บทที่ 159 โชคชะตาที่ไม่ถูกต้อง
เมื่อจบเรื่องตระกูลสวี่ ตระกูลหลี่ก็ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดการของพวกเขาอีกแล้ว ปัญหาของใครก็ต้องจัดการเอาเอง หลี่ชิงหมินและครอบครัวก็ยุ่งอยู่กับการเตรียมงานของตนเองเช่นกัน วันเวลาที่จัดเอาไว้ก็ใกล้เข้ามาเต็มที่แล้ว ตระกูลต่างๆมากมายได้รับเทียบเชิญจากตระกูลหลี่และตระกูลหวง บ้านไหนไม่ได้ก็ยังอุตส่าห์บากหน้ามาเพื่อเยี่ยมเยียนให้รู้ว่าพวกเขามีตัวตนอยู่ในเมืองหลวงด้วย
ดังนั้น....ตอนนี้จึงมีเทียบเชิญหลายร้อยฉบับร่อนไปทั่วเมืองหลวงแล้ว หลี่ชิงหมินได้ยินว่าประธานในพิธีของเขาจะเป็นองค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีเอง รู้สึกว่างานนี้ยิ่งทำให้เขากดดันมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
เมืองหลวงเวลานี้คึกคักไม่น้อย ผู้คนต่างถิ่นก็เร่งเดินทางมาเพื่อที่จะเข้าร่วมงานแต่ง เนื่องจากสถานะของแม่ทัพใหญ่ เขาไปประจำการอยู่หลากหลายที่ ทำภารกิจช่วยคนมาก็หลายหน แถมตอนที่ติดตามบิดาไปทำงาน ก็ยังได้สานสัมพันธ์กับเหล่าคนใหญ่คนโตต่างเมืองด้วย
นอกจากนี้ ตระกูลหลี่เองก็ต้องต้อนรับแขกคนสำคัญเช่นกัน พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่ากลุ่มการค้าสกุลทงจะเดินทางมาที่นี่เพื่อร่วมเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ให้กับตระกูลหลี่ เรื่องนี้ส่งผลให้ใบหน้าของตระกูลหลี่มีน้ำหนักขึ้นทันที จากที่เป็นเพียงตระกูลขุนนางระดับต่ำเท่านั้น
ทงยูมาพักที่จวนสกุลหลี่ก่อนเริ่มงาน เขายังเอาของบางอย่างที่จำเป็นต้องใช้มาที่ตระกูลหลี่เพื่อช่วยงานด้วย ชิงหมินอยากออกปากไล่เขาเพื่อไม่ให้เกิดความเอิกเกริกเกินไปแต่บิดามารดาห้ามเอาไว้ สุดท้ายบุรุษผู้นี้และผู้ติดตามเพียง 3-4 คน ก็นั่งกระดิกเท้า ดื่มชาโม่ลี่ฮวาพิเศษของชิงหมินอย่างมีความสุขในเรือนรับรอง
งานแต่งที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเซินแท้จริงแล้วนอกจากพิธีแต่งตั้งองค์จักรพรรดิพร้อมกับอภิเษกสมรสแล้ว ยังมีงานใหญ่ที่เทียบเท่ากันอยู่อีก ขาดแค่แขกเหรื่อในฐานะจักรพรรดิของต่างแคว้นบางแคว้นเท่านั้น หาไม่แล้วก็คงจะถูกเรียกว่าเป็นงานที่ใหญ่ทัดเทียมกัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะเป็นงานใหญ่มาก การดูแลและควบคุมจึงต้องเข้มงวดตามไปด้วย หลี่ชิงหมินได้ยินว่าตอนนี้ ทหารของอาณาจักรลาดตระเวนอยู่รอบๆ โดยเฉพาะในพื้นที่จวนสกุลหลี่และสกุลหวง แน่นอนว่าเขารับรู้ได้ถึงพลังหยินที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน คาดว่าหวงซีเฉิงผู้นั้นคงจะใช้ทั้งคนเป็นและคนตายเพื่อทำให้งานของเขาราบรื่น
แล้วก็เป็นอย่างที่ทุกคนกังวลจริงๆ ก่อนถึงวันสำคัญเพียง 5 วันเท่านั้น จู่ๆก็ได้ยินเรื่องกับขุนนางในเมืองหลวงแล้ว...
