บทที่ 6
ถ้ำอนธกาล
หุบเขาอนธกาล
หลังจากที่เดินทางกันมาครึ่งชั่วยามเจียงเฟิงก็มาถึงที่หุบเขาอนธกาล เสียทีก่อนที่จะลงมาจากขงเล่อ เดินตามบิดาไปทางเข้าของหุบเขาที่มีทางเข้าเป็ถ้ำที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนปากัที่อ้าปากอยู่ บรรยากาศโดยรอบของถ้ำนั้นมีหมอกปกคลุมบางๆตลอดเวลา เนื่องจากที่ตั้งของถ้ำนั้นตั้งอยู่ที่ดินแดนสนธยา
ดินแดนสนธยา ตั้งอยู่ที่แคว้นฟ่านโดยที่ดินแดนสนธยานั้นกินพื้นที่ทางตอนเหนือของแคว้นฟ่านไปเกือบครึ่งของแคว้นที่มีหมอกปกคลุมตลอดเวลายิ่งเข้าไปในดินแดนนี้ลึกขึ้นเรื่อยๆหมอกก็ยิ่งหน้าขึ้นแล้วก็หลงทางในที่สุด มีคนเข้าไปแต่ก็ไม่สามารถกลับออกมาได้สักคน ทำให้ดินแดนสนธยาเป็ดินแดนต้องห้ามไม่ให้ใครเข้านอกจากที่จะมาปลุกทักษะิญญาเท่านั้น ซึ่งที่นี่ก็ได้รับการดูแลคนจากทางการส่งมาดูแลตลอด ผู้คนเล่าขานว่าภายในส่วนลึกของดินแดนสนธยาเป็สถานที่เก็บสมบัติที่มีค่ามหาศาลที่ปกครองด้วยัทั้งเก้าที่คอยปกป้องสมบัติเอาไว้เมื่อมีใครก้าวล้ำเข้ามาก็จะกลายเป็ิญญาคอยดูแลปกป้องสมบัติไป
"เจียงเอ๋อร์เ้าเข้าไปรับป้ายลำดับที่ตั้งอยู่ตรงนั้นนะ แล้วก็เดินมาหาพ่อ พ่อจะรอเ้าอยู่ตรงนี้"พอตนเข้ามาในถ้ำเจียงเฟิงก็สำรวจภายในถ้า ที่กว้างขวางมาก สามารถบรรจุผู้คนได้หลายพันคน
ในถ้ำอนธการนั้นประกอบไปด้วยสามส่วนใหญ่ๆที่เจียงเฟิงเห็น หนึ่งคือเป็เวทีขนาดใหญ่ที่มีบันไดสูงไปหลาย่ตัวของเจียงเฟิง ทาง้าเวทีมีลูกแก้วใสตั้งอยู่กลางเวทีและบนลูกแก้วมีศิลาที่ทำด้วยหินอ่อนสีขาวดูสะอาดตาลอยอยู่เหนือหัว ส่วนที่สองคือตำหนักที่ตั้งอยู่ในถ้ำที่ถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหลังดูสวยงามมาก ทั้งการตกแต่งที่วิจิตรงามแบบเรียบง่ายและเรียบหรูมีทั้งหมดห้าชั้น น่าจะเอาไว้รับแขกหรือไม่ก็เอาไว้ให้คนจากทางการที่มาเฝ้าได้อาศัยส่วนที่สามนั้นก็คือน้ำตกที่อยู่ข้างในสุดสร้างความแปลกใจแก่เจียงเฟิงมากที่สุดเพราะน้ำตกนั้นมีน้ำทั้งสองสายตกลงมาประกบกันซึ่งสีของน้ำนั้นมีสองสี คือสีเขียวมรกตกับสีแดงเม็ดทับทิม ที่แบ่งแยกกันคนละสีโดยที่มันไม่ผสมรวมกับทั้งๆที่อยู่ในบ่อเดียวกัน ตรงกลางนั้นมีดอกกุหลาบปลูกอยู่
"ขอรับท่านพ่อ"พูดจบเจียงเฟิงก็เดินไปที่โต๊ะเพื่อลงชื่อและรับป้ายลำดับมา ท่ามกลางสายตาที่จดจ้องไปที่ร่างบาง เนื่องด้วยเจียงเฟิงนั้นมีหน้าตาที่งดงามหวานหยดย้อย ยากที่หาสิ่งใดมาเทียบสิ่งนั้นก็ดูหมองลง ทำให้คนทั้งหลายนั้นมองมาที่เจียงเฟิงอย่างเคลิบเคลิ้ม
