ตอนแรกหินตั้งใจจะบอกนัทวันนี้ว่า อาทิตย์หน้าเขามีความจำเป็นต้องเดินทางอีกครั้ง จะฝากให้นัทช่วยจัดการธุระให้เช่นเคย แต่ดูจากสถานการณ์และอารมณ์ของนัทแล้ว เขาคงต้องเลื่อนไปบอกวันอื่นแทน
แน่นอนว่า หินเองก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไป เมื่อกลับจากมหาลัยเขาจึงได้บริจาคเงินไปยังมูลนิธิ องค์กรต่างๆ รวมไปถึงโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเขา ซึ่งรวมไปถึงการหาตั๋วคอนเสิร์ตให้กับนัทโดยไม่คิดเก็บเงินจากนัทแม้แต่บาทเดียว
นัทมันรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของหินเป็นอย่างมาก ถึงกับยกย่องสรรเสริญหินไปทั้งวันโดยที่มันไม่ได้รู้เลยแม้แต่น้อยว่าคนที่มันกำลังยกย่องสรรเสริญนั้นเป็นคนคนเดียวกันกับที่มันสาปแช่งให้เขาไม่ตายดี…
ไม่กี่วันหลังจากงานประชุมนานาชาติที่ผ่านมา หินก็กลายเป็นคนดังในมหาลัยในทันที เรื่องที่เขาสามารถพูดได้มากถึง 12 ภาษา ถูกพูดถึงไปทั่วในมหาลัย ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือเหล่าอาจารย์แทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักหิน
แต่เดิมนั้น เรื่องที่หินเคยสร้างวีรกรรมในสาขาจนกลายเป็นตำนานนั้น เคยมีคนในสาขาเอาไปเล่าให้คณะอื่นฟังแต่กลับไม่ค่อยมีใครเชื่อเท่าไหร่นัก ทว่าในครั้งนี้มันต่างกัน คลิปวิดีโอที่หินกล่าวสุนทรพจน์ได้ถึง 12 ภาษานั้นมันมีบันทึกเอาไว้ มันทำให้ทุกคนเป็นที่ประจักษ์ว่าความสามารถของหินนั้นไม่ใช่เรื่องโกหกแต่เป็นของจริง
ดังนั้นในครั้งนี้หลังจากที่หินได้แสดงความสามารถอันน่าตกตะลึงนี้ออกมา พอมีคนหยิบเรื่องตำนานของสาขาขึ้นมาเล่าอีกครั้ง ผู้คนจึงเชื่ออย่างง่ายดาย นี่จึงเป็นสาเหตุให้ชื่อเสียงของหินดังยิ่งขึ้นไปอีก
ดังขนาดที่ไม่ว่าเขาจะเดินไปไหนมาไหน ก็มักจะมีสายตาผู้คนมองมาที่เขาด้วยความชื่นชมหรืออิจฉาริษยาเสมอ ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้หินรู้สึกสะทกสะท้านหรือเขินอายแต่อย่างใด เพราะเขาชินกับสายตาของผู้คนแล้ว โดยเฉพาะสายตาอิจฉาริษยาเหล่านั้น หินเคยถูกมองแบบนั้นเป็นเดือนๆ ตอนปีหนึ่งตอนที่เขานั่งเรียนกับนาเดียร์
ในเรื่องของทุนที่หินได้รับจากอธิการบดีในวันนั้น หินเองก็ได้ไปติดต่อพูดคุยกับห้องทุนเรียบร้อยแล้ว เขาได้บอกหินว่าจะให้ทุนการศึกษารวมไปถึงค่าครองชีพตลอดจนจบการศึกษา ตั้งแต่ปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก ซึ่งหินก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือยินดีอะไรนักเพราะเขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินอยู่แล้ว
ส่วนการจะเรียนต่อตามที่ได้ทุนไปจนถึงปริญญาเอกหรือไม่นั้น หินยังไม่ได้ตัดสินใจในตอนนี้ เพราะถึงยังไงเหตุผลหลักที่เขาเข้าเรียนต่อมหาลัย ก็เพียงเพื่อทำความเข้าใจสังคมของโลกนี้เท่านั้น ในเรื่องของความรู้มันแทบไม่มีประโยชน์สำหรับเขา เพราะความรู้ที่เขามีอยู่มันได้ก้าวล้ำความรู้ในปัจจุบันของโลกนี้ไปไกลแล้ว
หลังจากที่งานประชุมนานาชาติเสร็จสิ้นไปได้ไม่นาน ดุ๊คกับเควินก็ได้ปล่อยข่าวเรื่อง ‘ประธาน Enterprise เป็นเพียงนักศึกษาคนหนึ่ง’ ออกไป
