และแล้วคนพูดถึงก็มา พร้อมเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน ให้ผมกลับที่พัก ผมจัดการทำธุระ เปลี่ยนชุดเสร็จสรรพเรียบร้อย หลังจากที่ร่ำลากับไอ้อั้มและไอ้เท่ห์เสร็จ ก็เดินทางกลับเลย
ตลกตัวเองพอสมควร มาหาเพื่อน แต่เหมือนมาเข้าโรงพยาบาลต่างถิ่นซะงั้น แล้วก็เื่ไม่เป็เื่ด้วย ที่หึงไปทั้งหมด คือเื่เข้าใจผิด เสียใจเกือบตาย ถ้าเมื่อวานเข้าไปถามเ้าบ่าวตรงๆ คงไม่เกิดเื่แบบนี้ขึ้น
แต่ผมก็ดีใจนะที่เื่มันไม่ได้เป็อย่างที่ผมคิด หอก็ไม่ต้องหาใหม่ แต่แปลกใจผมจะเสียใจเื่ไอ้เ้าบ่าวไปทำไม หรือว่าผมเริ่มรู้สึกรักมันเข้าแล้ว
ใช้เวลาไม่นาน ก็เดินทางกลับมาถึงหน้าโรงงาน โดยเ้าบ่าวขับรถมาส่งผมไว้ที่โรงงาน แล้วเลยไปส่งน้องไบรด์ก่อน จากแถวโรงงานขับรถไปดอนเมืองไม่เกินครึ่งชั่วโมง
ส่วนผมพอลงรถเสร็จ ก็เดินกลับเข้าไปในโรงงานเพื่อขับรถของตัวเองกลับ ระหว่างเดินเข้าโรงงาน เห็นลังเบียร์เป็พาเหรดที่จัดเรียงไว้เพื่อรอส่งขาย ผมจึงคิดแผนการออก
ฟังจากน้องไบรด์เล่าเมื่อเช้า แสดงว่าไอ้เ้าบ่าวมันยังมีอะไรปิดบังผมอยู่ วันนี้แหละ ผมต้องรู้ความจริงทั้งหมดให้ได้
ระหว่างขับรถกลับ ผ่านร้านสะดวกซื้อ ผมแวะอย่างไม่ลังเล ผมซื้อเบียร์ก่อนเลย 3 ลัง เดี๋ยวนะ มันคงไม่เมาหลับก่อนที่จะเล่าเื่มันให้ผมฟังมั้ง น้ำเเข็ง ขนมขบเคี้ยว ก่อนจะกลับหอ
....
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น ตำรวจหนุ่มคงกลับมาแล้ว หลังจากที่ผมรินเบียร์เย็นๆใส่แก้ว นั่งจิบไปพลางๆรอมันกลับมา
"ไงมึง หายดีแล้วหรอ ถึงซื้อเบียร์มากินเนี่ย"
"ดีขึ้นมากแล้ว มึงมานั่งกินเป็เพื่อนกูหน่อยดิ"
"ไม่กินเป็เพื่อนได้ป่ะว่ะ"
"เออ จะกินเป็อะไรก็ตามใจมึงเลย"
เ้าบ่าวนั่งลง ผมหยิบแก้วที่เตรียมไว้ ใส่น้ำแข็งและรินเบียร์ให้มัน
"มึงรู้มั้ยวะ จริงๆเบียร์เขาต้องกินกันแบบไม่ใส่น้ำแข็งนะ แช่เย็นประมาณ 4-6 องศา ก็สามารถรินใส่แก้วแล้วดื่มได้เลย พี่ที่เป็คนต้มเบียร์บอกกูมา" ผมเริ่มบทสนทนาก่อน เพื่อให้มันตายใจ
"หรอวะ แก้วเบียร์มึงน้ำแข็งเต็มแล้วเลยนะ" ไอ้สาดดดด เกลียดความรู้ทัน
"เออ ก็กูเคยชิมที่มันไม่ใส่น้ำแข็งมาบ่อยแล้วไง กูเลยอยากให้มึงลองบ้าง แต่มึงไม่เคย งั้นกูยอมใส่น้ำแข็งให้มึงก้อนนึง"
... ไอ้เ้าบ่าวมองตาผมปริบๆ
