#ปีสาม 3 Detail Kit
(เช้าวันต่อมา)
07.14 น.
วันนี้ผมตื่นเช้าเป็พิเศษเพราะอะไรไม่รู้ แต่ท้องผมมันประท้วงหนักเลยทำให้ผมต้องตื่นแต่เช้า ผมยันตัวขึ้นแล้วเดินสะลึมสะลือเข้าไปอาบน้ำ พอจัดการธุระตัวเองเสร็จก็เดินลงมาชั้นล่าง เมื่อคืนรถผมสต๊าทไม่ติดคงจะจอดอยู่ที่ตึกคณะสงสัยผมคงต้องเดินไปซื้อของกินที่หน้าปากซอย…
พอเดินผ่านมาที่โรงจอดรถถึงกับชะงักไปนิดๆ
“มาได้ไงวะ…” ผมพึมพำออกมาเบาๆ (เบาจริงๆนะ)
ผมมองไปที่เบาะเห็นมีกระดาษติดอยู่เลยเดินไปหยิบขึ้นมาอ่าน
‘ผมเอาไปซ่อมให้แล้วนะครับพี่คิท’
‘จาก Detail ครับผม’
ไอ้เด็กนี่อีกแล้วเหรอ…? มันทำเพื่ออะไร ้าอะไรกันแน่!
คิดไปก็ปวดสมองผมเลิกสนใจความคิดนั้นก่อนจะหันมาสนใจกับรถลูกรักของผมแทน ก็ดีเหมือนกันมีคนตามเก็บตามซ่อมให้
“พี่คิท!” ผมหันไปมองคนที่เรียกชื่อผม
“มึงอีกแล้วเหรอ” ผมพูดขึ้นอย่างเซ็งๆ “แล้วมาทำอะไรที่หอกูวะ”
“ผมมาหาพี่คิทครับ” มันตอบผมเสียงเรียบๆ แมร่งจะหน้านิ่งไปไหนวะ
“มาหากู?” ผมชี้นิ้วใส่ตัวเอง “มาหาทำไมวะ” ผมถามกลับ
“ก็ผมหิวข้าว” หิวข้าวแล้วมาหากู กูไม่ใช่เซเวนนะเว้ยที่จะหิวเมื่อไหร่ก็จะมา!
“มึงก็ไปหากินดิ!...จะมาหากูทำไม?”
“ก็ผมอยากไปกินข้าวกับพี่นี่ครับ” เอ่อ...นิ่งแปบนะ นี่มึงพูดอะไรครับ
“หน้าตามึงก็ออกจะหล่อนะ ทำไมไม่ไปหาสาวสวยๆมานั่งทานข้าวเป็เพื่อนมึงหล่ะ หน้าหล่อๆอย่างมึงแค่กระดิกนิ้วนิดเดียวสาวๆก็วิ่งเข้ามาหามึงแล้ว”
“พี่คงไม่อยากไปกินข้าวกับผมสินะ”มันพูดด้วยน้ำเสียงที่ตัดพ้อ พร้อมกับก้มหน้า ทำหน้าอย่างกับหมาหงอย
“เฮ้ย...เป็อะไรว้าา…” ผมสะกิดที่แขนมันเบาๆ
“...” คราวนี้มันกลับเงียบไม่พูดอะไรเลย
“เป็อะไรของมึงเนี้ย พูดแค่นี้ก็งอนแล้วหรอวะ”
“...” มันก็ยังไม่ตอบอีกตามเคย
“มึงจะให้กูทำยังไงมึงถึงจะพูด?”
