ตอนที่ 14 ผีมาเยือน
ตอนแรกผมคิดว่าถ้าเจอตัวผีพนันหลี่กวางหลง ปริศนาทุกข้อก็จะถูกไขออกมา และจะได้รู้ตัวการที่คอยทำร้ายผมซะที
แต่ตอนนี้ช่างดีจริงๆ หลี่กวางหลงตายไป เบาะแสเดียวที่มีเหลืออยู่ก็หายไปด้วย
แต่เื่ที่แปลกคือ ดูจากการสลายตัวของศพ เขาน่าจะตายมาได้ประมาณ 5 วันแล้ว
ถ้าพูดอีกอย่างคือ ตอนที่สามีภรรยาหลี่กวางตี้จมน้ำตายได้หนึ่งวันหรือก่อนหน้านั้นหลี่กวางหลงคนนี้ ก็เสียชีวิตแล้ว
ดังนั้นปัญหาจึงเกิดขึ้น แล้วเมื่อสามวันก่อนคนที่ไปบันทึกไว้ที่สุสานเป็ใครกันล่ะ
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ในหัวของผมก็เกิดเสียงดัง “กึก”
เมื่อผมมองดูศพที่อยู่เบื้องหน้า ด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด
โดยเฉพาะหลี่กวางหลงเองก็ตายตาไม่หลับ ลิ้นยื่นออกมาเล็กน้อย ทันใดนั้นผมก็รู้สึกเย็นที่หลังทันที
ส่วนอาจารย์และเหล่าฉินกำลังมองรอบๆศพเป็วงกลม พวกเขาไม่ได้นำร่างที่แควนคอตายของหลี่กวางหลงลงมา
จากนั้นพวกเขาก็ค้นหาภายในบ้านอีกรอบ แต่ก็ยังไม่พบของที่มีประโยชน์มากนัก
จู่ๆก็ได้ยินเสียงอาจารย์พูดกับผม “เสี่ยวฝาน โทรแจ้งตำรวจ! ไม่มีอะไรให้ตรวจสอบแล้ว”
เมื่อเื่มาถึงจุดนี้ ก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกต่อไป ผมจึงทำตามที่อาจารย์บอก แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรแจ้งตำรวจทันที
ผ่านไปไม่นานตำรวจที่ตำบลก็เข้ามา หัวหน้าหน่วยก็คือเ้าหน้าที่ซุน
ในตำบลมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ไม่รู้จักเขา เขาเดินเข้ามามองศพของหลี่กวางหลงที่อยู่ในบ้านสองสามครั้ง จากนั้นก็ถามพวกเราสองสามประโยค
แต่คำตอบนั้นเหล่าฉินได้คิดมาอย่างดีแล้ว เขาบอกว่าคนที่สุสานจะต้องกลับมาเยี่ยม เพราะใกล้มาถึงวันที่สองสามีภรรยาชาวประมงคู่นั้นตายครบเจ็ดวันแล้ว พวกเขาจึงเข้ามาเตือนว่าควรทำยังไงบ้าง
เ้าหน้าที่ซุนก็รู้ว่าเหล่าฉินและอาจารย์ของผมทำอาชีพอะไร เขาจึงไม่ถามอะไรมากนัก
และหลี่กวางหลงเองก็มีชื่อเสียงเื่ผีพนันอยู่แล้ว ไม่น่าแปลกที่ตายแล้วจะไม่มีใครสนใจ
ดังนั้น หลังจากบันทึกคำให้การเสร็จก็ปล่อยพวกเรากลับไปทันที
แต่ระหว่างทางที่กลับ อาจารย์กลับพูดกับผมและเหล่าฉินว่า “เหล่าฉิน เสี่ยวฝาน เื่นี้เริ่มแปลกมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปพวกเราจะต้องระวังให้มากกว่าเดิมแล้ว!”
