ในที่สุดก็ไปเสียที!
มู่เชียนจิ่วหัวเราะเบา ๆ จากนั้นก็มองหาที่สะอาด ๆ ก่อนจะนำหม้อสารพัดนึกออกมา แล้วตั้งไว้บนกองไฟ เสร็จแล้วนำเนื้อสัตว์และเครื่องปรุงต่าง ๆ ในแหวนเก็บสมบัติออกมา
น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่มีมันฝรั่งกับมันเทศ ไม่อย่างนั้นถ้าโยนเข้าไปในกองไฟละก็ ต้องอร่อยมากแน่ ๆ!
เมื่อนำเนื้อย่างบนกองไฟ มู่เชียนจิ่วก็ดวงตาเป็ประกาย
*ฉ่า!*
เนื้อที่ย่างจนเป็สีเหลืองทอง โรยด้วยเครื่องปรุงรส กลิ่นก็ยิ่งหอมมากขึ้นเรื่อย ๆ
หญิงสาวเลียริมฝีปาก ทันใดนั้นนางก็คิดบางอย่างขึ้นได้ จึงหยิบสุรากาหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ
“เสี่ยวอวิ๋น!”
*พรึบ!*
กระบี่ฉงอวิ๋นปรากฏตัวตรงหน้ามู่เชียนจิ่วพร้อมกับสั่นเบา ๆ
มู่เชียนจิ่วยิ้มกว้างพลางเอ่ย “ลบรอยประทับนี่ซะ”
สิ้นเสียงนาง รอยประทับบนกาสุราก็ถูกลบไปทันที กลิ่นหอมละมุนของน้ำเมาโชยออกมา มู่เชียนจิ่วไม่รอช้ารินสุราด้วยความรีบร้อน ของเหลวในจอกใสบริสุทธิ์ดุจกระจกเงาอย่างไรอย่างนั้น
นี่มันสุราชั้นยอด!
หญิงสาวอดใจรอลิ้มรสไม่ไหวแล้ว ทันทีที่ถอดหน้ากากออก มือบางก็ส่งน้ำจัณฑ์สีใสเข้าปากอย่างรวดเร็ว สุรากานี้มีรสหวานเล็กน้อย แต่กลิ่นหอมของสุราที่คลุ้งอยู่ในปากกลับเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่ารูขุมขนทั่วสรรพางค์จะเปิดออกก็มิปาน!
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ มู่เชียนจิ่วถึงขั้นรู้สึกว่า เมื่อดื่มสุราจอกนี้เข้าไป พลังิญญาภายในกายของนางบริสุทธิ์ขึ้นอย่างมาก!
มู่เชียนจิ่ววางกาสุราลง หันไปส่งเนื้อย่างเข้าปาก ดวงตากลมโตหลับพริ้มขณะลิ้มรสความอร่อย รสชาติที่ห่างหายไปนาน อาาาา สุดยอดไปเลย!
…น่าเสียดายที่อาจารย์ไม่อยู่ด้วย เนื้อย่างและสุรารสเลิศเช่นนี้ นางกลับนั่งลิ้มรสเพียงลำพัง ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
ขณะที่มู่เชียนจิ่วกำลังสุขเกษมเปรมปรีดิ์กับสุรารสเลิศและเนื้อย่างคำโต
----------
ในเมืองที่ห่างจากสำนักชิงอวิ๋นไปประมาณสิบลี้ ร่างหนึ่งในชุดสีดำสนิท จู่ ๆ ก็ชะงักฝีเท้าลง
เมื่อบุรุษชุดดำเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาและหมดจดเสียยิ่งกว่าสตรี รูปงามราวกับฟ้าประทาน ทว่าไอพลังเย็นเยียบที่แผ่ออกมา ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้
มุมปากของจวินอู๋เสียยกขึ้น ั์ตาคมปลาบคู่นั้นมองไปทางทิศที่ตั้งของสำนักชิงอวิ๋น
“สตรีไร้ยางอาย ในที่สุดข้าก็หาเ้าเจอจนได้!”
ในแหวนเก็บสมบัติของเขา บนสิ่งของทุกชิ้นล้วนมีรอยประทับของเขาอยู่ ขอเพียงสตรีผู้นั้นหยิบของภายในออกมา เขาก็จะสามารถรับรู้ตำแหน่งได้ทันที!
หากเป็เมื่อหลายร้อยปีก่อน เขาคงเกรงกลัวสำนักชิงอวิ๋นอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่เมื่อสามร้อยปีก่อน สำนักชิงอวิ๋นได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วนหลิวมู่เฉินเ้าสำนักสูญเสียศิษย์รักไป จากนั้นสำนักชิงอวิ๋นก็เริ่มตกต่ำลง
ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ ค่ายกลป้องกันของสำนักชิงอวิ๋นจึงไม่สามารถขัดขวางเขาได้!
‘รอข้าเจอตัวเ้าเมื่อใด ข้าจะถลกหนังและเลาะกระดูกของเ้าซะ!’
