รุ่งสาง เฮลิคอปเตอร์รุ่นแบล็กฮอว์กร่อนลงจอด หัวหน้าใหญ่ เฮล่า และทีมเก็บกวาดก้าวลงมาดูสภาพจุดจบของพวกหนูทดลอง
หัวหน้าใหญ่ปรายตามองศพหมายเลขหนึ่งที่บิดเบี้ยวผิดรูปก่อนจะแค่นเสียงเ็า
"ไอ้ขยะ"
ทีมวิจัยลากศพพวกหนูทดลองมากองรวมกันแล้วรายงาน
"ตายสนิททั้งหมดครับ"
หัวหน้าใหญ่เอามือไพล่หลังทอดสายตามองไปทางหุบเขาไกลตา เขาเงียบไปสักพักก่อนจะออกคำสั่งเฉียบขาด
"ประกาศตั้งค่าหัวหมายเลขศูนย์ลงในดาร์กเน็ตในนามองค์กรเจอร์มินัล จะจับเป็หรือจับตายก็ได้... ค่าหัวหนึ่งล้าน!"
ลูกน้องทุกคนถึงกับอึ้ง องค์กรเจอร์มินัลคือมหาอำนาจแห่งโลกใต้ดิน เป็ถึงาาที่ไม่เคยออกใบสั่งตายใครมาอย่างน้อยสามปีแล้ว จำเป็ต้องเล่นใหญ่ทุ่มทุนขนาดนี้กับแค่หนูทดลองที่หนีรอดไปคนเดียวด้วยเหรอ?
"หัวหน้าประเมินมันสูงไปหรือเปล่าครับ ลำพังแค่ตัวหมายเลขศูนย์เองจะหนียังเอาตัวแทบไม่รอด แล้วมันจะมีปัญญามาสร้างความเสียหายอะไรให้องค์กรได้"
"หึ... ในเมื่อมันกล้าประกาศากับองค์กรก็ต้องสั่งสอนให้มันรู้ซึ้งถึงความกระจ้อยร่อยของตัวเอง บดขยี้ความอวดดีโง่ๆ ของมันให้แหลกคามือ!"
หัวหน้าใหญ่เอ่ยเสียงเหี้ยม
"ถ้าจับเป็มาได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน จะเค้นคอหรือเอาไปทดลองก็ต้องลากคอหาสาเหตุการกลายพันธุ์ของมันมาให้ได้! แต่ต่อให้มันตาย ก็ต้องเอาศพมาชำแหละวิจัย!"
ทีมวิจัยชี้ไปที่ศพหมายเลขหนึ่ง
"แล้วศพพวกนี้ล่ะครับ"
หัวหน้าใหญ่กะจะสั่งให้เอาไปโยนทิ้งแต่อยู่ๆก็นึกอะไรขึ้นมาได้
"โปรเจกต์ซูเปอร์โซลเจอร์คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว"
"ภาคทฤษฎีพื้นฐานสมบูรณ์แล้วครับ ขั้นต่อไปคือการทดสอบกับระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง คาดว่าต้องใช้เวลาอีกแปดเดือนถึงจะเริ่มทดลองในมนุษย์ได้อย่างปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง"
หัวหน้าใหญ่ขัดขึ้นทันที
"ข้ามขั้นทดสอบในเซลล์กับสัตว์ไปซะเริ่มทดลองกับคนเดี๋ยวนี้เลย"
"เอ่อ... แบบนั้นมันเสี่ยงมากเลยนะครับ มีแค่พวกหนูทดลองวัลคีรี่เท่านั้นที่ทนรับการดัดแปลงไหว ทรัพยากรพวกนี้กว่าจะได้มาก็ยากเย็น ถ้าเร่งรัดกระบวนการ อาจจะทำให้เสียของไปเปล่าๆ"
หัวหน้าใหญ่สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"การทดลองสร้างได้แค่เครื่องจักรสังหาร แต่ความเคียดแค้นต่างหากที่จะให้กำเนิดปีศาจที่แท้จริง"
เขาชี้ไปที่ร่างของหมายเลขหนึ่ง
"เ้านี่แหละวัตถุดิบชั้นยอด ความแค้นจะขับเคลื่อนให้มันทนรับความทรมานจากการดัดแปลงได้ ความแค้นนี่แหละคือเตาปฏิกรณ์พลังงานชั้นดี"
"รับทราบครับ"
ทีมวิจัยพยักหน้ารับคำ
หัวหน้าใหญ่ปรายตาไปมองเฮล่า
"เรียกิญญามันกลับมา"
เฮล่าถอนหายใจอย่างหงุดหงิด สองมือเปล่งแสงสีเทาหม่น อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงนับสิบองศาในพริบตา
เสียงโหยหวนแหบพร่าดังก้องออกมาจากกลุ่มแสงสีเทาในมือของเฮล่าราวกับเสียงิญญาร้ายร้องคร่ำครวญ
ศพของหมายเลขหนึ่งเกิดการตอบสนองทันที หมอกสีเทาจางๆลอยอ้อยอิ่งกลางอากาศก่อนจะค่อยๆซึมลึกเข้าไปในทวารทั้งห้าที่โชกเืของหมายเลขหนึ่งราวกับถูกสูบเข้าไป
หัวหน้าใหญ่เลิกเสื้อโค้ตขึ้นแล้วล้วงหลอดยาสีแดงสดออกมาจากกระเป๋า เฮล่าหน้าถอดสี แววตามีจิตสังหารรุนแรงพาดผ่านก่อนจะถูกกดข่มเอาไว้อย่างรวดเร็ว
ยาฟื้นชีวิตโอโรรา... ยารักษาาแสูตรเข้มข้นพิเศษที่สกัดมาจากไขกระดูกน้องสาวของเธอ!
