“ พี่ พี่บาส !”
โยฮันวิ่งกลับเข้ามาในห้องพยาบาล ร่างกายของพี่โยขาวซีดไปทั้งตัวแล้ว แทบไม่ใช่สีผิวของคนปกติ หากปล่อยไว้นานกว่านี้โอกาสรอดน้อยกว่า 50 %
“ ผมไม่เจอพยาบาลเลยพี่ เราพาพี่โยไปโรงพยาบาลก่อนดีไหม ”
“ ดีเลย แกไปเอากุญแจรถมาที เราจะพาโยไปรอที่รถ เอากุญแจรถฉันมาเลยนะ ”
ก่อนเริ่มงานทุกคนภายในแผนกวิศวกรไฟฟ้าจะต้องนำกุญแจและกระเป๋าสตางค์เก็บเอาไว้ในห้องของหัวหน้าแผนก เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกกระแสไฟฟ้าจากเครื่องจักรกระเด็นเข้าสู่ร่างผ่านสิ่งแปลกปลอมที่พกติดตัว หลังจากเห็นรุ่นพี่ช่วยกันยกพี่โยไปยังลานจอด เขาจึงรีบวิ่งไปยังแผนกก่อนจะมองหาหัวหน้าเพื่อขอกุญแจ
“ หัวหน้า หัวหน้าครับผมขอกุญแจรถพี่โยหน่อย เราจะไปส่งพี่โยโรงพยาบาล! ”
โยฮันร้องมาั้แ่หน้าทางเข้า จนวิ่งมาถึงหน้าห้องทำงานของหัวหน้าแผนก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้ตอบรับเขาจึงใช้มือเคาะประตูแรงๆ ไม่สนว่าจะถูกตำหนิ
ปัง! ปัง! ปัง! “ หัวหน้าได้ยินผมหรือเปล่า ผมขอกุญแจหน่อย! ”
สองมือพยายามเคาะประตูเพื่อเรียกหัวหน้า ทันใดนั้นโยฮันกลับเป็ฝ่ายสะดุ้งใ เมื่อจู่ๆประตูห้องถูกกระแทกจากทางฝั่งด้านใน ราวกับว่ามีใครนำของแข็งทุ่มประตู
“ หัวหน้า ! ผมขอกุญแจรถพี่บาสหน่อย ”
ประตูยังคงถูกเคาะต่อไป แม้เขาจะรู้ว่าหัวหน้าอาจจะไม่พอใจที่ตนเองเคาะประตูเสียงดังจนโยนบางอย่างกระแทกประตู แต่เมื่อเขาได้ลองเงี่ยหูฟังกลับพบว่าคนที่อยู่ภายในห้องยืนหายใจอยู่ด้านหลังประตู ที่น่าสงสัยไปกว่านั้นคือเสียงคราง อีกฝ่ายกำลังส่งเสียงครางเบาๆออกมาจากลำคอ ทันใดนั้นเสียงกระแทกประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง มันมาพร้อมเสียงครางที่ดังขึ้นอย่างชัดเจนทำให้รู้ว่าหัวหน้าที่อยู่ภายในห้องเป็คนวิ่งชนประตูเพื่อจะออกมา
“ หัวหน้า! ได้ยินแล้วตอบด้วย หัวหน้า ”
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเป็จังหวะเพื่อเรียกอีกฝ่าย ห้องถูกล็อกจากด้านในไม่สามารถเปิดเข้าไปได้ จึงต้องร้องเรียกอีกฝ่ายให้ตอบคำถาม คนที่อยู่ภายในห้องกลับวิ่งเอาร่างพุ่งชนประตูซ้ำๆจนโยฮันคิดว่ามันแปลกเกินกว่าที่คนปกติจะทำกัน เขาจึงตัดสินใจใช้มือจับไปยังลูกบิดแล้วออกแรงกระชากจนลูกบิดหลุดติดมือออกมา จากนั้นก็นำดวงตาส่องผ่านรูเพื่อดูว่าด้านในเกิดสิ่งใด
สิ่งแรกที่มองเห็นคือร่างของหัวหน้าที่ยืนอยู่ติดกับประตู มองไม่เห็นส่วนบน อีกฝ่ายพยายามใช้ร่างของตนวิ่งชนประตูเรื่อยๆ จากการร้องะโเรียกอีกฝ่ายแล้วไม่ได้รับการตอบรับ โยฮันรู้ได้เลยว่าจะต้องเกิดบางอย่างขึ้นแน่นอน ซึ่งมันไม่น่าจะใช้ลมบ้าหมูหรือเกิดอาการทางจิต เขาจึงลองเรียกหัวหน้าตนเองผ่านช่องประตูลูกบิดอีกครั้ง โดยใช้มือทั้งสองผลักประตูไม่ให้คนที่อยู่ด้านในเปิดออกมาเพราะเขากลัวอันตรายเช่นกัน
“ หัวหน้า! ”
ตึง!
