เหมันตฤดูอันแสนยาวนานเหน็บหนาวสิ้นสุดลง
วสันตฤดูสมควรงดงามอบอุ่นด้วยมวลบุปผา กลับนำพาหายนะรูปแบบใหม่มาสู่หมู่บ้านธุลีแดงอย่างคาดไม่ถึง! หิมะหนาหลายชุ่นทับถมจับตัวแข็งเกรอะกรังประดุจเกราะหุ้มยอดเขาตลอดฤดูหนาว บัดนี้หลอมละลายลงอย่างรวดเร็วภายใต้การแผดเผาของแสงอาทิตย์แรกแห่งวสันต์ มวลน้ำเย็นเฉียบปริมาณมหาศาลไหลบ่าทะลักทะลวงลงจากหน้าผา ซึมซาบเข้าสู่ผืนดินเคยแห้งแล้งแข็งกระด้าง ชั้นหน้าดิน้าสุดอ่อนตัวยุบยวบกลายเป็เลนตมเหนียวหนืด ทว่าชั้นดินลึกลงไปเบื้องล่างกลับยังคงจับตัวแข็งทื่อราวกับแผ่นเหล็กกล้า! มวลน้ำมหาศาลจึงไม่อาจซึมซับระบายลงสู่ใต้ดินลึก อาณาบริเวณรอบหมู่บ้านธุลีแดงทั้งหมดแปรสภาพกลายเป็มหาสมุทรโคลนดูดขนาดั์พริบตา!
ซวบ... ซ่าบ... เสียงโคลนดูดกลืนสรรพสิ่งดังก้อง ล้อเกวียนไม้สัมภาระจมมิดลึกกว่าครึ่งล้อ วัวเทียมเกวียนแก่ร้องมอๆ ด้วยความตื่นตระหนก ขยับขาไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว ชาวบ้านชายฉกรรจ์ก้าวเดินลุยโคลนไปไม่เกินสามก้าว พลันเสียสมดุลลื่นล้มหน้าคว่ำทิ่มลงไปในแอ่งโคลนเหลว ทั่วทั้งหมู่บ้านธุลีแดงเต็มไปด้วยเสียงก่นด่าโวยวายผสานเสียงร้องโอดครวญแห่งความสิ้นหวัง
ภายในกระท่อมดินดิบอันแสนมิดชิดอบอุ่น กลับเงียบสงัดตัดขาดจากภายนอกราวกับโลกอีกใบ บนแท่นเตียงศิลาอุ่น ไอความร้อนเริ่มจางลง ลู่ชิงค่อยๆ ปรือเปลือกตาลืมตาตื่นจากการจำศีลตลอดฤดูหนาวอย่างเชื่องช้า ชายหนุ่มนอนนิ่งกะพริบตาปริบๆ ทบทวนสติสัมปชัญญะ จากนั้นค่อยๆ ยกท่อนแขนซ้ายขึ้นมากดจมูกสูดดมกลิ่นวงแขนตนเองเบาๆ
ความเงียบสงัดระดับสุสานปกคลุมทั่วห้อง สีหน้าเคยงัวเงียค่อยๆ แข็งค้างเป็หิน เขาสลับยกท่อนแขนอีกข้างขึ้นมาดมพิสูจน์ จากนั้นก้มหน้าลงไปสูดดมเส้นผมยาวสยาย บัดนี้มันจับตัวกันเป็ก้อนแข็งกระด้าง
ใบหน้าหล่อเหลาพลันถมึงทึงขยะแขยงขีดสุดประดุจเพิ่งสูดดมไอพิษร้ายแรงสลายิญญาเข้าเต็มปอด!
"อุ๊บ..." ลู่ชิงรีบยกสองมือขึ้นตะปบปิดปากปิดจมูกรวดเร็ว หยาดน้ำตาแห่งความสยดสยองเอ่อคลอเบ้า ขีดจำกัดความอดทนของมนุษย์ผู้รักความสบายพังทลายลง
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!" เสียงคำรามบ้าคลั่งดังกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นถึงขื่อแปกระท่อม! "ข้าเหม็น!! เหม็นสาบสางเหมือนศพหมูตากแห้งถูกฝังกลบหมักหมมไว้ใต้คอกลามาสามเดือนเต็มๆ!!"
