บทที่ 40 ผู้หญิงขี้อ้อนจะได้ทุกอย่าง
“เธอบอกว่าฟู่อวิ๋นจือนอกใจ แล้วเธอไม่เคยนอกใจเขาเลยงั้นสิ? ยังจะมีหน้ามาทำตัวเป็นคนดีต่อหน้าสื่อ คืนนั้นพี่เหยียนอุ้มเธอไปโรงแรม พวกเธออยู่ด้วยกันที่โรงแรมทั้งคืน!”
หลีเกอตกใจมากเธอไม่คิดว่าฉู่ซือเจียวจะรู้เรื่องพวกนี้ แต่เธอก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจข้อสงสัยบางอย่าง “รูปพวกนั้น เธอเป็นคนให้เจียวม่านหนิงงั้นเหรอ?”
ถ้าใช่ ก็เข้าใจได้ว่าทำไมในรูปฟู่ซือเหยียนถึงหันหลังให้ตลอด
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม? ฉันล่ะเกลียดผู้หญิงอย่างเธอจริง ๆ!” ฉู่ซือเจียวไม่ปิดบังอะไร “วิธีการสกปรก! แค่ได้ขึ้นเตียงกับพี่เหยียน แล้วคิดว่าพี่เหยียนจะชอบเธองั้นเหรอ?”
หลีเกอได้ยินเธอพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็โกรธมาก
คืนนั้นหลังจากเธอเห็นว่าฟู่อวิ๋นจือนอกใจ เธอโมโหมากเลยไปที่ผับ ตั้งใจจะหาหนุ่มหล่อสักคนมาเป็นของเล่น แต่ดันไปเจอฟู่ซือเหยียน อาของฟู่อวิ๋นจือพอดี
เธออาศัยความกล้าจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าไปกอดคุณอาฟู่ ทำตัวไม่เหมาะสม แต่พอตื่นมาในวันรุ่งขึ้นก็รู้สึกเสียใจ อยากจะตัดขาดจากเขาให้เรียบร้อย แต่ไม่คิดว่าเขาจะอยากให้เธอช่วยจัดการธุระ เลยวางกับดักเธอเป็นชั้น ๆ
อะไรกัน นี่เธอไปยั่วยวนฟู่ซือเหยียนงั้นเหรอ? แต่ฟู่ซือเหยียนก็ไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์นะ!
“เป็นไง โดนฉันจี้จุด เลยไม่กล้าพูดอะไรสินะ?” เห็นหลีเกอเม้มปากไม่พูดอะไร ฉู่ซือเจียวก็ํยิ่งได้ใจ “ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวหรอก น้องสาวเธอก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกัน!”
“น้องสาวเธอเองก็ไม่รู้ไปเกาะผู้ชายคนไหน ถึงได้มาแย่งงานพรีเซ็นเตอร์ของฉันไปได้ แถมยังกล้ามาท้าทายฉันอีก! ที่ฉันไม่เอาเรื่องเพราะกลัวพี่เหยียนจะดุเอาแค่นั้นแหละ ไม่งั้นฉันจะทำให้น้องสาวเธออยู่ในวงการบันเทิงไม่ได้อีกแน่!”
หลีเกอจ้องเขม็งด้วยสายตาเย็นชา ปล่อยมือขวาที่จับเธอไว้ แล้วตบหน้าฉู่ซือเจียวอย่างรวดเร็ว เสียง ‘เพียะ!’ ดังสนั่นจนฉู่ซือเจียวถึงกับมึนงง
ฉู่ซือเจียวลูบแก้มที่ชาไปหมด เบิกตามองหลีเกอ “แก...แกตบฉัน?”
“ก็เธอมันสมควรโดน” หลีเกอตอบเสียงเย็นชาด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ “เธอมีตระกูลฟู่คอยหนุนหลัง นั่นเป็นเรื่องของเธอ แต่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความพยายามของคนอื่น”
“แม้แต่พี่เหยียนยังไม่เคยตบฉันเลย แต่แกกลับตบฉัน!” ไม่ว่าหลีเกอจะพูดอะไร ฉู่ซือเจียวก็เสียสติไปแล้วเพราะโดนตบ เธอพุ่งเข้าใส่หลีเกออย่างสุดแรง
หลีเกอหลบไม่ทันจึงล้มลงไปกองกับพื้น ฉู่ซือเจียวกรีดร้องพลางกระชากผมและหยิกหน้าเธออย่างแรง หลีเกอก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งสองคนจึงกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้น
เสียงเอะอะโวยวายในห้องนั่งเล่นดังขึ้นจนไปถึงชั้นบนจนฟู่ซือเหยียนได้ยิน
เขารีบผูกเสื้อคลุมอาบน้ำแล้วรีบวิ่งลงบันไดมาก็เห็นผู้หญิงสองคนกำลังตบกันอยู่บนพื้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงของฉู่ซือเจียวดังราวกับลำโพง เสียงนั้นช่างน่ารำคาญและแสบแก้วหู
สีหน้าของฟู่ซือเหยียนเคร่งขรึมเขาตะโกนเสียงดังว่า “พวกเธอทำอะไรกัน!”