"นี่ป้ายเลขของท่าน เสร็จท่านเขียนชื่อที่ลำดับที่ท่านได้เวลาขานเลขและชื่อจะได้จดชื่อทักษะิญญาได้ถูกคน เสร็จแล้ว ยามเว่ยถึงจะเริ่มพิธีปลุกทักษะิญญาขอรับ"พอมาถึงคิวของเจียงเฟิง เขาก็รับป้ายเลขพร้อมเขียนชื่อของตนลงในกระดาษเสร็จก็เดินมาหาบิดาที่ยืนรออยู่ไม่ไกล เลขที่เจียงเฟิงได้เลข 269 จึงได้นำป้ายมาให้กับท่านพ่อดู
"ที่หุบเขาอนธกาลนี่วันหนึ่งเขารับปลุกทักษะิญญาแค่300คนเท่านั้นแล้วหนึ่งอาทิตย์จะเปิดรับแค่สามวันเท่านั้นจึงไม่แปลกที่เ้าจะได้เลขเกือบหลังสุดเพราะบางคนเขามารอั้แ่เมื่อวานแล้ววันนี้ก็เป็วันสุดท้ายถ้าจะปลุกพลังต้องมาอีกทีอาทิตย์หน้า ที่พ่อพาเ้ามาวันนี้เพราะเ้าสลบไปนั่นแหละ"ท่านพ่ออธิบายให้เจียงเฟิงฟัง "ระหว่างรอเ้าอยากไปเดินชมในถ้ำก็สามารถไปได้ พ่อจะรออยู่ที่นี่ ถ้าไม่ก็นั่งกับพ่อที่นี่ได้"
"ข้าไปสำรวจดีกว่าท่านพ่อ ข้าเห็นสระน้ำตรงนั้นน่าสนใจมาก"พูดเสร็จเจียงเฟิงก็เดินไปที่น้ำตก ที่ด้านข้างของตนมีบุรุษคนหนึ่งที่กำลังพิงโขดหินอยู่ซึ่งเจียงเฟิงไม่ได้สนใจชายหนุ่มคนนั้นมากนัก ก่อนที่จะเข้าไปใกล้ๆน้ำตก ก็อดที่จะตะลึงไม่ได้เพราะตรงรอยต่อของน้ำทั้งสองสีไม่มีอะไรมากั้นเอาไว้เลยแต่มันก็ไม่ผสมรวมกันนับเป็ที่อัศจรรย์มาก ก่อนที่เจียงเฟิงจะหันไปชมดอกกุหลาบที่อยู่ตรงกลางน้ำตกที่ออกดอกสีแดงสดไปทั่ว ก่อนที่จะมีลมพัดเข้ามาเบาๆ ทำให้กลีบดอกกุหลาบกลีบหนึ่งลอยมาหาเจียงเฟิง ก่อนที่มันจะลอยเข้ามาในมือของเจียงเฟิง กลีบดอกกุหลาบในมือจะเกิดเป็เปลวไฟแล้วหายไปในมือของเจียงเฟิง สร้างความใแก่ร่างบางเป็อย่างมาก เจียงเฟิงจึงหันไปยังชายที่อยู่ข้างๆตนเองว่าเขาเห็นเหมือนกันไหม ทันใดที่หันไปก็พบว่าชายหนุ่มนั้นก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน
"เ้าเห็นใช่ไหมว่าเมื่อกี้ดอกกุหลาบมันเกิดเป็เปลวไฟแล้วก็หายเข้าไปในมือข้านะ"เจียงเฟิงหันไปถามชายที่อยู่ข้างๆ ก่อนที่จะมองเข้าไปในตาของชายหนุ่มที่มันเป็สีดำ....ไม่ใช่สิเป็สีน้ำเงินเข้ม แต่เขาอยู่ตรงที่อับแสงจึงทำให้เขาเห็นแวบแรกเป็สีดำ หน้าตาหล่อคมคาย โครงหน้าดั่งฟ้าประทานมาให้เขา นับว่าร่างสูงของคนตรงหน้านั้นจัดได้ว่าหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว
"....."ก่อนที่ร่างสูงเห็นว่าเจียงเฟิงหันมามองเขา ก็ทำสีหน้าตกตะลึงไปสักครู่ ก่อนที่ชายคนนั้นจะรีบสวมหน้ากากสีขาวแล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้เจียงเฟิงมองตามไปอย่างงุนงง
"ทำหน้าใอย่างกับเห็นผี เ้าคนวิปลาสข้าไม่ใช่ผีเสียหน่อย..."เจียงเฟิงบ่นขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้น แล้วก็เดินกลับมาหาบิดาอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะนั้นก็เห็น ชวี่ชุนและบิดาของสหายกำลังคุยอยู่กับบิดาตนอยู่พอดี
"คารวะท่านลุง เว่ยเทียน"พอเดินเข้ามาเจียงเฟิงก็ทักทายบิดาของชวี่ชุน ก่อนที่จะเดินมานั่งข้างบิดา
"สบายดีไหม เจียงเฟิง ไม่เห็นหน้าเ้าตั้งนานโตขึ้นเป็กองหน้าตาคล้ายฮูหยินเ้านักชุนไฉ"เว่ยเทียนเอ่ยชมเจียงเฟิง ที่หน้าตาของเจียงเฟิงนั้นดูดีขึ้นเป็กอง หน้าตาถอดแบบจากมารดามาเกือบเก้าส่วนไม่ได้เค้าโครงบิดาสักนิด นี้ก็เป็อีกสิ่งที่ชุนไฉ นั้นรักและหวงบุตรคนนี้มากกว่าบุตรทุกคน ไม่ใช่ว่าเขานั้นรักลูกไม่เท่ากันแต่เพราะเจียงเฟิงนั้นหน้าตาเรียกภัยมากกว่าลูกทุกคนของชุนไฉทำให้เขานั้นหวงเจียงเฟิงมากที่สุด
"สบายดีขอรับท่านลุง ท่านก็สบายดีเช่นกันนะขอรับ เห็นว่าท่านป้าตั้งครรภ์อยู่นิขอรับ เป็อย่างไรบ้าง"เจียงเฟิงถามถึงท่านป้านั้นก็คือภรรยาของเว่ยเทียน ฮูหยินใหญ่จางถิงถง ที่ได้ตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้สามเดือนแล้ว ส่วนลูกคนแรกของนางคือ จางซุนไท่ ลูกคนโตของตระกูลจางตอนนี้อยู่ที่ค่ายทหารไปเป็ทหารพร้อมกับพี่ใหญ่ลู่เจียงลี่ ที่ชายแดนได้สามปีแล้ว ส่วน ชวี่ชุน นั้นเป็บุตรที่เกิดจากฮูหยินรอง จางกุ้ยหลัน
"ท่านป้าสบายดี เ้าอย่าได้กังวล ฤดูหนาวปีนี้ที่จวนข้าจะมีเ้าซาลาเปาก้อนออกมาวิ่งเล่นแน่ๆ"ชุยไฉหัวเราะอย่างขบขัน ตนไม่ค่อยได้ออกไปทำภารกิจที่ไหนเพราะตนเริ่มจะละมือจากการปราบมารเสียแล้ว แต่ติดตรงที่เว่ยเทียนนั้นเป็ถึง1ใน8ขุนพล์ ทำให้เขานั้นต้องจำใจทำหน้าที่นี้ต่อไป ทักษะิญญาของชุนไฉคือ 'หนึ่งพันดวงิญญา' ความสามารถของมันคือสามารถรับการโจมตีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้1,000ครั้งโดยที่จะรับการโจมตีทั้งหมดจะเท่ากับศูนย์ ซึ่งเป็ทักษะที่เยี่ยมยอดมากในการต่อสู้ ก่อนที่เขาทั้งคู่จะถามสารทุกข์กับจนถึงเวลาที่พิธีปลุกทักษะิญญาจะเริ่มขึ้น
