ทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 53 ใครบอกเจ้า

            ถังหลีมองฉางฝูเยว่กับสตรีที่สวมผ้าคลุมหน้าเดินออกไปจากร้าน ทันทีที่นางเห็นรอยแผลเป็นรูปกากบาทบนหลังมือของสตรีนางนั้น ถังหลีก็รู้แล้วสตรีนางนั้นคือโจวม่านหรู ยิ่งได้ยินคำพูดของฉางฝูเยว่ที่วิจารณ์นางและยังพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในอำเภอเสียนหู่ นางก็ยิ่งมั่นใจว่าสตรีสวมผ้าคลุมหน้าต้องเป็นโจวม่านหรูอย่างแน่นอน

            เฟิ่งฮูหยินนึกว่าลูกสาวบุญธรรมเสียใจกับคำพูดของฉางฝูเยว่ นางรีบปลอบ “เจ้าไม่ต้องไปสนใจคำพูดของฉางฝูเยว่ สตรีนางนั้นถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจึงกลายเป็นคนนิสัยไม่ดี ผู้คนในเมืองหลวงต่างก็รู้กันทั้งนั้น”

            “ข้าไม่ได้เก็บคำพูดของนางมาใส่ใจสักนิดเลยเจ้าค่ะ” ถังหลีจับมือมารดาเอาไว้ “แต่ข้าโมโหที่นางไม่ให้เกียรติท่านมากกว่า นางมีสิทธิ์อะไรมาตะคอกท่านแบบนั้น ท่านแม่...ตระกูลฉางกับตระกูลเฟิ่งของเราไม่มีวันญาติดีกันได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ”

            “เฮ้อ...แต่ไหนแต่ไรเราก็ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา จะมีก็แต่พวกเขาที่มาหาเรื่องเรา ไม่ว่าเราจะเปิดกิจการเกี่ยวกับอะไร เขาก็จะเปิดขายสินค้านั้นตาม มิหนำซ้ำพวกเขายังจงใจมาเปิดร้านขายสินค้าชนิดนั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามเราอีกด้วย”

            “แล้วมันมีผลกระทบอะไรกับกิจการของเราหรือไม่เจ้าคะ”

            “มันย่อมกระทบอยู่แล้ว เพราะพวกเขามักจะลดราคาสินค้าประเภทเดียวกันให้ต่ำกว่าราคาขายของเรา พี่ใหญ่ของเจ้าไม่คิดที่จะลดราคาไปสู้กับพวกเขา เพราะอย่างไรสินค้าแต่ละตัวก็มีต้นทุนของมัน แข่งกันลดราคาก็มีแต่จะขาดทุน พี่ใหญ่ของเจ้าจึงมักจะออกเดินทางไปตามเมืองต่างๆ เพื่อหาสินค้าแปลกใหม่มาขาย เมื่อสินค้าแตกต่าง ลูกค้าก็กลับมาเข้าร้านเรามากเหมือนเดิม”

            “แล้วคนตระกูลฉางเขาไม่เข้าใจวิธีทำการค้าแบบนี้หรือเจ้าคะ” ถังหลีถามอย่างสงสัย วิธีคิดของเฟิ่งเฮ่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แล้วทำไมตระกูลฉางที่เป็นตระกูลพ่อค้ากลับคิดไม่ได้ แต่ตระกูลฉางกลับเลือกวิธีลดราคาสินค้ามาแข่งขัน 

            เฟิ่งฮูหยินหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “คนที่มีความสามารถที่แท้จริงคือฝูอี้ แต่นายท่านฉางมองไม่เห็นความสามารถของเขา กลับไปมองฉางฝูหยางที่ดีแต่ทำตามคำสั่งกับฉางฝูจิ้งคุณชายเสเพลคนนั้นว่ามีความสามารถ หยกเม็ดงามมองไม่เห็น กลับไปมองก้อนกรวดว่าเป็นของล้ำค่า อีกไม่นานตระกูลฉางก็คงจะไปไม่รอด”

            “นับว่าพี่ฝูอี้โชคดีที่ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับตระกูลที่ไม่มีอนาคตเช่นนั้น” ถังหลียิ้มทะเล้น “ท่านแม่เจ้าคะ ข้าอยากส่งผู้ติดตามเงาออกไปทำภารกิจบางอย่างจะได้หรือไม่”

            “ผู้ติดตามเงาเหล่านั้นแม่ยกให้เจ้าแล้ว ไม่ว่าเจ้าจะสั่งให้พวกเขาทำอะไร พวกเขาล้วนเชื่อฟังเจ้า”