โดยคนหนึ่งถูกพบที่หอนางโลม เมื่อฮูหยินของเขาได้ยินเรื่องนี้ ถึงกับเป็นลมล้มพับ ไม่มีใครรู้ว่านางเป็นลมเพราะเสียใจกับการจากไปของสามี หรือเป็นลมเพราะอับอายการกระทำของสามีกันแน่ สภาพที่ถูกค้นพบนั้นช่าง...ดูไม่ได้เอาเสียเลย
แต่การนองเลือดก่อนงานมงคลใหญ่ไม่ถือว่าเป็นเรื่องดี ต่อให้จะเป็นการตายของขุนนางที่ไร้ยางอายก็เถอะ ทว่า...นอกจากขุนนางผู้นี้แล้ว ยังมีขุนนางอีกคนที่ตายในอ้อมแขนของอนุภรรยา ได้มีการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าเขาใช้สารกระตุ้นมากเกินไปจนทำให้อาย
ทั้งตระกูลต่างก็รู้สึกขายหน้าเป็นอย่างยิ่งที่มีขุนนางผู้นี้อยู่ในจวน ความตายของเขานำพาให้เรื่องงามหน้าในตระกูลถูกเปิดเผยออกไปอีก
คนตายมีตั้งสองคนในคืนเดียว ทั้งยังเป็นขุนนางที่ยังไม่ชราภาพหรือมีโรคประจำตัวเสียด้วย ความตายของทั้งสองยังเกิดขึ้นเนื่องจากทั้งคู่มีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว ดังนั้น...หลายคนจึงเริ่มขนหัวลุก พวกเขาเล่าลือกันว่า นี่อาจจะเป็นคำเตือนอย่างหนึ่งก็เป็นได้
การแต่งงานของแม่ทัพใหญ่ หลังจากนี้อาจจะพรากชีวิตของแม่ทัพใหญ่ไปด้วยหรือไม่? พวกเขายินดีกับท่านแม่ทัพใหญ่ แต่ก็ไม่ต้องการเสียคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ไปจากอาณาจักร
วันแรกผ่านไป มีเพียงคนบางกลุ่มที่เริ่มกล่าวถึงเรื่องนี้ กระทั่งคืนที่สองก็ยังมีคนตายอีก 2 คน ทั้งยังพบเจอในหอโคมแดงหนึ่งคน และอีกคนก็พบเจอว่ากำลังลอบไปหาหญิงชู้ ช่างเป็นความตายที่เหมือนกันจริงๆ ดังนั้นก่อนการแต่งงานของหวงซีเฉิงอีก 4 วัน ข่าวลือก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
องค์จักรพรรดิเป็นกังวลอย่างมากในเรื่องนี้ เขาถึงกับเรียกหวงซีเฉิงที่กำลังเตรียมพร้อมการแต่งงานมาที่พระราชวังเพื่อสอบถามสถานการณ์ ไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไร สุดท้ายองค์จักรพรรดิก็ปล่อยให้เขากลับออกมา
