ตอนที่ 19 กลับบ้าน
การจากไปอย่างรวดเร็วของเนี่ยฟง ทำให้ผู้คนมากมายต้องตกตะลึง ก่อนจะเหลือบสายตาไปจ้องซุนหวังเหว่ยอย่างช้าๆ พร้อมกับนับลมหายใจเข้าออกอย่างเงียบงัน ซุนหวังเหว่ยยังคงนิ่งเงียบไม่เคลื่อนไหว ผ่านไปแล้วสิบลมหายใจแต่ซุนหวังเหว่ยก็ยังคงยืนอยู่กับที่ ในตอนนั้นเองที่ซุนลี่กระโจนทะยานมายืนเคียงข้าง พร้อมเอ่ยถามพ่อของนางทันที“ท่านพ่อ...ครบสิบลมหายใจแล้ว ทำไมท่านไม่ตามเจ้าโจรบ้ากามนั่นไป” ซุนลี่เปิดปากพูดอย่างแช่มช้า โดยที่แก้มทั้งสองข้างของนาง ยังคงไว้ซึ่งสีแดงระเรื่อ ดวงตาทั้งสองข้างที่สั่นไหว นางต้องก้มหน้าหลบซ่อนมัน ไม่กล้าเปิดเผย “ทำไม!! เจ้าอยากได้มันเป็นสามีหรือไง” เมื่อซุนหวังเหว่ยกล่าวออกมา หัวใจของซุนลี่ก็สั่นสะท้านขึ้นอีกครั้ง นางรีบเงยหน้าขึ้น แล้วตอบกลับทันที “ไม่ใช่อย่างนั้นท่านพ่อ!! เพียงแต่ข้ากับมันยังคงมีความแค้น ที่ยังไม่ได้สะสาง ข้าเพียงต้องการให้มันกล่าวขอโทษข้าต่อหน้าผู้คน” ใบหน้าที่แดงก่ำเผยให้ผู้เป็นพ่อเห็น ทำให้ซุนหวังเหว่ยรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ที่ลูกสาวของตนไม่เคยนิยมชมชอบชายใด แต่กลับเขินอายได้ถึงเพียงนี้ “ลูกลี่...พาพ่อเข้าบ้าน” ซุนหวังเหว่ยพูดเพียงประโยคสั้นๆ ซุนลี่ผงกศีรษะรับพร้อมกับพยุงท่อนแขน พาซุนหวังเหว่ยเดินกลับเข้าบ้านทันที ทำให้ผู้คนที่มาต่างพากันสงสัย ว่าเหตุใดจึงไม่ตามชายหนุ่ม แต่จะมีผู้ใดหาญกล้าไปเอ่ยถาม จึงได้แต่แยกย้ายกลับบ้านของตนทันทีที่ซุนหวังเหว่ยเดินผ่านธรณีประตูใหญ่ของสำนัก เขาสะบัดฝ่ามืออย่างบางเบาประตูใหญ่ก็ปิดลงทันที พร้อมกับเลือดคำโตที่พุ่งทะยานออกมาจากปาก “ท่านพ่อ!!!” ซุนลี่รีบเข้ามาประคองร่างของซุนหวังเหว่ยทันที “พ่อไม่เป็นไร...แค่พลังลมปราณตีกลับเท่านั้น ช่างแปลกยิ่งนัก ในยามแรกเจ้าหนุ่มนั่น มันมีพลังลมปราณแค่ก่อกำเนิดขั้นต้นเท่านั้น แต่เหตุใดเมื่อครู่...ข้ากลับรู้สึกได้ถึงพลังลมปราณนภา ขั้นกลาง เฉกเช่นเดียวกับข้า อีกทั้งวิชาของมันข้าก็ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน หากเมื่อครู่ไม่ใช่ว่าข้าใช้พลังแค่สี่ส่วน บางทีข้าอาจจะบาดเจ็บสาหัสไปแล้วก็เป็นได้ และนี่ก็คือเหตุผลที่ข้าไม่สามารถตามมันไปได้ ช่วยพาพ่อกลับไปที่ห้องก่อน พ่อต้องรีบโคจรพลังปราณ ชักนำให้มันกลับเข้าที่ ไม่เช่นนั้นข้าอาจบาดเจ็บภายในได้” เมื่อซุนลี่พาพ่อของตนกลับไปที่ห้องพัก นางก็กลับมาที่ห้องของตน นั่งเหม่อมองกระจกอยู่เป็นเวลานาน ภาพความทรงจำต่างๆ ที่เกี่ยวกับเนี่ยฟงก็หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่ธารน้ำตก จนมาถึงยามที่นางตกอยู่ในโอบกอดของเขา ซึ่งมันทำให้ใบหน้าของนางต้องแดงขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่นางจะพูดบางอย่างออกมาด้วยรอยยิ้ม “เจ้าโจรบ้ากาม...เจอกันครั้งหน้า...ข้า...ข้า...