ปัง!
เกร๊ง!
เพล้ง!
ถ้วยกระเบื้องลายครามและจานชามในเรือนหลักถูกต่งเอ้อซื่อโยนลงพื้นทีละอย่าง ในเวลานี้นางสูญเสียความสง่างามและกิริยามารยาทของพระชายาไปอย่างสิ้นเชิงดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความหึงหวง นางไม่ได้สนใจอิ่นหมัวมัวและสีหน้าวิตกกังวลของคนอื่นๆ แต่คว้าสิ่งของรอบตัวและทุ่มลงกับพื้นพลางกรีดร้องและสาปแช่ง
"นี่มันอะไรกัน! เหตุใดจึงทำกับข้าเช่นนี้! ข้าเป็ถึงพระชายาขององค์ชาย สตรีแพศยาหน้าไม่อายเ่าั้ล้วนแต่เป็ของเล่นทั้งหมดเหตุใดท่านแม่ถึงไม่เห็นความดีของข้า เหตุใดองค์ชายไม่เห็นค่าของข้าบ้าง...”
อิ่นหมัวมัวและตงกูกูยืนอยู่ห่างๆ เฝ้ามองการกระทำบ้าคลั่งทีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆของต่งเอ้อซื่อ พวกนางไม่กล้าพูดโน้มน้าวใจสักคำ นับั้แ่อนุหวันเหยียนเข้ามาในตำหนัก อารมณ์ของพระชายาก็แย่ลงเรื่อยๆ และยังกระทำเื่โง่ๆอย่างหุนหันพลันแล่นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ที่ต่งเอ้อซื่อนำชาดและไข่มุกไปถวายอี้เฟย พวกนางไม่ได้คิดอะไรมากเสียจากว่าเป็เื่ปกติธรรมดา ใครจะรู้ว่านางตัดสินใจเลือกเข้าทางอี้เฟย นี่มัน...
ลำพัง เพียงความสามารถในการรักษาตำแหน่งสนมเอกทั้งสี่ความสามารถในการฟูมฟักองค์ชายถึงสองพระองค์ และการรักษาความโปรดปรานนั้นไม่ใช่เื่ที่ใครจะทำได้ผู้ที่้าต่อต้านหรือวางอุบายต่ออี้เฟยอาจจะถูกนางล่วงรู้ก่อนที่จะเปิดปากพูดเสียด้วยซ้ำ
ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา อิ่นหมัวมัวและตงกูกูต้องทุกข์ทรมานกับความกลัวว่าอี้เฟยอาจจะตำหนิพวกนางเมื่อดูจากตอนนี้ เหมือนว่าอี้เฟยกำลังใช้จ้าวเจียซื่อเพื่อตบหน้านายหญิงของพวกนางหากพูดตามตรง นีjคงเป็ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่จะคาดหมายได้แล้วทว่าพระชายากลับยังคงไม่เข้าใจ ซ้ำยังทวีความโกรธรุนแรงมากขึ้นไปอีก
ในสถานการณ์เช่นนี้พวกนางไม่รู้จะปลอบใจนายตนเองอย่างไรได้
องค์ชายไม่ย่างเข้าตำหนักใน พระชายาสามารถโน้มน้าวได้แต่จะบังคับไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้นพวกนางทำได้เพียงรออย่างอดทน ในขณะที่องค์ชายกำลังวุ่นวายอยู่กับเื่ต่างๆ ในวังหลวงซึ่งพวกเขาไม่อาจเข้าใจได้แต่พระชายากลับไม่เพียงทำไม่ได้ แต่ยังถึงขั้นได้รับมอบศัตรูคนใหม่กลับมาอีกด้วย
"พระชายา เื่มาถึงจุดนี้แล้ว เราจึงทำได้เพียงใช้ประโยชน์จากโอกาสของผู้มาใหม่ที่เพื่อดึงให้องค์ชายเข้าตำหนักในนะเพคะ" อิ่นหมัวมัวรอให้นางระบายอารมณ์จนหมดสิ้นแล้วจึงค่อยก้าวเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง
พูดออกไปแล้ว อิ่นหมัวมัวก็รู้สึกหวาดหวั่นเช่นกัน
เมื่อก่อน แม้ว่าต่งเอ้อซื่อจะหุนหันพลันแล่นอยู่บ้าง แต่ก็ยังพอรับฟังคำแนะนำของนางอยู่การกระทำทุกอย่างก็เป็ไปอย่างรอบคอบ ดังนั้นทุกอย่างจึงยังอยู่ในการควบคุมเสมอ
ทว่าหลังจากนั้น ต่งเอ้อซื่อกลับควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ขึ้นมาอีกระลอกทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนางและอิ้นถังตึงเครียดมากขึ้นทั้งยังทำลายความเยื่อใยที่มีมาให้หายไปจนหมด อิ่นหมัวมัวและตงกูกูเกลี้ยกล่อมนางหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ผล พระชายาปฏิเสธที่จะฟัง และยังยืนกรานที่จะใช้เล่ห์กลแสนตื้นเขินเ่าั้อยู่ทั้งยังลงมืออย่างหุนหันพลันแล่น ทำให้พวกนางต้องคอยตามเช็ดล้างอยู่เื้ัอยู่ตลอด
