ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 140 สายลมสีแดงที่พัดผ่าน

    ไม่นานมีเสียงแว่วมาจากกลุ่มผู้ชมในสนาม

    “นะ นั้นมัน คากิ!” คนดังของเมืองเรานี่!

    “ใช่! ๆ นั้นมันยอดนักประดิษฐ์ของเมืองเรา และรถคันนั้นคงเป็นฝีมือของเค้าอย่างแน่นอน!

    เสียงฮือฮาของผู้ชมกระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว

    “หมายความว่า ชายหนุ่มชุดแดงนั้น เป็นนักแข่งที่ได้นักประดิษฐ์อัจฉริยะ เป็นช่างเครื่องให้อย่างนั้นรึ!

    “แล้วชายหนุ่มนั้นเป็นใครกัน”

    เสียงกระซิบกระซาบของผู้ชมเริ่มคุยกันอย่างตั้งข้อสงสัย

    ไม่นานก็มี เสียงเอ่ยมาจากมุมหนึ่งของสนาม

    “นั้นมัน ตำนานน้ำตาเลือด โคลิเซี่ยม นี่! ข้าจำได้ ข้าเคยเข้าไปดูการแข่งขัน เมื่อปีที่แล้ว!

    ผู้ชมยิ่งส่งเสียงฮือฮา เป็นการใหญ่ต่างวิพากษ์วิจารณ์ กันอย่างเมามัน

    ทุกสายตาต่างจดจ้องมาที่นาฟและรถสีแดงคันงามนี้ผู้ชมรู้สึกถึงความตื่นเต้น แทบจะเฝ้ารอดูการขับเคลื่อนของรถคันนี้แทบไม่ไหวแล้ว

    บริเวณที่นั่งแขกผู้มีเกียรติ องค์ชาย 3 มองน้องสาวตนที่ยืนเหม่อมองไปที่สนามแข่งเหมือนกับตกอยู่ในภวังค์บางอย่าง  องค์ชาย 3 ก้าวมายืนด้านข้างแล้วเอ่ยขึ้น

    “ไม่เห็นเจ้าเคยบอกพี่ว่าเจ้าหนุ่มนั้นจะลงแข่งด้วย”

     

    อิงอิง เหมือนตื่นจากภวังค์ หันมองพี่ชายตน

    “......ข้าเองก็พึ่งรู้เหมือนกันท่านพี่”

    องค์ชาย 3 พยักหน้า หันไปมองที่สนาม “ถึงกับได้เจ้าอ้วนนั่นมาเป็นช่างเครื่องให้  เจ้าหนุ่มนั่นคงไม่ธรรมดาอย่างที่เจ้าบอกจริงๆนั่นแหละ!

    และในที่นั่งทั่วทั้งสนามก็มีหลายคนที่รู้จักกับนาฟ และ  คากินักศึกษาของสถานศึกษามากกว่าครึ่งที่มาเข้าชมการแข่งขันในครั้งนี้ทุกคนล้วนแปลกใจกับสิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้

    “ข้าว่าแล้ว! ช่วงหลังนี้ เห็นนาฟเข้าไปในแผนกวิวัฒน์กลไกบ่อยๆ”เสียงเจ้าอ้วนคิมดังมาจากมุมหนึ่งของสนาม

    เอน่าและเคส ที่นั่งอยู่ข้างๆ ยังนิ่งอึ้งต่างก็ยังตกอยู่ในภวังค์ทั้งคู่

     

    รถแข่งสีแดงคู่ใจของนาฟจอดรออยู่ที่จุดเริ่มต้นเครื่องยนต์กระหึ่มอย่างมีจังหวะสม่ำเสมอ เสียงของมันดูหนักแน่นและทรงพลังกว่าคันอื่นทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความแรงและความเร็วที่กำลังจะเกิดขึ้น

    นาฟขึ้นคล่อมรถแข่ง เริ่มวางมือบนคันเร่งมองไปรอบๆ สนามแข่งด้วยสายตาที่มั่นคง

    เสียงเชียร์ดังขึ้นอีกครั้งผู้ชมต่างตื่นเต้นและคาดหวังกับชายหนุ่มชุดแดง นักแข่งคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆก็หันมามองด้วยความสงสัยอยากรู้ และต่างก็อยากวัดความเร็วกับสิ่งนี้เป็นอย่างยิ่ง

    คากิพยักหน้าให้นาฟ และค่อยๆเดินออกจากสนามไปพร้อมกับช่างเครื่องคนอื่นๆ

     เสียงผู้ประกาศดังขึ้น

    “การแข่งขันรอบคัดเลือกกำลังจะเริ่มขึ้นในอีก 30 วินาที!"

    นักแข่งทุกคนเตรียมพร้อม ต่างสวมหมวกโลหะสายตาที่มุ่งมั่นไม่ยอมแพ้และพร้อมที่จะพุ่งออกไปสู่เส้นทางที่ท้าทาย

    "5... 4... 3... 2... 1... เริ่ม!"