เหล่าฉินยักคิ้วหนึ่งครั้ง และถามออกมาตรงๆ “ทำไมถึงพูดแบบนี้”
อาจารย์หันไปมองศพหลี่กวางหลงที่แขวนคอตายอยู่ในบ้านแวบหนึ่งจากนั้นก็พูด “หลี่กวางหลงตายได้ประมาณห้าวันแล้ว แต่เมื่อสามวันก่อนกลับมีคนใช้ชื่อหลี่กวางหลงมาเอาเถ้ากระดูกของสองสามีภรรยาชาวประมงไป……”
ต่อมา อาจารย์ยังพูดความคิดของเขาและสิ่งที่เขาคาดเดา
บอกว่าคนที่มาเอาเถ้ากระดูกไป ต้องรู้อยู่แล้วว่าหลี่กวางหลงตายไปแล้ว
สำหรับเป็เื่ฆาตกรรมไหม ตอนนี้ยังพูดได้ยาก แต่มันก็มีโอกาสครึ่งต่อครึ่ง หลี่กวางหลงอาจตายเพราะถูกคนฆ่าอีกราย
และ สองสามีภรรยาชาวประมงคู่นี้ นอกจากมีหลี่กวางหลงที่เป็น้องชายแล้ว ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เหลือญาติที่ไหนอีก
จึงอธิบายได้ว่าเขาเป็คนฝังศพให้พวกเขา และคนๆนั้นจะต้องเป็คนที่เข้ามาเก็บเถ้ากระดูกไปแน่
คนๆนี้เก็บเถ้ากระดูกของชาวประมงคู่นี้ไว้ และยังทำหลุมฝังศพที่ชั่วร้าย
แต่กลับทำร้ายผมและหลี่เหล่าซานอย่างไร้เหตุผล ตอนนี้อาจารย์เดาออกมาได้สองอย่าง
คือไม่เป็ศัตรูของเหล่าฉิน ก็เป็ศัตรูของอาจารย์
ข้อที่สอง ก็คือไม่มีจุดประสงค์ ฆ่าไม่เลือกหน้า แต่ข้อสันนิษฐานนี้ไม่ค่อยมีน้ำหนัก
ดังนั้น การเป็ศัตรูในข้อแรก จึงมีน้ำหนักมากกว่า
ตอนนี้อีกฝ่ายลงมืออย่างไม่หยุดหย่อน ครั้งต่อไปมีโอกาสมากที่เขาจะลงมือตรงๆกับอาจารย์และเหล่าฉิน และบาทีอาจใช้วิธีที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม
หลังจากที่เหล่าฉินได้ยิน เขาก็เงียบไปพักหนึ่ง และบอกว่าเขาทำงานที่สุสานช่วยคนเผาศพมาทั้งชีวิต แต่ก็ยังไม่เคยทำให้ใครขุ่นเคืองเลยสักคน
เขาจึงถามอาจารย์ว่ามีศัตรูที่ไหนรึเปล่า แต่สุดท้ายอาจารย์ก็ส่ายหัว
เขาบอกว่าถึงแม้ว่าตอนเป็วัยรุ่นตัวเองจะไปมาทั่วทุกสารทิศ แต่เขาก็ทำแต่เื่ดีๆ
และตัวของเขาเองยังอยู่ที่ตำบลนี้มา 20 กว่าปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเป็ศัตรูกับใครมาก่อน
ในทางกลับกันยังทำความดีเกี่ยวกับเื่ิญญาไว้มากมาย สุดท้ายอาจารย์ก็ทำหน้ามึนงง
แต่สิ่งเดียวที่เขามั่นใจคือ ขอเพียงคนๆนี้ยังอยู่ เขาจะต้องออกมาอย่างแน่นอน
ในเวลาเดียวกันเพื่อความปลอดภัย อาจารย์จึงบอกให้เหล่าฉินมาพักที่บ้านของพวกเราใน่นี้
การทำแบบนี้ พวกเราจะได้ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเวลาเกิดอะไรขึ้นจะได้แก้ไขได้ง่ายๆ
เหล่าฉินและอาจารย์รู้จักกันมา 20 กว่าปี ความสัมพันธ์ดีมาตลอด เขาจึงไม่พูดอะไรมากตอบตกลงทันที
ใน่เวลากลางคืน เหล่าฉินก็นำสัมภาระของตัวเองย้ายมาที่บ้านของพวกเรา
เพราะนี้เป็คืนแรก ผมจึงต้องออกไปซื้อเหล้าข้างนอกมา 1 กิโลกรัม ให้อาจารย์ และเหล่าฉินได้ดื่มกันสักหน่อย จากนั้นก็จุดธูปให้ผีเมีย สุดท้ายผมก็ได้กลับไปนอนในห้องของตัวเอง
หลังจากชายชราทั้งสองคนได้ดื่มเหล้า เสียงก็ดังยิ่งกว่าเดิม พวกเขาดื่มกันจนถึงเที่ยงคืนกว่าๆ
อะไรมันจะขนาดนี้ แต่ใครจะรู้หลังจากที่อาจารย์และเพื่อนพึ่งกลับไปนอนพักที่ห้อง พวกเขาพึ่งนอนไปได้แค่แป๊บเดียวเท่านั้น
