ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
ไรท์ยังไม่มีเวลาอัปที่แน่นอนนะคะ เพราะเื่แรกยังแต่งไม่จบ
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ย่านการค้ากลางใจเมือง
"น้องแอลพี่เอาทาโกะยากิ6ลูกเหมือนเดิมนะ ราเมนหมดแล้วหรอ"
"หมดแล้วค่ะพี่นิด พี่นิดรอสักครู่นะคะ วันนี้วันสิ้นเดือนขายดีมากเลย"
ในระหว่างที่แอลกำลังทาโกะยากิอยู่นั้น แอลสังเกตเห็นพี่นิดที่คอยจ้องมองมาที่ตนตลอดเวลา
"อะไรติดหน้าแอลหรอพี่นิด"
"พักนี้ได้พักผ่อนบ้างมั้ย สีหน้าแอลไม่ค่อยดีเท่าไหร่"
"แอลก็กินอิ่มนอนหลับปกตินะ..."
แอลยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค ก็ล้มลงไปต่อหน้าต่อตาลูกค้าที่มายืนรอในทันที
ลูกค้าที่รอต่อคิวซื้อทาโกะยากิต่างร้องกันเสียงหลง โดยเฉพาะพี่นิดที่รีบวิ่งขึ้นไปบนรถฟู้ดทรัคเพื่อไปประคองตัวแอลขึ้นมาและะโบอกให้คนแถวนั้นเรียกรถพยาบาล แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
ท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่มือและเท้าของตัวเอง แอลมีความรู้สึกว่าตนได้เดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย
แต่เมื่อก้มหน้ามองดูพื้นดินก็ไม่เห็นสิ่งใดเลย พยายามจะจับร่างกายของตัวเองก็ว่างเปล่าเช่นกัน
"ที่นี่ที่ไหน...มีใครอยู่มั้ยคะ!!"
แอละโออกไปสุดเสียงแต่สิ่งที่ได้คือความเงียบกลับมา
"หรือว่าโดนผีอำ...ก็ไม่น่าจะใช่เมื่อกี้นี้เรากำลังทำทาโกะยากิอยู่ไม่ใช่หรอ"
แอลที่กำลังนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผ่านไปสักพักอยู่ๆก็มีเสียงจากบุรุษที่พูดออกมาเป็ภาษาจีน และเอ่ยถามว่า
'เ้ามีนามว่าแอลใช่หรือไม่'
แอลยังไม่ตอบคำถาม เพราะกำลังงงอยู่ว่าเราสามารถฟังภาษาจีนออกได้ั้แ่ตอนไหน
'เ้าได้ยินที่ข้าถามหรือไม่ ...'
'เออ..หนูชื่อแอลค่ะ...ที่นี่ที่ไหนหรอคะ'
'ที่แห่งนี้คือพื้นที่แห่งความว่างเปล่า ตัวเ้านั้นได้ตายลงไปแล้ว'
'ห๊ะ!!..หนูตายตอนไหนอ่ะ'
'ตายก็คือตาย...เหตุใดจึงถามให้มากความ'
'ชีวิตของหนูทั้งชีวิตนะ ตายตอนยังไม่รู้เลย'
'เฮ้ออ!!...เ้าตายตอนที่กำลังทำขนมแป้งกลมทอดอยู่อย่างไรเล่า หัวใจของเ้าหยุดเต้นกะทันหัน'
'หัวใจวายเฉียบพลันหรอคะ'
'อะ..เอิ่ม..ก็ประมาณนั้น'
'เป็ไปไม่ได้!!...หนูเพิ่งจะไปตรวจร่างกายมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ผลการตรวจบอกว่า หนูไม่เป็อะไรเลย ร่างกายปกติดีทุกอย่าง ถ้าหนูโดยรถชนหนูจะไม่ว่าอะไรสักคำ แต่นี่หนูอยู่ดีๆก็ตายอย่างนั้นหรอ มันใช่หรอคะ!!.. '
'เอาล่ะๆเลิกโวยวายสักที เ้าจงไปตามทางแสงสว่าง เดี๋ยวเ้าจะรู้เองว่าต้องทำสิ่งใดต่อไป'
เสียงปริศนาหายไปทันทีที่พูดจบ ความรู้สึกของแอลในตอนนี้คืออยากะโดังๆเพื่อก้นด่า์ให้สุดเสียง
'เอ๊ะ!!...นั้นไงแสงสว่าง'
แอลรีบวิ่งไปทางแสงสว่างในทันที จะว่าวิ่งก็ไม่ได้ เนื่องจากความรู้สึกเหมือนกับกำลังล่องลอยทั้งยังบังคับทิศทางได้ยากอีกด้วย
หลังจากแอลเดินมาพ้นแสงสว่างแล้ว ก็เจอเข้ากับเด็กหญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 6ขวบ แต่งกายด้วยชุดที่โบราณมากๆทั้งเก่าและมีรอยปะชุนเต็มไปหมด
และที่ด้านหลังยังแบกเด็กผู้ชายไว้ การแต่ตัวก็ไม่ต่างกัน
จนกระทั้งแอลเห็นเด็กหญิงคนนั้นล้มลงไปกับพื้น
'เห้ย!!...หนูน้อย'
แอลกำลังจะวิ่งไปช่วย และได้เห็นลูกไฟสีสว่างสดใสออกจากร่างของเด็กหญิงคนนั้น และล่องลอยออกไปตามเส้นทางสายรุ้งที่ทอดยาวลงมา
จากนั้นแอลก็รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองถูกบางอย่างดูดดึงไปที่ไหนสักแห่ง
'อ๊ะ!!...อะไรวะเนี่ยยยย'
ภาพความทรงจำต่างๆของเด็กหญิงคนนั้นถูกฉายออกมาจนหมดสิ้นั้แ่จำความได้จนกระทั่งอายุุ6หนาว
ทำให้แอลรู้สึกจุกอยู่ในลำคอจนพูดไม่ออกกับชีวิตที่แสนจะรันทด
ตอนนี้แอลรู้แล้วว่าตัวเองได้เข้ามาอยู่ในร่างของหยางมี่
'เห้ออ!! เอาวะ...น้องมี่ ถ้าน้องได้ยินเสียงของพี่แอล พี่อยากจะบอกน้องมี่ว่า พี่ขอให้น้องมี่ไปอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้ มีความสุขมากกว่านี้ พี่แอลจะดูแลน้องชายของน้องมี่ให้ดีที่สุด พี่สัญญา'
ลมเย็นสบายพัดผ่านไป พร้อมกับเสียงขอบคุณที่ลอยมาตามสายลม
'ต่อไปเราก็คือจ้าวหยางมี่สินะ เฮ้ออ!! ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันต่อไป หวังว่าชาติหน้าของเราจะมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนกับคนอื่นบ้างนะเ้าค่ะ แอลขอเพียงแค่นี้จริงๆ'
"พี่สาว ฮึก..ฮือๆๆ ตื่นขึ้นมา ฮึก..ได้โปรด ถ้าท่านตายไปแล้วข้าจะอยู่อย่างไร ฮือๆๆ ถ้าไม่มีท่านข้าก็ไม่ขออยู่ด้วยเช่นกัน ฮือๆๆๆ"
"ตื่นแล้วๆ พี่แค่เหนื่อยเท่านั้น เ้าอย่าร้องไห้เลยนะ"
แอลลุกขึ้นมาพร้อมกับโอบตัวน้องชายที่พิการเข้ามากอดเพื่อปลอบโยน
"พี่อยู่นี่แล้ว เ้าไม่ต้องกลัวนะ ป่ะ..พี่จะพาไปที่รถม้าที่พี่แอบซื้อเก็บไว้ "
"ขอรับ ฮึก.."
แอลค่อยๆนำตัวน้องชายขึ้นหลังอย่างเบามือ เนื่องจากน้อยชายของนางยังคงเจ็บที่ขาอยู่
ถึงแม้น้องของนางจะอายุเพีบง 4 หนาว แต่ตัวก็เกือบจะสูงเท่ากับนาง เพราะน้องชายมีรูปร่างเหมือนท่านพ่อ
เมื่อเดินรัดเลาะเข้ามาในป่า ก็เห็นรถม้ากลางเก่ากลางใหม่จอดอยู่ด้านหลังพุ่มไม้ นางมองหาม้าที่นางซื้อมาด้วย
……..ฮี้......
ม้าสีดำเงา กับม้าสีน้ำตาล วิ่งเข้ามาออดอ้อนนางอย่างรู้ประสา นางจึงลูบหัวม้าไปหลายครั้ง
"เ้าม้า...ข้าต้องรบกวนเ้าแล้วนะ"
…..ฮี้….
หลังจากนั้นนางก็เอารถม้าต่อพ่วงกับม้าทั้งสองตัว ตามความทรงจำที่ท่านตาเฒ่าเ้าของคนก่อนเคยสอนไว้อย่างทุลักทุเล
หลังจากนั้นนางอุ้มน้องชายขึ้นรถม้าทันทีและรีบออกเดินทาง เพราะกลัวว่าถ้าเช้าเมื่อไหร่ ป้ามหาภัยคนนั้นจะต้องตามมาแน่นอน
"เ้าม้า..ออกเดินทางได้เลย"
…..ฮี้……
ม้าวิ่งออกไปโดยที่หยางมี่ยังไม่ได้จับสายบังเหียนเลย
"เ้าม้า..เ้าช่างแสนรู้"
พอม้าออกตัวไปได้สักพัก น้องชายก็สะกิดเบาๆอยู่ด้านหลังพร้อมกับพูดด้วยเสียงสั่นกลัว
"พะ..พี่ สะ..สาว..ขะ ข้างหลัง!!"
หยางมี่เมื่อได้ยินดังนั้น นางจึงรู้ได้เลยว่าจะต้องมีปัญหาแน่ๆ จึงค่อยหันหลังกลับไปดู
และมันก็ทำให้ดวงตาของนางเบิกโตขึ้นอย่างตกตะลึงพร้อมกับร้องเสียงหลงออกมา
"อ้ากกกกกกก"
ทั้งสองคนกอดกันกลมดิก เมื่อเห็นพี่สาวร้องหยางเฉินก็ร้องตามเช่นเดียวกัน สุนัขหน้าโหดสี่ตัวค่อยๆเดินออกมาอย่างเงียบๆ
พร้อมกับเอียงหัวมองเ้านายของตนว่าเป็อะไร
เมื่อสุนัขทั้งสี่ตัวเดินออกมาจากด้านในรถม้าแล้ว
จึงทำให้หยางมี่จำได้ ว่านี่คือสุนัขของนางในภพก่อนนั้นเอง
"หวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เ้าหู่ มาได้ไงอ่ะ กรี๊ดด... เจ๊ดีใจที่สุดที่เราได้เจอกันอีกครั้ง"
หยางมี่พูดแล้วก็รีบเข้าไปโอบกอดหมาพิทบูลของนางทันที นางยังนึงเป็ห่วงเ้าสองตัวนี้อยู่เลยว่าจะมีใครกล้ารับมันไปเลี้ยงมันหรือไม่
เพราะนางเป็เด็กกำพร้าถ้านางตายไปหมาทั้งสี่จะทำยังไง แล้วมันก็เป็สุนัขสายพันธุ์ดุของแท้ที่นางได้มาโดยบังเอิญ
"ขอบคุณนะที่หนูทั้งสี่ตัวยังคงอยู่เคียงข้างเจ๊เสมอ "
ในระหว่างที่หยางมี่โอบกอดหมาทั้งสี่ รถม้าก็ยังเคลื่อนตัวออกไปแม้จะยากลำบากเพราะว่าทางเป็ทางลาดชันและเต็มไปด้วยหญ้ารก
"พี่สาว...หมาของพี่สาวหรือขอรับ"
"ใช่แล้วเฉินเอ๋อร์ ตาเฒ่าที่ขายรถม้าได้ยกมันทั้งสี่ตัวให้พี่มาด้วย"
"มันจะกัดข้าหรือไม่ขอรับ"
"มันไม่กัดหรอก แต่เดี๋ยวพี่บอกมันให้นะ "
"หวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เ้าหู่ คนนี้คือน้องชายของข้า เ้าต้องช่วยข้าดูแลเขานะ เข้าใจหรือไม่"
หาทั้งสี่ตัวพยักหน้ารับรู้ และก็สร้างความแปลกใจให้กับหยางมี่เป็อย่างมาก เนื่องจากเ้าสองตัวทั้งดื้อและเอาแต่ใจที่สุด
"เฉินเอ๋อร์ ตัวดำมีขนสีขาวที่อกชื่อ หวังเฉา สีดำล้วนชื่อหม่าฮั่น ตัวสีน้ำตาลแดงชื่อจางหลง สีน้ำตาลดำชื่อเ้าหู่ จำได้หรือไม่"
"ได้ขอรับ หวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เ้าหู่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"
หมาทั้งสี่ตัวเดินหมอบตัวเข้ามาพร้อมกับถูหัวออดอ้อนให้หยางมี่และหยางเฉินทันที โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามันตัวใหญ่มากขนาดไหน
"มันตัวใหญ่มากเลยขอรับ"
“แหะๆ!!….พี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละ"
ใช่...มันตัวใหญ่เกินไปหรือไม่ หวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เ้าหู่ ของนางตอนที่อยู่ภพก่อน ตัวยังไม่ตัวใหญ่เท่านี้เลย
รถม้าได้วิ่งออกสู่ทางปกติแล้ว หยางมี่ตั้งใจว่าจะทำตามความคิดเดิมคือกลับไปบ้านเดิมของมารดาที่แคว้นตงเปียน
ตาเฒ่าคนที่ขายรถม้าให้กับหนูน้อยหยางมี่ราวกับรู้ว่า หยางมี่้าจะเดินทาง ถึงได้ให้แผนที่การเดินทางมาด้วย
หยางมี่ดูแผนที่ที่จะไปยังแคว้นตงเปียน ระยะทางค่อนข้างใกล้เป็อย่างมาก
เนื่องด้วยต้องเดินทางจากทางใต้สุดของของหนานเปียน แล้วไปทางทิศตะวันออก
หมู่บ้านหนานจงแห่งนี้ตั้งอยู่ชายแดนหนานเปียนติดกับซีเปียน หยางมี่จะต้องเดินทางผ่านเมืองหลวงของหนานเปียน เพื่อมุ่งหน้าสู่แคว้งจงเจียน และถัดไปก็คือตงเปียน
"เอาล่ะ...เ้าม้าเดินทางไปให้ไกลที่สุดก่อนจะถึงเช้านะ "
…..ฮี้….
'เอ๊ะ!!..นางยังไม่ได้ตั้งชื่อเ้าม้าเลย อืมชื่ออะไรดีนะ'
"เฉินเอ๋อร์เราจะตั้งชื่อเ้าม้าตัวนี้ว่าอะไรดี"
"พี่สาว...เอาชื่อซูซูดีหรือไม่"
"เฉินเอ๋อร์ซูซูมันชื่อของสตรีนะ"
"อ่าา...นั้นสิ"
"ชื่อนี้ดีกว่า สีดำชื่อเฉาก๊วย สีน้ำตาลชื่อก๊วยเจ๋ง ดีหรือไม่"
"ขอรับ..เ้าชื่อ เฉาก๊วยกับก๊วยเจ๋ง นะชอบหรือไม่"
….ฮี้.....
หยางเฉินะโถามเ้าม้าอย่างร่าเริง ผิดกับตอนที่อยู่ในหมู่บ้านหนานจงมาก เมื่อหยางมี่นึกถึงพี่สาวบุญธรรมของท่านพ่อ
นางก็รู้แค้นใจเป็อย่างมาก รอให้นางโตก่อนเถอะแล้วนางจะกลับมา แก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>