หลังจากเดินดูรอบบ้านและเห็นว่าไม่มีส่วนไหนที่ต้องปรับปรุงหรือตกแต่งเพิ่มเติมแล้ว หลี่เยว่ซินกับจางเฉินอวี้ก็มานั่งคุยกันต่อว่าใน่เวลาที่รอการประกาศผลสอบนั้นพวกเขามีแผนการอย่างไรต่อไป
“เฉินอวี้คะ เวลานี้เงินเก็บของเรามีมากพอสมควรเลยล่ะ มีมากพอที่จะซื้อร้านค้าได้อีกหนึ่งร้านเลยล่ะค่ะ” เธอเล่าให้เขาฟังด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะซื้อร้านค้าเพิ่มหรอกนะคะ ฉันแค่เปรียบเทียบให้คุณฟัง และฉันก็ได้แจ้งคู่ค้าทั้งหมดที่นั่นแล้วนะคะว่า ฉันจะส่งสินค้าไปขายให้พวกเขารอบหน้านี้เป็รอบสุดท้ายแล้ว” ถึงจะทำการค้าที่ตลาดมืดมาได้สักระยะแล้ว แต่เธอก็ยังไม่อยากเอ่ยชื่อของสถานที่แห่งนั้นออกมาตรงๆ
“เป็ความคิดที่ดีเลยล่ะครับ ทุกครั้งที่ผมคิดว่าคุณต้องเข้าไปที่แห่งนั้น ผมอดเป็ห่วงคุณไม่ได้จริงๆ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี
“ฉันรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับคุณอย่างไรล่ะคะ ว่าเมื่อสะสมเงินไว้เป็ทุนได้มากพอแล้วฉันจะเลิกไปที่นั่นทันที เวลานี้ก็เหมาะสมแล้วค่ะ” เธอรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเขา เพราะเธอสะสมเงินไว้สำหรับใช้จ่ายได้เพียงพอแล้ว ส่วนในอนาคตจะเป็อย่างไร ค่อยคิดหาวิธีอื่นต่อไป
“แล้วเื่งานแต่งงานของเราล่ะครับ คุณมีความเห็นว่าอย่างไร” ชายหนุ่มกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงลังเล “เยว่ซินครับ ผมอยากให้คุณส่งจดหมายบอกทางบ้านของคุณสักหน่อยดีไหมครับว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน”
“ฉันคิดไว้อยู่เหมือนกันค่ะ อีกอย่างเวลานี้ก็ทำสัญญาซื้อร้านค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันอยากจะเขียนบอกแผนการในอนาคตให้พวกเขาฟังด้วย รอพวกเขาตอบกลับมาเราค่อยจัดงานแต่งงานดีไหมคะ”
“ดีครับ ผมไม่อยากให้คุณมีเื่ติดค้างในใจ” เขากล่าวด้วยความรู้สึกโล่ง เขารู้ดีว่าลึกๆ แล้วหลี่เยว่ซินก็รักและเป็ห่วงครอบครัวของเธอ
เธอหยุดมองหน้าเขาสักพัก เธอรู้ว่าเขาหวังดีกับเธอ เธอก็เห็นด้วยกับความคิดเห็นของชายหนุ่ม และเธอก็ไม่อยากมีเื่ติดค้างในใจจริงๆ
“ฉันคิดว่าเมื่อถึงเวลานั้น เราก็จัดงานที่บ้านเรานี่ล่ะค่ะ ไม่ต้องใหญ่โตมาก เพียงแค่เชิญครอบครัวลุงโจว ป้าหวัง แล้วก็เพื่อนของฉันอีกแค่ไม่กี่คน หากครอบครัวฉันมาได้ก็จะมีพวกเขาเพิ่มมาด้วยค่ะ”
“คุณไม่มีความ้าอย่างอื่นอีกหรือครับ”
“ไม่มีแล้วล่ะค่ะ ฉันไม่ได้้าอะไรเพิ่มมากกว่านี้แล้ว การจัดงานจะเล็กหรือใหญ่ ไม่ได้เป็ตัวกำหนดความสุขหรอกนะคะ อยู่ที่เราสองคนมากกว่าว่าเราจะทำอย่างไรให้ชีวิตของเรามีความสุข” เธอยิ้มตอบเขาด้วยความจริงใจ
“ผมยังไม่ได้พาคุณไปทำความรู้จักกับลุงโจวและป้าหวังเลยครับ” เขากล่าวเมื่อนึกขึ้นได้
“ยังไม่ต้องรีบร้อนหรอกค่ะเฉินอวี้ ฉันยังไม่ได้เตรียมของขวัญสำหรับการพบหน้ากันครั้งแรกให้ท่านเลย เอาไว้คราวหน้าก็ได้ค่ะ” เธอคิดว่าคงไม่เหมาะสมนักหากจะไปพบผู้าุโโดยไม่มีอะไรติดมือไปเลย
“อย่างนั้นก็ได้ครับ ใน่นี้คุณยังต้องกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านหรือครับ” เขาถามเธออย่างมีความหมาย
“ยังต้องกลับไปค่ะ รอจนกว่าผลสอบจะถูกประกาศออกมา เฉินอวี้คะ คุณไม่ต้องใจร้อนหรอกค่ะ” เธอหัวเราะเสียงเบาเมื่อรู้ความหมายของเขา
