เหตุผล
------------------------------------------
องค์หญิงฟลอเรีย(Floria)เข้าไปหยุดฮาร์ล รองผู้นำตระกูลไวท์บราว(White brown)ไว้ทัน เเต่ด้วยเเรงปะทะของพลังเวทย์ของทั้งสองคนก่อให้เกิดคลื่นพลังเวทย์ที่ทั้งสองปล่อยออกมาเข้าปะทะกันเป็วงกว้างสามารถมองเห็นเป็เหมือนเกราะใสๆ ฮาร์ลได้ปลดปล่อยคลืนพลังเวทย์ความเร็ว "อสนีชั่วพริบตา"เเต่ก็ถูกหยุดด้วยพื้นที่น้ำเเข็ง(Ice Area)ขององค์หญิงฟลอเรีย ด้วยความสามารถของ"พื้นที่น้ำเเข็ง"สามารถควบคุมพื้นที่โดยรอบเพื่อความได้เปรียบทางสมรภูมิรบเเละปกปิดตำเเหน่งของตน คลื่นเวทย์น้ำเเข็งที่กำลังปกคลุมพื้นที่ ลอยขึ้นบนฟากฟ้าอย่างช้าๆพร้อมกับก่อตัวเป็เกล็ดน้ำเเข็งเเละผลึกน้ำเเข็งขนาดเล็ก เเปรเปลี่ยนเป็หอกน้ำเเข็งเเละลูกศรน้ำเเข็งเป็จำนวนมากมายมหาศาลคลุมทั่วพื้นที่ ไอน้ำเเข็งที่ระเหยขึ้นไปในบรรยากาศเริ่มก่อตัวเป็หมอกสีขาวมืดเเละปกคลุมเเถบอาณาเขตเวทย์อย่างหนาเเน่น
บาเลียสต้า(balesta)รู้สึกไม่ไว้ใจ ที่เห็นหมอกสีขาวปกคลุมอย่างเเน่นหนา เขาเตรียมดาบที่ติดที่หลังดึงออกมาช้าๆ พร้อมกับตั้งเป็โล่ ไว้กันเเรงปะทะเเต่ด้วยระดับพลังของเขาซึ่งอยู่เพียงขั้นเเรก จึงรับเเรงปฏิกรณ์เวทย์เข้าไปที่หัวไหล่ข้างซ้าย เืที่ไหลออกมาได้อาบไปที่ดาบจนดาบกลายเป็สีเื บาเลียสต้าสูญเสียเืเป็จำนวนมาก สติกำลังเลือนลางหายไป เเต่ก็ถูกฟลอเรียเข้าประคองไว้ทัน ฟลอเรียสีหน้าเเตกตื่น วิตกกังวลด้วยความเป็ห่วงบาเลียสต้า ฮาร์ลเห็นว่าองค์หญิงเผลอ จึงหยุดนิ่งดูปฏิกริยาขององค์หญิงทุกฝีก้าวโดยไม่คลาดสายตา ฟลอเรียเห็นว่าฮาร์ลสงบลงจึงบอกกล่าวไปว่า
"เราสู้กันเพียงเท่านี้"
"เรายังมีเื่ที่ไปทำอีก"
ฮาร์ลเมื่อเห็นองค์หญิงตรัสเช่นนั้น จึงรามือเเละเดินจากไปอย่างไม่สนในอะไร องค์หญิงฟลอเรียเห็นบาเลียสต้าหมดสติจึงหาไม้รอบบริเวณมาทำเป็เตียงเพื่อนำร่างของบาเลียสต้าขึ้นไปนอน พร้อมกับลากไปที่ถ้ำเพื่อรักษาอาการาเ็ เวลาผ่านไปคืนหนึ่งเต็มบาเลียสต้ารู้สึกตัว เขาหันมองรอบๆเห็นองค์หญิงฟลอเรียกำลังนอนซบตัวของเขา บาเลียสต้ารู้สึกใเป็อย่างมาก เขาผลักองค์หญิงฟลอเรียไปชนกันผนังหิน จนสลบ
พอบาเลียสต้าได้สติคืนมารู้สึกผิดเป็อย่างมากเลยใช้มือของตนชอนร่างจององค์หญิงฟลอเรียขึ้นอย่างช้าๆนิ่มนวม ซบลงที่อกของเขา พอเวลาผ่านไปสักพัก องค์หญิงฟลอเรียเริ่มได้สติภาพที่เห็นลางๆ เห็นบาเลียสต้าที่กำลังจะลวนลามตน ด้วยความกลัวเลยต่อยหน้าบาเลียสต้าไปสองหมัด
"โอ๊ยยย!!! ผู้หญิงอะไรมือหนักเหมือนผู้ชาย!"