“ไปกินข้าวกับผม” มันเงยหน้าขึ้นมาตอบผม พร้อมกับใบหน้าที่จริงจัง
“นี่มึงจะเอาให้ได้เลยใช่ไหม?” ผมถามมันอีกครั้ง
“...” มันไม่ตอบผม แถมก้มหน้าทำเศร้าอีก
“โอเคๆ กูยอม…แต่กูไม่ไปกินที่ร้านนะ”
“ทำไมครับ?” มันเงยหน้าขึ้นมาถามอย่างสงสัย
“ก็ที่ร้านคนมันเยอะ แถมบางครั้งก็มีคนแอบมองกู มองซะกูกินข้าวไม่ลงกูก็เลยไม่อยากไปกินที่ร้านไง เข้าใจยัง อย่างมากกูก็จะซื้อมากินที่ห้อง”
“กินที่ร้านไม่ได้แล้วจะไปกินที่ไหนครับ”
“เอ่อ...กินที่ห้องกูละกัน”
พูดจบผมก็ส่ายหน้าเบาๆกับความมึนของไอ้เด็กบ้าดีเทล ไม่รู้ว่าเป็บ้าอะไรของมันตามตื้อผมอยู่ได้ ถามว่ารู้จักมันไหม? ตอบเลยว่าไม่เลยสักนิดรุ่นน้องภาก็ไม่ใช่ เห้อ...ถอนหายใจยาวๆเลยครับ
“พี่คิท...ไม่ไปซื้อข้าวกับอาหารก่อนหรอ?”
“เออน่า...ตามกูมาเถอะ” ผมหันไปตอบมัน
ไม่รู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ั้แ่อยู่มาเกือบจะสามปีผมยังไม่เคยพาเพื่อนมาที่ห้องตัวเองเลยสักครั้ง แต่ไอ้เด็กนี่ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงได้พามาที่ห้องตัวเองทั้งๆที่เพิ่งจะรู้จักกันแค่ไม่กี่วัน
“มึงนั่งรอกูอยู่ตรงนี้นะ” ผมบอกไอ้เด็กหน้ามึนนั่งรอที่โซฟาพร้อมกับเปิดทีวีให้มนัดู
“พี่คิท”
“อะไรอีก…”
“พี่จะไปไหนครับ”
“ไปทำกับข้าวให้มึงกินไง...รอแปบละกันและก็อย่ามารบกวนกูตอนทำอาหาร เข้าใจ?”
“ครับ”
พอสั่งการไอ้เด็กบ้าเสร็จผมก็เดินมาเปิดดูข้าวของที่ตู้เย็นว่าพอจะมีอะไรเหลือบ้างก็เท่านั้น ผมหยิบเอาของสดออกมาจากตู้เย็น เลือกเอาของที่จะทำได้ง่ายๆไม่ต้องใช้เวลานาน เลือกเสร็จผมก็เดินไปหุงข้าวต่อเผื่อทำอาหารเสร็จแล้วก็ข้าวที่หุงไว้อาจจะสุกพอดี
ผมอดไม่ได้ที่จะแอบมองงไอ้เด็กบ้านั่นว่าตอนนี้มันทำอะไรอยู่ขณะที่รอทานข้าวแต่ก็ไม่มีอะไรหรอกมันทำตามคำสั่งผมทุกอย่าง นั่งที่โซฟาพร้อมกับดูการ์ตูนของรายการวันเสาร์อาทิตย์
ผ่านไปสักพักอาหารทุกอย่างผมก็ทำเสร็จหมดแล้ว ส่วนข้าวที่หุงไว้ก็สุกทันตามเวลาที่ผมคาดเอาไว้ ผมเอาอาหารออกมาวางบนโต๊ะญี่ปุ่นตรงหน้าโซฟา ที่มีไอ้เด็กบ้านั่นนั่งอยู่
“พี่คิท…” มันเรียกเมื่อเห็นผมนำของกินมาวางตรงหน้า
“อะไร…” ผมตอบรับคำส่งๆเซ็งๆ
“พี่ทำเองเหรอ?”