ข่าวเรื่องนี้เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางในหมู่ของนักธุรกิจและนักลงทุน พวกเขาส่วนใหญ่ต่างทำใจเชื่อได้ยากกับข่าวที่ออกมาแบบนี้ ซึ่งไม่แปลกที่พวกเขาจะคิดแบบนั้น
Enterprise เป็นถึงบริษัทที่มั่งคั่งที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากพวกเขาจะผลิตของที่ไม่สามารถมีใครผลิตเลียนแบบได้อย่างวัคซีนรักษาโรคร้ายต่างๆ พวกเขายังมีสกุลเงินดิจิตอลเป็นของตัวเอง ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก
ดังนั้นพอพวกเขาได้ยินข่าวที่ว่า ‘ประธาน Enterprise เป็นเพียงนักศึกษาคนหนึ่ง’ จึงไม่ค่อยมีคนเชื่อเท่าไหร่นัก แต่ถึงยังไงก็ตาม พวกเขากลับไม่สามารถปล่อยผ่านมันได้เช่นกัน เพราะถึงยังไงข่าวนี้ก็ถูกปล่อยมาจากสำนักข่าวที่ขึ้นชื่อว่ามีความถูกต้องและน่าเชื่อถือมากที่สุดแห่งหนึ่ง
ดังนั้นหลายบริษัทที่เชื่อในข่าวนี้ ต่างพยายามสืบหาตัวตนของหิน พวกเขาคิดว่า หากสามารถหาตัวของหินได้เจอ ก็อาจจะขอเจรจาทำข้อตกลงกับหินได้ ซึ่งมันจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างมหาศาล โดยที่พวกเขาเองก็ไม่ได้รู้เลยว่าหินไม่มีความคิดที่จะหาหุ้นส่วนเพิ่ม
หินไม่มีปัญหาเรื่องเงินทุนและเขาก็ไม่ชอบบริหารร่วมกับใคร ดังนั้นต่อให้พวกเขาหาตัวหินได้เจอจริงๆ มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร อันที่จริงพวกเขาจะไม่มีวันหาหินเจอด้วยซ้ำถ้าหากหินไม่ต้องการ..หลังจากที่เดวิดได้ร่างแอนดรอยด์มามันก็ทำงานอย่างต่อเนื่องไม่หยุด มันต้องทำภารกิจมากมายที่หินได้มอบหมายให้มันทำ ไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นเลยแม้แต่น้อย
ช่วงนี้เดวิดต้องคอยสลับไปมาระหว่างการเชื่อมต่อเข้าสู่โลกไซเบอร์และการเชื่อมต่อสู่ร่างแอนดรอยด์เสมอ เนื่องจากมันต้องช่วยงานหินทั้งในจอและนอกจอ
ในจอนั้นเดวิดต้องเชื่อมต่อตนเองเข้าสู่โลกไซเบอร์ เพื่อเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างบนโลก มันต้องเฟ้นหาบุคคลที่เป็นไปตามที่หินกำหนด เพื่อคัดเลือกพวกเขาให้เข้าทำงานกับ Enterprise แน่นอนว่าในร่างแอนดรอย์ถึงมันจะยังเชื่อมต่อเข้าสู่โลกไซเบอร์ได้เช่นกัน แต่ขอบเขตและอำนาจการทำงานจะสู้การเชื่อมต่อโดยตรงไม่ได้
ส่วนนอกจอนั้นเดวิดต้องเชื่อมต่อตนเองกับร่างแอนดรอยด์ เพื่อจะใช้งานร่างแอนดรอยด์ที่ไร้เทียมทานของมัน ตรงส่วนนี้หินจะให้เดวิดทำการทดลองต่างๆ ช่วยเขา รวมไปถึงการสร้างอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งในส่วนที่ต้องใช้แรงงานนั้นมันจะเป็นหน้าที่ของเดวิด
“เรามันเป็นแค่บ่าว แค่ไพร่ ต้องทำงานเยี่ยงทาส” เดวิดบ่นขึ้นเบาๆ ขณะกำลังถืออุปกรณ์ขนาดใหญ่ไว้บนมือทั้งสองข้าง
“บ่นอะไรของแก” หินพูดขึ้นขณะพยายามประกอบอุปกรณ์บางอย่าง เข้าไปในเครื่องตรงหน้า
“เปล่าครับดอกเตอร์” เดวิดรีบยิ้มขึ้นก่อนที่มันจะนำอุปกรณ์ที่มันถืออยู่ไปตั้งไว้ข้างหิน
หินเหลือบตามองมันเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสนใจอุปกรณ์ตรงหน้าตัวเองต่อ
“ซอฟต์แวร์ระบบถึงไหนแล้ว?”