            ถังหลียิ้มอยู่ในใจ ‘ฉางฝูเยว่ ที่เจ้าเทียวมาวอแวสามีข้า ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเจ้าเลย แต่วันนี้เจ้ากลับกล้ามาสร้างปัญหาให้ข้าในวันเปิดกิจการ หวังให้ข้าอับอายอย่างนั้นหรือ ข้าจะทำให้เจ้าได้อายคนทั้งเมืองก่อนก็แล้วกัน’

     

            ฉางฝูเยว่นั่งอยู่บนรถม้าอย่างอารมณ์เสีย หากวันนี้นางมีหลักฐานว่าถังหลีมีพฤติกรรมเป็นนังแพศยาตั้งแต่ตอนที่อาศัยอยู่ที่อำเภอเสียนหู่ นางคงประกาศเรื่องนี้ให้คนทั่วทั้งเมืองหลวงได้รู้กันแล้ว “พี่ซิงซิง หลักฐานที่ท่านพูดถึงเมื่อไหร่จะส่งมาถึงเจ้าคะ”

            โจวม่านหรูมองฉางฝูเยว่พรางคิดว่าตนเองคิดถูกหรือคิดผิดที่ยืมมือสตรีโง่เขลาผู้นี้ให้ไปจัดการกับถังหลี

            “พี่ซิงซิง ท่านมองข้าแบบนี้ทำไม”

            โจวม่านหรูปรับน้ำเสียงให้ใจเย็น “คุณหนู ต่อไปท่านจะบุ่มบ่ามไปหาเรื่องถังหลีแบบวันนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ”

            “ทำไมข้าจะไปต่อว่านางไม่ได้ ก็ท่านบอกเองว่านังนั่นเป็นแค่หญิงแพศยาที่ใช้ร่างกายไปยั่วยวนบุรุษที่แต่งงานแล้ว นางนิสัยแย่ปานนั้นแล้วมีสิทธิ์อะไรถึงได้แต่งกับคุณชายกู้” ฉางฝูเยว่จ้องโจวม่านหรู “หากวันนี้ท่านเอาหลักฐานมาให้ข้า ข้าก็คงไม่ต้องถูกตอกหน้ากลับมา”

            “คุณหนูใจเย็นก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ”

            “ใจเย็น ใจเย็น ท่านจะให้ข้าใจเย็นไปถึงเมื่อไหร่”

            ยังไม่ทันที่โจวม่านหรูจะพูดคำใดออกมา รถม้าที่พวกนางนั่งมาก็หยุดอย่างกะทันหันก่อนที่จะมีเสียงดังโครมตามมา

            “ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น” ฉางฝูเยว่ถามอย่างตระหนก

            “แย่แล้วขอรับคุณหนู มีขอทานมาล้อมรถม้าของเราหลายสิบคนเลยขอรับ” คนขับรถม้าตะโกนตอบ

            “ขอทาน?” ฉางฝูเยว่ทำท่าทางรังเกียจ “เจ้ารีบไล่พวกมันออกไปให้พ้น แค่พวกมันอยู่ใกล้ข้าก็สะอิดสะเอียนเต็มทีแล้ว”

            “พวกเรา! คุณหนูฉางอยู่บนรถม้า รีบพานางลงมาเร็วเข้า วันนี้นางจะแจกเงินแล้วยังจะแจกจูบให้เราคนละหนึ่งทีด้วย” ขอทานคนหนึ่งตะโกนขึ้น

            ทีแรกชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ตั้งใจจะวิ่งหนี พวกเขาไม่อยากอยู่ใกล้ขอทานเหล่านี้เลยสักนิด แต่พอได้ยินเสียงขอทานตะโกนบอกพรรคพวก ชาวบ้านบางคนถึงกับห้ามความสงสัยไว้ไม่อยู่

            “เจ้าขอทาน ที่เจ้าพูดมาหมายความว่าอย่างไร”

            “ไม่กี่วันก่อน ข้าบังเอิญไปขออาหารที่สำนักเต๋าที่นอกเมืองกิน จึงได้รู้ว่าคุณหนูฉางไปขอพรเพื่อให้ความรักสมหวัง แต่นางจะต้องทำพิธีบูชาความรักด้วยการแจกเงินและมอบจูบให้บุรุษยากไร้จำนวนห้าสิบคน พรของนางจึงจะสัมฤทธิ์ผล” ขอทานคนเดิมหันไปส่งยิ้มหวานซึ้งกับรถม้า ราวกับว่าเขากำลังพูดกับคนที่นั่งอยู่ในนั้น “บุรุษยากไร้หากไม่ใช่ขอทานอย่างพวกเราแล้วจะเป็นใครไปได้อีก วันนี้ข้าก็เลยชวนเหล่าพี่น้องให้มาช่วยคุณหนูฉาง เพื่อให้คุณหนูฉางได้สมหวังในความรัก”

