ไม่นานมีเสียงแว่วมาจากกลุ่มผู้ชมในสนาม
“นะ นั้นมัน คากิ!” คนดังของเมืองเรานี่!
“ใช่! ๆ นั้นมันยอดนักประดิษฐ์ของเมืองเรา และรถคันนั้นคงเป็นฝีมือของเค้าอย่างแน่นอน!
เสียงฮือฮาของผู้ชมกระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว
“หมายความว่า ชายหนุ่มชุดแดงนั้น เป็นนักแข่งที่ได้นักประดิษฐ์อัจฉริยะ เป็นช่างเครื่องให้อย่างนั้นรึ!
“แล้วชายหนุ่มนั้นเป็นใครกัน”
เสียงกระซิบกระซาบของผู้ชมเริ่มคุยกันอย่างตั้งข้อสงสัย
ไม่นานก็มี เสียงเอ่ยมาจากมุมหนึ่งของสนาม
“นั้นมัน ตำนานน้ำตาเลือด โคลิเซี่ยม นี่! ข้าจำได้ ข้าเคยเข้าไปดูการแข่งขัน เมื่อปีที่แล้ว!
ผู้ชมยิ่งส่งเสียงฮือฮา เป็นการใหญ่ต่างวิพากษ์วิจารณ์ กันอย่างเมามัน
ทุกสายตาต่างจดจ้องมาที่นาฟและรถสีแดงคันงามนี้ผู้ชมรู้สึกถึงความตื่นเต้น แทบจะเฝ้ารอดูการขับเคลื่อนของรถคันนี้แทบไม่ไหวแล้ว
บริเวณที่นั่งแขกผู้มีเกียรติ องค์ชาย 3 มองน้องสาวตนที่ยืนเหม่อมองไปที่สนามแข่งเหมือนกับตกอยู่ในภวังค์บางอย่าง องค์ชาย 3 ก้าวมายืนด้านข้างแล้วเอ่ยขึ้น
“ไม่เห็นเจ้าเคยบอกพี่ว่าเจ้าหนุ่มนั้นจะลงแข่งด้วย”
อิงอิง เหมือนตื่นจากภวังค์ หันมองพี่ชายตน
“......ข้าเองก็พึ่งรู้เหมือนกันท่านพี่”
องค์ชาย 3 พยักหน้า หันไปมองที่สนาม “ถึงกับได้เจ้าอ้วนนั่นมาเป็นช่างเครื่องให้ เจ้าหนุ่มนั่นคงไม่ธรรมดาอย่างที่เจ้าบอกจริงๆนั่นแหละ!
และในที่นั่งทั่วทั้งสนามก็มีหลายคนที่รู้จักกับนาฟ และ คากินักศึกษาของสถานศึกษามากกว่าครึ่งที่มาเข้าชมการแข่งขันในครั้งนี้ทุกคนล้วนแปลกใจกับสิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้
“ข้าว่าแล้ว! ช่วงหลังนี้ เห็นนาฟเข้าไปในแผนกวิวัฒน์กลไกบ่อยๆ”เสียงเจ้าอ้วนคิมดังมาจากมุมหนึ่งของสนาม
เอน่าและเคส ที่นั่งอยู่ข้างๆ ยังนิ่งอึ้งต่างก็ยังตกอยู่ในภวังค์ทั้งคู่
รถแข่งสีแดงคู่ใจของนาฟจอดรออยู่ที่จุดเริ่มต้นเครื่องยนต์กระหึ่มอย่างมีจังหวะสม่ำเสมอ เสียงของมันดูหนักแน่นและทรงพลังกว่าคันอื่นทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความแรงและความเร็วที่กำลังจะเกิดขึ้น
นาฟขึ้นคล่อมรถแข่ง เริ่มวางมือบนคันเร่งมองไปรอบๆ สนามแข่งด้วยสายตาที่มั่นคง
เสียงเชียร์ดังขึ้นอีกครั้งผู้ชมต่างตื่นเต้นและคาดหวังกับชายหนุ่มชุดแดง นักแข่งคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆก็หันมามองด้วยความสงสัยอยากรู้ และต่างก็อยากวัดความเร็วกับสิ่งนี้เป็นอย่างยิ่ง
คากิพยักหน้าให้นาฟ และค่อยๆเดินออกจากสนามไปพร้อมกับช่างเครื่องคนอื่นๆ
เสียงผู้ประกาศดังขึ้น
“การแข่งขันรอบคัดเลือกกำลังจะเริ่มขึ้นในอีก 30 วินาที!"
นักแข่งทุกคนเตรียมพร้อม ต่างสวมหมวกโลหะสายตาที่มุ่งมั่นไม่ยอมแพ้และพร้อมที่จะพุ่งออกไปสู่เส้นทางที่ท้าทาย
"5... 4... 3... 2... 1... เริ่ม!"
เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว นาฟบิดคันเร่งรถแข่งสีแดงพุ่งออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง เห็นเพียงภาพลางๆดั่งสายลมสีแดงพัดปลิวออกไป
เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มก้องไปทั่วสนามผู้ชมต่างยืนขึ้นและส่งเสียงเชียร์อย่างกึกก้อง
ส่วนบนของฟอร์ม
ส่วนล่างของฟอร์ม
รถคันแดงไม่ใช่แค่สวยงามเพียงอย่างเดียวแต่ยังเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ระบบเครื่องยนต์ที่ให้ทั้งความเร็วและประหยัดพลังงานตัวเร่งความเร็วแบบคู่ที่ให้พลังการเร่งที่รวดเร็วทันใจ
แรงดันอากาศที่ถูกควบคุมอย่างแม่นยำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อให้นักแข่งสามารถควบคุมรถได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถขับขี่รถคันนี้ได้นอกจากสภาพร่างกายที่ต้องทนต่อแรงกระทำที่หนักหน่วงแล้วต้องมีประสาทสัมผัสที่รวดเร็วเป็นอย่างมากในการบังคับควบคุมรถคันนี้
ใช้เวลาไม่ถึง 8 วินาที ภาพเบลอสีแดงพุ่งทะยานผ่านสะพานสีทองเข้าสู่โลกมิติก่อนใครทิ้งช่วงคันที่ตามมาอยู่พอสมควร
ผู้ชมต่างเงียบเสียงลงเหมือนตกตะลึงกับภาพที่ไม่เคยเห็นในการแข่งขันมาก่อน
กลุ่มผู้ชมจากที่นั่งแขกผู้มีเกียรติต่างลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกัน สายตามองไปที่รถคันสีแดงเป็นจุดเดียว
นาฟเลือกเส้นทางตรงกลางจาก 3 เส้นทาง ทางวิ่ง
เต็มไปด้วยก้อนหินที่กระจายอยู่ทั่ว บางจุดมีหินแหลมคมที่สามารถทำให้ล้อรถเสียหายได้นาฟขับผ่านเส้นทางนี้ด้วยความระมัดระวัง แต่ยังคงรักษาความเร็วได้อย่างคงที่
นาฟใช้ทักษะการขับขี่ที่ฝึกฝนมาอย่างดีในการหลบหลีกก้อนหินใหญ่และหลุมลึก
รถแข่งสีแดงกระโดดขึ้นลงตามจังหวะของทางขรุขระร่างกายนาฟเคลื่อนไหวไปตามการเคลื่อนที่ของรถ รักษาสมดุลได้อย่างดี แม้จะต้องเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรง
ทุกครั้งที่ล้อรถสัมผัสกับพื้นหิน สามารถควบคุมรถให้ผ่านไปได้อย่างราบรื่นเขาใช้ทักษะในการเลี้ยวและเบรกอย่างชำนาญ ทำให้รถไม่เสียการทรงตัว
ผู้ชมต่างจ้องมองผ่านจอกลไกอย่างไม่วางตากลุ่มนักแข่งอันดับสูงสุด ก็ยืนขึ้นมองรถแข่งคันสีแดงอย่างสนอกสนใจ
องค์ชาย 3 ที่ยืนดูอยู่ข้างอิงอิง ถึงกับขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น
“อิงอิง! เจ้าหนุ่มนั่นขับขี่รถแข่งมานานแค่ไหนแล้ว?
อิงอิงที่ยังมองจอภาพอยู่ตลอดนึกถึงตอนที่เห็นนาฟขับขี่รถอยู่ในโลกมิติคราวก่อน
“ข้าไม่รู้ท่านพี่! … แต่ข้าจำได้ว่านาฟไม่ได้ขับรถได้เก่งขนาดนี้นะ!
ลมพัดผ่านใบหน้าของนาฟขณะที่เขาขับผ่านเส้นทางหินขรุขระ จู่ๆเกิดลูกหินขนาดใหญ่ตกมาจากฟากฟ้าพุ่งตรงมาทางเขา
ผู้ชมต่างลุ้นระทึกตามว่าชายหนุ่มจะหลบเลี่ยงลูกหินเบื้องหน้าอย่างไร
แต่แปลกตรงที่ ไม่มีการหลบเลี่ยงใดๆกลับเร่งความเร็วพุ่งเข้าหาลูกหินยักษ์เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
“นี่มันจะบ้าบิ่นเกินไปแล้ว”เสียงพูดดังมาจากหลายที่ในสนาม
“ฟุบ!”
นาฟพุ่งผ่านลูกหินยักษ์ภายในพริบตาปรากฏว่าเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ผู้ชมที่เห็นภาพดังกล่าวส่งเสียงเฮดังลั่น
องค์ชาย 3 ถึงกับพยักหน้า แล้วเอ่ยขึ้น
“ต้องมีประสาทรับรู้ที่ดีมาก ด้วยความเร็วระดับนั้นกลับสามารถแยกแยะได้อย่างรวดเร็ว”