“ฮือ ๆ พี่เหยียน!” เมื่อเห็นฟู่ซือเหยียนปรากฏตัว ฉู่ซือเจียวก็คลานลุกขึ้นจากพื้นโชว์ใบหน้าที่บวมเป่งครึ่งหนึ่งให้เขาดู “ผู้หญิงคนนี้ตบฉันค่ะ! พี่ยังไม่เคยตบฉันเลย แต่เธอกลับมาตบฉัน!”
น้ำตาของเธอไหลพรากราวกับสายน้ำ
ฟู่ซือเหยียนเห็นสภาพเธอดูย่ำแย่ ใบหน้าครึ่งหนึ่งยังบวมเป่ง เขาเช็ดน้ำตาให้เธอแล้วหันไปมองหลีเกอ
“คุณหลี ช่วยอธิบายหน่อย”
หลีเกอยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสงบนิ่ง ไม่แสดงความหวาดกลัว “คุณหนูฉู่เป็นฝ่ายแสดงกิริยาไม่สุภาพก่อน ด่าฉันและน้องสาวของฉัน เธอลงมือทำร้ายฉันก่อน ฉันจึงตอบโต้กลับค่ะ”
“เธอโกหก ฉันไม่ได้ตบเธอสักหน่อย!” ฉู่ซือเจียวปฏิเสธเสียงแข็ง ยังไงซะฟู่ซือเหยียนก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ “เธอตบฉันต่างหาก เธอมันไร้ยางอาย!”
“เจียวเจียว!” ฟู่ซือเหยียนดุเสียงเข้ม ดวงตาแข็งกร้าว “เป็นอย่างที่เธอพูดจริง ๆ หรือเปล่า?”
“ไม่ใช่!” ฉู่ซือเจียวกระทืบเท้า เมื่อเห็นเขาสวมเสื้อคลุมอาบน้ำ เธอก็เริ่มเปลี่ยนเรื่อง “พี่เหยียนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าไม่ได้ชอบเธอ แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ แถมยังอยู่ในสภาพแบบนี้อีก!”
“คุณหนูฉู่ กรุณาลืมตาดูให้ดี ๆ ว่าใครกันแน่ที่แต่งตัวโป๊” หลีเกอชี้ไปที่เสื้อกล้ามของตัวเอง “เสื้อกล้ามฉันหนาขนาดนี้ นอกจากแขนของฉันที่โผล่ออกมา คุณเห็นอะไรโป๊อีกล่ะ?”
“ถ้าจะพูดถึงความโป๊ ฉันยังสู้คุณหนูฉู่ไม่ได้เลย คุณใส่เสื้อแขนสั้นเอวลอยโชว์หน้าท้อง แถมยังใส่กางเกงขาสั้นอีก แต่ฉันที่ใส่กางเกงขายาวเก้าส่วนเทียบกับคุณไม่ได้หรอก”
ฉู่ซือเจียวจ้องเธออย่างเกรี้ยวกราด “หุบปาก เธอไม่มีสิทธิ์พูด!”
“ที่นี่คือบ้านของประธานฟู่ ฉันจะมีสิทธิ์พูดหรือไม่ ต้องให้ประธานฟู่เป็นคนตัดสิน” หลีเกอกอดอกยิ้ม
“แก!”
“พอได้แล้ว!” ฟู่ซือเหยียนขัดจังหวะการทะเลาะของทั้งสอง ใบหน้าของเขาดูมืดมนราวกับหมึก
ฉู่ซือเจียวกระทืบเท้าดึงมือของฟู่ซือเหยียนแกว่งไปมา “พี่เหยียน ฉันไม่ได้แกล้งเธอจริง ๆ นะ เธอต่างหากที่ตบฉันไปทั้ง ๆ ที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด พี่ต้องให้ความยุติธรรมกับฉัน”
“ถ้าไม่ได้แกล้งเธอจริง ๆ ก็คงพูดอะไรแรง ๆ ใส่เธอล่ะสิ เธอถึงได้ตบให้น่ะ” ฟู่ซือเหยียนไม่ได้เห็นเหตุการณ์ แต่เขารู้จักนิสัยของฉู่ซือเจียวดี “ครั้งนี้ช่างมันเถอะ”
“พี่เหยียน!”
ฟู่ซือเหยียนมองด้วยสายตาเย็นชา ฉู่ซือเจียวจึงไม่กล้าเอะอะโวยวายอีก เธอทำปากยื่นอย่างโกรธเคือง
“เธอเป็นพนักงานของบริษัทฟู่มาที่นี่ก็เพื่อช่วยจัดการเรื่องงานของฉันเท่านั้น” ฟู่ซือเหยียน เหลือบมองไปที่ประตูที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเค้ก “เค้กนั่นเธอเอามาเองใช่ไหม จัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อยด้วย”
“ฉันไม่ทำ! ไม่ทำ!” ฉู่ซือเจียวทำหน้าไม่พอใจ “ควรให้เธอเป็นคนเก็บกวาดสิ ถ้าเธอไม่เปิดประตูแล้วทำให้ฉันตกใจ เค้กก็คงไม่หล่นลงพื้นหรอก”
หลีเกอยิ้มมุมปาก
เฮอะ เธอต่างหากที่ทำให้ฉันตกใจน่ะ!