ปังงงง!! บานประตูกระท่อมถูกกระแทกเปิดออกทันที อาฝูพุ่งหลาวเข้ามา ทรุดตัวลื่นคุกเข่ากระแทกพื้นด้วยความเร็วสูง "นายท่านโปรดระงับโทสะ!! นายท่านโปรดสงบสติอารมณ์ด้วยขอรับ!"
ลู่ชิงชี้นิ้วเข้าหน้าตนเองด้วยใบหน้าแตกร้าวขั้นสุด "เส้นผมข้าเหนียวหนืดจนจับตัวเป็ก้อนหินได้แล้ว! แผ่นหลังข้าคันยุบยิบราวกับมีฝูงมดนับพันตัวไต่ยั้วเยี้ย! ตัวข้าเหม็นสาบเสียจนอยากชักกระบี่มาปาดคอฆ่าตัวเองทิ้งเสียเดี๋ยวนี้!"
เขาตวัดนิ้วชี้ตรงออกไปด้านนอกประตู สายตาเปี่ยมด้วยรังสีอำมหิตแท้จริง "จำไว้ให้ดี หากก่อนเที่ยงวันนี้ข้ายังไม่ได้อาบน้ำชำระล้างร่างกาย ข้าจะจับพวกเ้าทุกคน มัดรวมกันเป็ก้อนกลม แล้วเตะกลิ้งบดขยี้ถนนโคลนให้ราบเป็หน้ากลอง!!"
ทั่วทั้งกระท่อมเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ! อาฝูหน้าซีดขาวราวกับซากศพ หยาดเหงื่อเย็นแตกพลั่ก ทหารม้าเชลยเกราะดำแอบเฝ้าเงี่ยหูฟังนอกหน้าต่าง ถึงกับเข่าอ่อนยวบทิ้งตัวลงคุกเข่ากับพื้นโคลน ชายร่างั์ผู้กร้านศึกถึงกับน้ำตาคลอ รีบฉีกเศษกระดาษออกมากัดนิ้วเขียนพินัยกรรมเืด้วยมือสั่นเทา
"เลิกพล่ามสั่งเสีย แล้วรีบไสหัวไปหาบน้ำมาเดี๋ยวนี้โว้ยยย!!!" อาฝูแผดเสียงคำรามลั่นขัดจังหวะความโศกเศร้า ทหารเชลยทั้งหมดสะดุ้งสุดตัว พุ่งกระโจนออกไปคว้าถังไม้ วิ่งเตลิดหนีตายประดุจฝูงหมาป่าหนีไฟป่า!
บริเวณพื้นที่ริมลำธารเชิงเขา กลุ่มทหารเชลยนับสิบนายหอบหิ้วถังไม้อัดแน่นด้วยน้ำสะอาด วิ่งกระหืดกระหอบมุ่งหน้ากลับหมู่บ้านอย่างบ้าคลั่ง ทันทีปลายเท้าก้าวเข้าสู่อาณาเขตทะเลโคลนวสันต์ มหันตภัยเริ่มต้นขึ้นในบัดดล! โคลนเหลวไร้รูปเหล่านี้แฝงความวิปลาสประหลาดล้ำ ยิ่งออกแรงกระทืบเท้าต้านทาน พื้นโคลนยิ่งแข็งขืนสะท้อนแรงกลับมาทำลายสมดุล!
ซวบ! ทหารนายหนึ่งก้าวพลาดถูกโคลนเหนียวหนืดสูบกลืนหายลงไปถึงกึ่งกลางต้นขา!
"อ๊าก! ช่วยข้าด้วย! โคลนมันสูบขาข้า!"
เพื่อนทหารอีกสองนายรีบวางถังน้ำ ถลันเข้าไปช่วยดึงแขน ผลลัพธ์คือ การขืนแรงต้านทานทำให้โคลนดูดทหารทั้งสามนายจมลึกลงไปพร้อมกัน! โครมมม!! ทหารทั้งสามล้มหน้าทิ่มคะมำคลุกวงในจมโคลนอย่างหมดสภาพ ถังน้ำสะอาดอุตส่าห์แบกมา หกสาดกระจายซึมหายลงสู่ผืนดินภายในเสี้ยววินาที
ทหารเชลยร่างมหึมากัดฟันแน่น แบกคานหาบถังน้ำสองใบใหญ่วิ่งตีนผีลุยโคลนสุดชีวิต เหลือระยะทางอีกเพียงสิบก้าวเท่านั้น ปลายเท้าจมโคลนดันก้าวไปเหยียบสะดุดก้อนหินแฝงตัวใต้โคลนเหลวอย่างจัง! โครมมมม!! ร่างอันใหญ่โตมโหฬารเสียศูนย์หน้าทิ่ม กลิ้งหลุนๆ ตกเนินโคลนเหมือนลูกข่างเนื้อสด! ถังไม้ทั้งสองใบกระแทกพื้นแตกกระจายละเอียด เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม เหล่าทหารเดนตายทั้งหมู่บ้านบัดนี้ตกอยู่ในสภาพแทบดูไม่เป็ผู้เป็คน ทว่าอ่างอาบน้ำไม้ใบั์หน้ากระท่อม กลับปรากฏน้ำสะอาดเจิ่งนองเพียงก้นอ่าง!
