บทที่ 22 ผิดคน
เป็เวลาดึกแล้ว ทั่วทั้งห้องมืดมิด
ลู่เฉิงเฟิงเป็เหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังดักรอเหยื่อในความมืดโดยถือมีดบินอยู่ในมือแน่น เขาซ่อนตัวอยู่หลังโซฟา ดวงตาของเขาเฉียบคมราวกับนกอินทรี รอการมาถึงของเหยื่ออย่างเงียบ ๆ
เวลาผ่านไปนาทีต่อนาที
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงส่องประกายในความมืด และเขาไม่ได้ดูง่วงนอนเลย สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณสมบัติการเป็นักฆ่าคือความอดทน
เขาและงูแบล็กแมมบาถูกเฒ่าลั่วฝึกฝนมา แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยพบกันมาก่อน แต่เขาก็เดาได้ว่างูแบล็กแมมบานั้นรับมือไม่ง่ายอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถผ่อนคลายได้แม้แต่วินาทีเดียว
นักล่าจะลงมืออย่างเฉียบขาดในขณะที่เหยื่อผ่อนคลายความระมัดระวังพร้อมกับการโจมตีที่รุนแรง
ในเวลาเดียวกัน ภายนอกบ้านตระกูลซู
ฮั่นเหยียนกำลังลาดตระเวนกับคนอีกสองคน
ั้แ่ซูอี้จวินถูกลอบสังหาร งานคุ้มครองของพวกเขาก็เริ่มเข้มงวดขึ้น และมีคนคอยปฏิบัติหน้าที่อยู่ตลอดเวลา
ทันใดนั้น บอดี้การ์ดทั้งสองที่ติดตามฮั่นเหยียนก็จับคอของพวกเขาพร้อม ๆ กัน พวกเขารู้สึกราวกับว่าถูกยุงกัด
แต่ในวินาทีถัดมา พวกเขาก็เวียนหัวและการมองเห็นก็มืดลง พวกเขาไม่ส่งเสียงใด ๆ ก่อนที่จะล้มลงอย่างแ่เบา
ฮั่นเหยียนหันกลับไปดูเมื่อได้ยินเสียง เห็นบอดี้การ์ดทั้งสองล้มลง ทันใดนั้นแววตาของเขาก็เข้มขึ้น ย่อตัวกวาดสายตามองสภาพแวดล้อมรอบด้านทันที
ใต้กำแพง เงาดำเหมือนผีในค่ำคืนที่มืดมิดกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
ฮั่นเหยียนไม่ได้สังเกตเห็นการมีอยู่ของอีกฝ่ายจนกระทั่งอีกฝ่ายอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงห้าเมตร
“ใคร!”
ดวงตาของฮั่นเหยียนตื่นตัวและเสียงของเขาก็เฉียบคม เขาเหยียดมือออกมาจากเอวโดยกำมีดไว้ในมือแน่น
เงาร่างสีดำนั้นรวดเร็วมาก เคลื่อนตัวมาถึงตรงหน้าเขาในพริบตา
ดวงตาของฮั่นเหยียนเฉียบคม แทงมีดในมือออกไป เร็วราวกับสายฟ้า แต่คู่ต่อสู้ก็หลบเลี่ยงได้อย่างช่ำชอง
เงาร่างนั้นบางและแต่งกายด้วยชุดสีดำ มีผ้าสีดำคลุมใบหน้าจึงไม่สามารถมองเห็นรูปลักษณ์ได้ชัดเจน
แต่ทักษะนั้นแปลกมาก แขนของร่างดำทะลุช่องว่างของมีดราวกับงู และนิ้วทั้งสองก็แตะที่หน้าอกของฮั่นเหยียนเหมือนงูฉก
ฮั่นเหยียนรู้สึกถึงแรงอันน่าสยดสยองที่ไหลผ่านนิ้วของคู่ต่อสู้ และมีอาการเจ็บแปลบที่หน้าอกของเขา เขาครางแล้วก้าวถอยหลัง ครึ่งหนึ่งของร่างรู้สึกชาวาบ
เขาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความใ
แต่อีกฝ่ายกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาหายใจเลย เข้าหาเขาราวกับผี
ฮั่นเหยียนตื่นตัวแล้วเช่นกัน มีดในมือของเขาเร็วราวกับลม แทงออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยเสียงตัดผ่านอากาศ แต่ถูกคู่ต่อสู้หลบเลี่ยงได้ทั้งหมด!