เพียงแต่...เย็นวันนั้น ผู้คนก็ได้พบศพอีกครั้ง และก็เหมือนกับครั้งก่อนๆ บางคนไม่ได้ทำสิ่งใดผิด แค่หลับนอนกับฮูหยินเอกของตนเองก็สิ้นใจเสียแล้ว ปัญหาเริ่มใหญ่โตขึ้น ตอนนี้มี 6 คนแล้วที่ต้องตายจากไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ท่ามกลางข่าวลือที่หนาหู ยังมีนักพรตบางกลุ่มลงมาจากเขา พวกเขาบอกกับชาวบ้านว่าได้กลิ่นอายของความไม่เป็นมงคลอยู่ในเมืองหลวง บอกว่าตนเองนั้นไม่รู้ว่าในเมืองหลวงจะมีการแต่งงานครั้งใหญ่ ทว่า...เพียงรู้สึกว่ามีวิญญาณร้ายอยู่รอบๆ พลังหยินที่ดำมืดกำลังกลืนกินผู้คน
เมื่อตรวจสอบไปตรวจสอบมา พวกเขาก็มาอยู่ที่หน้าตระกูลหลี่ ชี้ไม้เท้าซึ่งเต็มไปด้วยกระดิ่งสั่นไหวไปที่จวนซึ่งประดับประดาไปด้วยผ้ามงคลสีแดง
“อ๊า!!!” เสียงกรีดร้องของนักพรตผู้นั้นดังออกมา ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมกับมีเลือดไหลซึมออกมาอย่างน่ากลัว
“กรี๊ด!!” ชาวบ้านที่สนใจเรื่องลี้ลับอยู่แล้ว พวกเขามาที่นี่โดยพร้อมเพรียง แต่ก็ถูกทำให้ตกใจโดยนักพรตผู้นี้
หลายคนขนลุกชัน หลายคนต้องถอยหลังหนี จู่ๆคนก็มีเลือดไหลออกจากตา นี่เป็นเรื่องปกติที่ไหนกัน...
“ที่นี่....เป็นที่นี่....” เสียงของนักพรตผู้นั้นดังกังวานไปทั่ว แต่นั่นเหมือนไม่ใช่เสียงของเขาอีกต่อไป ดวงตาเหลือกกลับขึ้นด้านบน เลือดยังคงไหลไม่หยุด
“ท่านอาจารย์....” เหล่านักพรตลูกศิษย์ก็หวาดกลัวมากเช่นกัน พวกเขารีบพนมมือแล้วส่งพลังไปที่อาจารย์ของตนเองซึ่งกำลังไม่ได้สติและเอาแต่พูดว่า “ที่นี่ๆ” ไม่หยุด
ผู้นำตระกูลหลี่ได้ยินเรื่องจากคนของเขาแล้วก็รีบเดินออกมา นักพรตพวกนี้ช่างหาเรื่องตายจริงๆ งานมงคลของบุตรชายจะเกิดขึ้นในอีก 2 วันข้างหน้านี้แล้ว กลับมีคนมาชี้ที่จวนของพวกเขา ทั้งยังนำโลหิตไหลท่วมออกมาทำให้ดูน่ากลัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย
“ใครมาก่อความวุ่นวายที่หน้าจวนของข้า!” เขาโกรธจัด คนที่ทำเช่นนี้ไม่ใช่ว่าต้องการสาปแช่งกันหรือ? งานมงคลแต่เอาเรื่องลี้ลับและความตายมา คนเหล่านี้สมควรถูกโยนออกไปจริงๆ
ในอาณาจักรเซินนี้ ไม่ได้มีนักพรตมากนัก นักพรตพวกนี้เก็บตัวอยู่ในป่าและไม่ค่อยออกมาปรากฏตัว ส่วนใหญ่พวกเขาจะนับถือนักบวชศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในอารามมากกว่า แน่นอนว่าหลายคนก็นับถือนักพรตพวกนี้เพราะพวกเขาถือเป็นกลุ่มคนที่มีพลังพิเศษอีกกลุ่ม แต่...ต่อให้เป็นนักพรต พวกเขาก็ไม่ยินดีต้อนรับในเวลานี้!