บาเลียสต้าตระโกนขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่ซอกช้ำบวมเต่ง มองพื้นที่รอบๆไม่ชัดไปหมด พร้อมกับล้มตัวลงอย่างช้าๆซบลงที่ตักขององค์หญิง
"นี้เ้าบ้า!..ตื่นเดี๋ยวนี้นะ..."
องค์หญิงเขย่าตัวบาเลียสต้าเเม้เขย่าเช่นไรบาเลียาต้าก็ไม่ตื่น องค์หญิงเลยเอาคืนโดยการร่ายเวทย์น้ำเเข็ง โลงศพน้ำเเข็ง(Ice coffin) เวทย์โลงศพน้ำเเข็งได้ก่อตัวจากไอน้ำเเล้วควบเเน่น ก่อตัวเป็น้ำเเข็งขนาดั์ น้ำเเข็งขนาดั์ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าเป็ดั่งห่าฝนโปรยปราย กระหน่ำลงมาเป็กรงกักขัง ด้วยความเหน็บหนาวของเวทย์น้ำเเข็งนี้สามารถสร้างความเสียหายให้ผู้ถูกกระทำได้
บาเลียสต้าถูกเวทย์โลงศพน้ำเเข็งพันธนาการไว้ในถ้ำ ร่างกายของเขาค่อยๆเย็นลงเรื่อยๆ อย่างช้าๆ จนมิสามารถหมุนเวียนเืในตัวได้ เเต่ปาฏิหารจากสร้อยที่ใส่ได้ เเผ่ออร่าสีดำทมิฬเป็วงกว้างปกคลุมร่างกายที่กำลังหายใจโรยริน โลงศพน้ำเเข็งเริ่มเปราะสะเก็ดเริ่มเเตกออกอย่างช้าๆ ออร่าสีดำได้ซึมออกมาตามรอยเเยกของน้ำเเข็งที่เเตก สักพักน้ำเเข็งที่กักขังบาเลียสต้าเริ่มเเตกออก จนหมดเผยให้เห็นชุดเกราะสีดำกับผ้าคลุมที่ห่อหุ้มร่างกายไว้ไร้เเรงขีดข่วน
ทางฝ่ายองค์หญิงฟลอเรียที่ออกไปข้างนอกกลับเข้ามาหาบาเลียสต้า องค์หญิงได้เเอบมองไม่ไกลมากนักเห็นชุดเกราะสีดำเเละผ้าคลุมก็รู้สึกใเป็อย่างมาก จากอาการที่นิ่งสงบกลับสั่นอย่างบอกเหตุผลไม่ได้ เนื่องจากสิ่งที่องค์หญิงได้พบเจอในวันนี้บอกได้เลยว่าเป็หายนะของทุกสรรพสิ่ง
"มันเป็ไปได้ไง......อัศวิน______!"
องค์หญิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัวเป็อย่างมาก เธอมิรู้เลยว่าจะต้องทำตัวเช่นต่อหน้าออร่าที่เเฝงไปด้วยความสิ้นหวัง พร้อมที่จะทำลายทุกสรรพสิ่งให้หมดสิ้นในพริบตา เพียงครู่เดียวหลังจากที่ออร่าสีดำปะทุออกมาก็สลายหายไปเหมือนว่ามิมีสิ่งใดเกิดขึ้นเลย
บาเลียสต้าที่กำลังไร้สติล้มลงนอนเเน่นิ่ง องค์หญิงฟลอเรียเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น องค์หญิงเก็บเงียบเป็ควาาลับมิให้ผู้ใดรู้ พอบาเลียสต้าตื่นขึ้น เธอก็ทำท่าทีปกติไม่มีพิรุดเลยสักอย่าง
เช้าวันต่อมาทั้งสองตื่นจากการหลับไหล ลุกขึ้นมาเตรียมของเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายต่อ
"นี้บาเลียสต้า..นายจะไปที่เเห่งไหน!"
องค์หญิงไต่ถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่ม ฟังดูเเล้วเหมือนเธอจะสนใจบาเลียสต้าเข้าเสียเเล้ว
"ข้าจะไปยังเมืองหลวงสถานที่ฝึกอัศวิน!"
บาเลียสต้าได้บอกกล่าวเเก่องค์หญิงฟลอเรีย เขาเดินจากไปโดยไม่สนใจองค์หญิงเลยเเม้เเต่น้อย
"นี้นายบาเลียสต้า ถ้าหากมีปัญหาใด มาหาฉันได้ทุกเมื่อนะ!"