ทันใดนั้นการรุกของเงาร่างดำก็เริ่มเร็วขึ้น ในที่สุดฮั่นเหยียนก็หมดเรี่ยวแรงที่จะปัดป้อง
ขณะนี้ ร่างดำทิ่มนิ้วไปที่ข้อมือของเขาด้วยความเร็วดุจสายฟ้า กระดูกข้อมือของเขาแทบแตกเป็เสี่ยง ๆ ด้วยความเ็ปที่ทนไม่ไหวทำให้มีดหลุดร่วงจากมือ
จากนั้นเขาก็ถูกประเคนทั้งหมัด เข่า ศอก แข้งอย่างกับคลื่นโถม หลายครั้ง หมัดชกเข้าใส่ใบหน้า ทำให้หัวของเขาส่งเสียงวิ้งแทบจะหมดสติ
“ปัง!”
เข่าอันหนักหน่วงส่งร่างเขากระเด็นออกไปไกล ก่อนที่เขาจะทันได้โต้ตอบ คู่ต่อสู้ก็ตามเขามาราวกับเงาและใช้สันมีดในมือทุบเขาจนหมดสติ
“อ่อนแอขนาดนี้ได้ยังไง?” คนชุดดำบ่นเบา ๆ
เมื่อฮั่นเหยียนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองถูกมัดคากับต้นไม้
เขาดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง แต่ดูเหมือนว่าปมเชือกจะใช้เทคนิคพิเศษบางอย่างเพราะยิ่งเขาดิ้นรนมากเท่าไรก็ยิ่งรัดแน่นมากขึ้นเท่านั้น
“ั ตื่นแล้วเหรอ?”
ในความมืด เสียงแหบแห้งและทุ้มลึกดังขึ้นข้างหลังฮั่นเหยียน
แผ่นหลังของฮั่นเหยียนรู้สึกเย็นวาบ เขาอยากจะหันหลังกลับ แต่คอของเขาถูกเชือกรัดแน่นจนเขาขยับไม่ได้
“ัหยุดดิ้นรนซะ นี่คือปมผูกหมู ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งแน่นมากขึ้น”
ฮั่นเหยียนทั้งใและโกรธ ัอะไรกัน?
“เฒ่าลั่วเคยบอกว่านายมีความสามารถที่น่าทึ่ง แต่ฉันไม่คาดคิดเลยว่าแท้จริงนายจะอ่อนแอขนาดนี้ นายคงไม่ใช่หลานชายแท้ ๆ ของเฒ่าลั่วใช่ไหม? ไม่งั้นเขาคงไม่ยกย่องนายแบบหลับหูหลับตาแบบนั้นหรอก?”
“ฉันบอกแล้วว่าเราจะได้พบกันเร็ว ๆ นี้ ฉันรักษาคำพูดเสมอ”
เครื่องหมายคำถามอันใหญ่แวบขึ้นมาในใจของฮั่นเหยียน อีกฝ่ายกำลังพูดถึงอะไร? ทำไมเขาไม่เข้าใจเลยสักประโยค?
“แม้เราจะไม่เคยพบกัน แต่เฒ่าลั่วก็ชุบเลี้ยงฉันเช่นกัน ไม่ต้องกังวล ฉันจะไม่ทำให้นายทรมาน นายจะไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำเอาล่ะนายมีอะไรจะสั่งเสียครั้งสุดท้ายไหม”
ฮั่นเหยียนใและโกรธ “แกเป็ใคร! แก้าทำอะไร!”
“ั หยุดเสแสร้งได้แล้ว เวลานี้การแสดงใด ๆ ก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว ฉันฝันถึงฉากที่เราพบกันมากกว่าหนึ่งครั้ง คิดว่าจะต้องมีการต่อสู้ที่ดุเดือดเหมือนัและพยัคฆ์ แต่ไม่คิดเลยว่านายจะอ่อนแอมากขนาดนี้ นายไม่สมกับที่ฉันหวังเลยจริง ๆ”
ฮั่นเหยียนพูดด้วยความโกรธ “ัห่าเหวอะไร แกกำลังพูดถึงอะไร? ฉันบอกแกให้รู้ไว้ ตอนที่เราสู้กันฉันได้ส่งสัญญาณให้คนอื่นทราบแล้วว่ามีผู้บุกรุก อย่าคิดที่จะทำร้ายคุณหนูใหญ่ได้ง่าย ๆ!”
ดวงตาที่แหลมคมของคนชุดดำกะพริบ “ัะเืเวหา เดิมทีฉันคิดว่านายเป็ลูกผู้ชาย ฉันไม่คิดเลยจริง ๆ ว่านายจะอ่อนแอขนาดนี้ เฒ่าลั่วเอ็นดูคนกระจอกแบบนายได้อย่างไร”
“ัะเืเวหาบ้าอะไรกัน? แกจำคนผิดหรือเปล่า!”