“จะต้องไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้น” นักพรตเหมือนกับคนบ้า เขายังคงพูดประโยคที่ทำให้ตระกูลหลี่รู้สึกโกรธเคืองมากขึ้น
คราวนี้ทหารได้อยู่รอบๆเขา ไม่ยอมให้นักพรตทั้งหลายเข้าใกล้สกุลหลี่ไปมากกว่านี้อีกแล้ว แต่นักพรตผู้นั้นไม่ใส่ใจ ไม้เท้าที่มีกระดิ่งในมือเปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนที่เลือดก้อนใหญ่จะพุ่งออกมา หมายโจมตีเข้าไปในจวนสกุลหลี่ให้เต็มไปด้วยโลหิต
“จะแต่งไม่ได้เด็ดขาด” นักพรตผู้นี้ยังคงพูดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกับปีศาจร้าย เลือดชโลมร่างกายของเขาหมดแล้ว ตอนนี้ยังมีเลือดที่กำลังจะสาดเข้าสกุลหวงอีกด้วย
หากไม่ใช่เพราะหวงซีเฉิงส่งคนมากฝีมือมาป้องกันเอาไว้ คงจะทำให้เลือดที่ไม่เป็นมงคลเหล่านั้นสาดกระจายไปรอบๆจวนสกุลหลี่แล้ว
“จับนักพรตพวกนี้ที่กำลังมาก่อกวนเอาไว้” ผู้ใช้พลังบาเรียตวาดเสียงดัง กล้ามาก่อกวนงานแต่งของท่านแม่ทัพอย่างนั้นหรือ? ต่อให้เป็นนักพรตมากฝีมือขนาดไหน พวกเขาย่อมหนีไม่พ้นโทษตาย!
“อ๊าก!! บัญชาสวรรค์ส่งมา ไม่สามารถแต่งงานได้!!” นักพรตเหมือนคนบ้าคลั่ง เขาอาละวาดไปรอบๆ ซึ่งเวลานี้...ชิงหมินก็ได้ปรากฏตัวที่หน้าจวน ยืนข้างกายบิดาของเขาเช่นกัน
เมื่อนักพรตรับรู้ได้ถึงตัวตนของอีกฝ่าย เขาก็จับจ้องมาที่ชิงหมิน ไม้เท้าที่สั่นเทาชี้ไปที่ใบหน้าของชิงหมินก่อนจะพูดออกมา
“เจ้ารู้ดี เจ้าย่อมต้องรู้ดีกว่าใครว่าแต่งงานไม่ได้”
“..............”
“ดวงของเจ้าคือดวงไม่มีคู่ เจ้าไม่อาจแต่งงานได้!!”
“..............”
“อ๊า!! หายนะกำลังจะเกิด โชคชะตาของโลกใบนี้กำลังวิบัติแล้ว!! ต้องหยุด ต้องหยุดเส้นทางที่ไม่ถูกต้องเอาไว้!!!” เมื่อคนพูดจบ ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดอย่างน่ากลัว
ปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เวลานี้...หลายคนไม่ได้คิดว่านี่เป็นการก่อกวนธรรมดาๆแล้ว แต่เป็นการส่งมอบบัญชาจากสวรรค์มากกว่า หยาดฝนสีแดงค่อยๆร่วงหล่นลงมา หลี่ชิงหมินขมวดคิ้วมองดูท้องฟ้าที่วิปริตไปหมดด้วยความคิด
คำพูดของนักพรตนั้นชัดเจนเกินไป อีกฝ่ายบอกว่าเขาเป็นคนที่รู้ทุกอย่าง และไม่ควรจะแต่งงานนี้ ซึ่งแน่นอนว่า...การแต่งงานของเขาและหวงซีเฉิงผู้เป็นพระเอกไม่ควรเกิดขึ้นจริงๆ โลกใบนี้เป็นโลกในนิยายที่เขาอ่าน พระเอกควรคู่กับนางเอกล้วนถูกต้องแล้ว
แต่...นี่ไม่ใช่ความผิดของเขา
ถ้าโลกใบนี้อยู่ในมือของพระเจ้าหรือนักเขียนก็ตาม เช่นนั้นก็ควรจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามนิยายสิ เหตุใดต้องมาขวางทางเช่นนี้ด้วย อีกทั้ง...แทนที่จะไปหาเรื่องพระเอกหรือนางเอกที่ทำให้เกิดความวุ่นวายพวกนี้ อยู่ดีๆก็มาหาพระรองอย่างเขาเพื่ออะไร?
เขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากวิ่งตามเนื้อเรื่อง แต่สุดท้ายเนื้อเรื่องต่างหากที่วิ่งหนีเขาไปก่อน ต้องถามกลับว่า...ใครกันแน่ที่ทอดทิ้งกันก่อนน่ะ!!
ริมฝีปากของเขาเหยียดหยัน จู่ๆจะให้ยกเลิกทุกอย่างเวลานี้ คิดว่ามันทันการณ์แล้วหรือ? พ่อพระเอกของเรื่องยินยอมหรือไม่? นางเอกกลายเป็นสตรีของผู้อื่นแล้ว สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่? เหอ เหอ เหอ พระรองอย่างเขาก็แค่วิ่งไปในทิศทางที่ชีวิตเขาควรจะไปเท่านั้น
ถ้าแก้ตัวละครที่สร้างมาเองกับมือไม่ได้ ก็อย่ามากดดันกับเขา!!
เปรี้ยง!!!
สายฟ้าสีแดงถูกฟาดลงมา เกือบจะถูกตัวของหลี่ชิงหมินอยู่แล้ว ดีที่มีโล่ป้องกันเขาเอาไว้ ทำให้ชิงหมินยังยืนอย่างสงบได้ ส่วนจวนสกุลหลี่ก็ยังถูกป้องกันเอาไว้ ไม่มีน้ำฝนสีแดงที่ไหนที่ร่วงใส่หลังคาเรือนของพวกเขา
“วิปริต วิปริตไปหมดแล้ว!!”
“การแต่งงานนี้ไม่เป็นมงคล ฟ้าดินไม่เป็นใจ”
“เกิดเรื่องขึ้นแล้วจริงๆ หากแต่งงานกันไป อาณาจักรเซิน โลกใบนี้จะต้องหลั่งเลือด”
“ไม่เคยเห็นปรากฏการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน น่าประหลาดมาก!!!”
“ต้องหยุดงานแต่งหรือไม่? งานแต่งของท่านแม่ทัพยังจะจัดขึ้นได้อีกหรือ?” ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา ดูเหมือนว่าตอนนี้...พวกเขาจะเริ่มเชื่อคำพูดของนักพรตผู้นี้แล้ว
ในขณะเดียวกัน ที่วังหลังขององค์รัชทายาท ซือซือที่กำลังวางแผนเพื่อให้ตนเองสามารถออกไปนอกจวนได้ก็ชะงักงัน นางรู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างที่กำลังมอบพลังให้กับตนเอง หญิงสาวออกมาจากเรือน นางเห็นเพียงท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ทว่า...ซือซือไม่กลัวเลย
นางออกมาข้างนอก ยืนตากฝนเลือดอย่างสบายใจ รู้สึกว่ารูขุมขนทั้งหมดของตนเองกำลังเปิดรับเลือดสีแดงนี้ ไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง
ซือซือรู้สึกเหมือนกับว่า นี่คือการปลอบประโลม นางกำลังรู้สึกว่า...เส้นทางในอนาคตของนางกำลังกลับคืนสู่ที่ที่ควรจะเป็นแล้ว
“สนมซือซือ เจ้าทำสิ่งใด รีบกลับเข้ามาเร็วเข้า ฝนเลือดเช่นนี้ดูแล้วอันตรายนัก เหมือนกับเป็นลางร้ายเลย”
“จริงด้วย เจ้ายืนตากฝนนั้น เดี๋ยวจะได้รับไอชั่วร้ายไปด้วยนะ”
สนมทั้งสองออกมาดูปรากฏการณ์นี้เหมือนกัน แต่พวกนางทันทีที่พวกนางออกมา ก็ได้เห็นภาพที่น่ากลัวนี้แล้ว
สตรีผู้หนึ่งยืนอ้าแขนรับฝนเลือดอย่างมีความสุข สนมซือซือผู้นี้...แท้จริงแล้วมีจิตใจผิดปกติหรือไม่?
……………………………………..
ตอนนี้ไรท์ได้ลงนิยายเรื่องใหม่แล้วนะคะ
เรื่อง อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก
ฝากรีดทุกท่านติดตามและสนับสนุนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