"เบียร์เนี้ย ปกติเขาจะกินกันตอนที่อายุเบียร์ไม่เกินหกเดือน เพราะถ้าเกินรสชาติหรือกลิ่นจะเพี้ยนไปจากเดิม แต่นี่กูเลือกเฉพาะเบียร์ใหม่มาให้มึงกินเลยนะ เพราะเบียร์ยิ่งอายุน้อยกูยิ่งอร่อย ผลิตจากบริษัทกูด้วย เพื่อตอบแทนที่มึงคอยดูแลกูอย่างดีไง" คือผม้าเริ่มจากการคุยกับมันเยอะๆ เพราะถ้าผมถามมันกลับเมื่อไหร่ มันจะได้ตอบผมมาเยอะเช่นกัน
... ไอ้เ้าบ่าวก็ยังมองหน้าผมอย่างมึนงงเหมือนเดิม
"เพื่อตอบแทนมึง กูขอให้มึงหมดแก้วได้ไหมวะ" ผมยกแก้วชูขึ้น คุณตำรวจยกแก้วของตนเองขึ้นเพื่อชนกับผม ผมยกกระดกจนน้ำในแก้วหมดแก้ว เพียงแค่รอบเดียว เพื่อชูให้ไอ้เ้าบ่าวเห็นว่าผมดื่มหมดแก้วแล้วนะ ส่วนไอ้เ้าบ่าวก็กลัวจะเสียหน้าจึงกลั้นใจดื่มจนหมดแก้วเช่นกัน ระหว่างที่มันยกแก้วดื่มอยู่นั้น ผมแอบใส่น้ำแข็งในแก้วตัวเองจนเต็มปริ่มอัดแน่น ส่วนแก้วมันน่ะหรอ เบียร์เย็นอยู่แล้ว ผมไม่เติมน้ำแข็งหรอกครับ
"น้ำแข็งมึงยังไม่ละลายเลย กูใส่แต่เบียร์นะ" ผมพูดพลางเทเบียร์ลงใส่แก้วเพื่อนรักผมอีก
...
"มาเพื่อนรัก หมดแก้วอีกสักรอบ" ผมขยับไปนั่งใกล้ๆเพื่อนรักของผม พร้อมกอดคอ ยกแก้วเบียร์ขึ้นมาระดับหน้าอก เพื่อรอแก้วอีกใบมาชน หลังจากชนแก้วกันแล้วก็ยกดื่มจนหมด
ผมทำแบบนี้จนเบียร์หมดไปเกือบลัง ผมเป็คนชงเอง จึงเน้นน้ำแข็งแก้วผมเยอะ ส่วนแก้วคุณตำรวจผมเน้นเบียร์ ฮ่าๆ
หลังจากคุณตำรวจลุคไปฉี่ดลับมาผมสังเกตตอนนี้ หน้าคุณตำรวจเริ่มเปลี่ยนสี หูเริ่มแดงอย่างเห็นได้ชัด คือเมาแล้วแหละ ผมดูออก อย่าพึ่งเกมนะโว้ย มันพึ่งเริ่ม ฮ่าๆ
"มึงรู้มั้ยวะ ตอนกูเรียนปีหนึ่ง กูเป็เดือนคณะด้วยนะโว้ย" ผมเริ่มเข้าเื่
"รู้ดิวะ กูรู้จักมึงมากกว่าที่มึงคิด"คุณตำรวจพูดพร้อมหยิบแก้วเบียร์มาไว้ระดับอกเพื่อรอผมชน
นั่งไง ผมว่าแล้ว มันเริ่มติดกับดักผมแล้ว จากการเก็บสถิติที่ผ่านๆมาเวลาเมาด้วยกัน ไอ้เ้าบ่าวมักจะเป็พวกเมาแล้วพูดมาก สภาพนี้แหละเป็โอกาสที่ดีที่สุดที่ผมจะล้วงความลับ
"สาด มึงรู้ได้ไงวะ กูเคยเล่าให้มึงฟังด้วยหรอ" ผมทำท่าสงสัย พร้อมเทเบียร์ใส่แก้ว เติมให้มันอีด
"มึงได้ตำแหน่งป๊อบปุล่าโหวตด้วยใช่ป่ะล่ะ กูบอกมึงแล้ว ว่ากูรู้จักมึงมากกว่าที่มึงคิด"
"มึงรู้ได้ไงวะเนี้ย"
"ก็กูนี่แหละ ตอนนั้นกูเรียนนายสิบตำรวจอยู่ กูเริ่มมีเงินเดือนแล้วถึงจะน้อยนิดก็เหอะ มึงรู้มั้ย เพื่อนกูบอกว่ามึงได้ประกวดเดือนมหาวิทยาลัยด้วย กูเก็บค่าขนมกูหลายเดือนเลยกูขอพ่อกูด้วยแหละ เพื่อเอาเงินไปซื้อดอกกุหลาบแจกจ่ายเพื่อนให้โหวตให้มึง"