องค์ฟลอเรียได้บอกกล่าวกับบาเลียสต้าพร้อมกลับส่งรอยยิ้มให้ตราตรึงใจบาเลียสต้า มิให้ลืมกัน
บาเลียสต้าหันกลับมาเห็นรอยยิ้มองค์หญิงก็ยิ้มตอบกลับโดยเพื่อเป็ไมตรีที่ดีต่อกัน
เวลาผ่านไปสามวันบาเลียสต้าได้เดินมาสู่ประตู่เมืองหลวงฟานฮาย พื้นที่เมืองหลวงประกอบไปด้วยคลองสี่เเห่งตัดใจกลางเมือง บ้านเรือนถูกประดับไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ที่สวยงามตระการตา ทุกๆพื้นที่ของเมืองหลวงจะมีตราสัญญลักษณ์ของผู้ปกครอง มาคัส ดีโอ มารอสซ่าอยู่ทั่วพื้นที่เสมอ เมื่อเดินผ่านเสาหินสีเเดง ฟ้า เขียว ม่วง น้ำตาล เหลือง ขาว จะเห็นผู้คนไปชุมนุมกับเป็จำนวนมาก เพื่อที่จะเข้ารับการเป็อัศวินขั้นเเรก(อัศวินฝึกหัด) เสาหินเเต่ละสีบ่งบอกธาตุของมัน ธาตุไฟสีเเดง ธาตุน้ำสีฟ้า ธาตุดินสีน้ำตาล ธาตุเเสงสีเหลือง ธาตุสายฟ้าสีม่วง ธาตุลมสีเขียว ธาตุน้ำเเข็งสีน้ำเงิน
เงื่อนไขของการเข้ารับการฝึกฝนคือต้องปลุกธาตุของตนเองขึ้นมาก่อนเพื่อ ระดับอัศวันจะถูกเเบ่งตามพลังเวทย์ที่ปล่อยออกมาจะนับเป็เลเวล ยิ่งเลเวลสูงมากเท่าไหร่ยิ่งเเข็งเเกร่งมากเท่านั้น
"กริ้งๆ"เสียงกระดิ่งจากโต๊ะผู้คุมการทดสอบได้เรียกคนเเรกเข้ามาเพื่อปลุกธาตุ ผู้คนที่มาปลุกธาตุต่างพากันหลั่งไหลมารวมกัน ณ เขตเเดนอัศวินเเห่งเเสง ผู้บัญชาการการสอบในครั้งนี้คือ ฟานเซล โดเมนิก(Fenzell Dominik)(ระดับ6)เเพททินัม
"วางมือของเ้าลงที่ใจกลางคริสตัลิญญา(crystal spirit ball)!"
ผู้คุมการทดสอบได้บอกกล่าวเเก่ผู้เข้าร่วมทดสอบ
หลังจากมีคนวางมือลงบนคริสตัลิญญา จู่ๆคริสตัลิญญาก็ส่องเเสงสีน้ำตาลเจิดจ้าออกมาพื้นดินที่อยู่รอบๆบริเวณกลับเริ่มลอยตัวขึ้น อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
พอถึงทีบาเลียสต้าวางมือลงบนคริสตัลิญญา สิ่งที่น่าใก็เกิดขึ้น คริสตัลิญญากลับไม่ส่องเเสงเเต่ประการใด ผู้ควบคุมการทดสอบรู้สึกฉงนสงสัยในความผิดพลาดครั้งนี้
"นี้ผู้เข้าร่วมการทดสอบ ลองรีดเค้นพลังเวทย์มาไว้ที่มือของเ้าสิ!"
ผู้คุมการทดสอบได้เเนะนำให้บาเลียสต้าลองรีดเค้นพลังมาไว้ที่มือ หลังจากที่ลองทำตามคำเเนะนำสิ่งที่บาเลียสต้าฝันหาได้ก็บังเกิดขึ้นมาทันใดเสาหินสีเเดง เเละน้ำเงินส่องเเสงออกมา ผู้ที่มีพลังเวทย์ในตัวถึงสองธาตุข้อดีคือจะได้รับสิทธิพิเศษสำหรับโดยถูกฝึกฝนพลังให้ถึงระดับ1ขั้นสูง ทันที
----------------------------------------------------
ข้อมูลของเื่
-ธาตุ(element)พลังที่ถูกปลุกจากเวทย์ที่หลับไหลในตัวเรา เป็พลังที่สามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างไม่สิ้นสุด โดยจะมีธาตุหลักๆคือ ดิน(Earth)น้ำ(water) ลม(wind) ไฟ(fire) สายฟ้า(lightning)เเสง(light)น้ำเเข็ง (ice)
-คริสตัลวิญญาญ(crystal spirit ball)เป็สิ่งที่ใช้วัดพลังเวทย์เเละจำเเนกธาตุ คริสตัลิญญาจะมีสีขาวใส เมื่อมองเข้าไปข้างในจะเห็นอัญมณีประจำธาตุทั้งหมด7อัญมณี