บริเวณลานดินด้านหน้าประตู ปรมาจารย์เทียนเสวียนยังคงยืนหยัดหลังตรงตระหง่านดุจหอกศึกเฝ้าอารักขาอย่างสงบนิ่ง ดวงตาฝ้าฟางทว่าเปี่ยมด้วยปัญญาจับจ้องมองภาพความพินาศของทะเลโคลนตรงหน้า ร่างกายยอดฝีมือพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! หยาดน้ำตาแห่งการบรรลุธรรมไหลรินอาบสองแก้มเหี่ยวย่น
"นี่คือ ค่ายกลพสุธาหลอมวารี ท่านมหาปราชญ์มารทรงใช้ผืนโคลนตมธรรมชาติเหล่านี้ เป็บททดสอบขัดเกลากล้ามเนื้อ ลบสลายอัตตาความหยิ่งยโสของมนุษย์!"
เพื่อพิสูจน์สัจธรรมตระหนักรู้ เทียนเสวียนรวบรวมลมปราณไว้ตรงฝ่าเท้า ก้าวเดินลงสู่ทะเลโคลนเบื้องหน้าด้วยสุดยอดวิชาตัวเบาท่าสิบแปดเมฆาทะยานอันลือเลื่อง! ชายชราเกร็งลมปราณต้านทานเต็มกำลัง หวังเหยียบย่ำทะยานเหนือน้ำ
ซวบ! โคลนเหลวแปรสภาพตอบสนองต่อแรงกระแทก มันสะท้อนปราณยุทธ์กลับมาทำลายสมดุล ดูดกลืนขาของยอดปรมาจารย์จมพรวดหายลงไปถึงหัวเข่าเสี้ยววินาที! ชายชราเสียหลักหน้าคะมำทันควัน!
โครมมม!! ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งราชสำนักผู้ปกปักษ์บัลลังก์ั หน้าทิ่มคะมำจุ่มโคลนเหลวเต็มใบหน้า!
เทียนเสวียนมิได้ลุกขึ้นยืน ชายชรายังคงนอนแช่โคลน สมองอันปราดเปรื่องทำงานบรรลุธรรมขั้นสูงสุด!
'อ๊ะ! ยิ่งข้าใช้ปราณดิ้นรน ข้ายิ่งจมดิ่ง! ค่ายกลนี้สะท้อนพลังต่อต้าน ท่านมหาปราชญ์กำลังสอนวิถี อู๋เหวย แก่ข้า! ปล่อยวางไร้การกระทำ หากละทิ้งการต่อต้าน ร่างกายย่อมลอยตัว!'
ชายชราอมยิ้มเบิกบาน ปลดปล่อยปราณยุทธ์ทิ้งสิ้น แผ่หลาปล่อยตัวตามสบายลอยอยู่บนหน้าโคลนอย่างมีความสุข ท่ามกลางสายตาช็อกค้างของทหารเชลย! ทหารทุกคนล้วนจ้องมองยอดปรมาจารย์ประดุจมองชายแก่วิปลาสเสียสติไปแล้วอย่างสมบูรณ์!
