องค์ชายห้าแห่งหลานหลิง

    บทที่ 1


    ติ๊ดๆๆๆ

    จางเวินฮั่นฟังเสียงร้องเตือนจากจอมอนิเตอร์วัดสัญญาณชีพที่ติดกับร่างกายของตัวเองด้วยสายตาพร่ามัว ตอนนี้ในอกของเขาอึดอัดและรู้สึกรวดร้าวไปหมด หากไม่ได้เครื่องช่วยหายใจที่สวมอยู่ตอนนี้เขาคงไม่สามารถยื้อชีวิตของตัวเองมาได้อีกสามวัน


    ร่างกายของจางเวินฮั่นเวลานี้ทำได้เพียงกลอกตาไปมาเล็กน้อยเท่านั้น จางเวินฮั่นรู้สึกได้ว่าเวลาของเขากำลังจะหมดลงแม้เขาจะไม่ยินยอมมากแค่ไหนก็ตาม แววตาพร่ามัวของเขาก็คงมีแสงแห่งความหวังแม้จะริบหรี่เหมือนกันกับชีวิตของตัวเองตอนนี้ 


    ก่อนที่สติสุดท้ายของจางเวินฮั่นจะหมดลงตลอดกาล เขาพยายามเบิกดวงตาของตนให้กว้างที่สุดเพื่อเพ่งมองรูปปั้นของเทพเ๽้าฮั่วท้อเซียนซือ ที่ได้รับขนานนามว่าเป็๲เทพเ๽้าแห่งหมอยา หรือเทพเ๽้าแห่งการแพทย์ที่ผู้คนนับถือ ด้วยหวังว่าแรงอธิษฐานเฮือกสุดท้ายของเขาจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ช่วยปัดเป่าให้เขาพ้นจากโรคร้ายที่ต้องอยู่กับมันมาเกือบยี่สิบปี


    เสี่ยวเหมยหลานสาวตัวน้อยของเขานำมาให้เขาตอนมาเยี่ยมเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วยหวังว่าเทพเ๽้าองค์นี้จะช่วยอวยพรให้เขาหายป่วยโดยเร็ว

    การอ้อนวอนต่อเทพเ๯้าองค์นี้เป็๞ความหวังสุดท้ายของจางเวินฮั่นที่ต้องเผชิญกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เกิดจากพันธุกรรมที่การแพทย์ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาได้ 


    จางเวินฮั่นที่เคยวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ในวัยเจ็ดขวบอย่างสนุกสนาน เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาของวัยเยาว์ ต้องเผชิญกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้เขาเหนื่อยเกินไปที่ออกไปวิ่งกับเพื่อน ทำได้เพียงเดินตามหลังเพื่อนที่กำลังสนุกอยู่ หลังจากนั้นไม่นาน แม้แต่การเดิน เขาก็ไม่สามารถทำได้ ต้องอยู่บนรถเข็นตลอดเวลา ขาที่เต็มไปด้วยพลังงานของวัยเด็ก ค่อยๆ หดลีบลง เ๹ื่๪๫การไปโรงเรียนกับเพื่อนๆ เป็๞เพียงแค่ความฝัน เขาทำได้เพียงใช้ชีวิตอยู่บนเตียง แม้แต่ธุระส่วนตัวในห้องน้ำก็ต้องทำผ่านผ้าอ้อมอนามัย  


    เมื่อเวลาผ่านไป สองแขนของเขาก็อ่อนแรง ขึ้น จนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย จากที่ยังได้อยู่บ้านเดียวกับครอบครัว เขาก็ถูกพ่อกับแม้พามาอยู่ที่สถานพยาบาลที่รับดูแลผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เพราะพ่อกับแม่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อใช้เป็๞ค่ารักษาพยาบาลของเขา ทำให้ทั้งสองคนไม่สามารถใช้เวลา๰่๭๫พักกลางวันมาคอยป้อนอาหารให้เขาได้อีก จางเวินฮั่นที่ทำได้เพียงนอนนิ่งอยู่บนเตียงหรือนั่งบนรถเข็นฟังสื่อการเรียนรู้จากแท็บเล็ตที่พ่อกับแม่ซื้อมาให้เพื่อลดความเบื่อหน่าย 


    จางเวินฮั่นเคยแอบฟังหมอกับพ่อแม่คุยกันเพราะทั้งคู่คิดว่าเขากำลังหลับอยู่ หมอบอกว่าอาการของโรคนี้ยังไม่สามารถรักษาได้ ทำได้เพียงประคองร่างกายเอาไว้ ผู้ป่วยที่เป็๞โรคนี้ส่วนมากมักเสียชีวิตใน๰่๭๫อายุยี่สิบปี


    หลังจากเสียงฝีเท้าของทุกคนเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วยพร้อมเสียงปิดประตู จางเวินฮั่นก็ไม่สามารถกลั้นเสียงร้องไห้ของตัวเองได้อีก ร่างกายผอมแห้งของเด็กหนุ่มสั่นระริกไปด้วยความโศกเศร้าสุดชีวิต รวมถึงความหวาดกลัวความตายที่กำลังนับถอยหลังเข้ามาทุกวัน


    ยามนี้ จางเวินฮั่นที่อดทนต่อสู้กับโรคจนมีอายุได้ถึง 25 ปี ก็นับว่าเกินกว่าที่แพทย์คาดการณ์เอาไว้ ว่าจะเสียชีวิตตอน๰่๭๫ยี่สิบปีต้นๆ 


    ทว่า ในที่สุดความตายก็กำลังเรียกหาเขา


    'ท่านเทพครับ ผมขอร้อง ผมยังอยากมีชีวิตอยู่ครับ ช่วยผมด้วย ผมยังไม่อยากตาย ได้โปร...'


    ติ้ดๆๆๆ  ติ้ดดด ติ้ดดด ติ้ดดด


    หยดน้ำตาร้อนไหลรินจากหางตาที่ปิดสนิทสนิทพร้อมกับร่างกายที่ไร้สัญญาณชีพอีกต่อไป