ฮั่นเหยียนรู้สึกว่าเขากำลังเจอกับคนโรคจิต แถมยังเป็คนโรคจิตที่ทรงพลังมากอีกด้วย
“ยังจะเล่นละครตบตาอยู่อีกเหรอ?”
“ก็ฉันไม่รู้ว่าแกกำลังพูดถึงอะไร!”
ฮั่นเหยียนพยายามช่วยตัวเองในขณะที่ถ่วงเวลาไว้
คนชุดดำจ้องมองเขาด้วยแววตาที่ชักจะไม่แน่ใจ แต่จากนั้นก็พ่นลมหายใจอย่างเ็า “มันไม่สำคัญแม้ว่านายจะไม่ยอมรับก็ตาม ฉันจะส่งนายไปเกิดใหม่ตอนนี้!”
คนชุดดำกำลังเล่นกับมีดอันคมกริบอยู่ในมือ มีดนี้เป็ของฮั่นเหยียน
ขณะที่เขากำลังจะเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวของเขาก็หยุดกะทันหัน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาด้วยมืออีกข้าง กดไปดูที่การแจ้งเตือน จากนั้นดวงตาของเขาก็แข็งค้างทันที
เขาเข้าสู่ระบบกลุ่มแชตลับสิบสองนักษัตรทมิฬ พบการแจ้งเตือนจาก ‘ัะเืเวหา’ ทักมาว่า [ัะเืเวหา: สรุปคุณจะมาหรือไม่? ไม่อยากมานอนกับฉันแล้วเหรอ? การนอนดึกไม่ดีต่อผิวของคุณนะ]
คนชุดดำมองไปที่ฮั่นเหยียนแล้วมองโทรศัพท์ของตัวเอง ความโกรธฉายแววขึ้นในดวงตาของ “นายไม่ใช่ัะเืเวหาหรอกเหรอ?”
ฮั่นเหยียนโกรธ “ัะเืเวหามันคือบ้าอะไรกัน? ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแกกำลังพูดถึงอะไร!”
“ฉันไม่ใช่ัะเืเวหาอะไรทั้งนั้น ทำไมแกถึงมาทำร้ายฉันอย่างไรเหตุผลที่นี่วะ!”
แม้ว่าเขาจะตกอยู่ในอันตราย แต่ฮั่นเหยียนก็โกรธมากจนต้องสาปแช่ง ‘ไอ้คน ๆ นี้ฟังภาษาคนไม่ออกเหรอ? ฉันไปบอกตอนไหนว่าเป็ัะเืเวหาอะไรนั่น!’
“ปัง!”
ด้ามมีดทุบคอของฮั่นเหยียนอีกรอบ ฮั่นเหยียนหมดสติไปโดยไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย
คนชุดดำปลดผ้าสีดำบนใบหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าที่สวยงามน่าทึ่ง แต่ในขณะนี้ดวงตาที่สวยงามของเธอเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและมุมปากอันบอบบางของเธอก็เม้มแน่น ซึ่งมันแสดงว่าเธออารมณ์ไม่ดีมาก
หากฮั่นเหยียนตื่นอยู่ในขณะนี้ กรามของเขาคงจะค้างอย่างแน่นอน ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลินเจี้ยนหลู!
หลินเจี้ยนหลูคืองูแบล็กแมมบา หนึ่งในสมาชิกของสองสองนักษัตรทมิฬ
“ให้ตายสิ! ให้ตายสิ! ให้ตายสิ!”
หลินเจี้ยนหลูเตะฮั่นเหยียนที่หมดสติไปแล้วหลายครั้ง
เธอสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติมานานแล้ว เฒ่าลั่วเคยพูดว่าัะเืเวหาเป็คนที่มีความสามารถมากที่สุดในหมู่พวกเขา ดังนั้นจะอ่อนแอแบบนี้ได้ยังไง?
ซูอี้จวินบอกว่าฮั่นเหยียนเก่งกาจมาก ซึ่งทำให้เธอเข้าใจผิดและเมื่อรวมกับเหตุผลอื่น เธอจึงคิดว่าฮั่นเหยียนคือัะเืเวหา
ทันใดนั้นเธอก็หัวเราะอีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่สดใส “โชคดีที่นายไม่ใช่ัะเืเวหาไม่อย่างนั้นมันคงน่าผิดหวังเกินไป”
เธอตอบกลับทันทีถึงัะเืเวหา [ไม่ต้องกังวล เราจะได้พบกันเร็ว ๆ นี้ อย่าหลับตาก็แล้วกันไม่เช่นนั้นนายจะไม่สามารถลืมตาได้อีกต่อไป!]
ฮึ่ม ัะเืเวหากำลังรอเธออยู่แน่นอน ดังนั้นเธอจะปล่อยให้เขาใช้เวลาทั้งคืนนี้ในสภาวะตึงเครียด!