“พร้อมสำหรับการอัปโหลดแล้วครับดอกเตอร์”
“คนที่เหมาะสมล่ะ”
“ผมได้เตรียมเอาไว้แล้วครับ เหลือเพียงแค่ให้พวกเขาทำการทดสอบคัดเลือกเท่านั้น”
เมื่อได้ยินที่เดวิดรายงาน หินจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ในตอนนี้เขากำลังสร้างเครื่อง Brain-Link ซึ่งมีไว้ใช้งานสำหรับการสืบความทรงจำ ลบความทรงจำและสร้างความทรงจำ โดยที่เครื่อง Brain-Link นี้จะถูกใช้งานโดยหน่วย The Brannier
อันที่จริงแล้วที่ตั้งของหน่วย The Brainner (ดิเบรนเนอร์) และ The Arbiter (ดิอาบิเตอร์) ได้ถูกสร้างเตรียมเอาไว้แล้ว มันตั้งอยู่ใน Center Section ที่ Enterprise นั่นเอง ทว่าในตอนนี้มันกลับร้างผู้คน ไม่มีสมาชิกของหน่วยแม้แต่คนเดียว
ที่หินยังไม่คัดเลือกคนเข้าทำงานกับ 2 หน่วยนี้ในทันทีนั่นเป็นเพราะว่า หินต้องการให้หน่วย Protecter ที่เขาสร้างขึ้นนั้นมั่นคงซะก่อน ซึ่งในตอนนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้ว
สำหรับหน่วย Arbiter นั้นไม่จำเป็นต้องเตรียมการอะไรมากมาย เพราะหน้าที่ของบุคคลในหน่วยนี้ต้องใช้ความสามารถส่วนตัวไม่จำเป็นต้องพึ่งอุปกรณ์หรือเครื่องมือใดๆ ซึ่งมันต่างจากหน่วย Brainner โดยสิ้นเชิง
The Brainner นั้น ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย ในการทำงานในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะเครื่องมือที่สำคัญอย่างเช่น Brain-Link
ตอนนี้การคัดเลือกใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว หินจึงต้องรีบผลิตเครื่องมือนี้ให้เสร็จโดยเร็ว
เป็นเวลานานนับเดือนที่หินใช้เวลาในตอนเย็นหลังเลิกเรียนและวันหยุดของเขาไปสำหรับการสร้างเครื่อง Brain-Link ซึ่งในตอนนี้มันก็ได้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
“ยินดีด้วยครับดอกเตอร์ การสร้างเครื่อง Brain-Link สำเร็จแล้ว” เดวิดเอ่ยขึ้น
หินพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะยืนมองเครื่อง Brain-Link ตรงหน้าด้วยความภูมิใจ
“ทีนี้ก็ถึงเวลาทดสอบ” หินพูดพลางหันมามองเดวิดอย่างมีนัยยะ
เดวิดเมื่อเห็นสายตาที่หินมองมาก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นทันที
“เอ่อ...ดอกเตอร์ครับ คะ..เครื่องนี้เอาไว้ใช้กับมนุษย์ได้เท่านั้น” เดวิดเอ่ยขึ้นด้วยความติดขัด
“หึ ทีแบบนี้ทำเป็นกลัว” หินแดกดันขึ้น
“ฉันไม่ได้จะใช้แกอยู่แล้ว แต่ต้องมีคนคอยควบคุมตอนที่ฉันถูก *Blink (บริ้งค์) ” หินพูดขึ้น
แน่นอนว่าเขาไม่ได้มีความคิดจะทดสอบกับร่างแอนดรอยด์ของเดวิดอยู่แล้วเพราะมันทำไม่ได้ การทดสอบครั้งแรกนี้หินจึงคิดจะใช้ตัวเองเป็นหนูทดลอง
“ได้ครับดอกเตอร์” เดวิดตอบขึ้น
จากนั้นหินจึงได้เตรียมตัว ก่อนที่จะขึ้นไปนอนบนเครื่อง Brain-Link
เครื่อง Brain-Link นั้นมีลักษณะเหมือนเครื่องสแกนในโรงพยาบาลทั่วไป ทว่ามันจะมีส่วนพิเศษก็คือ มันจะมีอุปกรณ์บางอย่างครอบหัวผู้ที่จะถูก Blink เอาไว้ด้วย เมื่อการเชื่อมต่อสมบูรณ์ ภาพเหตุการณ์ความทรงจำต่างๆ ของสมองจะถูกส่งไปยังห้องกระจกข้างๆ ซึ่งจะมี Brainner เป็นคนคอยควบคุม
โดยในส่วนนี้นั้น Brainner จะทำหน้าที่สืบความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา การตรวจสอบ การลบและสร้างความทรงจำ จะเกิดขึ้นที่ตรงนี้