ข้าจะปราบพยศเจ้าให้ได้” เนี่ยฟงเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็ว ดุจก้อนเมฆที่ล่องลอยบนท้องฟ้า ดุจดั่งหิมะที่ล่องลอยตามสายลม เดียวปรากฏตัว เดียวหายตัว บนชายคาของบ้านแต่หลัง เขาเค้นพลังลมปราณลงที่ปลายเท้าทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง แม้ขาข้างหนึ่งของเขาจะเจ็บปวด แต่ก็ยังหนีอย่างไม่ลดละ พลางคิดในใจถึงการใช้เท้าวายุเพื่อหลบหลีก และใช่มวยไทยในการจู่โจม ช่างเป็นอะไรที่ลงตัวเป็นอย่างมาก คล้ายกับนักมวยชื่อดังในอดีตชาติของเขา ที่ร่ายรำดุจผีเสื้อ แต่ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง เวลาผ่านไปเกินสิบลมหายใจ เนี่ยฟงหันกลับไปยังทิศทางที่จากมา ก่อนจะหยุดลงที่ชายคาบ้านหลังหนึ่ง พร้อมกับเสียงหอบหายใจของเขา ที่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง “แฮก...แฮก!!! ทำไมซุนหวังเหว่ยถึงไม่ตามมา หรือเขาคิดเมตตาปล่อยข้าไปอย่างนั้นรึ? แล้วพลังลมปราณที่บ้าคลั่งนั่นอีก มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน เอาเถอะกลับไปโรงเตี๊ยมก่อนแล้วค่อยตรวจสอบมันอีกที” ภายในโรงเตี๊ยมมีผู้คนมากมายอย่างคับคลั่ง ต่างพูดคุยถึงงานประลองเลือกคู่ที่จัดขึ้น เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้น จึงตัดสินใจเข้าทางหน้าต่างห้อง เพื่อหลบหลีกไม่พบปะผู้คน เกรงกลัวว่าซุนหวังเหว่ยจะรู้ถึงสถานที่พักของตน “ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!” ทันทีที่เข้ามาภายในห้อง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทำให้เนี่ยฟงตกใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะเอ่ยถามออกไป “นั่นใคร?” “ข้าเอง...เถ้าแก่เนี้ย ข้านำสำรับอาหารมาให้” “นางรู้ได้อย่างไรว่าข้ากลับมาที่ห้อง” เนี่ยฟงครุ่นคิดในใจเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้นางอย่างช้าๆ เมื่อนางเดินเข้ามาเนี่ยฟงก็ปิดประตูลงกลอนทันที “อุ้ย!! นี่เจ้า!!! เจ้าคิดจะทำมิดีมิร้ายข้ารึไง ถึงได้ลงกลอนประตูเยี่ยงนี้ แล้วนี่ตะวันยังบ่ายคล้อย เจ้ารอถึงยามกลางคืนก่อนไม่หรือไง!” “!!!!! ข้า...ข้า....ข้าเกรงจะมีคนมาเห็นข้าเท่านั้น ข้า...ข้า...ไม่ได้คิดอะไรล่วงเกินท่านแม้แต่น้อย!!!” “คิกคิก!! ข้าเพียงหยอกเจ้าเล่นเท่านั้น นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเจ้าจะเข้าร่วมประลอง และยังเป็นว่าที่ลูกเขยของซุนหวังเหว่ยอีก ยามนี้เรื่องของเจ้าดังไปทั่วทั้งเมืองแล้ว ไม่นานคงมีคนจากตระกูลซุนมาตามหาเจ้า แล้วเจ้าจะทำอย่างไร ข้าช่วยเจ้าหลบซ่อนได้ไม่นานหรอกนะ” “ขอบใจท่านมาก แต่ท่านไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อยามที่ตะวันลับขอบฟ้า ข้าก็ออกเดินทางแล้ว” “อ้อ...