“ถังซิ่ว แกซ่อนเงินนั่นไว้ที่ไหน รีบๆบอกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
“ถังซิ่ว ถึงแม้ครอบครัวแกจะไม่มีเงินแต่แกก็ไม่สามารถที่จะเอาเงินคนอื่นไปดื้อๆได้นะ มีสำนวนว่า ‘ตอนเด็กขโมยเข็ม โตขึ้นมาขโมยทอง’ แกไม่สามารถที่จะไปเอาของคนอื่นมาได้เข้าใจไหม ไม่งั้นชีวิตของแกจบสิ้นแน่ ”
“ถังซิ่ว ได้ข่าวว่าแกติดเงินโรงเรียนอยู่สามพันหยวนไม่ใช่รึ? แก้าเอาเงินนั้นไปจ่ายค่าเล่าเรียนใช่ไหม ? ”
คนกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันพูดกดดันอยู่รอบข้างของถังซิ่ว
หน้าตาของถังซิ่ว ตรงริมฝีปากมีรอยเืที่เกิดจากการกัดริมฝีปากพร้อมทั้งพูดด้วยดวงตาที่หม่นหมองว่า
“ผมไม่ได้เป็คนเอาเงินนั่นไป!”
“พี่ชางเหวินและน้องหยุนคนสวย พวกเธอทั้งสองเองก็เห็นซิ่วน้อยโตมากับตาของตัวเอง เด็กคนนี้เป็คนที่ซื่อสัตย์ ยอดเยี่ยมในการงานและการเรียน เขาไม่เคยโกหกสักครั้งและในเมื่อเขาพูดว่าเขาไม่ได้เป็คนขโมยงั้นเงินสามพันหยวนที่ว่าก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย ”
ซูหลิงหยุนโอบกอดลูกชายไว้ในอ้อมอกพร้อมกับพูดออกมา
“หลิงหยุน เราไม่ได้บอกว่าซิ่วน้อยขโมยเงินไปแต่คิดว่าเขาอาจจะอยากแบ่งเบาภาระของเธอถึงได้เอาเงินสามพันหยวนนั่นไปซ่อน”
ชายวัยกลางคนพูดโดยที่ไม่กล้าหันหน้าไปสบตากับซูหลิงหยุน
“ยอดเยี่ยมทั้งเื่งานและเื่เรียนงั้นรึ? ฮิฮิ ใช่ก่อนหน้าที่จะเข้าโรงเรียนมัธยมต้นสตาร์ซิตี้นั่นนะใช่ ทว่าหลังจากผ่านไปหนึ่งปีก็ทำให้ผลการเรียนรวมตกลงไปอยู่ที่ท้ายตารางของห้อง ไม่คิดบ้างหรอว่าลูกชายของเธอจะถูกไล่ออก?”
ผู้หญิงวัยกลางคนพูดกระแทกซูหลิงหยุนที่กำลังมีท่าทางหมดหวัง
ใบหน้าของซูหลิงหยุนซีดเผือดและมีดวงตาไร้ิญญาเมื่อได้ยินคำพูดของน้องชายตัวเองอย่างซูชางเหวินและน้องสะใภ้ซางเหม่ยหยุน ทว่าเมื่อได้เห็นลูกชายในอ้อมอกตัวเองแล้วก็ทำให้เธอจะต้องกล้าหาญและต้องมีความกล้าที่จะเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกชายของเธออีกครั้ง
ซูหลิงหยุน ยังไม่ทันจะได้ปริปากพูดสิ่งใดออกมาก็ถูกขัดด้วยเสียงของคนสองคนว่า
“คุณป้าไม่ต้องปกป้องถังซิ่วหรอก คุณปกป้องมันได้แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละแต่ปกป้องมันไปตลอดไม่ได้หรอกนะ หากว่าป้าพูดว่าสามพันหยวนนั้นเป็สิ่งที่ถังซิ่วไม่ได้เป็คนขโมยไป งั้นป้าหมายความว่าเงินนั่นมันบินหนีไปเองหรือยังไง?”