ปังงงง!! บานประตูกระท่อมไม้ถูกผลักกระแทกเปิดออกอีกครั้ง! ลู่ชิงก้าวเดินลากเท้าออกมาช้าๆ สีหน้าดำทะมึนมืดครึ้ม ทอดสายตาก้มมองดูอ่างอาบน้ำใบั์ ปรากฏน้ำใสขังอยู่เพียงก้นอ่าง ทั่วทั้งลานกว้างตกอยู่ในความเงียบสนิทระดับสุสานคนเป็ ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากด่าทอ ทว่าโสตประสาทพลันได้ยินเสียงโหยหวนของทหารเชลย ผสมผสานเสียงร้องมอๆ ของวัวเทียมเกวียน มันช่างหนวกหูรบกวนสุนทรียภาพการพักผ่อนยิ่งนัก! ยิ่งไปกว่านั้น เสียงท้องร้องจ๊อกๆ พลันดังกังวานประท้วงความหิวโหย
ท่ามกลางเสียงรบกวนเ่าั้ เสียง ซู่ ซ่า ของกระแสน้ำไหลเชี่ยว แว่วดังมาจากลำธารหลังหมู่บ้าน ลู่ชิงเงยหน้าขึ้นมองสายน้ำเชี่ยวกราก พลังงานมหาศาลกำลังไหลทิ้งไปเปล่าประโยชน์! ฝูงปลาวสันตฤดูตัวอวบอ้วนแหวกว่ายทวนกระแสน้ำะโเหนือผิวน้ำสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ!
'สายน้ำมีพลังงานมหาศาลพัดพาไปทุกวี่วัน แต่ข้ากลับต้องมานั่งรอไอ้พวกมนุษย์หน้าโง่หกคะเมนตีลังกาหาบน้ำเนี่ยนะ? แถมพวกมันยังแหกปากร้องไห้โวยวายหนวกหูข้าอีก!'
ประกายความคิดทางวิศวกรรมเพื่อหนีความลำบาก ก่อตัวและลุกโชนขึ้นภายในสมองมนุษย์ผู้เกียจคร้านอย่างเงียบงัน! 'ข้าจะใช้สายน้ำนั่นทำงานแทนพวกมันเอง! ข้าจะสร้างกังหันกลบเสียงน่ารำคาญพวกนี้ เปลี่ยนเป็เสียงน้ำไหลรินเบาๆ กล่อมข้านอนแทน! ทั้งน้ำอาบ ทั้งปลาสด ข้าจะโกยมันมาให้หมด!'
ลู่ชิงแสยะยิ้มบางๆ มุมปาก รอยยิ้มกระชากิญญาทำให้ทุกคนรอบบริเวณขนลุกซู่ชันไปถึงท้ายทอย!
"พวกเ้าหยุดวิ่งโง่ๆ ได้แล้ว" น้ำเสียงราบเรียบเยียบเย็น "ไอ้แก่ตาบอด เลิกนอนแช่โคลน แล้วไสหัวตามข้าเข้ามาข้างในเดี๋ยวนี้!"
ความเกียจคร้านผสมผสานสติปัญญาไร้ก้นบึ้งเข้าครอบงำจิติญญาลู่ชิงอย่างสมบูรณ์แบบ!
ชายหนุ่มหมุนตัวเดินกลับเข้ากระท่อมดินดิบ คว้าท่อนฟืนดำเมี่ยมจากเตาผิง หยิบแผ่นหนังแกะเก่าคร่ำคร่ากางแผ่ลงบนโต๊ะ ถ่านไม้ตวัดลากเส้นสายรวดเร็วฉับไว สมองอันปราดเปรื่องคำนวณกลศาสตร์ของไหลแม่นยำดุจเทพเซียน! วงล้อไม้ขนาดั์ตั้งตระหง่านกลางลำธาร กระบอกไม้ไผ่ตัดเฉียงผูกติดขอบล้อตักมวลน้ำส่งต่อเข้าสู่รางไม้ยาวเหยียด ถัดลงมาบริเวณจุดรับน้ำเชี่ยว เขาตวัดวาดกลไกตะแกรงตาข่ายไม้ไผ่ ดักกวาดฝูงปลาว่ายทวนน้ำตักโยนลงสู่รางแยกอีกเส้น!
ป้อมปราการผลิตทรัพยากรแห่งความี้เี ปราศจากการใช้แรงงานมนุษย์ เสร็จสมบูรณ์บนหน้ากระดาษชั่วไม่กี่อึดใจ!
ลู่ชิงก้าวเท้าพรวดพราดออกจากกระท่อม โยนแผ่นหนังเปื้อนเขม่าถ่านใส่หน้าอกปรมาจารย์เทียนเสวียน "ตาเฒ่า! ข้าไม่สนวิธีการ! ไปจัดการโค่นต้นไม้ั์บนเขา นำมาประกอบสิ่งนี้ให้เสร็จก่อนดวงอาทิตย์ตกดิน หากคืนนี้ข้าไม่ได้แช่น้ำร้อน และไม่มีปลาสดมาทำมื้อค่ำ พวกเ้าทุกคนเตรียมตัวตาย!"