"เชี่ยยยย ตัวการหลักคือไอ้คนที่ IG ชื่อ John_Witsawa ป่าววะ" ถึงว่าล่ะ ผมจำได้แล้ว ตอนผมประกวดเดือนมหาวิทยาลัยตอนปีหนึ่ง ผมได้ดอกกุหลาบของทางมหาวิทยาลัยที่เขาคิดเป็คะแนนสำหรับป็อบปุล่าโหวตเยอะมาก แต่คนให้ไม่ใช่สาวๆน่ารักๆนะ เป็พวกผู้ชายเถื่อนๆจากคณะวิศวะอะดิ ยังงงอยู่เลยทำไมไอ้พวกนี้ถึงเอาดอกกุหลาบมาให้ผมเยอะจัง
"มึงแสดงอะไรนะ ที่เล่นเป็พี่มากป่ะ ถอดเสื้อโชว์ซิกแพกด้วยนิ ขาวอมชมพูเลย"
"นี่มึงเข้าไปดูด้วยหรอ เขาให้แต่นักศึกษาปีหนึ่งกับพวกสตาฟเข้าไปนิ"
"กูก็แอบเข้าไปเพื่อดูมึงไง"
ผมว่าไอ้คุณตำรวจเริ่มติดลมแล้วครับ คุยไปด้วย ยกแก้วกระดกไปด้วย ไม่หยุดเลย หลังๆไม่ชนแล้วครับ
"มึงแอบเข้าไปได้ไงวะ" ผมถามกลับไป
"ก็กูมีเพื่อน เรียนอยู่คณะวิศวะหลายคน กูเคยไปเรียนมาด้วยนะ เกือบๆเดือนแหละ ไปรับน้องมาด้วย แต่ผลสอบนายสิบกูติด เลยย้ายมาเรียนนายสิบแทน"
"เอ้า มึงเคยเรียนวิศวะ มอเดียวกับกูหรอวะ"
"ก็ใช่ไง กูถึงได้รู้จักมึง ก็เพราะเห็นมึงั้แ่วันตรวจร่างกายแล้ว กูเข้าไปตรวจพร้อมมึง อยู่ข้างๆมึงเลย"
"อ่อ ที่มึงไปถ่ายรูปที่โรงพยาบาลมอ ตอนที่ไปพิษณุโลกอะนะ ที่บอกว่าเป็ความทรงจำ"
"ใช่ ความทรงจำที่เกี่ยวกับมึง"
... ไอ้เ้าบ่าวยกแก้วดื่มต่อ ส่วนผมพยักหน้าด้วยความเข้าใจ แต่ไม่คิดเลย ว่ามันจะรู้จักผมมาตั้งนาน รู้จักผมมากกว่าที่ผมคิดจริงๆ
"แต่นั่นมันไม่ทำให่กูหลงรักมึงหรอกนะ มันก็แค่สะดุดตา"
"ยังมีอีกหรอวะ"
"มีดิ ค่ายรับน้องมหาวิทยาลัยอะ ที่รับพร้อมกันทั้งมอ แล้วแบ่งเป็กลุ่มๆอะ กูอยู่กลุ่มเดียวกับมึงด้วย"
"จริงดิ"
"ที่พี่ให้เขาให้มึงเป็เต้นอะไรตลกๆอะ กูจำได้ แล้วก็จำมึงได้ว่ามาตรวจร่างกายพร้อมกู"
"แล้วไงวะ"
"ก็แมร่งข้าวกล่องมื้อเที่ยงที่เขาแจกมันน้อย กิจกรรมก็เยอะใครมันจะไปกินอิ่มวะ กูน่าจะโมโหจนคนเขาดูออกแหละ แต่ไม่มีใครช่วยกูได้เลย แล้วเหมือน์ส่งเทพบุตรมาให้กู มึงถามกูว่า 'เป็อะไร ไม่อิ่มหรอ แบ่งข้าวของกูไปได้นะ' เชี่ย มึงรู้ไหม น้ำตากูจะไหล มึงแบ่งกระเพรามึงมาให้กูหมดเลยกับข้าวอีกครึ่งกล่อง ส่วนมึงกินแค่ไข่ดาวกับข้าวที่เหลือ"