คิดถึงตรงนี้ร่างของจวินอู๋เสียก็เลือนรางลง ก่อนจะหายวับไปในพริบตา
----------
เวลานี้มู่เชียนจิ่วดื่มสุราไปหลายจอกแล้ว และกำลังเพลิดเพลินกับอาหารอันเลิศรส จู่ ๆ ร่างของนางก็สั่นอย่างไร้เหตุผล และเกิดความกระวนกระวายขึ้นในใจ
หญิงสาวลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตระหนกและรีบเก็บกาสุราลงในแหวนเก็บสมบัติ แต่ถึงกระนั้นความกระวนกระวายใจก็ยังไม่มลาย ซ้ำร้ายยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ!
คงไม่ใช่กระมัง!
หรือบุรุษที่ถูกนางจับเปลื้องผ้าผู้นั้น จะรู้แล้วว่านางอยู่ที่ไหน?
มู่เชียนจิ่วหวาดผวาอย่างมาก แต่เมื่อคิดดูดี ๆ แล้วก็รู้สึกว่าไม่น่าจะเป็ไปได้
เพราะที่นี่เป็ถึงสำนักชิงอวิ๋นเชียวนะ!
คนผู้นั้นเป็เผ่ามารนี่นา ไม่ใช่หรอก นางคงคิดมากเอง
เพียงแต่เนื้อย่างในมือเวลานี้ไร้รสชาติไปเสียแล้ว เฮ้อ~~
เมื่อมองดูแหวนเก็บสมบัติที่นิ้ว มู่เชียนจิ่วก็หน้าร้อนผ่าว …นางใช้ผ้ารัดหน้าอกแลกมาเชียวนะ เป็การแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมแล้วนี่ คนผู้นั้นต้องดีใจสิถึงจะถูก ทำไมนางต้องตื่นตูมด้วยล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น นางเป็ใครกัน?
บรรพจารย์น้อยอวิ๋นแห่งสำนักชิงอวิ๋นอย่างไรล่ะ! อยู่ในถิ่นของตนเองนางยังต้องกลัวมารเล็ก ๆ ตนหนึ่งด้วยอย่างนั้นหรือ
เฮอะ น่าขันสิ้นดี!
ไม่เพียงแค่คิดในใจ มู่เชียนจิ่วเหวี่ยงหมัดเล็ก ๆ ออกไปอย่างลำพอง “นี่แน่ะ ถ้าเ้านั่นกล้าปรากฏตัวตรงหน้าข้า ข้าจะชกมัน หักแขนมัน และเตะหว่างขามันซะ! จนมันต้องคุกเข่าร้องขอชีวิต! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
ขณะที่อดีตบรรพจารย์น้อยอวิ๋นกำลังแสดงความร้ายกาจออกมาอย่างครึ้มใจ เสียงเย็นะเืก็ดังขึ้นข้างหูของนาง “เ้านั่นที่เ้าพูดถึง หน้าตาคล้ายกับข้าหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหู มู่เชียนจิ่วเบิกตาโพลงทันที ร่างกายพลันแข็งค้าง เนิ่นนานจึงจะหันหน้าไปมองช้า ๆ เมื่อเห็นบุรุษที่อยู่ทางด้านหลังอย่างชัดเจนแล้ว ใบหน้างดงามก็ซีดเผือดลง
แค่คล้ายที่ไหนกันล่ะ นี่มันเหมือนกันราวกับแกะต่างหาก!
“เอ่อ...ท่านพี่ จู่ ๆ ข้าก็นึกขึ้นได้ว่ามีเื่ที่ต้องไปจัดการ ลาก่อนนะ!”
“หึ คิดจะหนีอย่างนั้นหรือ?” จวินอู๋เสียหัวเราะเสียงเย็น พร้อมกับยื่นมือไปคว้าท้ายทอยที่ไร้เส้นผมปกคลุมของสตรีไร้ยางอาย
มู่เชียนจิ่ว้าขัดขืน แต่พบว่าตนเองไม่สามารถใช้ไอพลังภายในกายได้
‘บัดซบ หนีไปไหนไม่ได้แล้วสินะ!’
‘เขาเข้ามาในสำนักชิงอวิ๋นได้อย่างไร?’
‘เพิ่งจะผ่านไปสามร้อยปี สำนักชิงอวิ๋นตกต่ำลงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?’
‘มารตนหนึ่งสามารถเข้ามาในสำนักได้อย่างเงียบเชียบโดยไม่มีใครรู้ ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าเด็กพวกนั้นี้เี ก็คงเป็เพราะคนผู้นี้แข็งแกร่งมาก!’
‘แข็งแกร่งถึงขนาดที่ว่าเ้าเด็กพวกนั้นไม่อาจััถึงไอพลังใด ๆ ได้เลย แต่นางหวังให้เป็อย่างแรกมากกว่า เพราะหากเป็อย่างหลัง…ไม่เท่ากับว่านางต้องตายด้วยน้ำมือของเขาหรอกหรือ!’
