วรกานต์ เดินออกจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ตรงเข้ามาในซอยคอนโดของเธอ และก่อนจะเข้าไปยังตึกคอนโด เห็นร้านขายยาเปิดขายอยู่ วรกานต์ ยืนมองอยู่สักพักหนึ่ง จึงตัดสินใจเดินเลี้ยวเข้าไปในร้านขายยานั้น
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบเป็นอะไรมาคะ?” เภสัชในร้านเอ่ยทักทายและสอบถามถึงอาการของผู้ที่ต้องการซื้อยา
“เอ่อ! สวัสดีค่ะ เอ่อ! ขอซื้อที่ตรวจครรภ์น่ะค่ะ” วรกานต์ กัดริมฝีปากล่างของตัวอย่างรู้สึกประหม่านิดๆ ก่อนจะแจ้งสิ่งที่ต้องการออกไปให้เภสัชได้รับทราบ
“รอสักครู่นะคะ” เภสัช เมื่อได้ทราบสิ่งที่ลูกค้าต้องการแล้ว จึงยื่นมือไปเปิดตู้ยาหยิบกล่องที่ตรวจครรภ์ออกมา
“เท่าไรคะ?” วรากานต์ เอ่ยถามราคา พร้อมกับล้วงมือเรียวเล็กเข้าไปหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเปิด และหยิบเงินออกมา
“ราคา.....บาทค่ะ” เภสัชแจ้งราคาที่ตรวจครรภ์ให้ วรกานต์ ได้รับทราบ พร้อมกับนำที่ตรวจครรภ์ใส่ลงไปในถุงกระดาษ แล้วยื่นส่งให้ผู้ซื้อ วรกานต์ จึงยื่นเงินส่งให้เภสัชตามที่ได้แจ้งราคาให้ทราบนั้น แล้วเดินออกจากร้านขายยาไปในทันที
เมื่อ วรกานต์ ขึ้นมาถึงห้องแล้ว วางกระเป๋าลงไว้ที่โต๊ะหนังสือ ล้วงหยิบถุงกระดาษที่ใส่ที่ตรวจครรภ์ออกมา ยืนมองดูอยู่สักพัก แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทำการตรวจสอบ เพื่อให้ตนได้แน่ไจกับสิ่งที่ตนคิดและสงสัยอยู่ในขณะนี้ ซึ่งตอนนี้ วรกานต์ รู้สึกเครียดมากยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่า
ตั้งแต่ที่ วรกานต์ กลับมาจากอิตาลี ไม่มีวันไหนที่ไม่เครียด ไม่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปต่างๆ นาๆ และไม่เศร้า วรกานต์ ต้องนอนร้องไห้แทบทุกคืน เฝ้าหวนคิดถึงแต่เรื่องราวที่ผ่านมา ในช่วงที่หญิงสาวอยู่ที่อิตาลี และคิดถึงใครบางคนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ถึงแม้ได้บอกให้ไม่คิด ไม่คิด แต่ก็ทำไม่ได้สักที ต้องเผลอคิดอยู่ร่ำไป
วรกานต์ เฝ้ารอผลการตรวจอย่างใจจดใจจ่อ ภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างที่เธอคิดไว้เลย ซึ่ง วรกานต์ เริ่มรู้สึกผิดปกติ เมื่อประจำเดือนของเธอควรจะมาตั้งแต่เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มาเลย และไม่มีปฏิกิริยาหรือสัญญาณว่าจะมาเลยสักนิด ทั้งที่ประจำเดือนของเธอมาเป็นปกติทุกเดือน
แล้วสิ่งที่ วรกานต์ ภาวนาก็หาได้เป็นผลไม่ ผลการตรวจออกมาปรากฏสีแดงขึ้นสองขีด วรกานต์ หัวใจแทบหยุดเต้น ทำอะไรไม่ถูกเอาเสียเลยในตอนนี้ เหมือนโดนสายฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะ ทั้งๆ ที่ไม่มีฝนตกลงมาเลยแม้แต่เม็ดเดียว มันจะอะไรกันนักหนา ทำไมเธอจะถึงต้องมาเจอเคราะห์กรรมอะไรซ้ำแล้วซ้ำเล่าขนาดนี้นะ นี้ยังไม่หนำใจใช่ไหม ถึงได้ให้เธอต้องพบเจอมรสุมชีวิตมากมายอย่างนี้
วรกานต์ น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาเป็นทาง ทรุดนั่งลงกับพื้นห้องน้ำอย่างคนไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่มีอยู่ เธอจะต้องทำยังไงต่อไปดี จะต้องสู้กับปัญหาต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตนี้ยังไงดี ตอนนี้เธอรู้สึกมึดแปดด้าน เหลียวมองไปทางไหนก็ไม่เห็นทางออก ไม่เห็นแสงสว่างนำทางเลยสักนิด
“แม่จะต้องทำยังไงดีลูก? เราจะทำยังไงกันดี? ทำไมถึงต้องเป็นอย่างนี้ด้วย มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย” วรกานต์ ก้มลงมองหน้าท้องที่ยังแบบราบของตน ยื่นมือเรียวเล็กขึ้นมาลูบไล้ไปมาเบาๆ และกล่าวกับลูกในท้องด้วยน้ำตาที่ยังคงไหลรินลงมาอย่างไม่ขาดสาย
วรกานต์ นั่งร้องไห้และคิดถึงสิ่งต่างๆ และหาทางออกเกี่ยวกับปัญหาที่เป็นอยู่นี้ อยู่เป็นนานสองนาน จนเวลาได้ล่วงเลยไปจนถึงสองทุ่มเข้าไปแล้ว และหญิงสาวได้ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหลลงมาอีกต่อไปแล้ว วรกานต์ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนสุดแล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ อย่างตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
“หนูคือลูกของแม่ แม่จะรักหนู แม่จะทำทุกอย่างเพื่อหนู เราจะมีกันและกันนะลูก แม่จะดูแลหนูให้ดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ แม่จะเข้มแข็งและสู้เพื่อหนูนะลูก”
กล่าวจบ วรกานต์ ก็พยุงตัวลุกขึ้น ล้างหน้าล้างตาแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ เดินไปล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาพร้อมกับคีย์การ์ดของห้องพัก แล้วลงไปหาซื้ออะไรขึ้นมารับประทาน
๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