“เจียวเจียว อย่าให้ต้องพูดซ้ำอีกรอบนะ” สีหน้าของฟู่ซือเหยียนยิ่งเขร่งขรึมขึ้นไปอีก “ยังไม่หมดเวลาที่ต้องหันหน้าเข้ากำแพง แต่กลับวิ่งมาหาฉัน เรื่องนี้ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอเลยนะ”
“รู้แล้วน่า ฉันจะเก็บเดี๋ยวนี้แหละ” ฉู่ซือเจียวไม่กล้าเถียง เธอเก็บกวาดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
หลีเกอลูบอกตัวเองเบา ๆ
สวรรค์รู้ว่าเธอเครียดแค่ไหน รู้ว่าฟู่ซือเหยียนตามใจฉู่ซือเจียว เธอกลัวว่าเขาจะลงโทษเธอเพื่อฉู่ซือเจียว โชคดีที่ฟู่ซือเหยียนไม่ได้ปกป้องฉู่ซือเจียวอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เธอไปที่ห้องครัวเพื่อห่อกับข้าว และก่อนออกไปก็พูดกับฟู่ซือเหยียนว่า “ท่านประธานฟู่ งั้นฉันจะมาใหม่พรุ่งนี้นะคะ”
ฉู่ซือเจียวที่กำลังเช็ดพื้นอยู่ตรงประตูจ้องมองเธอและพูดว่า “ไม่ต้องให้เธอมาหรอก บอกให้ผู้ช่วยจางมาแทน!”
เธอรู้สึกรังเกียจผู้หญิงคนนี้จริง ๆ
“เจียวเจียว อย่าเอาแต่ใจให้มาก” ฟู่ซือเหยียนตำหนิเธอก่อนจะพยักหน้าให้หลีเกอ “เดินทางปลอดภัย”
หลีเกอพยักหน้ารับ หลังจากก้าวลงบันไดหลีเกอก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง เห็นฉู่ซือเจียวคุกเข่าเช็ดพื้นอยู่ตรงประตูทางเข้า น้ำตาไหลพรากด้วยความน้อยใจ ร้องไห้ฟูมฟายกับฟู่ซือเหยียนว่าเขาไม่รักเธอแล้ว จากนั้นฟู่ซือเหยียนก็เดินออกมา
ฟู่ซือเหยียนเช็ดน้ำตาให้เธอแล้วบอกให้เธอเข้าไปล้างมือ ส่วนตัวเขาเองก็โทรเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดมาแทน
หลีเกอรู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันที
เธอมองออกว่าฟู่ซือเหยียนรักและตามใจฉู่ซือเจียวมาก ต่อให้ฉู่ซือเจียว จะงอแงโวยวายแค่ไหน เขาก็แค่พูดตำหนิเท่านั้นพอเห็นเธอร้องไห้ตอนกำลังเช็ดพื้น เขาก็รีบห้ามไม่ให้ทำต่อทันที
ฉู่ซือเจียวช่างโชคดีจริง ๆ ที่มีตระกูลฟู่คอยหนุนหลัง แถมยังมีคนรักใคร่เอาใจขนาดนี้
…
ช้าวันรุ่งขึ้นหลีเกอเข้าไปจัดการงานที่บริษัทก่อน จนสิบโมงกว่าจึงมาถึงที่พักของฟู่ซือเหยียน ไม่คิดว่าจะเจอฉู่ซือเจียวนั่งเล่นมือถืออยู่ตรงบันไดหน้าประตู
เธอไม่ใช่ดาราหรอกเหรอ? แล้วมานั่งยองอยู่ตรงนี้ทำไม ไม่ต้องรีบไปทำงานหรือไง?
หลีเกอเพียงแค่คิดในใจแล้วทำเป็นไม่เห็นฉู่ซือเจียวเดินผ่านเธอไปแล้วใช้บัตรแตะที่ประตูอัตโนมัติ
“นี่ เธอได้บัตรผ่านประตูมาจากไหน?” ฉู่ซือเจียวเก็บมือถือแล้วลุกขึ้นยืนมองหลีเกอด้วยสายตาไม่พอใจ “นอกจากผู้ช่วยจางแล้ว พี่เหยียนก็ไม่เคยให้ใครแม้แต่ฉันเขาก็ไม่ให้ เธอขโมยมาใช่ไหม?”
น้ำเสียงฟังดูหึงหวงอย่างชัดเจน
เธอขอร้องฟู่ซือเหยียนอยู่ตั้งหลายครั้งเพื่อขอบัตรผ่านประตู ฟู่ซือเหยียนก็ไม่ยอมให้เธอแต่กลับให้ผู้หญิงคนนี้ได้