“ลี่หยาง นี่เ้าไม่นับถือข้าที่เป็ลุงใหญ่ของเ้าแล้วหรือ ทำไมถึงกล้าเถียงข้าเช่นนี้” ลุงใหญ่เซี่ยะโขึ้น
“ข้าไม่ได้เถียง ข้าแค่ชี้แจงเหตุผลให้ท่านฟัง ส่วนที่ท่านถามว่าข้าไม่นับท่านเป็ลุงใหญ่แล้วหรือไม่นั้น ครอบครัวสายสามของข้าคงไม่อาจเอื้อมไปนับญาติกับคนตระกูลเซี่ยอย่างท่านแล้ว หรือว่าท่านยังอยากให้ข้าเอากระดาษแผ่นนั้นออกมาเตือนความจำท่านอีกรอบ”
“นี่เ้า...เ้ากล้าเอาหนังสือฉบับนั้นมาขู่ข้าหรือ?”
“ขู่? ไม่เลยขอรับ ข้าแค่พูดความจริงเท่านั้น”
ลุงใหญ่เซี่ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “เอาล่ะ เื่นั้นก็แล้วไปเถอะ แต่ที่ข้ากับเ้าห้ามาในวันนี้เพราะอยากมาร่วมแสดงความยินดีกับการเปิดกิจการของเ้าเท่านั้น”
“เกรงว่านายท่านใหญ่เซี่ยจะเข้าใจผิด เพราะโรงสุราหยางซูซิ่งของเราเปิดกิจการมาได้หลายปีแล้ว ฉะนั้นวันนี้เป็เพียงวันที่เราจะเปิดประมูลสุราเป็ครั้งแรกเท่านั้น” เซี่ยลี่หยางเรียกอย่างห่างเหิน
“ประมูล? เ้าจะเอาเหล้าอะไรมาประมูล ร้านของเ้าคงมีแค่เหล้าขาวต้มออกมาขายกระมัง ของธรรมดาพรรค์นั้นยังจะมีใครมาประมูล” อาห้าเซี่ยพูดเสียงเยาะ
“ข้าได้ยินคนป่าวประกาศไปทั่วว่าสุราของเ้าเป็สุราดีที่สุดในแคว้น และยังไม่เคยวางขายที่ไหนมาก่อน แต่ดูจากวันนี้ที่ไม่มีลูกค้าเข้ามาในร้านเลยสักคน เช่นนั้นข้าจะช่วยซื้อเหล้าของเ้ากลับไปสักขวดก็แล้วกัน นับเป็กำลังใจในการค้าขาย” ลุงใหญ่เซี่ยปรับสีหน้าให้กลายมาเป็รอยยิ้มสดใส เมื่อครู่เขาเงยหน้าขึ้นไปเห็นน้องสะใภ้สามพอดี เขาจะตีหน้าั์ใส่ไอ้หลานชายตัวดีไม่ได้
“ลุงฝู มีคนอยากซื้อเหล้าของเรา ท่านไปเอาเหล้าหวานทั้งสี่รสมาให้นายท่านใหญ่เซี่ยได้เลือกซื้อเถิด”
“ขอรับคุณชายใหญ่” ลุงฝูรีบเดินไปหยิบเหล้าหวานที่ถูกบรรจุในขวดกระเบื้องเคลือบออกมา “ขวดกระเบื้องเคลือบแต่ละสีจะหมายถึงรสชาติและกลิ่นของเหล้าหวานที่แตกต่างกันขอรับ”
อาห้าเซี่ยมองดูขวดกระเบื้องเคลือบทั้งสี่สีแล้วก็เบะปาก “แค่เหล้าขาวต้มเอามาใส่ขวดต่างสีกันเท่านั้น มีอะไรน่าสนใจ”
“ลุงฝูเปิดเหล้าให้พวกเขาชิมสักหน่อย”
“ขอรับคุณชายใหญ่” ลุงฝูรินเหล้าหวานทั้งสี่รสชาติใส่แก้วใบเล็กส่งให้ลุงใหญ่เซี่ยและอาห้าเซี่ย