พวกเขานั่งพูดคุยกันจนเกือบได้เวลานัดหมาย เธอขอตัวกลับโดยเธอบอกเขาว่าเธอสามารถเดินไปคนเดียวได้ แต่เขาไม่ยินยอม และเดินไปส่งเธอจนถึงจุดนัดหมาย เมื่อเห็นว่ากลุ่มเพื่อนของเธอมากันแล้ว เขาจึงขอตัวกลับ
ระหว่างทางจนกลับถึงหมู่บ้าน ทุกคนไม่ได้พูดคุยกันมากนัก เพราะต่างคนต่างก็เหนื่อยล้าทั้งจากการสอบและจากการเดินทางกลับจากมณฑล เมื่อกลับถึงบ้าน หลี่เยว่ซินทำอาหารง่ายๆ อย่างซุปไข่ ผักดองผัดหมู และอุ่นหมั่นโถวที่เธอทำเผื่อไว้ั้แ่มื้อเช้า เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จ ทุกคนออกมานั่งรวมกันที่หน้าบ้านพัก
“พวกเธอเป็อย่างไรบ้าง” หลี่เยว่ซินเริ่มบทสนทนา
“พวกเราต้องขอบคุณเธอมากเลยล่ะเยว่ซิน จากคำถามและหัวข้อเรียงความที่เธอให้พวกเราทำนั้นเป็ประโยชน์อย่างมากจริงๆ” มู่ชงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างที่ทุกคนไม่เคยได้ยินมาก่อน
“จริงอย่างที่มู่ชงว่า เพราะเธอเห็นว่าฉันมีเวลาเตรียมตัวน้อย จึงย้ำให้ฉันฝึกทำคำถามและเขียนเรียงความ มันช่วยได้มากเลยล่ะ” เพื่อนยุวชนชายรีบกล่าวเสริม
“เยว่ซิน ่เวลาที่ฉันเห็นข้อสอบฉันตื่นเต้นมากเลยนะ เธอบอกให้พวกฉันคิดถึงแต่ข้อสอบที่อยู่ตรงหน้า ดีที่ฉันจำคำพูดของเธอได้ ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันคงตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกแล้วล่ะ” หลินเสี่ยวเหม่ยกล่าวอย่างตื่นเต้นเช่นกัน
“เยว่ซินฉันไม่รู้จะขอบคุณเธออย่างไรจริงๆ” เพื่อนยุวชนหญิงพูดต่อ “ไม่ว่าผลสอบจะออกมาเป็อย่างไร ถือว่าเธอช่วยพวกเราเต็มที่แล้ว เธอไม่ต้องเป็กังวล”
เพื่อนยุวชนชายรีบพูดขึ้นว่า “ฉันก็ไม่รู้จะขอบคุณเธออย่างไรเหมือนกัน ตลอดเวลาหลายเดือนที่พวกเราเตรียมตัวกันอยู่ เธอช่วยเหลือพวกเราไว้มากจริงๆ”
“พวกเธออย่ารีบขอบคุณฉันเลย รอไว้ให้ผลสอบประกาศออกมาก่อนดีกว่า ฉันหวังจะให้พวกเธอสอบผ่านกันทุกคน และถึงแม้ว่าผลการสอบจะออกมาเป็อย่างไร ก็ถือว่าพวกเราทั้งหมดทำกันอย่างเต็มที่แล้ว” เธอกล่าวกับเพื่อนอย่างให้กำลังใจ
ทุกคนพูดคุยกันสักพัก แล้วก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน วันนี้พวกเขาเหนื่อยล้ากันอย่างมากจริงๆ
……………………………………………………………………..
เช้าวันต่อมา ยุวชนทั้งหลายก็ไปเริ่มทำงานในไร่กันตามปกติ โดยมีหลี่เยว่ซินเป็คนทำอาหารให้พวกเขากินเหมือนอย่างเช่นทุกวัน อาหารเช้าเป็หมั่นโถวผสมธัญพืช ซุปไข่ และผัดผักป่า
งานในไร่วันนี้เป็การเปิดหน้าดินเพื่อรอลงเมล็ดพันธุ์ในรอบใหม่ พวกเขาต่างเร่งรีบทำงานกันอย่างไม่ได้หยุดพัก เพราะต้องเร่งลงเมล็ดเพาะปลูกให้ทันก่อนที่ฝนจะตก มันจะช่วยเบาแรงพวกเขาไปได้เป็อย่างมาก หากฝนตกลงมาหลังจากที่พวกเขาลงเมล็ดพันธุ์ไปแล้ว
ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน แต่ยุวชนทั้งหลายก็รอฟังประกาศผลสอบอย่างใจจดใจจ่ออยู่เช่นกัน เพราะการสอบครั้งนี้ถือเป็ก้าวใหม่ และเป็ก้าวสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของพวกเขา ทุกคนต่างคาดหวังให้ผลการสอบครั้งนี้ของพวกเขาประสบความสำเร็จ
และแล้ววันประกาศผลสอบก็มาถึง กลุ่มของมู่ชงสอบผ่านกันทั้ง 4 คน สร้างความยินดีให้กับพวกเขาเป็อย่างมาก มูชงที่ได้รับแจ้งรีบวิ่งมาบอกข่าวดีกับเพื่อนที่บ้านพัก