“คุณป้า เหตุผลที่เราสงสัยถังซิ่วก็เพราะเขานั้นเป็คนเดียวในบ้านนี้ที่เหมือนจะขโมยเงินไป ในสายตาของป้าแล้วเขาอาจที่จะโดดเด่นแต่ป้าก็รู้ว่าในหนึ่งปีมานี้เค้าประพฤติตัวแย่ในโรงเรียนอย่างมาก เขาขโมยผลงานคนอื่น โกงข้อสอบแล้วยังมีเื่ชกต่อยอีก การเป็ญาติขของเขาในโรงเรียนทำให้ผมไม่มีหน้าสู้ใครเลย”
คนทั้งสองที่ขัดจังหวะคำพูดของซูหลิงหยุนก็คือลูกทั้งสองของพี่ชายและพี่สะใภ้ของเธอ
“ซูหยานหนิง ซูเชียงเฟย์ พวกแกพูดเื่ไร้สาระ พวกแกเป็คนกุเื่ขึ้นมาเอง!”
ถังซิ่วรีบะโออกมา
“ชางเหวินและหยุนคนสวยขอร้องอย่าทำให้เด็กๆต้องลำบากใจเลย ถ้าหาเงินสามพันหยวนนั่นไม่เจอก็ถือเสียว่าฉันเป็คนเอาไปเอง พวกเธอก็รู้ว่าซิ่วน้อยนั้นกลายเป็เด็กก้าวร้าวั้แ่ปีก่อนที่เขาโดนรถชน”
ซูหลิงหยุนพูดด้วยใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา หลังจากพูดเพียงไม่กี่คำก็ทำให้เธอรู้สึกหมดแรง เมื่อนึกถึงเื่ราวขมขื่นที่เกิดขึ้นกับลูกชายของตัวเองตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาก็ทำให้เธอได้แต่รู้สึกเศร้าเสียใจ
แม้ว่าลูกชายของเธอนั้นจะเสียพ่อไปั้แ่ยังเด็กแต่ก็เป็คนที่เชื่อฟังั้แ่เด็กจนโต ยิ่งไปกว่านั้นคือผลการเรียนเฉลี่ยยังโดดเด่นเป็อย่างมาก ปีก่อนหน้านี้ในการสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมสตาร์ซิตี้นั้นตัวเขาทำคะแนนได้เป็อันดับหนึ่งของการสอบปีนั้นและเป็ที่หนึ่งในทุกวิชา
หลังจากสองภาคเรียนสุดท้าย ลูกชายของเธอกลับต้องประสบอุบัติเหตุทางถนนจากการโดนรถชนจนเป็เหตุให้สมองได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงถึงขนาดที่ครั้งหนึ่งหมอเคยพูดว่าอาจจะพิการทางสมองได้เลย
เมื่อเห็นท่าทางโศกเศร้าของซูหลิงหยุนแล้วก็ทำให้คนเ่าั้ตกอยู่ในความเงียบสงบ ซูหลิงหยุนได้หันไปสบสายตากับพี่น้องซูเชียงเฟย์
ในขณะที่ความสนใจของทุกคนตกไปอยู่ที่ซูหลิงหยุนที่กำลังกอดถังซิ่วอยู่ในอ้อมอกนั้น
“ที่นี่มันที่ไหนกัน? หลังจากที่ไม่สามารถก้าวข้ามทัณฑ์์ได้ ิญญาของข้าได้แตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆแล้วหนิ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ”
ถังซิ่วได้มองไปรอบๆของตัวเองด้วยความมึนงง ในดวงตาของเขามีแต่ความสับสน
ถังซิ่วจำได้ว่าตัวเองกำลังก้าวข้ามทัณฑ์์เพื่อจะฝ่าเข้าไปยังเขตแดนแห่งเทวะ ทันทีที่สามารถแบกรับทัณฑ์์ได้สำเร็จก็จะได้รับพลังของเขตแดนแห่งเทวะในดินแดนแห่งนิรันดร์เพื่อได้รับชีวิตะ
หลังจากที่นึกเื่ราวทั้งหมดขึ้นก็ทำให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว ภายในดวงตาของเขามีเพียงแค่ความเ็ปก่อนที่จะหมดสติไป ภาพสุดท้ายที่เขาจำได้คือ....