สองพี่น้องแซ่เซี่ยดื่มเหล้าหวานรสดั้งเดิมเข้าไปก็รู้สึกตะลึง เหล้าขาวบริสุทธิ์มีกลิ่นหอม รสชาติหวานใน่ต้น และ่ปลายจะรู้สึกขมเล็กน้อย เมื่อคิดว่าแก้วแรกยังเป็เหล้าดีขนาดนี้ ไม่ช้าเหล้าทั้งสามรสที่เหลือก็ถูกดื่มไปอย่างรวดเร็ว
“ยังมีอีกหรือไม่” อาห้าเซี่ยถาม
“ย่อมต้องมีอยู่แล้ว นายท่านห้าเซี่ย้ารับกลับบ้านกี่ขวดดี” เซี่ยลี่หยางถาม
“ข้าเอาทั้งสี่ขวดนี้เลย ไม่สิ...เอามาอย่างละห้าขวดเลย”
“ทั้งหมดคิดเป็เงินหนึ่งร้อยตำลึง นายท่านห้าเซี่ยจะจ่ายเป็ตั๋วแลกเงินหรือเป็เงินสดดีขอรับ” ลุงฝูยิ้มหน้าบาน
“พวกเ้าขายเหล้าขวดเล็กๆ นี้ถึงห้าตำลึงเชียวหรือ คิดจะปล้นกันหรือไร” อาห้าเซี่ยะโ
“เงินแค่ร้อยตำลึงคงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งของท่านร่วงกระมัง อีกอย่าง ท่านดื่มเหล้าของข้าไปแล้วก็คงจะรู้แล้วว่าเหล้าของข้าเป็เหล้าดีและยังไม่มีขายที่ไหน ของดีและเป็ของหายากเช่นนี้จะขายราคาถูกได้อย่างไรกัน”
อาห้าเซี่ยลังเลใจ เขาได้รับเงินเดือนมาจากกองกลางแค่เดือนละห้าสิบตำลึง แม้เขาจะยักยอกเงินจากกิจการของครอบครัวที่เขาดูแลอยู่มาได้บ้าง แต่การจะให้ควักเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกมาต่อหน้าพี่ใหญ่จะเป็เื่ดีได้อย่างไร แต่ครั้นได้ยินคำพูดถากถางของเซี่ยลี่หยาง หากเขาไม่จ่ายเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกไป ก็เท่ากับเขาไม่มีเงินน่ะสิ
“พี่ใหญ่ ข้าขอยืมตั๋วแลกเงินสักหนึ่งร้อยตำลึงได้หรือไม่ขอรับ ท่านหักเอาจากเงินเดือนของข้าเลยก็ได้” อาห้าเซี่ยกระซิบ
“หากไม่มีเงินก็อย่าทำหน้าใหญ่ ซื้อไปเท่าที่จ่ายไหวก็พอ” ลุงใหญ่เซี่ยปฏิเสธน้องชายทันที หลายครั้งที่เ้าห้ามาขอยืมเงิน แต่พอถึงเวลาคืน เ้าน้องชายตัวดีกลับหาเื่บ่ายเบี่ยง
อาห้าเซี่ยถูกพี่ชายปฏิเสธก็กระแอมออกมาทีหนึ่ง “ข้าลืมไปว่าพักนี้สุขภาพไม่ค่อยดี ท่านหมอจึงให้ลดการดื่มสุรา เช่นนั้นจัดเหล้ามาให้ข้าแค่อย่างละขวดก็พอ”
“เหล้าสี่ขวดคิดเป็เงินยี่สิบตำลึง ข้าจะไปนำเหล้ามาให้ท่านเดี๋ยวนี้ขอรับ” ลุงฝูเดินเข้าไปหลังร้านก่อนจะแอบถอนหายใจ เฮ้อ...เกือบจะขายเหล้าได้หนึ่งร้อยตำลึงแล้วเชียว ไม่คิดว่านายท่านห้าจะยากจนเพียงนี้ เงินแค่หนึ่งร้อยตำลึงก็ไม่มีจ่าย
“นายท่านใหญ่เซี่ยจะรับด้วยหรือไม่ขอรับ” เซี่ยลี่หยางยิ้มถาม