กล่าวจบ ชายหนุ่มหมุนตัวกลับเข้าห้อง ปิดประตูดังปัง ทิ้งตัวลงนอนกอดหมอนขนเป็ดหลับใหลต่อไป
ปรมาจารย์เทียนเสวียนรับแผ่นหนังสัตว์ไว้อย่างระมัดระวัง ก้มหน้าพินิจมองลวดลายไก่เขี่ย รูม่านตายอดฝีมืออันดับหนึ่งพลันหดเล็กลงเท่าปลายเข็มชั่วเสี้ยววินาที! ชายชราเผลอหมุนแผ่นหนังสัตว์กลับหัว บังเกิดดวงตาเห็นธรรมสว่างวาบในห้วงสำนึก!
บนแผ่นหนังสัตว์เก่า ปรากฏภาพกงล้อวงกลมขนาดั์ สัดส่วนเรขาคณิตสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ! เส้นสายเชื่อมต่อรางน้ำ กลไกตะแกรงช้อนเหยื่อ สอดประสานขบเกี่ยวกันลึกลับซับซ้อน! ในมโนสำนึกปรมาจารย์ผู้ฝึกตน นี่มิใช่กลไกวิศวกรรมชาวบ้าน มันคือคัมภีร์ยันต์ค่ายกลสร้างโลกอย่างมิต้องสงสัย! วงล้อหมุนวนคือ กงล้อวัฏสงสาร เวียนว่ายตายเกิด ตะแกรงดักปลาคือ ตาข่ายฟ้าดิน รวบรวมสรรพสัตว์!
"์..." ชายชราพึมพำเสียงสั่นเครือ "ท่านมหาปราชญ์มาร ท่านมิได้เพียงสร้างเครื่องสูบน้ำหล่อเลี้ยงหมู่บ้าน ทว่าท่านกำลังสร้างตาข่าย์คัดกรองเวไนยสัตว์! ท่านดึงดูดปลาหลงทางมามอบเป็ทานแก่ผู้หิวโหย ยอมแบกรับบาปปาณาติบาตไว้บนบ่าตนเองผู้เดียว เพื่อกอบกู้ชีวิตชาวบ้านจากความอดอยาก! ช่างประเสริฐเลิศล้ำ!"
หยาดน้ำตาแห่งการตื่นรู้ในมรรคผลไหลรินอาบสองแก้มเหี่ยวย่น ศรัทธาอันบ้าคลั่งทะลุขอบเขตจักรวาลไปแล้ว!
วินาทีต่อมา ปรมาจารย์เทียนเสวียนดีดกายลุกขึ้นยืน ะเิพลังปราณยุทธ์ขั้นสูงสุดออกจากร่าง! ตูมมมมมมมม!!
"ทุกคนจงฟังสัญญาณคำสั่งข้า!!" เสียงะโแฝงพลังวัตรปรมาจารย์ดังกึกก้องกังวานประดุจฟ้าร้อง "ทหารสิบนายตามข้าเข้าป่าโค่นไม้ั์! ช่างไม้ก้าวออกมาให้หมด! พวกเ้าจงขุดลอกหน้าดิน เตรียมฐานรากวางค่ายกลวัฏสงสารเดี๋ยวนี้!!"
ชายชราพุ่งทะยานเข้าชายป่า ฝ่ามือขวาหุ้มด้วยปราณกระบี่คมกริบ ฟาดฟันกระแทกเข้าใส่ลำต้นสนั์ขนาดสามคนโอบขาดสะบั้น! บัดนี้ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งราชสำนักยอมลดตัว ใช้พลังปราณระดับตำนานแบกท่อนซุงขนาดั์สามท่อนขึ้นบ่า เดินตัวปลิวกลับหมู่บ้านด้วยตัวคนเดียว! ชาวบ้านอ้าปากค้างจนกรามแทบหลุดหล่นลงโคลน
ลานดินริมลำธารแปรสภาพกลายเป็สมรภูมิก่อสร้างระดับโลกาวินาศ! เสียงเลื่อยไม้เสียดสีดังลั่นสนั่นหวั่นไหว เสียงค้อนไม้กระแทกตอกสลักดังเป็จังหวะ ประกายไฟจากการตีหลอมเหล็กยึดข้อต่อกระเด็นกระจุยกระจาย ทหารเชลยทั้งหมดลงมือทำงานบ้าคลั่งคลุ้มคลั่ง เสี้ยนไม้ตำมือจนเืสาด ฝ่าเท้าเหยียบย่ำหินแหลมคมจนปริแตก แต่พวกเขากลับไร้ความเ็ป! ความหวาดกลัวจอมมารอดอาบน้ำ ผสมผสานความบ้าคลั่งศรัทธาของปรมาจารย์เฒ่า น่าสะพรึงกลัวกว่านรกภูมิหลายร้อยเท่า!