จู่ๆนอกห้องก็มีเสียงดัง “แอ๊ด...” ดูเหมือนประตูที่อยู่ข้างนอกจะถูกคนเปิดออก
สองสามวันนี้จิตใจผมค่อนข้างตึงเครียด ถ้าเป็แต่ก่อนผมก็คงไม่ตอบสนองเร็วขนาดนี้
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน หลังจากที่ผมได้ยินเสียงนี้ ดวงตาทั้งสองข้างก็เปิดขึ้นมาทันที
ร่างกายมีเสียงดัง “ก๊อก” ผมลุกขึ้นจากเตียงทันที วินาทีนั้นผมรู้สึกถึงสายลมอันหนาวเหน็บกำลังพัดผ่านเข้ามาจากด้านนอกห้อง
ท่ามกลางสายลม เหมือนผมจะได้ยินเสียงของฝีเท้า
ทันใดนั้นผมก็ใทันที เวลาขนาดนี้แล้ว จะเป็ใครกันนะ
ผมค่อนข้างหวาดกลัว แต่ก็ค่อนข้างสงบ เพราะตอนนี้อาจารย์และเหล่าฉินอยู่ที่นี่
หลังจากใส่รองเท้าแตะ ผมก็หยิบดาบไม้ที่อยู่บนหัวเตียงและเดินออกไปจากห้องนอน เพราะอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
แต่ในบ้านมืดมาก จึงเห็นสิ่งของรางๆเท่านั้น แต่ถึงจะเป็แบบนั้นผมก็เห็นว่าประตูบ้านถูกเปิดออก
ใจของผมตื่นตัวขึ้นมาทันที แต่ก็ไม่ได้รีบเดินไปปิดประตู ผมเอื้อมมือไปกดสวิทช์ไฟ เพื่อเปิดไฟให้สว่าง
เสียงดัง “ต๊อก” ของการเปิดไฟ แต่ในวินาทีที่ไฟติด
ร่างของผมก็สั่นทันที เพราะวินาทีที่แสงสว่างขึ้น ผมก็พบว่าในบ้าน มีคนใส่ชุดสีขาวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน
ใบหน้าของคนนั้นซีดขาว นอกจากนี้ที่ใบหน้าของเขายังมีบางส่วนที่เน่าเปื่อย ไม่มีตาดำเหมือนกับตาของปลาตาย
เขายืนอยู่ที่หน้าประตู หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว กำลังจ้องผมด้วยสายที่โกรธแค้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ในใจมีเสียงดัง “กึก” แต่ผมก็รู้ั้แ่แรกเห็น
เขาคนนั้นก็คือน้องชายของชาวประมงคู่นั้น ผีพนันหลี่กวางหลงที่แขวนคอตายในบ้านนั้นเอง
การปรากฎตัวของเขาทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ ณ เวลานั้นผมไม่รู้ว่าควรทำยังไง
แต่ไม่รอให้ผมได้สติดี หลอดไฟก็มีเสียง “แพร๊บ” ทันใดนั้นมันก็ดับลง
รอบตัวมืดดำ ในสมองมีเสียงดัง “ตูม” ะเิออกมา ผมใกลัวจนขนลุก ร่างกายเดินถอยหลังกลับไปสองสามก้าว
และปากยังะโออกมา “อา อาจารย์ เหล่าฉิน มี มีผี……”
เสียงพึ่งจางหาย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะแปลกๆดังออกมาจากในบ้าน “ฮึฮึฮึ”
ในเวลาเดียวกัน เสียงแหบแปลกๆของผีผู้ชายตนนั้นก็ดังออกมาจากในความมืด “คืนนี้ แกเป็ของฉัน……”
เสียงนั้นทั้งทุ้มต่ำและแปลกมาก เพียงแค่ได้ยินก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว
ภายในความมืด ผมไม่มีทางมองเห็นใบหน้าของเขาได้ชัด ได้แต่อาศัยแสงจันทร์ที่สอดส่องเข้ามาทางหน้าต่างและประตูเท่านั้น ผมมองเห็นใบหน้าที่ขาวซีดและเงาสีขาวได้รางๆเท่านั้น
ผมกลัวจนกำดาบไม้ในมือจนแน่น ร่างกายยังถอยไปข้างหลังอย่างต่อเนื่อง จากนั้นผมก็ใช้มืออีกข้างหนึ่งเคาะประตูห้องของอาจารย์ “อาจารย์ อาจารย์!”