ภาพที่ตัวเองกำลังแบกรับทัณฑ์์ซึ่งถือเป็วินาทีเสี่ยงเป็เสี่ยงตายและด้วยความที่ตนเองนั้นมีความแข็งแกร่งที่สุดในดินแดนแห่งนิรันดร์ก็ทำให้ด้านหลังของเขาเต็มไปด้วยอุปกรณ์ระดับนิรันดร์และเครื่องรางระดับนิรันดร์ ในทางเลวร้ายที่สุดก็ยังมีมิตรสหายของเขาที่เป็นิรันดร์สูงสุดคอยปกป้องเขา
หลังจากนั้นสายฟ้าเก้าระลอกก็ได้ฟาดลงบนตัวเขา เหลือเพียงแค่ต้องทนระลอกสุดท้ายที่รุนแรงที่สุดแต่กลับโดนมิตรสหายใกล้ตัวของเขาทรยศหักหลังและโจมตีด้วยพลังที่หมายปองที่จะเอาชีวิตของเขา นี่ก็รวมไปถึงหญิงที่เขารักมากกว่าร้อยปีอย่างเสวี่ยชิงเชิง
เมื่อพวกเขาร่วมมือกันโจมตีก็ทำให้ชะตาของถังซิ่วถูกกำหนดให้ต้องตายแต่แรกแล้ว ตอนที่ร่างกายของเขาแหลกละเอียด พลังิญญาของเขาได้สลายหายไปอย่างสิ้นเชิงและคนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่พุ่งทะยานผ่านน่างของเขาไปเพื่อแย่งตำราเก่าเล่มหนึ่งชื่อว่าตำราเชื่อมต่อศิลปะแห่ง์ที่ได้รับมาจากร่องรอยของเทพเ้าปีศาจโบราณภายในโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์โดยบังเอิญ
“ธาตุแท้ของมนุษย์นั้นน่ารังเกียจยิ่งนัก, เมื่ออยู่ต่อหน้าวิชาลับแห่งเทพ ความเป็มิตรสหายและความรักมันช่าง...
จริงๆแล้วตัวเราที่ไม่สามารถทนทัณฑ์์ได้นั้นควรที่ทำให้ดวงิญญาแตกกระจายหายไปแล้วนิ นี่มัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
กลิ่นหอมที่รู้สึกคุ้นเคยได้เตะจมูกของถังซิ่ว หลังจากนั้นเขาก็ได้หันกลับไปมองผู้หญิงที่โอบกอดเขาอยู่
หน้าตาอ่อนโยนที่เขาสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนก็ปรากฏขึ้น มันเป็ของคนที่คุ้นเคยและใจดีซึ่งเป็ใบหน้าในความทรงจำของเขา
“มารในใจ เวรเอ๋ย มารในใจ! ิญญาของข้าน่าจะกระจัดกระจายไปแล้วแต่ยังถูกราวีโดยมารในใจอีกงั้นเรอะ”
ถังซิ่วสั่นะเือย่างรุนแรงเพราะใบหน้านี้เป็สิ่งที่ทำให้เขาต้องเป็กังวลตลอดระยะเวลาหมื่นปี
เมื่อถังซิ่วเห็นคนอื่นๆในบ้านแล้วเขาก็ต้องใ
ในดินแดนแห่งนิรันดร์ นับหมื่นปีที่เขาได้รับความทุกข์ทรมานจากทัณฑ์จิตใจ เขาสามารถทิ้งสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้โดยไม่แยแสและมีเพียงแค่แม่ของเขาเท่านั้นที่เขาไม่สามารถทิ้งได้ ดังนั้นขณะที่ได้รับทัณฑ์จิตใจนั้นภายในหัวของเขาควรจะปรากฏเพียงแค่ร่างของผู้เป็แม่เท่านั้น มันเป็ไปไม่ได้ที่จะมีคนอื่นๆอยู่ในนี้
“ อย่าบอกนะว่านี้ไม่ใช่ทัณฑ์จิตใจ? ”
ถังซิ่วได้มองไปรอบๆพร้อมกับพึมพำออกมาและได้ยินแค่เสียง “ ปัง ” ดังขึ้นในจิตใจของเขาพร้อมกับความทรงจำของทั้งสองโลกที่ไหลเข้ามารวมกัน
“นี่ข้ากลับมาที่โลกอย่างงั้นรึ ? ผ่านไปกว่าหมื่นปีในแดนแห่งนิรันดร์แต่ที่โลกนี้กลับผ่านไปแค่หนึ่งปีเองเนี่ยนะ?”