“ข้ายังต้องตัดสินใจอีกที แต่ข้าอยากถามว่าอำพันเรืองรองกับมรกตมั่งมีของเ้าเล่า จะไม่ยกออกมาให้เราได้ชมก่อนหรือ” ลุงใหญ่เซี่ยถาม ขนาดเหล้าหวานที่ราคาถูกที่สุดของร้านยังรสชาติดีขนาดนี้ แล้วอำพันเรืองรองกับมรกตมั่งมีที่จะเอาไว้ประมูลจะเป็เหล้าดีขนาดไหน ได้ยินมาว่าราคาของเหล้าทั้งสองชนิดนั้นเริ่มต้นการประมูลก็ปาเข้าไปหนึ่งร้อยตำลึงแล้ว
“วันนี้นอกจากพวกท่านสองคนที่เข้ามาเป็ลูกค้าของร้าน นอกนั้นก็ไม่มีใครเข้ามาอีก เช่นนั้นการประมูลของวันนี้จะถูกยกเลิกขอรับ” เซี่ยลี่หยางหันไปยิ้มให้อาห้าเซี่ย “ความจริงแล้วต่อให้มีลูกค้าแค่สองคนทางเราก็เปิดประมูลได้ แต่ข้าเพิ่งได้ยินนายท่านห้าเซี่ยยังขอยืมเงินจากนายท่านใหญ่เซี่ยอยู่เลย ในเมื่อลูกค้าคนหนึ่งไม่มีเงิน การประมูลคงเปิดไม่ได้จริงหรือไม่ขอรับ”
“ที่เ้าไม่กล้าเอาออกมาให้เราดูก็เพราะมันเป็เหล้าที่แม้แต่สุนัขยังกระเดือกไม่ลงใช่หรือไม่” อาห้าเซี่ยะโขึ้นอย่างโมโห
“โอ...ครั้งนี้ได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ แม้แต่สุนัขที่บ้านตระกูลเซี่ยเลี้ยงไว้ยังกระเดือกเหล้าที่ข้าโปรดปรานที่สุดไม่ลง สงสัยว่าลิ้นของข้าคงสู้สุนัขไม่ได้”
“เ้าเป็ใครถึงกล้ามาสอด!” อาห้าเซี่ยหันไปะโด่า แต่เมื่อเห็นว่าเป็ใครเดินเข้ามา เขาก็แทบจะคุกเข่าแล้ว “นาย...นายอำเภอจู ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรขอรับ”
“ข้าได้ยินว่าโรงสุราของหลานชายกำลังจะเปิดประมูลสุราดี ข้าก็อยากมาร่วมประมูลบ้าง แต่พอได้ยินคำพูดของนายท่านห้าเซี่ยแล้วก็ทำให้ข้ารู้สึกลังเลว่าข้าควรประมูลเหล้าที่แม้แต่สุนัขบ้านเ้ายังกระเดือกไม่ลงอยู่หรือไม่” นายอำเภอจูพูดเสียงเย็น ตอนที่ลูกชายบอกให้เขาไปตัดสินคดีของหลี่ซานกับหวังซื่อ เขารู้สึกเื่เล็กๆ เช่นนั้นให้รองนายอำเภอไปทำแทนก็ได้
แต่เ้าลูกชายตัวดีบอกว่าอยากให้เขาไปนั่งตัดสินคดีด้วยตัวเอง ทำเช่นนั้นถึงจะได้เหล้าดีๆ มาดื่ม เขาเป็นักดื่มที่มักจะสรรหาเหล้าจากเมืองต่างๆ มาดื่มอยู่แล้ว เมื่อได้ยินว่าเซี่ยลี่หยางจะมอบเหล้าดีให้เป็ของขวัญ เขาจึงต้องไปนั่งตัดสินคดีนั้นด้วยตัวเอง