เสียงวิ่งชนประตูดังขึ้นกว่าปกติ ร่างของผู้ที่วิ่งชนล้มตัวลงไปนอนบนพื้น โยฮันจึงส่องดูพบว่าศีรษะของหัวหน้าเต็มไปด้วยเืสีแดงไหลออกมา อีกฝ่ายกลับไม่ได้แสดงท่าทางเ็ปทรมาน ราวกับว่าเืที่ไหลออกมาไม่ได้เ็ป
แต่เมื่อเขาสังเกตสีหน้าของหัวหน้าที่กำลังลุกขึ้นยืน โยฮันถึงขั้นหวาดกลัวเพราะท่าทางของหัวหน้านั้น เหมือนคนเสพยาขาดสติจนเลยขอบเขตของคนบ้า ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา ฟันบนและฟันล่างยื่นออกมาด้านหน้าพร้อมกับมีน้ำลายไหล อาการที่เขาเห็นคล้ายกับคนติดโรคพิษสุนัขบ้าระยะสุดท้าย ทันใดนั้นหัวหน้าก็วิ่งชนประตูอีกครั้งจนทำให้เกิดรอยแตก
“ สถานการณ์ตอนนี้มันบ้าอะไรเนี่ย ต้องเข้าไปในห้องด้วยสิ ”
โยฮันพยายามควบคุมสติตนเอง เขา้ากุญแจแต่ไม่กล้าเข้าไปในห้องหลังจากเห็นท่าทางของหัวหน้าที่เหมือนจะติดโรคบางอย่าง ขณะที่กำลังวางแผนว่าจะเข้าไปในห้องหัวหน้าอย่างไรดีนั้น เนสที่หายไปจากห้องพยาบาลกลับะโเกาะด้านหลังแล้วใช้ฟันกัดเข้าบริเวณคอ
“ ไอ้เนส แกทำบ้าอะไรของแกฮะ! ”
แรงจากการกัดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โยฮันจึงเปลี่ยนคอของตนเองให้กลายเป็กระดองปูเพื่อเพิ่มความทนทานแล้วใช้มือคว้าคออีกฝ่ายมาด้านหน้า ด้วยแรงที่ได้จากการกินไข่มดแดงทำให้ร่างของเนสเบาราวกับถุงน้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
เมื่อมองใบหน้าของเนสให้ชัด โยฮันถึงขั้นใเพราะสีหน้าท่าทางของเนสไม่ต่างจากหัวหน้าแผนกเลยแม้แต่น้อย
“ อย่าบอกนะว่าปากของแกที่เต็มไปด้วยเืกัดคอพี่โยมา ไอ้บ้าเอ๊ย! ”
มือทั้งสองของเนสพยายามข่วนใบหน้าของโยฮัน แรงจากอีกฝ่ายไม่มากเขาจึงไม่ได้รับาเ็ใดๆ หลังจากรู้ว่าเนสกับหัวหน้าแผนกอาจจะได้รับสารเคมีบางอย่างเข้าไปจนเสียสติ เขาจึงมองไปยังเชือกด้านข้างโต๊ะทำงานของพี่บาสจากนั้นก็นำมันมามัดมือและเท้าของเนส ก่อนจะเตะประตูห้องทำงานหัวหน้าจนอีกฝ่ายกระเด็นถอยหลัง ด้วยแรงกระแทกทำให้หัวหน้าเสียหลัก โยฮันจึงรีบกระโจนเข้าไปในห้องอีกฝ่ายแล้วจับมัดมือมัดเท้าเอาไว้เช่นเดียวกัน จากนั้นก็หยิบกุญแจแล้วคว้าทั้งสองวิ่งไปลานจอดรถ หากทั้งสองได้รับสารเคมีเข้าไปควรจะนำส่งโรงพยาบาลพร้อมพี่โย
เพียงแต่ว่าสองข้างทางที่โยฮันกำลังวิ่งผ่าน กลับเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของพนักงาน เมื่อเขามองให้ชัดพบว่ามีหลายคนที่แสดงอาการเหมือนเนสและหัวหน้าแผนก พวกเขากำลังไล่กัดคอของพนักงานที่ยังปกติดีจนตอนนี้ตามทางเดินมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถเต็มไปด้วยเืและคนขอร้องให้ช่วยเหลือ
“ อย่าบอกนะว่าเชื้อซอมบี้เหมือนในหนัง บ้าเอ๊ย แล้วแบบนี้มันกระจายไปถึงไหนแล้วเนี่ย! ”