"ขอให้คนที่เข้าร่วมการปลุกทีกษะิญญาเข้ามายืนเรียงแถวตามเลขที่ตนได้ ด้วยขอรับ ส่วนคนที่ได้หมายเลข269ขอให้ไปหาข้าที่โต๊ะคัดเลือกด้วย"เสียงเรียกดังมาจากเวทีก็พบชายคนหนึ่งพูดขึ้น ก่อนที่พวกเราและคนที่มาปลุกทักษะิญญาจะเดินไปเรียงแถมตามเลขที่ได้ ส่วนเจียงเฟิงที่ได้หมายเลข269ก็เดินไปที่โต๊ะที่ลงทะเบียนตอนแรกที่มา
"เ้าคือคนที่ถือป้าย 269 ใช่หรือไม่"
"ขอรับเป็ข้าเอง"เจียงเฟิงพูดพลางยื่นป้ายลำดับส่งไปให้เ้าหน้าที่ ก่อนที่จะรับไปแล้วก็หยิบป้ายอันใหม่ส่งกลับมาให้เจียงเฟิง
"ข้าต้องขอโทษแทนลูกน้องด้วยพอดีป้ายที่ข้าให้เ้าไปนั้นไปซ้ำกับผู้อื่น เป็ข้อผิดพลาดของข้าเองทำให้ข้านั้นได้ให้ป้ายใหม่แก่เ้าไป เนื่องด้วยข้าเห็นว่าคนลงทะเบียนครบแล้วจึงทำป้ายนี้มาให้เ้าใหม่"เจียงเฟิงมองดูป้ายของตนที่ได้เลข 301 มาแทน "เ้าเซ็นชื่อที่ช่องอีกรอบ แล้วไปเข้าแถวได้"
"ขอรับ"พูดจบเขาก็เดินกลับมาเข้าแถวตามเลขที่กำหนดไว้ คือแถวหลังสุดเพราะเจียงเฟิงได้ป้ายเลขที่สุดท้าย
"วันนี้เกิดข้อผิดพลาดในการจัดลำดับเล็กน้อยทำให้วันนี้มีคนเข้ารับการปลุกทักษะิญญาทั้งสิ้น301คน ข้าผู้คุมกฎจะอธิบายวิธีการปลุกทักษะิญญา คือเมื่อข้าขานเลขใดให้ขึ้นมาที่บนแท่นนี้ก่อนที่จะเอามือมาวางบนหินตรงหน้าของเ้า รอสักครู่ให้หินสว่าง แล้วชื่อทักษะิญญาและรายละเอียดทักษะของพวกเ้าจะขึ้นมาตรงที่แท่นหินอ่อนนี่ จากนั้นพวกเ้าก็เดินไปที่น้ำตกนั้นยื่นมือไปตรงหน้าจะมีโอสถปลุกทักษะิญญาลอยมาในมือของเ้าแล้วให้เ้ากลืนมันลงไปก็เป็อันเสร็จสิ้น ส่วนทักษะของพวกเ้า เ้าจะค่อยๆๆเข้าใจมันเพิ่มขึ้นเอง คนที่หินไม่มีการตอบสนองนั้นก็คือคนผู้นั้นไม่มีทักษะิญญา ให้เดินลงมาได้เลย เมื่อเข้าใจแล้วหมายเลขที่1ขึ้นมาได้"หลังจากที่ผู้คุมกฏอธิบายเสร็จก็เรียกหมายเลขขึ้นไปปลุกทักษะิญญา
ถ้าคนที่มีทักษะิญญาเมื่อจับลูกแก้วนั้นก็จะมีแสงเปร่งออกมา แล้วบนหินอ่อนที่ลอยอยู่จะขึ้นชื่อคนนั้นๆและชื่อทักษะแล้วรายละเอียดขึ้นมาให้รู้ว่าทักษะตนนั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง ส่วนคนที่ไม่มีทักษะลูกแก้วก็จะไม่ตอบสนองใดใดทั้งสิ้น
"หมายเลข 221 ขึ้นมา"สิ้นเสียงเรียก จาง ชวี่ชุน ก็เดินขึ้นไปบนแท่น ก่อนที่เขานั้นจะเดินไปที่ลูกแก้วแล้วใช้มือจับมันขึ้นมาอย่างกล้ากลัวๆ ชวี่ชุนกลัวว่าตนนั้นจะไม่มีทักษะิญญาเพราะคนที่ผ่านๆมาเจ็ดในเก้าส่วนนั้นไม่มีทักษะ์กันเรียกง่ายๆคนสิบคนมีทักษะ์แต่สองหรือสามคนเท่านั้นทำให้ตนเองเกิดกังวลขึ้นมาว่าตัวเองจะไม่มีทักษิญญา
พรีบ!