หลังจากที่อนุหวันเหยียนเข้ามาอยู่ในตำหนักในยามนั้นพวกนางรู้สึกได้ถึงความผิดพลาด แต่ตราบใดที่ต่งเอ้อซื่อรับฟังสิ่งที่พวกนางสองคนพยายามตักเตือนแม้สักนิดอย่างน้อยก็ยังพอมีโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์ได้บ้าง
ทว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือ ต่งเอ้อซื่อไม่เคยเข้าใจเจตนาดีของพวกนางเลย สิ่งที่ต่งเอ้อซื่อ้ามีเพียงการให้บรรดาสตรีทั้งหลายถอนตัวออกไปเสียเพื่อจะได้เหลือเพียงนางที่จะได้ความโปรดปรานของอิ้นถังเพียงผู้เดียว หากเป็ครอบครัวสามัญชนด้วยสถานะสูงศักดิ์ของต่งเอ้อซื่อนั้นย่อมทำให้ความปรารถนาของนางเป็ไปได้แน่ทว่านางแต่งงานกับเชื้อพระวงศ์ ซ้ำยังไม่ได้มีความงามโดดเด่นอย่างไม่มีใครเทียบไร้ซึ่งความสามารถพิเศษอันใดแล้วนางจะคาดหวังว่าจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างเพียงเพราะภูมิหลังครอบครัวของนางดีและรั้งตำแหน่งชายาเอกของเขาเท่านั้นหรือ
ต่งเอ้อซื่ออาจจะกล้าคิดทว่าบ่าวไพร่อย่างพวกนางกลับไม่มีความสามารถที่จะช่วยให้นางบรรลุเป้าหมายได้!
“หมัวมัวเ้าว่าเพราะเหตุใดแม่สามีของข้าถึงไม่เคยเข้าข้างข้าเลย”
"พระชายา สิ่งที่อี้เฟยกังวลไม่ใช่จำนวนสตรีในตำหนักใน แต่คือองค์ชายจะทรงมีความสุขหรือไม่ต่างหากล่ะเพคะ" อิ่นหมัวมัวถอนหายใจ หากมองตามสถานะแล้วต่งเอ้อซื่อก็จำเป็ต้องนอบน้อมต่ออี้เฟยจริงๆ
ยามที่อยู่ในจวนของตนเองต่งเอ้อซื่ออาจจะสามารถเรียกลมเรียกฝนได้ดังใจ หากแต่ทันทีที่นางได้รับเลือกให้เป็ชายาองค์ชาย ก็เป็ดั่งคำกล่าวที่ว่าสูงสุดคืนสู่สามัญถนนที่นางเคยผ่านเมื่อวันวานนั้นราบเรียบเกินไปจนทำให้นางไม่อาจอดทนกับความไม่พอใจได้แม้แต่น้อยในยามนี้
ต่งเอ้อซื่อมองนางด้วยสายตาเสียดสี "เป็ความผิดของข้าหรือที่องค์ชายไม่เสด็จไปตำหนักในหากองค์ชาย้ารักใคร่อนุละทิ้งภรรยาเอก ข้าก็ต้องอดทนเช่นนั้นหรือ”
"พระชายา โปรดระวังคำพูดด้วย" อิ่นหมัวมัวและตงกูกูรีบเอ่ยขัด ท่าทางกระวนกระวาย
“ข้าลืมไปในเมื่อข้าทำอะไรก็ผิดเสมอ เช่นนั้นก็ข้าก็จะไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เช่นนี้ดีหรือไม่!” ต่งเอ้อซื่อยักไหล่และเดินเข้าไปในห้องด้านใน
อิ่นหมัวมัวและตงกูกูไม่อาจเกลี้ยกล่อมนางได้อีกจึงทำได้แต่เพียงเรียกสาวใช้มาทำความสะอาดข้าวของบนพื้นเท่านั้น
ด้านข้างของห้องหนังสือ หลินชูจิ่วยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู เมื่อเห็นขันทีตัวน้อยกำลังเดินมาทางนี้เขาก็หรี่ตาลงมอง ก่อนจะจำได้ว่าอีกฝ่ายคือสวี่เอ้อซีจากตำหนักอี้คุนโดยไม่รอให้เขาเดินเข้ามาใกล้ หลินชูจิ่วก็เดินเข้าไปหาทันที
“โอ๊ะ นี่ไม่ใช่สวี่กงกงหรอกหรือ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรกัน” หลินชูจิ่วเอ่ยต่อหน้าขันทีของอี้เฟยแม้ว่าหลินชูจิ่วจะเป็ถึงขันทีาุโแล้วแต่ก็ยังต้องแสดงความเคารพนับถืออีกฝ่ายอยู่เสมอ