“เออ...หรือว่ามึงรังเกียจ ไม่กินก็ได้นะกูจะได้กินคนเดียว”
“เปล่าครับ แค่ไม่เชื่อว่าคนอย่างพี่จะทำกับข้าวเป็”
“คนอย่างกูใครอยู่ด้วยก็ไม่อดตายเว้ย ไม่เหมือนมึงเอาแต่นั่งหล่อไปวันๆไม่ทำห่าอะไร”
“ใครบอกว่าผมไม่ทำอะไร”
“แล้วมึงทำอะไร?” ผมถามมัน พร้อมกับนั่งลงที่พื้นฝั่งตรงข้ามมัน
“ผมก็...นั่งหล่อๆให้พี่มองไง” มันพูดยิ้มๆพร้อมกับยักคิ้วให้ผม เสี่ยวสัด กูจะอ้วกแตก
“กูละปวดหัวกับมึงจริงๆเล๊ย ลงมาทานข้าว…” ผมส่ายหัวเบาๆแล้วบอกไอ้คนที่นั่งอยู่บนโซฟาให้มากินข้าว
“ผมเองก็หิวข้าวเลยรีบตักข้าวให้ไอ้เด็กบ้านั่นก่อนแล้วตักให้ตัวเองเพราะความหิวผมเลยซัดโดยไม่สนใจคนตรงหน้า ถึงแม้ว่ามันจะเอาแต่งจ้องตามผมก็เถอะ
“จ้องกูอยู่นั่น จะกินมั๊ยข้าวไม่กินกูกินหมดนะ” มันสะดุ้งนิดๆก่อนจะหันไปสนใจจานข้าวตัวเองต่อ
อาหารที่ผมทำเป็เมนูง่ายๆจริงๆครับ มีไข่เจียวหมูสับ คะน้าหมูกรอบ กะเพราะไก่ แกงจืดลูกลอก แค่นี้แหละครับ ถ้าผมขยับหน่อยอาจจะทำเมนูยากๆแต่วันนี้มีไอ้เด็กดื้อมาที่ห้อง กลัวว่ามันจะหิวเลยทำเมนูง่ายๆไปก่อน
“เฮ้ย...ผักมันมีประโยชน์นะเว้ย” ผมเห็นมันตักอาหารไปที่จานแล้วเลือกส่วนที่เป็เนื้อแล้วกิน
“ก็ผมไม่ชอบกินผักอ่าา…”
“ไม่ได้! มึงต้องกิน” ผมสั่งเสยงดุ (มันจะกลัวมั้ยวะ)
“พี่…”
“กินเข้าไป…” ผมยังบังคับมันต่อ
“พี่คิท…” มันพูดเสียงอ้อน น่ารักตายแหละมึง
“ถ้ามึงไม่กินกูโกรธ” ผมพูดอย่างคาดโทษ สักพักมันก็ทำกักๆกลัวๆก่อนที่จะตักผักเข้าปากแล้วก็เคี้ยว ผมเห็นมันทำหน้าคาแหยแก ตลกชะมัดสงสัยมันคงจะไม่ชอบผักจริงๆแหละครับ ดูมันตอนนี้สิ ฮ่าๆๆ!!
พอมันกลืนลงคอ มันนี่ทำท่าอย่างกะจะตาย
“เหอะๆ กินผักแค่นี้ทำท่าจะเป็จะตาย”
“ก็ผมไม่ชอบนี่”
“เดี๋ยวต่อไป กูจะทำให้มึงชอบเอง”
“จริงๆนะ ต่อจากนี้ผมจะได้กินกับข้าวของพี่อีกใช่ป่ะ” กูพูดอะไรออกไปเนี่ย!