'จาง ชวี่ชุน ทักษะิญญา อสูรหมื่นกายา ความสามารถสามารถที่จะแยกร่างตัวเองหลายร้อยร่างหรือมากกว่านั้นได้และแต่ละร่างนั้นสามารถมีความสามารถเท่ากันร่างจริงห้าในสิบส่วน'
"ว้าว.......เป็ทักษะที่ดีมากเลยนะนั้น"เจียงเฟิงอุทานออกมา หลังจากที่อ่านทักษะิญญาของชวี่ชุน เจียงเฟิงลองคิดว่าถ้ามีชวี่ชุนสักร้อยคนดูว่า ตนเองจะปวดประสาทกับสหายคนนี้มากแค่ไหนแค่คนเดียวก็มาก่อกวนเจียงเฟิงแทบจะประสาทกินอยู่แล้ว ส่วนชวี่ชุนที่ได้รู้ทักษะิญญาก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่จะเดินยิ้มหน้าบานเดินลงไปที่น้ำตกสองสีเพื่อไปรับโอสถปลุกิญญามาทาน
"หมายเลข 291 ขึ้นมา"จากนั้นก็เป็ตาของ ฟางชิน เดินขึ้นไปที่แท่นก่อนที่เ้าตัวจะคำนับทั้งสี่ทิศเพื่อขอให้ตนได้สมหวัง สร้างเสียงหัวเราะแก่คนที่มองดูอยู่ได้ยิ้มไปตามตามกัน พอคำนับเสร็จฟางชินก็เดินไปที่ลูกแก้วก่อนที่จะ ใช้มือแตะไปที่ลูกแก้ว สักครู่ลูกแก้วก็สว่างขึ้นมา
วาป
'ถัง ฟางชิน ทักษะิญญา ผิงกั๋วน้อย ความสามารถ เปลี่ยนผิงกั๋ว(แอปเปิ้ล)เป็ะเิและสามารถสร้างผิงกั๋วออกมาได้อย่างไม่จำกัด'
"ผิงกั๋วน้อย ชื่อทักษะของเ้าช่างตลกนักใครได้ฟังครั้งแรกคงต้องมีหัวเราะกันบ้าง"ขนาดเจียงเฟิงได้เห็นครั้งแรกยังหัวเราะออกมาเลย แต่พออ่านความสามารถของทักษะก็หัวเราะไม่ออก เพราะแม้ชื่อมันจะฟังดู....แต่ความสามารถมันนั้นรุนแรงและทรงพลังมากเพราะเปลี่ยนลูกผิงกั๋วให้เป็ะเินี้สามารถใช้ล่อศัตรูได้อย่าง่ายดายเลยนะนั้น
"หมายเลข 292 ขึ้นมา"ถัดมาก็เป็ตาของฟางชิง พี่ของฟางชินที่เจียงเฟิงไม่เคยได้ยินเสียงของเ้าตัว เพราะตอนที่เข้าไปช่วยร่างสูงของฟางชิงเอาแต่เงียบมองเจียงเฟิงหรืออย่างคนน้องพูดไม่ทันไม่รู้ ฟางชิงไม่ร่ำรอเดินขึ้นไปบนเเท่นเสร็จก็ตรงเข้าไปจับที่ลูกแก้วทันที พอฟางชิงจับปุ๊ปแสงของลูกแก้วก็สว่างขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องรอ
วาป
'ถัง ฟางชิง ทักษะิญญา จักรพรรดิรังสรรค์ ความสามารถ สามารถที่จะเพิ่มพลังกายได้ และสามารถจุติร่างเทพทำให้ร่างกายเป็ะชั่วคราวพลังในการต่อสู้เพิ่มพูนหลายสิบเท่า'