แต่เห็นได้ชัดว่าอาจารย์ดื่มหนักไป จึงไม่มีการตอบสนองใดๆทั้งสิ้น
ชายคนนี้เข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ และปากไม่หยุดหัวเราะแปลกๆ “ฮึฮึฮึ” เห็นได้ชัดว่าเขาตื่นเต้นมาก
“หยุดะโเถอะ แต่คืนนี้ อาจารย์ของแกคงไม่ได้ตื่นมาแล้วละ!” เขาพูดด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำและแหบแห้ง
“อย่าเข้ามานะ ถ้าเข้ามาอีกฉันจะฆ่าแก!” ผมรวบรวมความกล้าแล้วพูดออกไป
แต่เหมือนว่าผีร้ายตนนี้จะได้ยินแค่คำพูดตลกๆ เขาจึงหัวเราะ “ฮึฮึฮึ” ออกมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็อ้าปากกว้าง ลิ้นสีแดงที่ย้อมไปด้วยเืสดๆอันนั้น มันกำลังเลียริมฝีปากของตัวเอง ตอนนี้มันดูน่ากลัวสุดๆไปเลย
ไม่เพียงแค่นั้น ผีตนนี้ยังพูดกับผมว่า “ฆ่าฉันงั้นเหรอ แกมีความสามารถแบบนั้นด้วยเหรอฮะ”
หลังจากพูดจบ ใบหน้าผีร้ายตนนี้ก็เปลี่ยนไปทันที เผยสีหน้าที่สยดสยองออกมา เขากางกรงเล็บออกและพุ่งเข้ามาที่ร่างของผมทันที
เมื่อเห็นฉากแบบนี้ ผมก็เตรียมตัวต่อสู้กับเขาทันที
แต่ขณะที่เกิดเหตุการณ์นี้ จู่ๆก็มีเสียงผู้หญิงที่ไม่คุ้นเคยและเ็าที่แฝงไปด้วยความโกรธดังขึ้น “แล้วฉันล่ะ”
สามคำ แต่เมื่อสามคำนี้ปรากฎขึ้น ใบหน้าที่สยดสยองของผีร้ายเมื่อครู่ ก็เปลี่ยนไปและมีเสียงดัง “ปัง”
เขาเผยสีหน้าที่หวาดกลัวออกมา ร่างกายก็หยุดชงักไปในทันที
“แก แก……”
ผีผู้ชายตกตะลึง พูดจาเสียงติดขัด
แต่พึ่งพูดได้สองคำ ในบ้านก็มีเสียงที่เ็าของผู้หญิงปรากฎขึ้น
“ฮึ!”
เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น เหมือนผีผู้ชายตนนั้นจะได้เจอกับผียังไงยังงั้น
เขาร้อง “อ้า..” ออกมา แล้วถอยห่างออกไปพร้อมร่างกายที่สั่นไหว ปากของเขาสั่นพะงาบๆยิ่งกว่าอะไร และยังพูดออกมาด้วยเสียงอันหวาดกลัว “ไม่ ไม่ ข้า ข้าไม่กล้า ข้าไม่กล้าแล้ว……”
ตอนนี้เหมือนกับเขาได้เจอกับอะไรบางอย่างที่ทำให้กลัวอย่างสุดขีด หลังจากนั้นเขาก็หันหลังและวิ่งหนีกลับไปทันที และไม่หันมามองผมเลยสักนิด เพียงชั่วพริบตาร่างของเขาก็หายไปในความมืดที่อยู่นอกบ้านแล้ว
ขณะที่มองผีผู้ชายหายไป ผมก็ใจนต้องกลืนน้ำลาย แล้วหันไปมองรอบๆบ้านทันที แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลยสักนิด
แต่ผมรู้ดี เสียงของผู้หญิง จะต้องเป็ของผีเมียของผมแน่ๆ
แต่มันก็แปลก ผีเมียตนนี้เป็ใครกันแน่นะ