การ Blink แต่ละครั้งนั้นจะมีความทรงจำมากมายมหาศาล ปรากฏขึ้นภายในห้อง ดังนั้นคนที่จะมาเป็น Brainner ได้ต้องมีความสามารถทางด้านการทำความเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลในระดับสูงมาก
“แกอย่าคิดทำอะไรไม่ซื่อกับฉันล่ะเดวิด” หินพูดพลางจ้องเขม็งไปที่เดวิด
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ดอกเตอร์พูดอะไรแบบนั้นครับ ผมไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว” เดวิดพูดขึ้น
‘หึ คิดว่าฉันจะเชื่อแกเหรอเดวิด’ หินคิดขึ้นในใจ ก่อนที่จะขึ้นไปนอนบนเครื่อง Brain-Link
“เอาเลย” หินเอ่ยขึ้นเมื่อพร้อมแล้ว
เดวิดจึงเริ่มการทำงานของเครื่องในทันที
"เริ่มการ Blink ใน 3 2 1"
สิ้นเสียงสติของหินก็ดับวูบลงทันที ก่อนที่ความทรงจำมากมายของหิน จะถูกฉายขึ้นในห้องกระจกผ่านเครื่องโฮโลแกรม
เดวิดตรวจสอบความทรงจำต่างๆ นี้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยืนยันได้ว่ามันไม่มีปัญหา จากนั้นมันจึงลองลบและสร้างความทรงจำตามเคสที่หินได้เตรียมเอาไว้ให้ ซึ่งมันก็ทำได้อย่างลื่นไหลไม่มีปัญหาใดๆ
“การทำงานของเครื่อง Brain-Link ถูกต้องสมบูรณ์” เดวิดเอ่ยขึ้น
ขณะที่มันเตรียมจะเลิก Blink นั้น อยู่ดีๆ ในหัวของมันก็มีคำพูดของหินปรากฏขึ้น
‘ฉันคงต้องคิดเรื่องสุนัขไซบอร์กอีกครั้งหนึ่ง...’
“ใช่ ฉันต้องลบเรื่องสุนัขไซบอร์กออกจากหัวดอกเตอร์” เดวิดเอ่ยขึ้น มันไม่มีทางจะยอมเชื่อมต่อตัวเองกับร่างสุนัขไซบอร์กแน่
ดังนั้นมันจึงรีบค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับสุนัขไซบอร์กในหัวของหิน เมื่อมันเจอแล้วมันก็เตรียมจะลบความทรงจำส่วนนั้นทิ้งในทันที แต่ขณะที่มันกำลังคิดจะลบความทรงจำตรงส่วนนั้นออกไป สายตาของมันก็ดันเหลือบไปเห็นความทรงจำหนึ่งของหินเข้า
มันไม่รอช้าเลือกความทรงจำส่วนนั้นขึ้นมาแสดงทันที
“หึๆ ไอ้เดวิด ฉันทำข้อมูลความทรงจำสำรองเอาไว้แล้ว ถ้าแกเล่นตุกติกกับฉันล่ะก็ แกเจอดีแน่”
เอื๊อก
เดวิดกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอยากลำบาก ปุ่มลบความทรงจำที่มันกำลังจะกดเมื่อครู่นั้นหายไปในทันใด มันรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ตาดีเหลือบมาเห็นความทรงจำนี้ก่อนจะกดลบมันออกไป
ความคิดเรื่องลบความทรงจำสุนัขไซบอร์กถูกเดวิดพักไว้ในทันใด จากนั้นมันจึงทำการ Blinkout เรียกสติหินให้ตื่นขึ้นมา
“ยินดีด้วยครับดอกเตอร์ การ Blink เป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาใดๆ” เดวิดเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีพิรุธขณะที่ช่วยพยุงหินขึ้นมา
“อา...ดีแล้ว แกไปหยิบน้ำให้ฉันหน่อย ฉันรู้สึกกระหายน้ำ” หินพูดขึ้น
เดวิดรับคำสั่งและเดินออกไปเอาน้ำมาให้หินทันที ซึ่งในระหว่างนั้นหินก็ได้ตรวจสอบความทรงจำสำรองที่เขาบันทึกเอาไว้เอามาเทียบกับความทรงจำปัจจุบันของตัวเอง
“หืม? ...ถูกต้อง 100% เหรอ? เป็นไปได้ยังไง ที่เดวิดมันจะไม่ทำอะไรเมื่อมีโอกาส?” หินเอ่ยขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ เขาคิดว่าเขาเข้าใจนิสัยของ AI ตัวเองดีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิดไป สงสัยเขาคงต้องมองมันใหม่อีกครั้ง
______________________________________
Blink ใช้เรียกแทน การเชื่อมต่อสมอง
Blinkout ใช้เรียกแทน ยกเลิกการเชื่อมต่อสมอง