            ฉางฝูเยว่กับโจวม่านหรูได้ยินคำพูดของขอทานต่างก็หน้าเสีย โดยเฉพาะโจวม่านหรูที่หน้าซีดจนแทบจะเป็นลม นางนึกไปถึงวันที่นางมีสัมพันธ์กับบุรุษทีเดียวถึงสิบคน นางไม่อยากเจอแบบนั้นอีก

            “พวกเจ้าพูดบ้าอะไร! ข้าไม่เคยไปสำนักเต๋าอย่างที่เจ้าว่า ข้านับถือในพระพุทธศาสนา ข้าไม่มีทางไปสถานที่แบบนั้น” ฉางฝูเยว่ตะโกนกลับ

            “คุณหนูฉางจะอายไปไย ข้าได้ยินคำขอพรของท่านเต็มสองหู” ขอทานหันไปตะโกนบอกขอทานคนอื่น “รีบพาคุณหนูฉางกับแม่นางที่อยู่ด้านในลงมาเถอะ ช่วยนางเสร็จแล้วเราจะได้รีบไป ขอทานอย่างเราก็ใช่ว่าจะว่างมาเฝ้าคนอยู่ตลอดวัน”

            ขอทานกรูกันเข้าไปล้อมรถม้าไว้ จากนั้นพวกเขาก็ฉุดฉางฝูเยว่กับโจวม่านหรูลงมาจากรถ แต่ขอทานกลับตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะเป็นคนแรกที่ได้รับจูบจากฉางฝูเยว่ ขอทานแต่ละคนต่างก็ดึงฉางฝูเยว่เข้าหาตัวเอง ฉางฝูเยว่กับโจวม่านหรูถูกดึงจนเสื้อผ้าที่สวมอยู่บนร่างกายเริ่มหลุดและไม่อยู่ในสภาพเรียบร้อยเหมือนเดิม เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องของพวกนางทั้งสอง

            อย่าว่าแต่ขอทานที่อยู่ใกล้ๆ เมื่อเห็นผิวขาวๆ นั้นแล้วเกิดอารมณ์ บุรุษที่ยืนอยู่โดยรอบก็มองร่างขาวผ่องนั้นอย่างหยาบโลนเช่นกัน ขอทานเริ่มฉีกทึ้งเสื้อผ้าของฉางฝูเยว่กับโจวม่านหรูจนเกือบจะมองเห็นชุดชั้นในที่พวกนางสวมใส่ แต่ไม่นานคนคุ้มกันของตระกูลฉางก็กระโจนเข้ามาแล้วเริ่มจัดการกับขอทานเหล่านั้นทีละคน

            ข่าวลือที่ฉางฝูเยว่ถูกขอทานจับเปลื้องผ้าอยู่บนถนน ทั้งยังมีเรื่องที่นางไปขอพรความรักที่สำนักเต๋าและยังต้องจูบบุรุษยากไร้เพื่อทำพิธีบูชาความรักถูกพูดถึงไปทุกตรอกซอกซอย เพราะเรื่องนี้คนตระกูลฉางจึงต้องปิดประตูจวนหลายวันเพราะไม่กล้าออกไปสู้หน้าใคร

     

            “ไม่พอใจกับผลที่ออกมาหรือ” กู้เยี่ยนเฉิงถามเมื่อเห็นภรรยานั่งทำหน้าเซ็ง

            “นับว่าขอทานเหล่านั้นทำงานพอใช้ แต่น่าเสียดายที่ฉางฝูเยว่ยังเก็บจูบแรกของตัวเองไว้ได้” ถังหลีตอบ

            “จูบแรกมันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ”

            “สำคัญสิ จูบแรกเราต้องเก็บไว้ให้กับคนที่เรารักเท่านั้น ถ้าฉางฝูเยว่เสียจูบแรกของตัวเองไปให้ขอทาน เจ้าคิดว่าในชีวิตนี้นางยังจะแต่งกับใครได้อีก ไม่มีบุรุษคนไหนอยากประทับรอยจูบของตัวเองซ้ำรอยเดิมกับขอทานหรอก”

