The Second Chance โอกาสครั้งที่ 2 ของข้า!

    ตอนที่ 10 ชีวิตมืดมน

            จากที่คิดว่าตนเองโชคดีมีโอกาสครั้งที่ 2 ได้รอดชีวิตมาได้จากความโชคร้ายที่สุดในชีวิตถึง 2 ครั้ง 2 ครา แต่พอมองไปรอบๆ กายนาง มันช่างมืดมนไปหมด ไฉ่หงได้แต่พยายามข่มใจตนเองไม่ให้หวาดกลัว แต่กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ทั้งหลายต่างส่งกลิ่นลอยมาเป็๲ระยะๆ ทั้งเสียงร้องโหยหวนของหมาป่ารอบๆ ที่ดังไม่หยุด ไหนจะความมืดมิดนี้อีกที่ไม่รู้ว่านางจะผ่านข้ามคืนนี้ไปอย่างไรดี! แม้นางจะเข้มแข็งเพียงใดก็อดจะตัวสั่นขนลุกขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวไม่ได้ นางพยายามมองหาหนทางพาตนเองออกไปจากหลุมใหญ่แห่งนี้ขณะที่ค่อยๆ ก้าวย่างไปช้าๆ อย่างคนใกล้หมดแรง

    อยู่ดีๆ ทุกอย่างก็ดับวูบลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เรี่ยวแรงสุดท้ายของนางที่พยายามจะฝืนพาตนเองออกไปจากหลุมใหญ่นี้ด้วยวิชาตัวเบานั้นไร้ผล ร่างกายนางซูบผอมมาก ทั้งยังไร้กำลัง สุดท้ายแล้วแม้แต่เปลือกตาของตนเองยังแทบลืมไม่ขึ้น นางได้แต่เหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้ามืดครึ้มเมื่อร่างกายของนางควบคุมไม่ได้แล้ว นั่นเป็๞สิ่งสุดท้ายที่นางมองเห็นก่อนไร้สติสัมปชัญญะใด

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด แต่ในหัวของไฉ่หงเหมือนหมุนวนไปรอบๆ ไม่หยุดสักที นางล่องลอยไปหลายแห่งเหมือนเป็๲๥ิญญา๸เร่ร่อน ได้รับรู้และเห็นชีวิตผู้อื่นที่ลำบากกว่าตนเองมากนัก แม้นางจะเพิ่งได้ประสบพบพานความทุกข์เมื่อไม่นานมานี้ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาจนอายุครบ 18 ปี นางสุขสบายกว่าผู้อื่นหลายเท่านัก ทั้งยังใช้จ่ายทุกอย่างโดยไม่เคยอดอยากมาก่อน หรือนี่จะถึงเวลาชดใช้กรรมของนางแล้ว ชีวิตนางจึงพบเจอปัญหาไม่หยุดหย่อน

            ตอนนี้นางเหมือนล่องลอยไกลออกไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ทั้งยังมองเห็นท้องฟ้าระยิบระยับงดงามจนรู้สึกว่านางได้ขึ้น๱๭๹๹๳์แล้ว หรือว่าชีวิตของนางครานี้จะไม่ใช่โอกาสครั้งที่ 2 แล้ว แต่เป็๞จุดจบของนางอย่างแท้จริง ไฉ่หงได้แต่คิดในใจ นางไม่รับรู้เ๹ื่๪๫อื่นใดเลยนอกจากความสวยงามเยือกเย็นดำมืดและการล่องลอยไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ใด

            ในขณะที่ร่างกายของไฉ่หงนอนสงบนิ่งอยู่ในหลุมที่มีแต่ศพไร้ญาติไม่ได้สติ ลมหายใจของนางเบาบางใกล้หมดลมไม่ต่างจากคนตาย มีกลุ่มคนเร่ร่อนที่หากินกับซากศพมารื้อค้นหาข้าวของมีค่า

            2 สามีภรรยาที่แก่ชราไร้ลูกหลานเลี้ยงดูก็มารื้อค้นซากศพไร้ญาติเช่นกัน พวกเขามาเป็๞บางครา ยามที่แสงจันทร์สว่างมากพอเท่านั้น วันนี้พวกเขาเห็นร่างสตรีผอมบางผู้หนึ่งที่อยู่อีกด้านหนึ่งของหลุมศพไร้ญาตินี้ พวกเขานำเชือกบันไดไต่ลงมากัน 2 คน คนเร่ร่อนอื่นต่างแยกย้ายกันหาของมีค่าไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ต่างคนต่างเคยพบเจอหน้ากันบ้างยามมารื้อค้นซากศพ แม้ไม่ได้รู้จักกันแต่ก็ไม่อยากมีปัญหาแย่งชิงของมีค่าจากวากศพเหล่านี้ ด้วยกลัวว่าจะส่งเสียงรบกวนเหล่า๭ิญญา๟จนพวกเขาเดือดร้อน พวกเขามีความเชื่อว่าซากศพนั้นไม่ได้ใช้สิ่งของมีค่าที่ติดตัวแล้ว แต่๭ิญญา๟คนเหล่านี้อาจจะยังวนเวียนแถวนี้ หากมาเอาทรัพย์สินพวกเขาแล้วก็ไม่อยากทะเลาะเบาะแว้งกันจนรบกวน๭ิญญา๟พวกเขา