โยฮันมองเนสและหัวหน้า จากเดิมคิดจะพาไปส่งโรงพยาบาลเขากลับเป็ฝ่ายทิ้งทั้งสองแล้ววิ่งไล่ตามกลุ่มพี่บาสไปติดๆ ทว่าเขากลับหยุดเท้าวิ่งหลังจากมองเห็นรุ่นพี่ในแผนก หนึ่งในคนที่ช่วยพี่บาสยกร่างพี่โยนอนจมกองเือยู่บนพื้น โยฮันจึงรีบเข้าไปช่วยเพียงแต่อีกฝ่ายแน่นิ่งไปแล้ว ไม่มีการตอบสนองใดๆ แผลบริเวณคอใหญ่จนไม่สามารถปฐมพยาบาลช่วยเหลือได้
“ พี่บาส พี่อยู่ไหน! ”
โยฮันพยายามกวาดตามองไปรอบๆ เขาอยากรู้ว่าพี่บาสจอดรถไว้ที่ไหน ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของอีกฝ่ายจึงรีบวิ่งตามต้นเสียงจนพบเข้ากับพี่โยร่างอ้วน กำลังพยายามใช้ฟันของตนเองกัดคอพี่บาสที่ตอนนี้พยายามใช้มือทั้งสองข้างผลักไหล่ไม่ให้พี่โยเข้าไปกัดคอ
“ ไอ้โย แกเป็บ้าอะไร ไอ้โย! ”
เสียงร้องเรียกสติดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า โยฮันไม่รอช้าวิ่งไปล็อกคอพี่โยจากทางด้านหลังแล้วดึงออกไปให้ห่างพี่บาส แม้อีกฝ่ายจะมีร่างกายที่ใหญ่กว่า พละกำลังจากมดกลับทำให้เขาสามารถล็อกคอของพี่โยได้โดยที่อีกฝ่ายไม่สามารถดิ้นหลุดทำได้เพียงใช้สองมือข่วนไปด้านหน้าเพื่อข่วนพี่บาส
“ พี่บาส มันเกิดอะไรขึ้น ” โยฮันอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พี่โยควรจะนอนอยู่ข้างรถเตรียมนำส่งโรงพยาบาล อีกฝ่ายกลับลุกขึ้นมาเล่นงานพี่บาสจนหลังชนพื้น
บาสไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขารีบอธิบายเื่ทั้งหมดให้โยฮันฟัง ในขณะพาโยมาที่รถเตรียมนำส่งไปโรงพยาบาล โยกลับลุกขึ้นมากัดคอเพื่อนในแผนกทั้งสองคนที่กำลังหิ้วแขนทั้งสองข้าง จากนั้นก็ไล่กัดคอของเขา นับว่าโชคดีที่ร่างกายมีความกำยำจึงยังไม่ถูกกัดคอเหมือนทั้งสองก่อนหน้า
“ ว่าแต่ทั้งสองคนล่ะ ”
“ ตายแล้วพี่ ก่อนมาถึงที่นี่ผมเห็นรุ่นพี่ทั้งสองนอนนิ่งบนพื้น สัญญาณชีพจรไม่เหลือเลย ไม่ใช่แค่นั้นนะพี่ ไอ้เนสที่หายไปหลังจากนำส่งห้องพยาบาลมันได้โจมตีผมที่แผนก สภาพของมันไม่ต่างจากพี่โยเลย หัวหน้าแผนกก็เหมือนกัน ผมพาพวกเขามาด้วยแต่ก็ต้องทิ้งหลังจากมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ”
“ ความคิดอะไรของแก ”
“ พวกเขาได้รับเชื้อซอมบี้ ”
“ หา! ”
บาสไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ฟัง มันดูราวกับว่าหลุดออกมาจากหนัง เชื้อซอมบี้ไม่น่าจะมีใครคิดค้นขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามท่าทางของโยในตอนนี้ไม่ต่างจากซอมบี้เลยแม้แต่น้อย
“ ถ้าเป็ซอมบี้จริงๆฉิบหายแน่ ”
“ แล้วเราจะเอายังไงต่อพี่ ”
บาสมองไปยังโย อีกฝ่ายพยายามจะเข้ามากัดคอของเขาให้ได้ บาสจึงวิ่งไปที่รถแล้วเปิดประตูเข้าไปในจากนั้นก็บอกให้โยฮันตามเข้าไป โยฮันจึงเตะพี่โยให้กระเด็นออกไปไกลราว 5 เมตรแล้วตามขึ้นรถก่อนจะล็อกประตู
“ บ้าเอ๊ย ตั้งสติก่อน ฉันต้องตั้งสติก่อน ”