หลังจากตัดสินคดีเสร็จ เซี่ยลี่หยางก็ส่งอำพันเรืองรองกับมรกตมั่งมีมาให้เขาอย่างละหนึ่งขวด เขาดื่มเข้าไปก็รู้แล้วว่าเหล้าสองชนิดนั้นเป็เหล้าดีและหายาก เมื่อรู้ว่าโรงสุราหยางซูซิ่งกำลังจะมีการประมูลเหล้าสองชนิดนั้น เขาจึงรีบมาร่วมงานด้วย แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดชวนโมโหนี้เสียก่อน
“เป็แค่เื่เข้าใจผิดขอรับ ข้าแค่ล้อเล่นกับหลานชาย” อาห้าเซี่ยรีบแก้ตัว
นายอำเภอจูไม่อยากจะเสียเวลา เขาหันไปพูดกับเซี่ยลี่หยาง “ได้ยินว่าหลานชายจะเปิดประมูลอำพันเรืองรองกับมรกตมั่งมีอย่างละห้าขวดต่อวัน ไม่รู้ว่างานประมูลของวันนี้เริ่มแล้วหรือยัง”
“วันนี้คงประมูลไม่ได้เพราะไม่มีลูกค้าเข้ามาเลยขอรับ” เซี่ยลี่หยางตอบ
“หากประมูลไม่ได้เ้าก็เอาออกมาขายเสียสิ ขวดละหนึ่งร้อยตำลึงใช่หรือไม่ ลุงจะอุดหนุนเ้าเอง” นายอำเภอจูบอก
เซี่ยลี่หยางส่ายหน้าอย่างขออภัย “สุราทั้งสองชนิดจะเก็บไว้สำหรับประมูลเท่านั้นขอรับ มีเพียงเหล้าหวานที่มีไว้ขาย”
“กฎมันยืดหยุ่นได้ เ้าก็อย่าเคร่งครัดนักเลย” นายอำเภอจูยังไม่ยอมแพ้ หลังจากได้ดื่มเหล้าสองชนิดนั้นไปแล้ว เขาจะกลับไปดื่มเหล้าธรรมดาๆ ได้อย่างไร บาดคอแย่
“ต้องขออภัยท่านลุงด้วยขอรับ แต่ข้าสัญญาว่าหากมีเหล้าชนิดใหม่ออกมาวางขาย ข้าจะส่งไปให้ท่านลุงได้ลองดื่มก่อนผู้ใด” เซี่ยลี่หยางบอก
“เ้ายังมีเหล้าดีกว่านี้ออกมาขายอีกหรือ?” นายอำเภอจูถามอย่างตื่นเต้น
“มีอีกมากมายเลยขอรับ และในอนาคตข้ายังจะจัดเครื่องดื่มแบบค็อกเทลออกมาขายด้วย รับรองว่าท่านลุงจะได้ดื่มเหล้าหลากรสชาติในแต่ละวันไม่ซ้ำกันอย่างแน่นอนขอรับ”
“เ้าเข้าใจเล่นกับความรู้สึกของนักดื่มจริงๆ เอาเถอะ...ในเมื่อวันนี้ไม่มีคนมาร่วมประมูล วันหลังข้าจะมาร่วมประมูลใหม่ก็แล้วกัน” นายอำเภอจูไม่คิดที่จะใช้วิธีบังคับ เขาเข้าใจเื่ระบบการค้าดี ในเมื่อมีของดีแล้วใครจะอยากปล่อยให้สินค้าของตัวเองออกมาวางขายเกลื่อนตลาดกันเล่า อีกอย่างหนึ่ง เขากับบิดาของเซี่ยลี่หยางก็เป็สหายกัน เช่นนั้นเขาก็ไม่ควรสร้างความลำบากใจให้หลานชาย
ลุงใหญ่เซี่ยยืนฟังการสนทนาของเซี่ยลี่หยางกับนายอำเภอจูอยู่นานก็จับใจความได้ว่าเซี่ยลี่หยางยังมีสุราดีอยู่ในมืออีกมาก เขาคงต้องหาวิธีฮุบโรงสุราแห่งนี้ให้ได้เสียแล้ว ส่วนเื่น้องสะใภ้สามคงต้องพักไว้ก่อน เื่สำคัญอย่างเื่เงินต้องมาเป็อันดับแรก