หัวหน้าใหญ่เทยาหลอดนั้นรดลงบนศพหมายเลขหนึ่ง ของเหลวสีเืกระจายตัวและซึมผ่านรูขุมขนเข้าสู่ิัอย่างรวดเร็ว
ปาฏิหาริย์บังเกิด! ศพที่เย็นชืดของหมายเลขหนึ่งกลับมาอุ่นอีกครั้ง าแฉกรรจ์สมานตัวอย่างรวดเร็ว ขากรรไกรที่แหลกเหลวกลับมาต่อติดกัน เนื้อเยื่อใหม่งอกขึ้นมาทดแทนส่วนที่ขาดหายไป เสียงหัวใจที่เคยหยุดเต้นกลับมาสูบฉีดดังก้องและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
พรึ่บ! หมายเลขหนึ่งเบิกตากว้าง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวแผดเสียงคำรามโหยหวนด้วยความแค้นสุมอก ฟังแล้วชวนขนลุกซู่
"หมายเลขศูนย์!!!"
…
[คุณเปิดระบบความสัมพันธ์กับฝ่าย: องค์กรเจอร์มินัล!] [ความประทับใจขององค์กรเจอร์มินัลที่มีต่อคุณ ลดลง 1,000 หน่วย] [ความสัมพันธ์ปัจจุบันกับองค์กรเจอร์มินัล: เคียดแค้น (-1,000) - ผู้ทรยศ]
[ระบบแจ้งเตือน: คุณทริกเกอร์ภารกิจระดับ A เมล็ดพันธุ์ที่หลับใหลใต้เถ้าธุลี] [รายละเอียดภารกิจ: อิสรภาพนั้นประเมินค่าไม่ได้ คุณยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้มันมา แต่องค์กรเจอร์มินัลไม่อาจทนรับการทรยศของคุณได้ พวกเขาประกาศตั้งค่าหัวคุณสูงลิ่ว นับจากนี้คุณจะต้องเผชิญกับการถูกไล่ล่าอย่างไม่จบไม่สิ้น ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง และไม่มีวันสงบสุขอีกต่อไป! นี่คือคุกจำแลง ท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่าน หาก้าอิสรภาพที่แท้จริง มีทางออกแค่ทางเดียว... คุณรู้ดีว่าต้องทำยังไง!] [เป้าหมายภารกิจ: ภารกิจนี้เป็เควสต์ระยะยาว รางวัลจะถูกประเมินจากค่าความคืบหน้าในการบดขยี้และทำลายองค์กรเจอร์มินัลของคุณ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ความคืบหน้าปัจจุบัน: 0%] [หมายเหตุ: ค่าความคืบหน้าไม่ใช่ค่าคงที่ หากองค์กรเจอร์มินัลขยายอิทธิพล ค่าความคืบหน้าก็จะลดลงตามไปด้วย ภารกิจนี้สามารถกดยุติได้ตลอดเวลา หากเลือกจบภารกิจตอนที่ความคืบหน้าต่ำกว่า 20% จะถือว่าล้มเหลว หากสูงกว่า 20% จะถือว่าสำเร็จ รางวัลที่จะได้รับขึ้นอยู่กับค่าความคืบหน้าในตอนจบภารกิจ]
ปกติแล้ว ภารกิจั้แ่ระดับ B ขึ้นไปมักจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของขั้วอำนาจบนดาวดวงนั้นๆ ในแพตช์เวอร์ชัน 1.0 นั้นเควสต์หลักบนดาวอความารีนคือความขัดแย้งระหว่างหกประเทศมหาอำนาจกับองค์กรเจอร์มินัล ผู้เล่นก็จะถูกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายไปตามขั้วอำนาจต่างๆ
ตามความทรงจำของหานเซียวคือในตอนนั้นมีผู้เล่นเลือกฝั่งเข้าร่วมกับองค์กรเจอร์มินัลไม่น้อยเลยทีเดียว พวกนี้กลายเป็กำลังสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างก้าวะโ ถ้าเขาอยากได้รางวัลจากการทำเควสต์สูงๆ ในอนาคตเขาก็ต้องเตรียมตัวงัดกับพวกผู้เล่นเหล่านี้ด้วย