เป็นเช่นนี้นี่เอง เช่นนั้นก่อนจะถึงยามตะวันลับขอบฟ้า หากมีใครมาถามหาเจ้าข้าจะช่วยปกปิดให้ก็แล้วกัน ไหนๆ เจ้าก็จะไปแล้ว จะยามนี้เลยข้าก็ไม่ว่านะ คิกคิก!” เถ้าแก่เนี้ยทำทีท่าราวกับจะถอนเสื้อ เนี่ยฟงรีบก้าวไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว และเปิดมันในทันที “เมื่อท่านรู้ว่าข้าเป็นผู้เข้าร่วมประลอง ท่านย่อมรู้ว่าข้าบาดเจ็บ คงไม่สะดวกที่ข้าจะต้อนรับท่าน ขออภัยที่ข้าแสดงกิริยาไม่เหมาะสม เถ้าแก่เนี้ยเชิญ!” เถ้าแก่เนี้ยแสดงสีหน้าราวกับน้อยใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความน่ารัก ก่อนจะเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับพูดบางอย่างออกไป เมื่อเดินผ่านเนี่ยฟง “คิกคิก! ข้าหยอกเจ้าเล่น คิดเป็นจริงเป็นจังไปได้ คิกคิก!! อ้อ! แล้วนามของเจ้าล่ะ บอกข้าได้หรือไม่” “เนี่ยฟง นั่นคือนามของข้า” “เนี่ยฟง~ เป็นชื่อที่ดี ข้าขอตัว แล้วอย่าลืมสำรับอาหารล่ะ” เมื่อนางเดินจากไปเนี่ยฟงก็ปิดประตูลงกลอนทันที ก่อนจะเดินมานั่งที่เตียงแล้วจ้องมองไปที่สำรับอาหาร เมื่อเขาเปิดฝาครอบมันก็เจอกับยาทารักษาอาการบาดเจ็บ อีกทั้งยังมียาดื่มกินเพื่อรักษาอาการช้ำใน “นางรู้!! แล้วยังเตรียมยาให้ข้าอีก นางเป็นใครกันแน่?” ด้วยความสามารถในการรักษาของเนี่ยฟง บวกกับความรู้ของถังต้าเหลียนที่เขาได้รับ บาดแผลและอาการช้ำในต่างๆ ล้วนถูกรักษาหายอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อทำการรักษาเสร็จสิ้น เขาก็นั่งสมาธิลงที่เตียงทันที เพื่อตรวจดูแกนกลางของเส้นชีพจร ซึ่งในช่วงเวลาที่กำลังปะทะลมปราณกับดาบยักษ์อยู่นั่น เขาได้เห็นดอกของต้นชีพจรฟ้าที่ร่วงหล่นจากต้น ก่อนที่เขาจะได้รับพลังลมปราณที่บ้าคลั่ง เมื่อจิตสมาธิของเนี่ยฟงสงบนิ่ง ที่ตำแหน่งกึ่งกลางของเส้นชีพจร ปรากฏต้นชีพจรฟ้าที่กำลังสูบพลังลมปราณของเนี่ยฟง ไม่เพียงแค่นั้นสมุนไพรหายากต่างๆ นาน ที่ใต้ต้นของมันยังเหือดแห้งหายไปหลายสิบชิ้น พร้อมกับดอกชีพจรฟ้าดอกแรก ที่กำลังเบ่งบานอย่างต่อเนื่อง “หรือเป็นเพราะดอกของมันจริงๆ แล้วมันใช้ยังไงกัน ในภายภาคหน้าข้าต้องหาสืบหาความเกี่ยวกับมันให้ได้” ดวงตาทั้งสองของเนี่ยฟงพลันเปิดขึ้น พร้อมกับพลังลมปราณที่เต็มเปี่ยม เมื่อมองไปที่หน้าต่างก็เห็นดวงตะวันที่กำลังลับขอบฟ้า เขาจึงจัดแจงสวมเสื้อผ้าชุดเก่า และกระโจนทะยานออกไปทางหน้าต่างทันที พร้อมกับประตูห้องของเขาที่ถูกเปิดออก ปรากฏร่างของเถ้าแก่เนี้ยคนงาม ที่จ้องมองไปที่หน้าต่างด้วยรอยยิ้ม เมื่อนางไปเก็บสำหรับอาหาร ก็พบกับเงินสิบเหรียญเงิน พร้อมกับกระดาษที่เขียนบางอย่างไว้“เถ้าแก่เนี้ยเมื่อตอนรุ่งเช้า ข้าลืมจ่ายค่าที่พักของวันที่สองให้แก่ท่าน ซึ่งข้าได้เตรียมไว้ให้ท่านแล้ว และขอบคุณมากสำหรับอาหารและยา ท่านได้ถามชื่อของข้าแล้ว แต่ข้าลืมถามชื่อของท่าน ไว้โอกาสหน้า ข้าจะมาเยี่ยมเยียน” “เจ้าเด็กบ้า! คิกคิก!!” เถ้าแก่เนี้ยยืนริมหน้าต่าง ใช้มือที่เรียวงามทั้งสองข้างเท้าคาง แล้วจดจ้องมองไปยังด้านหน้า ดูดวงตะวันที่กำลังลับขอบฟ้า พร้อมกับรอยยิ้มที่หวานละมุม ทันใดนั้นก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มสองคน ที่วิ่งมาที่ห้องด้วยความเร่งรีบ พร้อมกับลมหายใจที่หนักหน่วง “คุณหนูฟาง.