ยามเย็นคล้อยใกล้เข้ามาเยือน ดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงสีส้มอมแดง กงล้อไม้ั์สูงเทียบเท่าหอคอยสังเกตการณ์สามชั้น ยืนหยัดท้าทายกระแสน้ำกลางลำธาร กระบอกไม้ไผ่ตักน้ำนับสิบใบมัดร้อยรัดติดแน่นรอบเส้นรอบวง รางน้ำไม้กระดานทอดยาวพาดข้ามอากาศมุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางหมู่บ้าน ตะแกรงตาข่ายไม้ไผ่สานขนาดมหึมาติดตั้งรอรับฝูงมัจฉาเบื้องล่าง
ทุกสิ่งเข้าทาง ทุกอย่างใกล้เสร็จสมบูรณ์ ความหวังเปลี่ยนแปลงชะตากรรมหมู่บ้านธุลีแดงกำลังสัมฤทธิ์ผล
ทว่า แคร่กกกกก!! เสียงปริแตกของเนื้อไม้ดังกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นประดุจอสนีบาตฟาดผ่า! สรรพชีวิตทั่วบริเวณแข็งค้างราวกับถูกสาป! แกนไม้หลักตรงจุดศูนย์กลางรับน้ำหนักทั้งหมดบังเกิดรอยร้าวปริแตกเป็เส้นยาว ลุกลามจากฐานถึงแกนหมุนอย่างรวดเร็ว! เสี้ยนไม้ขนาดใหญ่ปริแตกกระเด็นปลิวว่อน บาดเฉือนใบหน้าช่างไม้จนเืสีสดสาดกระเซ็น! กงล้อั์กำลังพังพินาศย่อยยับลงชั่วลมหายใจเดียว!
"ถอยออกไป!!" ช่างไม้หัวหน้างานกรีดร้องสุดเสียง กระโจนตัวผลักร่างลูกชายตัวน้อยพ้นจากฐานเสากำลังถล่ม! โครมมมมม—!! คานไม้ั์ท่อนหนึ่งร่วงหล่นกระแทกทะลวงผืนโคลนแตกกระจาย เฉียดศีรษะเด็กชายไปเพียงคืบเดียว! อาฝูทรุดเข่าลงกระแทกพื้นโคลนตม ใบหน้าขาวซีดไร้สีเืราวกับศพ "จบสิ้นแล้ว... คืนนี้นายท่านไม่ได้อาบน้ำอุ่นแน่ๆ... พวกเราทุกคนต้องตายตกตามกัน" ทั่วลานก่อสร้างตกอยู่ในความเงียบงันหนาวเหน็บเสียยิ่งกว่ากลางฤดูเหมันต์!
ปรมาจารย์เทียนเสวียนก้มหน้ามองดูกงล้อปริแตกร้าว ชายชราหลับตาลงอย่างช้าๆ ภาพความทรงจำแห่งชีวิตนองเืผุดพรายขึ้นมาในห้วงมโนสำนึก สองมือคู่นี้เคยแกว่งไกวกระบี่สังหารปลิดชีพผู้คนนับไม่ถ้วน ปราณกระบี่สายนี้เคยแผดเผาทำลายล้างเมืองทั้งเมืองเป็จุณ แต่วันนี้ สิ่งประจักษ์เบื้องหน้ามิใช่สมรภูมิา มันคือความหวังต่อลมหายใจผู้คนนับร้อย!
ดวงตาฝ้าฟางเหี่ยวย่นพลันเบิกกว้าง ทอประกายสว่างไสวเด็ดเดี่ยวถึงขีดสุด!
"ข้าจะไม่ยอมใช้พลังนี้เข่นฆ่าทำลายล้างอีกต่อไปแล้ว!!"