“ไม่รู้เว้ย!” ผมตอบโวยๆก่อนจะก้มหน้าจัดการอาหารในจานต่อ
พอทานเสร็จผมก็เจ็บจานไปล้างตามปกติ และคนที่ทานข้าวด้วยก็เช่นกันมันเก็บถ้วยจานทั้งหมดรวมทั้งของผม แล้วไปวางที่อ่างล้างจานพร้อมล้างจนเสร็จเรียบร้อย
“ล้างจานเป็ด้วยเหรอ?” ผมถาม
“เคยช่วยแม่ล้างครับ”
“อ่อ...กูก็นึกว่าจะทำอะไรไม่เป็สะอีก”
“ไม่ใช่แค่ล้างจานเป็นะครับ ผมยังทำอย่างอื่นได้อีกนะ” มันพูดพร้อมกับตรงมาทางผมช้าๆ พร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ทำเอาผมรู้สึกว่าตัวเองกลัวๆจนขาผมต้องเดินถอยหลังโดยอัตโนมัติ
ตึ้ง! ไม่รู้ว่าเดินมาชิดผนังตอนไหน? มันยกมืออีกข้างมายันผนังไว้กันผมหนี
“มะ มึงจะทำอะไรวะ” เชี่ย...แค่นี้เสียงกูก็สั่นเลยหรอวะ?
“แล้วพี่ คิดว่าผมจะทำอะไรหล่ะครับ” มันพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆห่างกันไม่กี่เซ็นเท่านั้น ผมหลับตาปี๋เบี่ยงหน้าหลับทันที
“เชี่ย...ถ้ามึงทำอะไรกู กูต่อยมึงจริงๆนะเว้ย”
“ผมจะกล้าทำอะไรพี่ได้หล่ะครับ” พูดจบก็ผละตัวเองออกแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาเฉยเลย พร้อมกับทิ้งตัวลงนอน
“มึงอ่า...แดกข้าวเสร็จก็รีบๆกลับไปได้แล้ว”
“...” มันไม่ตอบ แถมยังทำเป็หูทวนลมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
“ได้ยินที่กูพูดไหมเฮ้ย!” ผมพูดโวยๆ
“...” ไม่มีสัญญาณตอบตามเคย เห้อ...ช่างแมร่งละกัน
ผมเลิกสนใจไอ้เด็กนั่น แล้วเดินกลับมาที่ห้องนอนหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำชำระร่างกายเสร็จเช็ดตัวให้แห้งก่อนจะสวมเสื้อผ้าแล้วเดินออกมาจากห้อง มองไปที่โซฟาก็ยังเห็นไอ้เด็กบ้านั่นนอนอยู่ นี่มันยังไม่กลับไปอีกเหรอ?
คิดแล้วผมก็เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปยังโซฟาตรงหน้า
“นี่มึง…” กะว่าจะด่า แต่ดูเหมือนว่าไอ้คนที่นอนอยู่บนโซฟากำลังนอนฝันหวานอยู่ ทำให้ผมไม่กล้าที่จะปลุกมันตอนนี้
ดูท่าจะหลับลึกนะครับไอ้เด็กบ้านี่ เพราะผมเอามือตบหน้ามันแปะๆแต่มันก็ไม่ตื่นเสียที พอมันอยู่นิ่งๆผมเลยถือโอกาสมองหน้ามันชัดๆดูเผินๆก็ว่ามันหล่อแล้ว พอดูชัดๆเต็มๆตาแมร่งหล่อสัดๆ ขนาดท่านอนแมร่งยังดูดีไปอีก
เออ...แล้วผมจะมานั่งสารยายมันทำไมวะ พูดแล้วก็ลุกไปเปิดแอร์ให้มันเพราะเห็นเม็ดเหงื่อตรงหน้าผากมัน
“ว่าแล้วก็ไม่มีอะไรจะทำเลยนั่งที่โซฟาตรงที่ว่าง ก่อนจะเปิดทีวีดูหนังดูไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนว่างๆ
“อือ…” เสียงงัวเงียของคนที่นอนอยู่ด้านหลัง ดูเหมือนมันจะพลิกตัวเพื่อเปลี่ยนท่าให้ตัวเองนอนสบายๆ
พอเห็นอย่างนั้นผมเลยเลื่อนลงมานั่งที่พื้นแล้วนั่งพิงโซฟา
“เด็กน้อยมาก…” ผมพูดพร้อมกับเอื้อมมือขึ้นไปขยี้ผมมันด้วยความหมั่นเขี้ยว
“อือ…” น่ารักนะมึง