“ยังจะมีอะไรอีกเล่าวันนี้อี้เฟยมอบสตรีให้กับองค์ชายเก้า กำหนดสถานะให้นางมีตำแหน่งซื่อเชี่ย[1]แต่หากองค์ชายเก้าโปรดก็แต่งตั้งเพิ่มได้ข้ามาเพื่อที่จะได้แจ้งให้องค์ชายทรงทราบ”สวี่เอ้อซีเอ่ยตามคำสั่งของอี้เฟยที่พยายามเอาใจองค์ชาย
หลินชูจิ่วลอบยิ้มฝืดเฝื่อนเมื่อได้ยินประโยคนั้นเ้านายยังมีโทสะอยู่เต็มท้อง แล้วตอนนี้ยังจะมีความวุ่นวายใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก “พี่สวี่น้องชายไม่กล้าปิดบัง ตอนนี้องค์ชายกำลังอารมณ์เสีย แล้วเหตุใดอี้เฟยจึง...”หลินชูจิ่วส่งถุงเงินให้อีกฝ่ายเพื่อสอบถามข่าวด้วยสีหน้าเป็กังวล
“เื่นี้น่ะหรือ...”สวี่เอ้อซีเองก็เข้าใจถึงความลำบากของอีกฝ่ายเช่นกัน อีกอย่างการมอบสนมชายาให้แก่องค์ชายของนายหญิงนั้นไม่ได้เป็เื่ใหญ่โตที่ต้องปิดบังอะไรดังนั้นเขาจึงเล่าเกี่ยวกับเื่วุ่นวายทั้งหมดที่ต่งเอ้อซื่อก่อไว้ให้อีกฝ่ายฟัง
“อา!ช่างวุ่นวายเสียจริงๆ!” หลินชูจิ่วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันควัน
“เอาล่ะ บอกเ้าแล้ว ข้าจะได้กลับเสียที มิฉะนั้นหากพระสนมเรียกหาไม่เจอ ข้าจะลำบากเอาได้”
“เอาเถอะ ท่านค่อยๆ เดินเถิด”
หลินชูจิ่วพับมือเก็บไว้ในแขนเสื้อ มองไปที่สวี่เอ้อซีที่จากไปพลางสาปแช่งต่งเอ้อซื่อที่สร้างปัญหาวุ่นวายอยู่ในใจ
เ้านายกำลังยุ่งวุ่นวายกับเื่กิจการอยู่ใน่นี้และเพราะการรั่วไหลของข้อมูลนั้นเกี่ยวพันกับคนใกล้ชิดกับเขา ดังนั้นยามนี้บรรดาบ่าวรับใช้ทั้งหลายจึงต่างกังวลว่าไฟจะลามมาถึงตัว
พระชายาผู้นี้ช่างดีนัก กลัวว่าพวกเขาจะตายได้ไม่อนาถพอจึงต้องมาเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟให้โหมขึ้นไปอีก
"องค์ชาย สวี่กงกงจากตำหนักของอี้เฟยมาบอกว่าอี้เฟยได้ส่งสตรีมาให้ท่าน ท่านว่า..." หลินชูจิ่วกระทืบเท้าเบาๆอย่างไม่เต็มใจ แต่ก็ยังคงค้อมตัวลงและเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
อิ้นถังพ่นเสียง 'หึ' ออกมาอย่างไม่พอใจเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก่อนโยนกระดาษในมือทิ้งไปข้างๆ จ้องมาที่เขาด้วยดวงตาที่ลุกเป็ไฟแล้วพูดว่า “เกิดอะไรขึ้น"
ภายใต้สายตาของอิ้นถังหลินชูจิ่วที่เหงื่อเย็นเต็มตัวพูดทวนสิ่งที่สวี่เอ้อซีมารายงาน "องค์ชาย...“
อิ้นถังกำลังหงุดหงิดอยู่แล้วซ้ำยามนี้ยังมีคนก่อกวนเพิ่มอีก เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้กำลังรนหาที่ชัดๆ “อะไรคือส่งสนมคนหนึ่งมาปรนนิบัติข้าเอาสุรามา”
"พ่ะย่ะค่ะ" เมื่อออกจากห้องหนังสือหลินชูจิ่วรีบปาดเหงื่อเย็นของตนเองออกพร้อมกับเอ่ยยินดีกับตนเองที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่ทั้งหมดคนที่ทำหน้าที่ในห้องหนังสือยามนี้เพิ่งถูกโบยอย่างหนักาเ็ยังไม่หายสนิทจนบัดนี้ด้วยซ้ำ!
อิ้นถังมองตามหลินชูจิ่วที่ล่าถอยและหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากที่เื่เรือบรรทุกสินค้าถูกควบคุมตัวได้รับการแก้ไขแล้ว อิ้นถังก็มุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่การสืบหาตัวคนทรยศ อย่างที่รู้ว่ามีคนไม่มากรู้เกี่ยวกับเื่บัญชีเมื่อเขากำจัดไปทีละคน คนที่เหลือก็จะถูกเปิดเผยเอง
เขาไม่เคยอยากสงสัยคนรอบข้าง ทว่าข้อเท็จจริงตรงหน้ากลับพิสูจน์แล้วว่าคนใกล้ชิดของเขากำลังมีปัญหาและคนผู้นั้นคือคนที่เขาไม่คิดสงสัยเลยสักครั้ง
[1] ซื่อเชี่ย สนมระดับล่าง