            “แล้วจูบแรกของเจ้าเล่า เจ้ามอบให้ผู้ใด”

            “ก็ต้องมอบให้เจ้าอยู่แล้วสิ ถามได้” 

            “แต่ข้าจำไม่ได้แล้ว เจ้าช่วยทบทวนความจำให้ข้าสักหน่อยดีหรือไม่” กู้เยี่ยนเฉิงโน้มเข้าหาภรรยา จากนั้นเขาก็มอบจูบอันดูดดื่มให้นางอยู่นาน 

            “พอได้แล้ว” เมื่อถังหลีถูกสามีปล่อยให้เป็นอิสระ นางก็ทุบหน้าอกเขาไปหนึ่งที “ข้าจริงจังเจ้าก็เอาแต่เล่น”

            “ข้าเล่นอะไร ข้าแค่อยากทบทวนจูบแรกกับเจ้าเท่านั้น”

            ถังหลีปรับสีหน้าให้จริงจัง “เยี่ยนเฉิง ข้าสงสัยว่าสตรีสวมผ้าคลุมหน้าที่ติดตามฉางฝูเยว่คือโจวม่านหรู”

            กู้เยี่ยนเฉิงขมวดคิ้ว “ทำไมเจ้าถึงคิดว่าเป็นนาง”

            “ข้าเห็นรอยแผลเป็นรูปกากบาทที่หลังมือของนาง เจ้าจำไม่ได้แล้วหรือว่ารอยแผลเป็นนั้นเป็นนางที่กรีดหลังมือตัวเองให้เจ้าดูเพราะเจ้าปฏิเสธนาง”

            “ข้าจะสังเกตสตรีอื่นได้อย่างไร แม้แต่ตัวฉางฝูเยว่เองข้าก็ยังไม่มอง” กู้เยี่ยนเฉิงทำท่านึก “แต่พอเจ้าพูดถึงโจวม่านหรู มันก็ทำให้ข้านึกถึงใครบางคน”

            “ใครหรือ?”

            “ชายหน้าตาอัปลักษณ์ที่ข้าพบที่ร้านหนังสือนั่นอย่างไร พอเจ้าพูดถึงโจวม่านหรู ข้าก็นึกออกแล้วว่าสายตาของชายอัปลักษณ์คนนั้นคือถังหย่งเจ๋อ”

            “ครอบครัวนายอำเภอโจวถูกต้องไปใช้แรงงานที่ชายแดนเป็นเวลาห้าปี แต่นี่เพิ่งผ่านไปปีเดียว พวกเขาก็กลับมาอยู่เมืองหลวงได้แล้วหรือ”

            “เราไปถามพี่ใหญ่กับพี่รองกันดีกว่า”

     

            “เป็นอย่างที่พวกเจ้าสงสัย ชายหญิงหน้าตาอัปลักษณ์คู่นั้นคือถังหย่งเจ๋อกับโจวม่านหรู” เฟิ่งเฮ่าบอก

            “เวลานี้พวกเขาควรจะอยู่ที่ชายแดนไม่ใช่หรือเจ้าคะ แล้วพวกเขามาอยู่กับตระกูลฉางได้อย่างไร” ถังหลีถามต่อ

            “จากที่ข้าส่งคนไปตรวจสอบพบว่าระหว่างเดินทางไปชายแดน ครอบครัวของนายอำเภอโจวป่วยเป็นไข้ป่าทั้งหมด มีเพียงโจวม่านหรูกับถังหย่งเจ๋อเท่านั้นที่รอดชีวิต แต่คนของข้ายังสืบไม่รู้ว่าทำไมคนตระกูลฉางถึงช่วยเหลือพวกเขาและยังช่วยพวกเขาเปลี่ยนชื่อแซ่เพื่อปิดบังตัวตน”

            “พวกเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลฉางอย่างไรไม่สำคัญ ข้ากังวลแค่โจวม่านหรูกับถังหย่งเจ๋อจะกลับมาแก้แค้นหลีเอ๋อกับเยี่ยนเฉิง” เฟิ่งฮวนพูดเสียงเครียด “โจวม่านหรูเคยพูดไว้ที่ลานประหารวันนั้นว่านางจะกลับมาแก้แค้นที่หลีเอ๋อกับเยี่ยนเฉิงทำให้คนตระกูลหลูถูกประหารและครอบครัวของนางต้องถูกส่งไปชายแดน”