แฮก แฮก! ..นายท่าน...นายท่านซุน...นายท่านซุนต้องการพบท่าน แฮก...แฮก!!!” ยิ้มของเถ้าแก่เนี้ยหุบลงทันที ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มทั้งสองที่เหนื่อยหอบ พร้อมกับเอ่ยปากออกไป “ท่านพ่อเรียกหาข้า มีเหตุอันใด” ชายทั้งสองก้มศีรษะลงทันที “พวกบ่าวไม่ทราบ แต่นายท่านบอกไว้ว่าเป็นเร่งด่วน” นางผงกศีรษะช้าๆ “ได้! พวกเจ้ากลับไปก่อน เมื่อข้าเก็บของเสร็จจะตามไป” “ขอรับคุณหนู” บ่าวทั้งสองจากไปในทันที ก่อนที่นางจะหันกลับไปมองที่หน้าต่างอีกครั้ง แล้วเอ่ยบางอย่างออกมา “ขอเจ้าโชคดีเนี่ยฟง แล้วพบกันใหม่” พร้อมกับการเดินจากไปของนางทันทีณ สมาคมการค้าจันทรา หูเกอกำลังยืนคอยใครบางคน พร้อมกับสัตว์อสูรที่เป็นนกสีดำทมิฬขนาดใหญ่ มันคือวิหคสายฟ้าที่หูเกอเตรียมไว้ให้เนี่ยฟง ทันใดนั้นคลื่นลมที่ด้านหน้าของหูเกอก็สั่นไหว พร้อมกับเนี่ยฟงในสภาพของชายชราถังต้าเหลียน เมื่อหูเกอเห็นเขาก็ปรากฏรอยยิ้มที่ใบหน้าทันที “พี่ต้าเหลียนท่านมาแล้ว ช่างตรงต่อเวลายิ่งนัก” คำว่าพี่ออกจากปากของหูเกอ อย่างไม่อายฟ้าดิน ก่อนจะก้าวเดินไปประสานฝ่ามือทำความเคารพทันที ซึ่งในจังหวะนั้นเอง ที่เนี่ยฟงพุ่งมาจับมือทั้งสองข้าง เพื่อหยุดมันทันที “ท่านหูเกอ...ทีนี้มิควรทำ แล้วอีกอย่างชื่อของข้า ก็ไม่ควรกล่าวออกมาพล่อยๆ” หูเกอใช้มือทั้งสองข้างปิดปากทันที ก่อนจะเหลือบมองไปทั่วทั้งซ้ายและขวา “ข้าขออภัยอย่างยิ่ง ข้าหลงลืมไปว่าท่านปิดซ่อนตัวตนอยู่ เช่นนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาแก่ท่าน โปรดรับสิ่งนี้ด้วย” เนี่ยฟงจ้องมองนกหวีดที่หูเกอมอบให้ “สิ่งนี้คือนกหวีดสำหรับการเรียกวิหคสายฟ้า เมื่อยามที่ท่านเป่ามัน แม้ไกลนับสิบลี้มันก็จะบินมาหาท่านอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาไม่ถึงก้านธูป ซึ่งมันจะเชื่อฟังแต่เพียงผู้เป่าเท่านั้น” เนี่ยฟงรับนกหวีดพร้อมกับเป่ามันทันที ทำให้วิหคสายฟ้ากางปีกที่ใหญ่โตของมัน พร้อมกับก้าวเดินมาหาเนี่ยฟง พร้อมกับหมอบราบไปกับพื้น เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้นก็ขึ้นไปขี่มันทันที ซึ่งในขณะที่กำลังจะบินออกไป หูเกอก็กล่าวบางอย่างออกมา “พี่ต้าเหลียน เมื่อเสร็จกิจแล้วท่านอย่าลืมเอามันมาคืนให้ข้าเด็ดขาด หากมันตกตายก็ โปรดนำศพมันกลับมาคืนให้ข้าด้วย” “เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแลมันให้ดีที่สุด” เมื่อกล่าวจบ วิหคสายฟ้าก็กระพือปีกของมันทันที พร้อมกับพุ่งทะยานไปบนท้องฟ้าด้วยความรวดเร็ว จุดหมายปลายทางของมันนั้นคือทิศใต้ของจักรวรรดิเป่ยเปียน ที่เป็นที่ตั้งของเมืองซีหนาน บ้านเกิดของเนี่ยฟง“ท่านปู่โปรดรอข้า ข้ากำลังกลับบ้านแล้ว”