ตูมมมมมมมม—!!! พลังวัตรบริสุทธิ์แปดสิบปีะเิพุ่งทะลักออกจากตันเถียน! พื้นโคลนรอบกายะเิกระจายถูกซัดออกไปเป็หลุมบ่อขนาดใหญ่! ร่างปรมาจารย์เทียนเสวียนพุ่งทะยานดุจัขาวผงาดขึ้นจากผืนน้ำ ยื่นสองฝ่ามือพุ่งกระแทกทาบประกบอัดเข้ากับแกนกลางกงล้ออย่างเต็มพละกำลัง! ฉึก—! เสี้ยนไม้ขนาดใหญ่แทงทะลวงลึกทะลุฝ่ามือยอดฝีมือทันที! โลหิตสีแดงสดไหลทะลักสาดกระเซ็นอาบย้อมแกนไม้จนแดงฉาน
"ปราณกระบี่แห่งข้ามิได้มีไว้เพื่อเข่นฆ่า! แต่มันมีไว้ปกป้องและค้ำจุนโลกมนุษย์!!"
เสี้ยววินาทีแห่งการตื่นรู้ ปราณกระบี่สีทองเคยแหลมคมดุดันเริ่มแปรสภาพแตกสลาย! มันควบแน่นเปลี่ยนรูปทรงกลายเป็เส้นใยพลังงานสีฟ้าอ่อนนุ่มยืดหยุ่นประดุจสายน้ำ พุ่งทะลักแทรกซึมเข้าสู่งรอยแตกร้าวทุกตารางนิ้ว! รอยปริแตกหยุดชะงักเริ่มสมานตัวเข้าหากัน! เสี้ยนไม้แตกหักหลอมรวมผสานเป็เนื้อเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์! แกนไม้ใกล้พังทลายถูกอัดแน่นทวีความแข็งแกร่ง ราวกับถูกหลอมสร้างขึ้นมาจากเหล็กเทวะ!
ครืนนนนนนนน— กงล้อไม้ั์หยุดนิ่งชะงักค้างเริ่มสั่นะเื แล้วมันก็เริ่มหมุน! เริ่มจากหมุนทวนกระแสน้ำอย่างช้าๆ ทวีความเร็วขึ้น! เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มกำลัง!!
โครมมมมมมมมม—!!! กระบอกไม้ไผ่วิดน้ำทั้งสิบสองใบจ้วงตักตวงมวลน้ำจากแม่น้ำขึ้นมาพร้อมกัน! มวลน้ำเย็นเฉียบปริมาณมหาศาลถูกฉุดกระชากดึงขึ้นสู่ยอดฟ้า! ซ่าาาาาาาาาา—!!! สายน้ำบริสุทธิ์พุ่งทะลักสาดเทลงสู่รางไม้กระดานดุจัวารีแผดเสียงคำรามกึกก้องะเืถึงสรวง์!
ทว่าปาฏิหาริย์มิได้จบเพียงเท่านั้น! พรวด! พรวด! ซ่าาา! ตะแกรงไม้ไผ่ดักปลาซ่อนไว้ในกลไกเริ่มทำงานอย่างต่อเนื่อง! ฝูงปลาวสันต์อัดแน่นอยู่ในแม่น้ำนับร้อยตัว ถูกแรงเหวี่ยงวงล้อช้อนตักดีดเหวี่ยงลอยละลิ่วขึ้นไปกลางอากาศ! ปลาคาร์พูเาตัวอ้วนพี! ปลาหนังตัวเขื่อง! ร่วงหล่นตกลงมาใส่ตะกร้าสานขนาดั์ตั้งรอรับอยู่กลางหมู่บ้าน ราวกับห่าฝนมัจฉาจากสรวง์! ปลาสดดิ้นกระแด่วๆ แสงแดดสะท้อนเกล็ดปลาสีเงินวับวาว กองสุมกันจนสูงเป็ูเาขนาดย่อม!
เด็กหญิงตัวเล็กเบิกตากว้างจ้องมองกองปลาสดดิ้นกองอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากน้อยเริ่มสั่นระริก "ท่านแม่ ปีนี้พวกเราจะไม่อดตายแล้วใช่ไหมจ๊ะ..."
มารดาทรุดตัวลงสวมกอดลูกสาวไว้แน่น แผดเสียงร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น ชายชราเคยกินรากไม้ประทังความหิวโหย เด็กน้อยร่างกายผอมโซหนังหุ้มกระดูก ทุกคนทรุดตัวลงคุกเข่าปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร นี่มิใช่เพียงเครื่องสูบน้ำอาบสำหรับจอมมาร แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งความหวัง!