"พลังที่ยอดเยี่ยมมาก เทพจุติไม่ใช่เื่ที่จะหาทำได้ง่ายๆ"เจียงเฟิงใกับทักษะิญญาของฟางชิงไม่ได้ มันทรงพลังมาก ถ้าฝึกฝนดีๆสามารถเข้าคัดเลือกระดับขุนพล์หรือไม่ก็ขุนพลเทพได้เลยนะเนี่ย
"หมายเลขสุดท้าย 301 ขึ้นมาได้"หลังจากที่คนอื่นทุกคนขึ้นไปแล้วก็ถึงตาของเจียงเฟิงที่เป็คนสุดท้ายของวันนี้ เจียงเฟิงไม่ได้มีสีหน้ากังวลอันใดเพราะว่าเขารู้แล้วว่าเขามีทักษะิญญา เกี่ยวกับการอัญเชิญิญญาอารักษ์ แต่เชื่อเรียกกับความสามารถมากกว่าที่เขารู้นั้นคืออะไรเท่านั้น
เจียงเฟิงเดินขึ้นบันไดมาจนถึง้าสุด เดินไปที่แท่นลูกแก้ว ก่อนที่เ้าตัวจะเอามือไปจับลูกแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะััลูกแก้ว ลูกแก้วก็ส่องแสงออกมาสว่างจ้าจนเจียงเฟิงและคนอื่นต้องหลับตาเพราะมันสว่างมากจนไม่สามารถที่จะมองได้ ก่อนที่แสงจะหายไป สร้างความตื่นตระหนกแก่คนที่ดูเป็อย่างมาก เพราะไม่เคยมีใครที่ทำให้ลูกแก้วเปร่งแสงมากนานแล้วส่วนคนที่ทำได้ล่าสุด ก็เป็เมื่อสี่ปีที่แล้วนั้นก็คือ คนตระกูลฉิน?
'ลู่ เจียงเฟิง ทักษะิญญา ิญญาเทพอารักษ์ 13 ยอด ความสามารถ สามารถอัญเชิญิญญาอารักษ์ ออกมาต่อสู้หรือป้องกันได้ ในตัวของคนที่มีพลังนี้จะมีิญญาอารักษ์อยู่ในตัวถึง13ดวง ไม่สามารถระบุได้ว่ามีิญญาของอะไรบ้าง'
"....."เจียงเฟิงค้างไปแล้วตอนแรกตนคิดว่าตนเองจะอัญเชิญได้แต่พวกฮุ่ยเจีย กับหรูเหอ เพียงสองตนเท่านั้นแต่นี่มีตั้ง13ตน แถมพวกนั้นอยู่ในตัวของเขา อยู่กันได้ยังไง!?
พอร่างบางตั้งสติได้ ก็เดินลงจากเวทีไปยังที่น้ำตกสองสีเพื่อรับโอสถปลุกทักษะิญญา ก่อนที่เขาจะยื่นมือไปทางแม่น้ำ สักพักก็มีโอสถลอยเข้ามาในมือของเขา
"หึ?...ทำไมของข้ามีโอสถตั้งสองเม็ด?"เจียงเฟิงสงสัยเพราะในมือของตนนั้นมีโอสถสองเม็ด ไม่ทันที่ตนเองจะสงสัยไปมากกว่านี้ ลูกแก้วก็ส่องสว่างจ้าขึ้นอีกรอบ ทำเอาคนในถ้ำใกันเป็แถว ว่ามันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นอีก พอแสงหายไป หินอ่อนที่ลอยอยู่บนแท่นพิธีก็มีตัวอักษร แสดงขึ้นมาอีกครั้ง
'ลู่ เจียงเฟิง ทักษะิญญา ห้วงบุปผาสามฤดู....'