ถังซิ่วใช้เวลาในการปรับความคิดของตัวเอง หนึ่งปีก่อนหน้านี้ อุบัติเหตุทางถนนไม่ได้ทำให้ร่างกายของเขาได้รับาเ็มากนักแต่ดวงิญญาได้รับความเสียหายและทำให้สติปัญญาของเขาไม่เหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม ความทรงจำเหล่านี้ถูกกักเก็บอยู่ในสมองของเขาซึ่งทำให้เขาสามารถรับรู้ได้ว่าหนึ่งปีมานี้ได้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาบ้าง
เศษเสี้ยวิญญาที่ได้รับความเสียหายของถังซิ่วได้หลุดเข้าไปในดินแดนแห่งนิรันดร์และสิงร่างนายน้อยเ้าสำราญคนหนึ่งซึ่งเป็หลานของผู้นำนิกายนกพิราบศักดิ์สิทธิ์ เขาได้ใช้ชีวิตผ่านไปหมื่นปีและหลังจากที่ตกหลุมพรางภายในดินแดนแห่งนิรันดร์แล้ว เศษเสี้ยวิญญาที่สิงร่างอยู่ก็ได้หลุดลอย กลับมาเข้าร่างตัวเองที่โลกใบนี้
“นางฟ้าดอกไม้ฟาน จักรพรรดิดันชิง เก้าผู้ทรงคุณวุฒิฉินโม หากข้าคนนี้กลับไปดินแดนแห่งนิรันดร์เมื่อไหร่ จะฆ่าพวกเ้าให้เหี้ยนเลย ”
หลังจากที่ได้รับความทรงจำที่ขมข่มในดินแดนแห่งนิรันดร์กลับมาก็ทำให้เขาคำรามลั่นออกมา การกระทำของเขาทำให้ได้รับความสนใจจากคนอื่นๆรอบข้างเป็อย่างมาก
“ซิ่วน้อย ลูก…ลูกเป็อะไรไป? ”
ซูหลิงหยุนตอบสนองเป็คนแรก เธอจับถังซิ่วเอาไว้ด้วยความแตกตื่นพร้อมใบหน้าที่มีแต่ความสงสัย
เมื่อเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวของถังซิ่วนั้นคนในบ้านก็นึกถึงเื่สุขภาพร่างกายของเขา พวกเขาเ่าั้ต่างแสดงท่าทีเสียใจออกมาพร้อมกับสายตาที่มองไปยังครอบครัวของซูชางเหวิน
ครอบครัวซูชางเหวินไม่คิดมาก่อนว่าอยู่ดีๆถังซิ่วจะเสียสติไปแล้วและตกอยู่ภายใต้แรงกดดันของครอบครัวตัวเองอีกต่างหาก
“ถังซิ่ว เลิกแกล้งบ้าเสียที ที่นี่จะไปมีจักรพรรดิหรือปีศาจได้อย่างไร คิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมส์อยู่หรือยังไง? ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าเกมไหนจะมีบอสที่ชื่อนางฟ้าดอกไม้ฟาน ,จักรพรรดิดั่นชิง , เก้าผู้ทรงคุณวุฒิฉินโม่น่ะ”
ท่ามกลางสายตาที่รู้สึกสงสารของคนอื่นๆนั้นมีเสียงที่เย็นะเืของคนๆหนึ่งดังขึ้นนั่นก็คือญาติผู้น้องของเขา ซูเชียงเฟย์
“ก็ดีไอ้คนเพี้ยน แกล้งบ้าอย่างนั้นหรือ เกือบจะโดนมันหลอกเข้าแล้วไหมหละ อย่าคิดว่าจะเอาเื่นี้มาเรียกความสงสารเพื่อจะให้เราไม่ต้องสอบสวนเื่เงินสามพันหยวนนะ บอกได้เลยนะว่าถ้าพวกแกสองแม่ลูกไม่เอาเงินนั่นมาคืนก็อย่าหวังจะได้เหยียบประตูทางออกของบ้านหลังนี้ ”
หลังจากเงียบไปสักระยะก็ทำให้ซางเหม่ยหยุนะโด่าถังซิ่ว
จริงๆแล้วหลังจากที่ถังซิ่วะโเสียงโหวกเหวกออกไปก็นึกได้ถึงความกังวลของแม่ของเขาดังนั้งจึงรีบที่จะปลอบเธอเพื่อบรรเทาอารมณ์ของเธอให้สงบลงและบอกกับเธอว่าเขาไม่เป็ไร
“ซูเชียงเฟย์ แกแน่ใจนะที่จะเล่นเกมส์นี้ต่อน่ะ? ถ้าคิดเช่นนั้นมันก็น่าสนใจเพราะฉันเองก็ไม่ถือนะถ้าจะต้องเล่นต่อไปกับแก!”