกว้างไม่เกิน 45จั๊งในขั้น9 ถ้าเป็ผู้มีพร์ ก็คงไม่เกิน90จั๊ง
แต่เซียวเย่ตอนนี้อยู่ขั้น6ก็80จั๊งเข้าไปแล้ว แล้วยังคงขยายไปเรื่อยๆ 85…90…95…100!! เซียวเย่เริ่มรู้สึกว่าไม่อาจฝืนทนมันได้อีก ลมปราณที่ถูกล่อเลี้ยงโดยตันเถียนะเิออกมาจากภายใน ไหลไปตามร่างกาย เลี้ยงดูให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ดำเนินอยู่อย่างนั้น จนผ่านไป2วันเซียวเย่จึงลืมตาขึ้น
“ขอบเขตปราณสะสมขั้นที่ 7 !! อายุ11ขอบเขตปราณสะสมขั้นที่7 นี่ข้ามันอัจฉริยะเกินไปแล้ว ผู้มีพรสววรค์ทั้งหลายบนแผ่นดินต้าเชียงเอ๋ย รอจนข้าอายุ15ก่อนเถอะ ข้าจะผงาดให้ยิ่งกว่าัไปเลยย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เซียวเย่เริ่มเขียนตำราให้พ่อกับปู่ของตนเองและของกองกำลังเงาชู
“หมายเลข0!!"
ฟุ๊บบ เงาสีดำปรากฎขั้นด้านหลัง
“เ้าเอาตำรานี้ไปให้ท่านพ่อกับท่านปู่ ส่วนอันนี้ของเ้ากับกองกำลังเงาชู ตำรานี้จะทำให้พวกเ้าฝึกจนถึงขั้นเต๋าสะสมได้ ถึงขั้นนั้นเมื่อไหร่ข้าจะมอบเคล็ดวิชาให้อีกที อ่อ พวกเ้าทั้งหมดจงบ่อเพาะเต๋าแห่งความืดซะ ที่เหลือข้าจะจัดการเอง คอยหาเคล็ดวิชาต่อไป ร่วมถึงข่าวสารผู้มีพร์ทั้งหมด แล้วพวกที่ต่อหน้าทำดีต่อสังคม ลับหลังเน่าเฟะ มาให้ข้าด้วย ถ้าฆ่าได้ก็ฆ่าเลยไม่ต้องไปป่าวประกาศอะไรไร้สาระ พวกเราก็ไม่ใช่คนดีกันอยู่แล้ว ไม่จำเป็ต้องให้ใครมารักเรา แต่ถ้าฆ่าไม่ได้ รอเสียหน่อย ข้าจะไปเยี่ยมเยียนด้วยตนเอง"
‘นายท่านคิดจะทำอะไรกันแน่…แต่ว่า...ข้ามาถึงตรงนี้ได้ก็เพราะนายท่านต่อให้นายท่านจะพาข้าไปตาย...ข้าก็จะไม่เสียใจ!'
“รับทราบ”
หมายเลข0กล่าว