เงื่อนไขของภารกิจนี้คือหานเซียวต้องสร้างความเสียหายให้แก่องค์กรเจอร์มินัล ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ในไทม์ไลน์เดิม องค์กรเจอร์มินัลไม่ได้แพ้แต่ก็ไม่ได้ชนะแต่ก็สูญเสียอย่างหนักหน่วง เขารู้ดีว่าภารกิจนี้มีคู่แข่งแฝงตัวอยู่นั่นคือขั้วอำนาจอื่นๆที่เป็ปรปักษ์กับองค์กรเจอร์มินัล ความเสียหายที่ขั้วอำนาจพวกนั้นทำจะไม่ถูกนำมานับรวมเป็ผลงานของเขาแน่ๆ
ต้องทำผลงานตั้ง 20% เชียวนะ! นี่กะจะบีบให้เขาฉายเดี่ยวถล่มองค์กรเจอร์มินัลจนรากเืเลยรึไง! ระบบแบบนี้ไม่เรียกว่าหลอกใช้งานแล้วจะให้เรียกว่าอะไร
แต่ถึงจะรู้ว่านี่คือหลุมพรางขนาดั์ หานเซียวก็กดยอมรับภารกิจโดยไม่ลังเล ยังไงซะเขากับองค์กรเจอร์มินัลก็อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้อยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธ
"ดูเหมือนนี่จะกลายเป็เควสต์หลักชั่วคราวของฉันสินะ"
องค์กรเจอร์มินัลคืออีเวนต์หลักบนดาวอความารีนในแพตช์ 1.0 ก่อนที่หานเซียวจะปีกกล้าขาแข็งพอที่จะออกสู่อวกาศได้ เขาก็ต้องสิงสถิตอยู่บนดาวดวงนี้ไปก่อน ดังนั้นการต้องเข้าไปพัวพันกับาระหว่างขั้วอำนาจจึงเป็เื่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ตอนสร้างตัวละครในเกมสตาร์โอเชียน ระบบจะสอบถามความชอบของผู้เล่น อย่างเช่น ชอบโลกสไตล์ไหน อยากเล่นสายอาชีพอะไรแล้วระบบก็จะสุ่มส่งผู้เล่นใหม่ไปเกิดบนดาวเริ่มต้นที่ตรงกับคำตอบ จักรวาลสตาร์โอเชียนมีอารยธรรมหลากหลายรูปแบบ ผู้เล่นมักจะได้เริ่มต้นในโลกสไตล์ที่ตัวเองถูกใจ ไม่ว่าจะเป็ยุคโบราณ เวทมนตร์ เมืองสมัยใหม่ หรือไซไฟล้ำยุค... ซึ่งดาวแต่ละดวงก็จะมีเควสต์หลักประจำดาวอยู่เส้นสองเส้นให้ดำเนินเื่
นี่คือหนึ่งในเสน่ห์อันน่าหลงใหลของเกมนี้ มีผู้เล่นสายชิลจำนวนไม่น้อยที่ชอบเอาแต่สำรวจจักรวาลแวะเวียนไปทัวร์อารยธรรมและดวงดาวแปลกๆ
ส่วนดาวอความารีนคือหนึ่งในดาวเริ่มต้นสไตล์เมืองไซไฟระดับต่ำ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับโลกมนุษย์ที่สุด
แน่นอนว่าคอนเซปต์หลักของสตาร์โอเชียนคือจักรวาลอันกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเกมมีการอัปเดตแพตช์เวอร์ชันใหม่ โลกทั้งใบก็จะค่อยๆ เปิดกว้างให้ผู้เล่นได้ออกไปตะลุยอวกาศ
แต่ก็มีผู้เล่นบางพวกที่ชอบกวนโอ๊ย ตอบคำถามระบบไปว่าชอบแนวสยองขวัญ เื่ลี้ลับ หรือบ้านผีสิง ระบบก็จัดให้สมใจอยาก ส่งไปเกิดบนดาวที่มีแต่ิญญาร้ายสยองขวัญ แถมไม่มีเวทมนตร์ให้เรียนไว้ปราบผีอีกต่างหาก ผู้เล่นพิเรนทร์พวกนี้มักจะมีจุดจบแค่สองทาง ทางแรกคือลบไอดีทิ้งสร้างใหม่ ทางที่สองคือ... ทนเล่นต่อไป ซึ่งทางหลังนี่ก็ตัวใครตัวมันเพราะเครื่องเล่นเกมสตาร์โอเชียนเป็แบบแคปซูลดำดิ่ง (VR) นอกจากปรับลดความเ็ปได้แล้ว ประสาทััอื่นๆคือสมจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ในข้อตกลงการใช้งานที่แทบไม่มีใครอ่านนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าหากผู้เล่นรู้สึกไม่สบาย เกิดอาการป่วยทางร่างกายหรือจิตใจระหว่างเล่นเกม ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น... ข้อตกลงหน้าเืชัดๆ!