บาสพยายามพูดซ้ำๆเพื่อเรียกสติของตนเอง หลังจากพอจะได้สติเขาก็เริ่มกวาดตามองออกไปรอบข้าง เื่ของโยทำให้เขาไม่ได้โฟกัสสิ่งใดเลยเพราะมีความ้าจะพาเพื่อนไปส่งโรงพยาบาล หลังจากกลับมาโฟกัสรอบข้างเขาพบว่าตอนนี้พนักงานหลายคนกำลังวิ่งไล่กันวุ่นวายเต็มไปหมด คนตัวซีดพยายามวิ่งไล่คนที่เนื้อตัวปกติราวกับว่ามันเป็ฉากภายในหนัง
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงกระแทกดัง ทั้งสองที่อยู่ภายในรถจึงหันมองจุดที่เกิดการกระแทกพบว่าโยได้ใช้ร่างอ้วนๆของตนเองวิ่งชนรถจนทำให้เกิดแรงสั่น กระจกทางฝั่งคนขับถึงกลับร้าว หากวิ่งชนอีกครั้งคงสามารถทะลุเข้ามาข้างใน
“ ผมติดต่อใครไม่ได้เลยพี่ สัญญาณโทรศัพท์ไม่มีเลย ”
บาสเปิดวิทยุภายในรถ เขาอยากรู้ว่ามีสถานีวิทยุแจ้งข่าวหรือไม่ ปรากฎว่าไม่มีช่องใดเปิดเพลงหรือรายงานข่าว เขาจึงหันมองโยฮันเพราะมันเริ่มคล้ายกับหนังมากยิ่งขึ้นทุกที
เริ่มต้นด้วยการปรากฎตัวของคนที่แสดงอาการผิดปกติ ตามด้วยสัญญาณสื่อสารล่มไม่สามารถติดต่อกับใครได้ หากเป็แบบนี้ต่อไปทุกคนภายในโรงงานจะกลายเป็ซอมบี้ทั้งหมด
“ มีสารเคมีรั่วไหลในโรงงานไหมพี่ ”
“ ไม่รู้ แต่ถ้ามีทำไมแกกับฉันไม่เป็อะไรล่ะ ”
บาสพยายามหาคำตอบของเื่ที่เกิดขึ้น ทันใดนั้นกระจกทางฝั่งคนขับก็ถูกกระแทกจนแตกละเอียด โยฮันจึงใช้มือจับเบาะแล้วกระแทกเท้าขวาผ่านหน้าพี่บาส เตะหน้าพี่โยจนพุ่งออกไปติดรถด้านข้าง ซึ่งบาสไม่ได้สนใจเลยว่าโยฮันทำได้อย่างไร เขาสนแค่ว่าตนเองรอดแล้ว
“ ไปเร็วพี่ เข้าโรงงานก่อน ”
โยฮันเปิดประตูทางฝั่งของตนเองแล้วดึงมือพี่บาสออกมาด้วยเพื่อให้อีกฝ่ายลงจากรถได้เร็วที่สุด เพียงแต่ว่าเขากลับต้องหยุดเท้าวิ่ง เมื่อพบว่าพี่ที่แผนกอีก 2 คนลุกยืนขึ้นมาจากพื้นทั้งๆที่ตายไปแล้ว
“ ดูท่าจะเป็ซอมบี้จริงๆ ”
กรี๊ด!
เสียงร้องะโมาจากภายในโรงงาน ทั้งสองจึงมองหน้ากัน พวกเขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้สถานการณ์ภายในโรงงานเป็อย่างไรบ้าง รอบๆโรงงานมีเหตุการณ์เช่นนี้อยู่หรือเปล่า ดังนั้นจึงต้องหาคนที่สามารถตอบคำถามนี้ให้ได้ก่อนจึงตัดสินใจวิ่งกลับเข้าไปในโรงงาน อย่างน้อยด้านในมีห้องที่สามารถหลบฝูงซอมบี้เหล่านี้ได้
หากว่าซอมบี้แพร่กระจายแค่ในโรงงาน พวกเขาจำเป็ต้องรอให้ทหารหรือไม่ก็รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ การออกไปจากโรงงานอาจจะเป็การแพร่เชื้อออกสู่ภายนอก
ปึง!
โยฮันดึงประตูรถคันที่จอดอยู่ด้านข้างมาถือในมือของตน บาสเห็นเช่นนั้นถึงขั้นเบิกตาโต พละกำลังของโยฮันเกินมนุษย์ไปแล้ว อีกฝ่ายกลับไม่สอบถามเพราะรู้ว่าโยฮันกำลังจะเปิดทางหนี หลังจากโยฮันเริ่มวิ่งโดยใช้ประตูแทนโล่เพื่อชนรุ่นพี่ทั้งสองที่ขวางทาง บาสจึงรีบวิ่งตามเพื่อกลับเข้าไปในโรงงาน พวกเขาจะต้องไปสมทบกับคนที่ยังรอดจากการถูกกัดคอ.