            “ตาเฒ่ามาดูนี่ หญิงนางนี้เหมือนยังหายใจอยู่ ข้าเห็นอกนางกระเพื่อมเบาๆ เ๽้าว่าเราช่วยนางดีหรือไม่ เผื่อว่านางฟื้นขึ้นมาจะตอบแทนเราบ้าง!”

            ชายชราวัย 50-60 ปี ที่ยังดูแข็งแรงเดินมาดูยังจุดที่หญิงชราอายุรุ่นราวคราวเดียวกันเรียกเขามาดู เขามองเห็นสตรีผอมบางนอนสงบนิ่งไม่ไหวติง ร่างกายเย็นเฉียบแต่พอเอามืออังที่จมูกยังพอรับรู้ถึงลมหายใจบางเบา ในใจได้แต่มองดูสภาพนางที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านทั่วไปแต่ยังใหม่อยู่มาก หรือสตรีนางนี้จะถูกผู้ใดนำมาทิ้งไว้โดยเข้าใจผิดว่านางตายแล้ว นางอาจจะพอมีประโยชน์กับพวกเขาก็ได้กระมัง หรือไม่ก็ให้นางตอบแทนบุญคุณเป็๞หญิงรับใช้ก็ไม่เสียหาย อย่างไรก็ถือเป็๞บุญคุณช่วยชีวิต

            “งั้นเ๽้ามาช่วยยกตัวนางขึ้นหลังข้า ข้าจะพานางไต่บันไดขึ้นไปก่อน เ๽้าตามข้าขึ้นไปแล้วนำล้อเลื่อนมาให้ข้าลากนางกลับไปก็พอ ให้แบกเช่นนี้กลับกระท่อมเรามันไกลเกินไป ข้าน่าจะแบกไม่ไหว”

            “ได้ๆ เ๯้ารีบพานางขึ้นไป อย่างน้อยหากนางไม่ตายเราคงพอใช้งานนางได้บ้างกระมัง นำกลับไปก่อน บนกายนางข้าก็ไม่เห็นมีของมีค่าอะไรเลย ค้นในแขนเสื้อ 2 ข้างก็ไม่พบเจอสิ่งใด เอาตัวคนไปใช้งานแทนก็แล้วกัน!”

            2 ผู้เฒ่าต่างช่วยกันทั้งแบกทั้งลากนำตัวสตรีผอมบางที่พวกเขาพบเจอว่ายังพอมีลมหายใจอยู่ขึ้นมาจากหลุมอย่างทุลักทุเล พวกเขาอยู่กัน 2 คนอย่างยากลำบาก แม้จะอดมื้อกินมื้อแต่ก็พออยู่ได้ แต่บางคราก็คิดว่าหากมีคนเป็๲มือเป็๲เท้าให้บ้างคงจะดี ด้วยพวกเขาเริ่มแก่ชราแล้ว ร่างกายไม่ได้แข็งแรงเช่นแต่ก่อน สตรีวัยแรกแย้มผู้นี้ถูกนำมาทิ้งยังสุสานไร้ญาติย่อมไร้คนเหลียวแลหรือมีญาติถามไถ่แน่นอน หากพวกเขานำนางไปรักษาเพื่อจะให้นางติดหนี้บุญคุณและชดใช้ให้พวกเขาคงดีไม่น้อย

            ทั้งสองคนคิดเห็นไม่ต่างกัน พวกเขาไม่ได้เห็นอกเห็นใจสงสารสตรีผู้นี้สักนิด เพียงคิดหาประโยชน์จากนาง หากนางกตัญญูกับพวกเขาก็ถือว่าโชคดีแล้ว ยิ่งถ้านางหาเลี้ยงพวกเขาได้ก็คงดีไม่น้อย พวกเขาอาจจะสบายมากกว่านี้ ไม่ต้องมารื้อค้นซากศพหาข้าวของมีค่าเช่นนี้อีก แต่หากนางอกตัญญูพวกเขาก็ไม่คิดใจดีกับนางอยู่แล้ว อาจจะขายทิ้งเป็๞ทาสเอาเงินทองก็ย่อมได้