"นี่มึงจำลายละเอียดได้ขนาดนี้เลยหรอวะ" ไม่อยากจะบอกความจริงเลย ว่าผมไม่กินเผ็ด แล้วกล่องที่มันเป็หมูกระเทียมมันหมด เลยจำใจต้องเอาผัดกระเพรามากิน จริงๆผมลองชิมผัดกระเพราดูแล้ว คือเผ็ดมาก ก็แค่หาคนแบ่งก็เท่านั้น
"กูเลยหันไปมองป้ายชื่อมึง ชื่อตูมตาม ป้ายรูปคล้ายๆจานบิน สีฟ้า ไม่เคลือบป้ายด้วย หลังจากนั้นก็กูตามมึงตลอด สืบทุกอย่างจนรู้ ทั้งคณะที่เรียน สาขา แม้กระทั่งเลขห้องตอนอยู่หอในของมึงกูยังรู้เลย"
"โม้แล้วมึงอะ"
"มึงอยู่ห้อง 14111"
"เชี่ย เื่จริงวะ มึงนี่แมร่ง"
"ตอนแรกกูจะจีบมึงั้แ่ตอนนั้นแล้ว แต่แมร่งดันสอบติดตำรวจก่อน เลยต้องมาเรียนที่สระบุรี โคตรเครียด แต่กูก็ไม่ละความพยายามนะ อย่างที่มึงรู้ กูก็ถามข่าวมึงจากเพื่อนๆกูตลอด แล้วก็กลับไปมอบ่อยด้วย รวมถึงไปดูมึงประกวดเดือนด้วย"
"เออ แล้วสามสี่ปีที่ผ่านมา มึงไม่มีแฟนบ้างหรอวะ"
"มี มีคนเข้ามา กูก็เปิดใจนะโว้ย แต่กูไม่รักเขาจริงๆ เขาทำให้กูมีความสุข มีความหวัง ไม่เท่ากับมึงวะ"
"ขนาดนั้นเลย?"
"ทุกครั้งที่กูทำอะไรแล้วกูคิดถึงมึง คือกูมีกำลังใจทำ แล้วก็รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร แต่กลับคนอื่นมันไม่ใช่ คือเหมือนกูทำอะไรให้เขาเพราะพยายามให้เกียรติเขามากกว่า"
...
"กูจำได้ว่าไอ้เท่ห์เป็หนึ่งในเพื่อนสนิทมึง วันที่เจอมันในโรงเรียนนายร้อย กูไม่ลังเลเลยที่จะเข้าไปตีสนิท เพราะกูรู้ว่ามันต้องพากูมาเจอมึงได้แน่ๆ"
"แล้วก็ลงเอยด้วยวันที่เรามากินเบียร์ที่ร้านนั้นกันครั้งแรก"
"กูอยากให้มันลงเอยให้ดีกว่านั้นนะโว้ย เื่ของเราสองคน ไม่อยากให้จบแค่เป็เพื่อนกันแบบนี้" เ้าบ่าวพูดพร้อมดื่มเบียร์ไปอีกหนึ่งแก้ว
ณ ตอนนี้ เบียร์หมดไปสองลังแล้ว เป็ฝีมือผมประมาณห้าถึงหกขวด นอกนั้นเป็ของคุณตำรวจทั้งหมด ไม่แปลกเลยที่ตอนนี้หน้ามันซบลงตรงไหล่ขวาของผม มือข้างซ้ายเกาะอยู่ตรงไหลซ้ายของผม ส่วนแขนอีกข้างกอดผมไว้แน่น ผมพาคุณตำรวจกลับไปนอนที่เตียงตามหน้าที่ความรับผิดชอบของผม ที่มอมมันเมาได้ขนาดนี้
ผมครุ่นคิดอยู่นาน เื่ที่ไอ้เ้าบ่าวมันรู้จักผมมาตั้งนาน แต่คิดดีๆแล้วมันก็ไม่ใช่เื่ที่ผิดอะไร ความรักที่มีให้ผมมันก็มั่นคงระดับหนึ่ง 4-5 ปี แล้วนะที่มันรู้สึกกับผมแบบนี้ แล้วจนทุกวันนี้มันยังรู้สึกเหมือนเดิม คิดไปก็นอนยิ้มไป แต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก็ทำให้ผมหลับจนได้