ทหารเชลยนายหนึ่งยืนตัวสั่นเทาจ้องมองภาพปาฏิหาริย์ "เพียงเพราะเขาแค่ี้เีเดินไปหาบน้ำด้วยตนเอง เขากลับเนรมิตสิ่งประดิษฐ์พลิกชะตาชีวิตคนทั้งหมู่บ้านได้ถึงเพียงนี้..." ชายชาติทหารกลืนน้ำลายฝืดคอเหงื่อเย็นแตกพลั่ก "หากวันใดวันหนึ่งเขาเกิดสติแตกตั้งใจคิดทำลายล้างโลกใบนี้ขึ้นมาจริงๆ ผู้ใดในใต้หล้าจะมีปัญญาไปหยุดยั้งเขาได้...?" ทุกคนรอบข้างพลันหนาวสะท้านเข้าไปถึงก้นบึ้งไขกระดูก!
ท่ามกลางละอองน้ำบริสุทธิ์สาดกระเซ็นฟุ้งกระจายทั่วท้องฟ้า รุ้งกินน้ำเจ็ดสีขนาดั์ปรากฏพาดโค้งเหนือหมู่บ้านธุลีแดง ราวกับ์เปิดประตูรับขวัญ ปรมาจารย์เทียนเสวียนทรุดตัวลงคุกเข่าช้าๆ ชายชราแหงนหน้ามองรุ้งเจ็ดสีด้วยหยาดน้ำตาไหลรินอาบสองแก้ม
"ท่านมหาปราชญ์มาร ท่านมิได้เพียงแค่ผันเปลี่ยนทางเดินสายน้ำ แต่สติปัญญาของท่าน กำลังเปลี่ยนแปลงพลิกผันชะตากรรมมนุษย์ทั้งใต้หล้า..."
เสียงโห่ร้องสรรเสริญดังกึกก้องกังวานะเืไปทั่วทั้งขุนเขา! "มหาปราชญ์มาร ทรงพระเจริญ!!"
ทว่า ภายในกระท่อมดินดิบอันแสนสงบสุขตัดขาดจากความวุ่นวาย
ซ่าาาา น้ำร้อนผ่านการต้มกำลังไหลรินส่งควันฉุยลงสู่อ่างไม้กระดานใบั์ ลู่ชิงกำลังแช่ตัวจมลงไปในน้ำอุ่นจัดอย่างสบายอารมณ์ที่สุด มือข้างหนึ่งถือปลาย่างเสียบไม้เพิ่งทำเสร็จใหม่ส่งกลิ่นหอมฉุย มืออีกข้างกำลังขัดถูเส้นผมอย่างเกียจคร้าน
"อืม เนื้อปลาหวานดีแฮะ..." เขากัดเนื้อปลาคำโตเคี้ยวตุ้ยๆ พลางขมวดคิ้วพึมพำออกมาอย่างจริงจังที่สุดในชีวิต "แต่ว่านะ อาบน้ำเสร็จแล้ว ข้ายังต้องยกท่อนแขนเอื้อมมือไปสวมใส่เสื้อผ้าด้วยตนเองอยู่อีก..."
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่พ่นลมออกจมูก ราวกับกำลังแบกรับภาระอันหนักอึ้งที่สุดของโลกหล้าเอาไว้บนบ่า "การขยับตัวใส่เสื้อผ้าเนี่ย ช่างเปลืองแรงและเหนื่อยล้าเกินไปจริงๆ..." เขาหรี่ตาลงแคบ ค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด "พรุ่งนี้ข้าคงต้องออกแบบประดิษฐ์ ค่ายกลสวมอาภรณ์อัตโนมัติ ออกมาใช้แก้ขัดเสียแล้วสิ..."
โลกภายนอกผู้คนนับร้อยกำลังคุกเข่าหมอบกราบ บูชาสรรเสริญเขาราวกับองค์เทพเ้าผู้กอบกู้โลก แต่ภายในกระท่อม ต้นเหตุของปาฏิหาริย์ทั้งหมดทั้งปวง กลับกำลังนั่งแช่น้ำร้อน กินปลาย่าง กังวลเคร่งเครียดอยู่กับปัญหาี้เียกแขนใส่เสื้อผ้าตนเอง!
นี่คือความน่าสะพรึงกลัวและความวิปลาสที่แท้จริง ของมนุษย์นามว่าลู่ชิง!
จบตอนที่ 8