เอาจริงๆหานเซียวจะไปหาที่ซ่อนตัวมิดชิดกลางป่าซุ่มกบดานจนกว่าองค์กรเจอร์มินัลจะพังพินาศไปเองก็ทำได้แหละ แต่ถ้าทำแบบนั้น ตัวละครเขาก็จะไม่มีวันพัฒนา ถึงจะปลอดภัยแต่มันก็เปล่าประโยชน์ สุดท้ายก็ต้องโดนผู้เล่นคนอื่นทิ้งห่างและแซงหน้าไปอยู่ดี
การเดินตามเนื้อเื่เควสต์หลักของดาวจะช่วยปลดล็อกภารกิจย่อยได้อีกเพียบ ความวุ่นวายในยุคานี่แหละคือโอกาสทองในการฟาร์มเลเวล! เหตุการณ์สำคัญต่างๆ บนดาวดวงนี้ถูกจัดเรียงเอาไว้ในหัวเขาทั้งหมดแล้ว... เื่อะไรเขาจะต้องหนีล่ะจริงไหม?
…
หานเซียวใช้เวลาถึงสามวันเต็มในการเดินลุยป่าจนทะลุออกมาได้ ป่าผืนนี้ตั้งอยู่ในเขตแดนของชิงหลง ต้องยอมรับเลยว่าองค์กรเจอร์มินัลใจกล้าหน้าด้านมากที่แอบมาตั้งฐานทัพลับอยู่ในถิ่นของชิงหลง คงจะถือคติที่ว่าที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดสินะ
พอหลุดพ้นจากแนวป่ามาได้ หานเซียวก็เจอกับรางรถไฟ เขาเลยอาศัยจังหวะแอบะโขึ้นรถไฟขบวนยาวที่ใช้ขนส่งปศุสัตว์ ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปสู่เมืองซีตู เมืองหลวงของชิงหลง
เนื่องจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่ป่าเถื่อนและอันตรายแถมหกประเทศมหาอำนาจกับองค์กรเจอร์มินัลยังคงงัดข้อกันอยู่บ่อยๆจึงทำให้โลกอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมรบตลอดเวลา ถนนสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองส่วนใหญ่ก็เลยถูกปล่อยทิ้งร้าง กองทัพเลยหันมาใช้ระบบรางรถไฟในการขนส่งเสบียงระหว่างเมืองแทน
ภัยคุกคามจากสัตว์กลายพันธุ์นั้นน่ากลัวมาก ทุกเมืองก็เลยต้องมีกองทหารประจำการและตั้งด่านตรวจกันอย่างเข้มงวด รั้วตาข่ายเหล็กไฟฟ้าสูงตระหง่านคือปราการด่านแรกของทุกเมือง... โดยปกติแล้ว ถ้าเห็นรั้วลวดหนามเมื่อไหร่ ก็แปลว่าใกล้จะถึงตัวเมืองแล้ว
หลังจากตีตั๋วนั่งรถไฟฟรีมาถึงสองวัน ในที่สุดเงาของกำแพงรั้วตาข่ายเหล็กไฟฟ้าก็ปรากฏให้เห็นอยู่ลิบๆ
หานเซียวปัดแม่ไก่สองสามตัวที่กระพือปีกเกาะแกะอยู่บนตัวเขาออกไปให้พ้นทางพลางถอนหายใจออกมายาวเหยียดแล้วทอดสายตามองไปยังจุดหมายปลายทาง
ชิงหลง... เมืองซีตู... หน่วย 13... ฉันมาแล้ว!
"กระต๊ากๆ—"