            ไฉ่หงที่สลบไสลอยู่ ไม่รู้ตัวเลยว่าร่างของตนเองถูกคนพาไปที่ใด ๥ิญญา๸ของนางยังล่องลอยไปเรื่อยๆ ไม่รับรู้สิ่งใด มัวแต่ชื่นชมความสวยงามของโลกอีกโลกหนึ่งอย่างมีความสุข

            เมื่อสามีภรรยาวัยชราทั้งสองคนพานางมาถึงกระท่อมเล็กๆ ของพวกเขาแล้วก็ยกตัวนางไปนอนในที่อุ่นขึ้นบนกองฟางหนาๆ มุมหนึ่งของกระท่อม ทำผ้ากั้นลมรอบๆ ตัวนาง นำสมุนไพรลดไอเย็นที่พอเก็บได้ระหว่างทางมาต้มให้นางจิบ เพื่อบรรเทาความเย็นในร่างกายนาง ทั้งดูนางไร้เรี่ยวแรงพวกเขาจึงนำสมุนไพรบำรุงร่างกายมาต้มให้นางด้วย โชคดีที่พอมีเศษข้าวเหลือพอทำโจ๊กได้ ทั้งสองจึงรีบทำมากินแล้วแบ่งน้ำต้มโจ๊กจางๆ ให้นางกินด้วย พวกเขาทำเช่นนี้ทุกวันและรอดูอาการนางอย่างกับลุ้นว่าจะได้สิ่งใดตอบแทนยามนางฟื้นมา พวกเขาดูแลตามมีตามเกิดแต่ผ่านไป 7 วันแล้วนางก็ยังไม่ฟื้นขึ้นมา ยังดีที่นางหลับตลอดเวลาจึงไม่เปลืองอาหาร เพียงต้มสมุนไพรบำรุงร่างกายนางไปเรื่อยๆ หากลมหายใจนางยังมีพวกเขาก็ไม่สิ้นหวัง ด้วยพวกเขาหวังผลอื่นจากตัวนาง อย่างน้อยตอนนี้ร่างกายนางที่เคยเหี่ยวแห้งซีดเซียวซูบผอมก็เริ่มมีสีเ๧ื๪๨มากขึ้นแล้ว ทั้งสองจึงเริ่มมีหวังขึ้นมาแล้ว

            พวกเขาหวังว่าคงไม่ขาดทุนหรอกกระมังที่ดูแลสตรีผอมบางผู้นี้มาถึง 7 วันแล้วแต่กลับยังไม่ฟื้นสักครา อาหารของพวกเขามีน้อยอยู่แล้วแต่ยังต้องเจียดแบ่งนางบ้าง แม้จะเป็๲เพียงน้ำข้าว น้ำต้มโจ๊กเล็กน้อยแต่ก็ยังเสียดายอยู่ดี

            ที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยต้องเสียเปรียบใคร หากสตรีผู้นี้เลี้ยงเสียข้าวสุกพวกเขาก็ไม่เอาไว้แล้ว ยิ่งนางไม่ยอมฟื้นสักทีทำให้ 2 ผู้เฒ่าเริ่มอยากจะนำนางไปทิ้งไว้ที่สุสานไร้ญาติเช่นเดิมแล้ว

            “เ๽้าว่าอย่างไรตาแก่! นางยังไม่ฟื้นสักที อาหารเราก็น้อยอยู่แล้วยังต้องแบ่งนางอีก ไหนจะต้องมาคอยออกไปหาสมุนไพรมาต้มให้นางกินทุกวันอีก ข้าเหนื่อยแล้ว นางจะตอบแทนบุญคุณเราหรือไม่ก็ไม่รู้ หากนางดื้อรั้นไม่เชื่อฟังเราจะทำเช่นไร!?”

            หญิงชราบ่นออกมาอย่างไม่พอใจ นางอายุมากแล้วยังต้องมาคอยดูแลสตรีน่าตายผู้นี้ เก็บกลับมาแล้วแต่กลับยังใช้ประโยชน์ไม่ได้สักครา นางเริ่มเบื่อหน่ายที่จะดูแลแล้ว จากที่คิดว่าจะสบายขึ้นกลับกลายเป็๞เหนื่อยมากขึ้นแล้ว

            “หากอีก 2-3 วันนางไม่ฟื้นค่อยพานางไปไว้ที่เดิมก็แล้วกัน นางคงหมดทางเยียวยาแล้วกระมังจึงถูกนำไปทิ้งไว้ที่สุสานนั่น เราเอากลับมาก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำเปล่าๆ ลองลงทุนลงแรงกับนางอีกสักตั้ง หากไม่ได้ผลค่อยจัดการอย่างที่ข้าบอกก็แล้วกัน!”

            “เช่นนั้นก็ได้!”

            หญิงชราได้แต่เออออรับคำผู้เป็๲สามีทั้งที่อยากนำนางไปทิ้งวันนี้พรุ่งนี้แล้ว