     

    เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว นาฟบิดคันเร่งรถแข่งสีแดงพุ่งออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง เห็นเพียงภาพลางๆดั่งสายลมสีแดงพัดปลิวออกไป

    เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มก้องไปทั่วสนามผู้ชมต่างยืนขึ้นและส่งเสียงเชียร์อย่างกึกก้อง

    ส่วนบนของฟอร์ม

    ส่วนล่างของฟอร์ม

    รถคันแดงไม่ใช่แค่สวยงามเพียงอย่างเดียวแต่ยังเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ระบบเครื่องยนต์ที่ให้ทั้งความเร็วและประหยัดพลังงานตัวเร่งความเร็วแบบคู่ที่ให้พลังการเร่งที่รวดเร็วทันใจ

    แรงดันอากาศที่ถูกควบคุมอย่างแม่นยำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อให้นักแข่งสามารถควบคุมรถได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์

    แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถขับขี่รถคันนี้ได้นอกจากสภาพร่างกายที่ต้องทนต่อแรงกระทำที่หนักหน่วงแล้วต้องมีประสาทสัมผัสที่รวดเร็วเป็นอย่างมากในการบังคับควบคุมรถคันนี้

    ใช้เวลาไม่ถึง 8 วินาที ภาพเบลอสีแดงพุ่งทะยานผ่านสะพานสีทองเข้าสู่โลกมิติก่อนใครทิ้งช่วงคันที่ตามมาอยู่พอสมควร

    ผู้ชมต่างเงียบเสียงลงเหมือนตกตะลึงกับภาพที่ไม่เคยเห็นในการแข่งขันมาก่อน

    กลุ่มผู้ชมจากที่นั่งแขกผู้มีเกียรติต่างลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกัน สายตามองไปที่รถคันสีแดงเป็นจุดเดียว

    นาฟเลือกเส้นทางตรงกลางจาก 3 เส้นทาง ทางวิ่ง

    เต็มไปด้วยก้อนหินที่กระจายอยู่ทั่ว บางจุดมีหินแหลมคมที่สามารถทำให้ล้อรถเสียหายได้นาฟขับผ่านเส้นทางนี้ด้วยความระมัดระวัง แต่ยังคงรักษาความเร็วได้อย่างคงที่

    นาฟใช้ทักษะการขับขี่ที่ฝึกฝนมาอย่างดีในการหลบหลีกก้อนหินใหญ่และหลุมลึก

    รถแข่งสีแดงกระโดดขึ้นลงตามจังหวะของทางขรุขระร่างกายนาฟเคลื่อนไหวไปตามการเคลื่อนที่ของรถ รักษาสมดุลได้อย่างดี แม้จะต้องเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรง

    ทุกครั้งที่ล้อรถสัมผัสกับพื้นหิน สามารถควบคุมรถให้ผ่านไปได้อย่างราบรื่นเขาใช้ทักษะในการเลี้ยวและเบรกอย่างชำนาญ ทำให้รถไม่เสียการทรงตัว

    ผู้ชมต่างจ้องมองผ่านจอกลไกอย่างไม่วางตากลุ่มนักแข่งอันดับสูงสุด ก็ยืนขึ้นมองรถแข่งคันสีแดงอย่างสนอกสนใจ

    องค์ชาย 3 ที่ยืนดูอยู่ข้างอิงอิง ถึงกับขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น

    “อิงอิง! เจ้าหนุ่มนั่นขับขี่รถแข่งมานานแค่ไหนแล้ว?

    อิงอิงที่ยังมองจอภาพอยู่ตลอดนึกถึงตอนที่เห็นนาฟขับขี่รถอยู่ในโลกมิติคราวก่อน

    “ข้าไม่รู้ท่านพี่! … แต่ข้าจำได้ว่านาฟไม่ได้ขับรถได้เก่งขนาดนี้นะ!

     

    ลมพัดผ่านใบหน้าของนาฟขณะที่เขาขับผ่านเส้นทางหินขรุขระ จู่ๆเกิดลูกหินขนาดใหญ่ตกมาจากฟากฟ้าพุ่งตรงมาทางเขา

    ผู้ชมต่างลุ้นระทึกตามว่าชายหนุ่มจะหลบเลี่ยงลูกหินเบื้องหน้าอย่างไร

    แต่แปลกตรงที่ ไม่มีการหลบเลี่ยงใดๆกลับเร่งความเร็วพุ่งเข้าหาลูกหินยักษ์เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว

    “นี่มันจะบ้าบิ่นเกินไปแล้ว”เสียงพูดดังมาจากหลายที่ในสนาม

    “ฟุบ!”

    นาฟพุ่งผ่านลูกหินยักษ์ภายในพริบตาปรากฏว่าเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา  ผู้ชมที่เห็นภาพดังกล่าวส่งเสียงเฮดังลั่น

    องค์ชาย 3 ถึงกับพยักหน้า แล้วเอ่ยขึ้น 

    “ต้องมีประสาทรับรู้ที่ดีมาก ด้วยความเร็วระดับนั้นกลับสามารถแยกแยะได้อย่างรวดเร็ว”


    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน