“พวกข้านะ ได้ภารกิจแล้วแน่นอน” หลินหลานกล่าวตอบ จากนั้นนางก็จ้องหลินเฟิงด้วยสาตาที่ซับซ้อนก่อนจะกล่าวถามอีกครั้ง
“แล้วเจ้าทำภารกิจอะไร ทำไมดูเจ้าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ หรือว่าเจ้าไปเจอสาวงามมา” หลินหลานกล่าวถามด้วยเสียงแข็ง
“เจ้าหึงข้ารึ” หลินเฟิงกล่าวถามหลินหลานด้วยเสียงหยอกล้อ
“จริงหรอ หลินเฟิง” หลินฮุยตะโกนถามอย่างตกใจเมื่อได้ยินหลินเฟิงพูด
หลินฮุยเองก็เป็นชาย แล้วย่อมต้องการสาวงาม แม้หลินหลานจะเป็นหญิงงาม แต่พวกเขาไม่ถูกกันมากนัก ตอนนี้เขาดีกับหลินเฟิงและเป็นเพื่อนกันแล้ว แม้จะยังไม่ค่อยสนิทเท่าใดแต่ก็กำไปพัฒนาไปได้ด้วยดี
“เปล่าหรอก ข้าไม่ได้เจอสาวงาม” หลินเฟิงกล่าวตอบหลินฮุย
หลินฮุยได้ยินเช่นนั้นก็คอตกทันทีและเขาก็เดินไปคุยกับคนอื่นทันที เขาไม่อยากอยู่ให้ตัวเองได้ยินบทสนทนาราวกับเป็นคู่รักระหว่างหลินเฟิงกับหลินหลาน แม้ว่าทั้งสองจะเป็นเพื่อนกันแต่ก็เหมือนคู่รักด้วยเช่นกัน
“ใครจะไปหึงคนเช่นเจ้า” หลินหลานหน้าแดง เมื่อกล่าวเสร็จนางก็หันหลังและเดินจากไปทันที แน่นอนว่าหลินเฟิงทำได้เพียงแค่ยิ้มอย่างขมขื่นเท่านั้น
“นี้หลินเฟิง แล้วตกลงเจ้าทำภารกิจอะไรละ พวกข้าทำเกี่ยวกับการเก็บสมุนไพรนะ” หลินอี้หานหันกลับมาคุยกัลหลินเฟิงเมื่อเห็นว่าหลินเฟิงตุยกับหลินหลานเสร็จแล้ว
“ข้าจะไปเป็นผู้ช่วยนะ” หลินเฟิงกล่าวเสียงเรียบ
“ผู้ช่วยอะไร? อย่าบอกนะว่า...!!” หลินอี้หานนั้นแทบไม่อยากเชื่อกับความคิดตัวเอง และไม่ใช่แค่หลินอี้หานเท่านั้น แต่ทุกคนรวมทั้งหลินฮุยและตระกูลเซี่ยด้วย
“อืม อย่างที่พวกเจ้าคิดนั้นแหละ ข้าจะไปเป็นผู้ช่วยนักหลอมโอสถนะ” หลินเฟิงกล่าวพลางยิ้มให้พวกเขา
“ อ่า!! ” ตอนนี้พวกหลินอี้หานทำได้แต่เอามือมาป้องปากที่กำลังอ้าค้างเพราะความตะลึง หลินเฟิงนั้นมีพรสวรรค์ด้านการฝึกฝนวรยุทธ์แล้วการที่หลินเฟิงไปเป็นผู้ช่วยไม่เสียเวลาในการฝึกฝนหรอกหรือ มันจะไม่ทำให้หลินเฟิงฝึกฝนช้าลงรึ
“เอาหน่าพวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้ารู้จักตัวเองดี ” หลินเฟิงเห็นปฏิกิริยาของพวกหลินอี้หานก็กล่าวพร้อมยิ้ม เขารู้ว่าคนอื่นคิดเช่นไร แต่เขามั่นใจว่าเข้าสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว มันจะไม่ทำให้เส้นทางการฝึกฝนของเขาช้าลงมากมายอะไรแน่นอน
“เอาเถอะ หากเจ้าเลือกแล้วก็ช่วยไม่ได้ งั้นกลับกันเถอะ” หลินอี้หานกล่าว จากนั้นพวกเขาก็เตรียมเดินกลับไปบ้านพักของพวกเขา
“นั่นศิษย์พี่หญิงหนิงเสวี่ย นิ!!”
“จริงด้วย ศิษย์พี่ยังคงงดงามเช่นเดิมเลย”
“หากข้าได้ครอบครองสาวงามเช่นนี้สักครา ข้าก็ตายตาหลับแล้ว”
ในขณะที่กลุ่มของหลินเฟิงกำลังจะเดินจากไปนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงฮือฮาดังมาจากสิษย์คนอื่นๆที่อยู่บริเวณหอภารกิจ และด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขารู้สึกสนใจจนต้องฟังบทสนทนาและหันไปมองศิษย์พี่หญิงคนนั้นอย่างช่วยไม่ได้
“งดงามจริงๆด้วย ” หลินฮุยเผลอกล่าวออกมา
“ดูท่าแล้วนอกจากจะงดงามแล้วยังต้องแข็งแกร่งมากด้วย” หลินอี้หานกล่าวเสริม
ส่วนหลินเฟิงนั้นไม่ได้พูดอะไร เพราะเขาทำเพียงจ้องมองไปยังสตรีในชุดสีฟ้าที่กำลังเดินไปหอภารกิจเท่านั้น เขาไม่สามารถละสายตาจากนางได้เลย แม้ว่าหลินหลานจะงดงามแต่นางยังไม่ได้เติมโตเต็มที่ แต่หลินหลานก็อายุยังไม่ 15 ปีเลยด้วยซ้ำ และที่สำคัญเขาอยู่กับนางมาจนเคยชินเสียแล้ว ทำให้ไม่ต้องตะลึงกับความงามของนาง
แต่ต่างจากสตรีนางนี้ที่นางเริ่มมีส่วนเว้าส่วนโค้งแล้ว นางมีภูเขาสองลูกที่นูนออกมาอย่างชัดเจน ขณะที่นางเดิน เนินอกก็กระเพื่อมขึ้นลงๆ บั้นท้ายของนางที่โค้งงอได้รู้ นางสวยกว่านางเอกหรือนางแบบในโลกเก่าของเขาอย่างเทียบไม่ได้เสียอีก สตรีนางนี้เป็นคนแรกที่ทำให้หลินเฟิงไม่สามารถละสายตาได้ราวกับว่าหลินเฟิงตกอยู่ในภวังค์อย่างไรอย่างนั้น
“อะแฮ่ม!!” หลินอี้หานทำเสียงไอพร้อมกับสะกิดหลินเฟิงเพื่อเรียกสติหลินเฟิงเมื่อหลินอาการที่หลินเฟิงแสดงออกมา เขารู้ทันทีเลยว่าหลินเฟิงได้หลงเสนห์ของศิษย์พี่หญิงคนนี้เข้าให้แล้ว
ด้วยเสียงและการสะกิดของหลินอี้หานทำให้หลินเฟิงหลุดจากภวังค์มาได้ และหันมามองหลินอี้หานด้วยท่าทางเขิลหาย แม้เขาจะแข็งแกร่งแต่จะอย่างไรเขาก็เป็นบุรุษ เมื่อเห็นสตรีงามย่อมต้องหลงเป็นธรรมดา
“สตรีงามเป็นเรื่องดี แต่ก็เป็นภัยด้วยเช่นกัน” หลินอี้หานกล่าวเตือน จะอย่างไร ยิ่งสตรีงามก็ยิ่งมีคนมากมายหมายปอง และคนที่หมายปองคงไม่ใช่พวกฝีมือธรรมดาหรอกกระมั้ง นี้ทำให้เขาเป็นห่วงหลินเฟิง เพราะหลินเฟิงเพิ่งจะฝึกฝนได้ไม่กี่ปีเอง จะเทียบกับคนอื่นๆที่เข้านิกายและฝึกฝนมานานกว่าได้อย่างไร
“ข้าเข้าใจ” หลินเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น เขาเข้าใจและยิ่งเป็นโลกใบนี้ที่ความแข็งแกร่งคือทุกอย่าง หากอยากได้สตรีที่งดงามจะเมืองต้องล้มสลาย ก็ต้องแข็งแกร่งและมีความสามารถมากพอที่จะครอบครองสตรีด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตาย
“เราไปกันเถอะ” หลินอี้หานกล่าวขณะหันไปมองคนอื่นๆ แน่นอนว่าไม่ช่เพียงแต่หลินเฟิงคนเดียว คนอื่นๆรวมถึงเขาด้วยเช่นกัน แต่ว่าพวกเขานั้นรู้เรื่องนี้ดีและไม่กล้าคิดอะไรไปไกล แต่กับหลินเฟิงนั้น ไม่ใช่ เพราะตัวหลินเฟิงแข็งแกร่งมากๆจึงไม่กลัวใคร ทำให้เขาต้องกล่าวเตือนหลินเฟิงเสียก่อน
ในขณะที่กลุ่มของหลินเฟิงกำลังเดินกลับบ้านพักนั้น ก็ได้มีกลุ่มคน 5 คน เดินมาขวางเอาไว้ และจ้องมองกลุ่มของหลินเฟิงด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเท่าใดนัก คนที่เดินนำมานั้นดูจะเป็นผู้นำของกลุ่ม ส่วนอีก 4 คนน่าจะเป็นผู้ติดตามของคนที่เป็นผู้นำ แม้ว่าคนที่เป็นผู้นำจะดูสง่างามและหล่อเหลาอยู่หลายส่วน แต่แน่นอนว่าไม่สามารถเทียบหลินเฟิง พระเอกของเราได้
‘ หืม ’ หลินเฟิงที่เห็นเช่นนั้นเขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าพวกเขากับลังจะมีเรื่อง
“พวกเจ้าเป็นศิษย์ใหม่สินะ” หนึ่งในผู้ติดตามกล่าวถาม
“ใช่แล้ว พวกข้าเป็นศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่” หลินอี้หานที่ยืนอยู่ด้านหน้ากล่าวตอบ แน่นอนว่าเขารู้สึกเช่นเดียวกับหลินเฟิงว่าพวกนี้มาไม่ดีและมาหาเรื่องพวกเขาโดยเฉพาะ
“เป็นศิษย์ใหม่ก็ควรก็เจี้ยมตัวเสียบ้าง เจ้าไม่รู้รึว่าศิษย์พี่ของพวกเรากำลังหมายตาศิษย์พี่หญิงหนิงเสวี่ย อยู่” ผู้ติดตามคนนั้นกล่าวต่อ
“คนต่ำต้อยเช่นพวกเจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิด เข้าใจหรือไม่” ผู้ติดตามอีกคนกล่าวต่อ