“ท่านพี่? หึ ช่างบังเอิญจริง ๆ” จวินอู๋เสียมองมู่เชียนจิ่ว ก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างที่ตัวเองคิดว่าเจิดจ้าที่สุด มือใหญ่ลูบหัวโล้น ๆ สองที รู้สึกว่าััเช่นนี้ก็ไม่เลวเลย “เ้าว่าข้าควรบีบหัวเ้าจนะเิ หรือควรหักคอเ้าดี?”
มู่เชียนจิ่วสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ฝืนยิ้มราวกับจะร้องไห้ออกมา “ท่านพี่ ความจริงแล้วนี่เป็ความเข้าใจผิดที่งดงามนะเ้าคะ!”
“เข้าใจผิด?” รอยยิ้มเจิดจ้าบนใบหน้าของจวินอู๋เสียหายวับไปทันที ก่อนตามมาด้วยเสียงขบกรามแน่น
“เ้าถอดกางเกงข้า คิดว่ามันเป็เื่ที่งดงามมากอย่างนั้นหรือ?”
มู่เชียนจิ่วดวงตาเบิกโพลง นางขอสาบานด้วยเกียรติของนางว่า สิ่งที่นางพูดไปเมื่อครู่ไม่ได้หมายความตามที่เขาพูดมาอย่างแน่นอน!
“ก็ได้ ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าก็จะไม่ปิดบังอีก!”
ั์ตาดอกท้อของจวินอู๋เสียหรี่ลง ขอเพียงเขา้า ก็สามารถบีบกะโหลกของสตรีผู้นี้ให้แหลกคามือได้ตลอดเวลา แต่การสังหารนางเช่นนี้มันง่ายเกินไป!
“เ้าปิดบังอะไรข้า?”
“ท่านพี่ ความจริงแล้วข้าแอบชอบท่านมานานแล้ว” มู่เชียนจิ่วส่งสายตาหวานหยดย้อยไปให้อีกฝ่าย พยายามแสดงออกว่าตนจริงใจเพียงใด
จวินอู๋เสียขมวดคิ้วมุ่น แววตาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง “เ้าแอบชอบข้าอย่างนั้นหรือ?”
“ถูกต้อง!” มู่เชียนจิ่วจู่ ๆ ก็คว้ามืออีกข้างของจวินอู๋เสียมากุมไว้
“ท่านพี่ ความรู้สึกที่ข้ามีต่อท่านราวกับแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวและไม่มีที่สิ้นสุด ท่วมท้นอย่างไม่อาจกั้นได้ราวกับแม่น้ำฮวงโหว”
จวินอู๋เสียได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป แม้จะฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่กลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ความเดือดดาลที่มีเริ่มบางเบาลง “พูดต่อสิ”
มู่เชียนจิ่ว “???”
ชอบคนประจบอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็เข้าทางข้าแล้วสิ!
มู่เชียนจิ่วจึงประจบประแจงไม่หยุด ส่วนจวินอู๋เสียก็นั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ‘สตรีที่ไร้ยางอายผู้นี้แม้จะน่ารังเกียจไปบ้าง แต่ยังนับว่ามีความจริงใจอยู่’
ครึ่งก้านธูปผ่านไป มู่เชียนจิ่วถึงกับลำคอแห้งผาก นางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ท่านพี่ ข้า...ข้าขอพักสักเดี๋ยวได้หรือไม่?”
แม้จวินอู๋เสียคลายความโมโหลงไปบ้างแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเขายกโทษให้สตรีผู้นี้
“เอาของของข้าคืนมา”
มู่เชียนจิ่วรีบเก็บมือไว้ทางด้านหลังทันที นี่เป็ของที่นางใช้ผ้ารัดหน้าอกของตัวเองแลกมาเชียวนะ บัดนี้มันต้องเป็ของนางสิ!
“ท่านพี่ ท่านพูดเื่อะไรกัน? ข้าฟังไม่เห็นเข้าใจเลย”
“อย่ามาเสแสร้งแกล้งโง่กับข้า!” จวินอู๋เสียจับข้อมือของหญิงสาวขึ้นมา เห็นแหวนเก็บสมบัติบนนิ้วของนาง ดวงตาวาวโรจน์ทันที
“เ้านี่ช่างกล้าจริง ๆ ไม่เพียงนำของของข้าไป ยังกล้าลบรอยประทับออกอีกอย่างนั้นหรือ!”
จู่ ๆ มู่เชียนจิ่วก็มองไปทางด้านหลังของจวินอู๋เสียและะโออกมา “ท่านพี่ ช่วยข้าด้วย!”
จวินอู๋เสียจึงหันไปมองทันที ก่อนจะพบว่าด้านหลังของเขามีเพียงความว่างเปล่า
“เ้า! เ้ากล้าหลอกข้าหรือ!”
ขณะที่จวินอู๋เสียคิดจะสั่งสอนสตรีไร้ยางผู้นี้ มู่เชียนจิ่วก็ฉวยจังหวะเตะไปที่ ‘จุดยุทธศาสตร์’ ของอีกฝ่ายเต็มแรง
“เอาลูกเตะ —— พิฆาตกล่องดวงใจ ของข้าไปกินซะ!”
.
.
.