            “เช่นนั้นหลีเอ๋อ เยี่ยนเฉิง ต่อไปพวกเจ้าต้องระวังตัวไว้ให้ดี” เฟิ่งเฮ่ากำชับน้องสาวกับน้องเขย

            “ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ” ถังหลีรับคำ

     

            ณ จวนตระกูลฉาง

            ฉางฝูเยว่ฟื้นขึ้นมาก็กรีดร้องและเริ่มทำลายข้าวของ ภาพที่นางถูกขอทานฉีกทึ้งเสื้อผ้าจนร่างกายของนางแทบจะเปลือยเปล่าต่อหน้าผู้คนมากมายยังติดอยู่ในใจ ตอนนี้นางจะออกไปเจอหน้าผู้อื่นได้อย่างไร โดยเฉพาะคุณชายกู้ นางกลัวเหลือเกินว่าเขาจะรังเกียจนาง

            “เยว่เอ๋อ เจ้าอย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย” ฉางฮูหยินรีบห้ามลูกสาวเมื่อเห็นว่าลูกสาวเริ่มที่จะทำร้ายตัวเอง “ท่านพ่อส่งคนไปจัดการกับขอทานกลุ่มนั้นแล้ว อีกไม่กี่วันข่าวลือก็จะซาไปเอง”

            “ท่านก็พูดง่ายสิเจ้าคะ ในเมื่อคนที่ถูกเปลื้องผ้าไม่ใช่ท่าน”

            “เยว่เอ๋อ! เจ้าขอโทษท่านแม่เดี๋ยวนี้!” ฉางฝูหยางเดินเข้ามาทันได้ยินคำพูดของน้องสาวพอดี

            “ข้าพูดผิดตรงไหนเจ้าคะ ความอัปยศนี้มันเกิดขึ้นกับข้า พวกท่านก็เอาแต่บอกว่าไม่ให้ข้าคิดมาก ลองพวกท่านไปยืนแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นบ้าง พวกท่านยังจะพูดว่าใจเย็นได้อีกไหม”

            เพียะ! 

            ฉางฝูหยางตบหน้าน้องสาว “เรื่องที่เกิดกับเจ้าพวกเราต่างก็เห็นใจ แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมาพูดจาก้าวร้าวกับท่านแม่ เจ้าไม่รู้หรือว่าระหว่างที่เจ้านอนหมดสติ ท่านแม่ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงเจ้าเหมือนกัน”

            ฉางฝูเยว่ได้สติขึ้นมาบ้างหลังถูกพี่ชายตบ นางเริ่มร้องไห้ “พี่ใหญ่ ร่างกายข้าสกปรกไปแล้ว คุณชายกู้จะรังเกียจข้าหรือไม่เจ้าคะ”

            “คุณชายกู้? เจ้ากำลังพูดถึงกู้เยี่ยนเฉิงหรือ?”

            “ท่านก็รู้ว่าข้าหลงรักคุณชายกู้ ตอนนี้เรื่องที่ข้าถูกขอทานเปลื้องผ้าเขาก็คงรู้แล้ว ต่อไปข้ายังจะแต่งกับเขาได้อยู่หรือเจ้าคะ ข้าเพิ่งต่อว่านังถังหลีไปว่ามันเป็นหญิงแพศยา แล้วตอนนี้ข้าต่างอะไรกับนาง”

            “เดี๋ยว! เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไร เจ้าไปพบแม่นางถังหลีเมื่อไหร่ แล้วเจ้าไปต่อว่านางอย่างไร” 

            ฉางฝูเยว่สะดุ้งเมื่อได้ยินคำถามของพี่ชาย ก่อนหน้านี้พี่ชายเคยเตือนนางไว้แล้วว่าไม่ให้นางไปยุ่งกับกู้เยี่ยนเฉิงและถังหลี

            “เจ้ารีบบอกข้ามาก่อนที่ข้าจะตบเจ้าอีกครั้ง”

            “พี่...พี่ใหญ่...” ฉางฝูเยว่มองพี่ชายอย่างหวาดกลัว

            “พูดมา!”

            ฉางฝูเยว่ตกใจจึงพูดถึงเรื่องที่นางไปดักพบกู้เยี่ยนเฉิงที่ร้านหนังสือ รวมถึงเรื่องที่นางไปต่อว่าถังหลีว่าถังหลีมักจะให้ท่าบุรุษที่แต่งงานแล้ว

            “ใครเป็นคนบอกเจ้าเรื่องที่ถังหลีให้ท่าบุรุษที่แต่งงานแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912