18 2-2
ตอนที่ 35 ทุ่มให้สุด (2)
จู้หยานที่ไม่ชอบพบปะกับผู้คนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วถึงกับส่ายหัว
“คนเยอะมาก ผมไม่อยากเข้าไป”
“คนยิ่งพลุกพล่านนี่ล่ะยิ่งดี หลานจะได้เจอคนมากหน้าหลายตายังไงล่ะ!”
ศาสตราจารย์หวังยิ้มแย้มขณะพูดคุยกับหลานชาย จากนั้น ทั้งเขาและจู้หยานก็ได้ช่วยกันเบียดร่างเข้าไปในคลื่นฝูงชน จนกระทั่งสามารถแทรกเข้าไปลึกถึงวงในได้ในท้ายที่สุด และได้พบจุดรวมความสนใจของผู้คนในทันที
“นั่นไม่ใช่สาวน้อยสกุลหลินหรอกเหรอ?”
ชายหนุ่มที่กำลังปั้นหน้าบูดบึ้งไม่ชอบใจ เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองทันควัน ประกายตาสีเหลืองอำพันเคลื่อนมองไปทางหลินจิงซูที่กำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะไพ่ ปากก็รำพึงรำพันอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเองว่า
“นี่เธอกำลังทำอะไรอยู่น่ะ? พนันงั้นเหรอ?”
ทางฝั่งเจ้ามือกลัวเหลือเกินว่าป้าผางจะเปลี่ยนใจถอนเงินก้อนนี้ออกไปเสียก่อน จึงรีบร้องตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงดุดันทันที
“ลงเงินแล้วห้ามชักออก! ถือว่าได้เดิมพันไปแล้ว! ไม่ได้! ไม่ได้!!”
เหล่านักต้มตุ๋นที่เหลือรีบพุ่งตัวเข้าไปช่วยกันฉุดรั้งป้าผางไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอคว้าเงินบนโต๊ะไปได้
ทุกคนในที่นี้ต่างคิดกันว่า หลินจิงซูได้เสียสติไปแล้ว บ้างก็รู้สึกเห็นใจป้าผางขึ้นมาทันที
แต่พูดก็พูดเถอะ แล้วจะพาเด็กนั่นมาที่นี่ทำไมตั้งแต่แรก? แค่ปล่อยให้เด็กนั่นมาจับไพ่ตัดสินใจแทน ก็นับว่าคิดผิดมหันต์แล้ว ผลสุดท้ายเป็นยังไงล่ะ?
ไม่ใช่ว่าพวกเขาอยากจะแช่งให้อีกฝ่ายแพ้ แต่โอกาสชนะของหลินจิงซูนั้นนับว่าต่ำมากจริงๆ
ป้าผางถูกลากตัวออกไปทั้งน้ำตา
“นังเด็กเวร! ทำไมถึงต้องกลั่นแกล้งกันขนาดนี้ด้วย?! ฉันแค่นินทาครอบครัวแกนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง ถึงกับต้องใช้วิธีชั่วช้าแบบนี้มาแก้แค้นฉันเชียวเหรอ!! ฉันขอบอกแกไว้ตรงนี้ ต่อให้ฉันต้องตายไปเป็นผี ฉันก็จะตามหลอกหลอนพวกแกไม่จบไม่สิ้น! นังเด็กบ้า!!”
ป้าผางก่นด่าตวาดเสียงดังลั่นดิ้นรนราวกับช้างตกมัน และหากเธอดิ้นหลุดไปได้ คงกระโดดเข้ากัดลำคอของหลินจิงซูให้ตายไปข้างแล้ว
หลินจิงซูเริ่มหนวกหูและรู้สึกรำคาญ จึงโบกมือสั่งให้เจ้ามือแจกไพ่โดยไว
ในเสี้ยวพริบตา ขณะที่ทุกคนกำลังมุ่งความสนใจไปที่อาการคลุ้มคลั่งเป็นบ้าเป็นหลังของป้าผางนั้น กระทั่งเจ้ามือและผู้คุมโต๊ะเองก็ยังถึงกับประหม่าตื่นเต้น หลินจิงซูก็ได้อาศัยจังหวะนั้นสะบัดนิ้วมือเปลี่ยนไพ่จนเสร็จสรรพแล้ว
“เฮ้ย! ดูนั่น! แต้มเจ้าหนูนั่นสูงกว่าเจ้ามือ!”
บรรยากาศทั่วทั้งโต๊ะไพ่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ทุกคนแทบตั้งตัวกันไม่ทัน!
“เหลือเชื่อ! โชคมือใหม่มีจริงๆ!”
“สาวน้อยคนนี้เก่งจริงๆ! อย่างกับโคตรเซียนในหนัง!”
“เดิมพัน600หยวนด้วยอัตราต่อรองสี่เท่า ทั้งหมดก็เท่ากับเงิน…2,400หยวน! ทำงานหนักทั้งปียังไม่มีทางหาเงินได้มากขนาดนี้เลย!!”
ป้าผางถึงกับอ้าปากกว้างขากรรไกรค้างเติ่ง เฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความเหลือเชื่อราวกับว่ากำลังฝันไป
ฉันชนะเหรอ? ฉันชนะแล้วจริงๆเหรอ? ฉันชนะแล้วจริงๆงั้นเหรอ?!!
แทบจะในทันใด เน้ำหูน้ำตาของเธอพรั่งพรูออกมา พร้อมกับระเบิดเสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วทั้งตลาดราวกับคนคลุ้มคลั่ง
หลินจิงซูกวาดเงินทั้งหมดบนโต๊ะเก็บไว้ในอ้อมแขนของตนเอง และเงินจำนวนนี้แม้จะไม่มากแต่ก็นับว่าไม่น้อย เธอจึงไล่นับเงินจำนวน2,400หยวนคร่าวๆด้วยตาเปล่า และเสร็จสิ้นในระยะเวลาเพียงสั้นๆ
“ป้าผางคะ เรากลับกันเถอะค่ะ”
หลินจิงซูหอบเงินกองโตใส่ลงไปในมือของป้าผางทันที
สภาพป้าผางตอนนี้เพียงแค่จะยืนยังไม่ตรง แข้งขาอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรง มือไม้อ่อนนุ่มราวกับเส้นบะหมี่
เหตุการณ์เมื่อสักครู่ เธอยกให้เป็นภาพฉากระทึกขวัญอันดับหนึ่งของชีวิตเลยทีเดียว เธอมั่นใจว่า หากถูกฆ่าตาย ใจของเธอคงจะไม่สั่นถึงเพียงนี้แน่!
ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังจะจากไป จู่ๆก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มีใบหน้าเป็นอาวุธเข้าล้อมพวกเธอสองคนไว้มิดชิด เจ้ามือที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะชี้หน้าพร้อมกับร้องตะโกนเสียงดังลั่นว่า
“นังสองคนนี้มันโกง! อย่าปล่อยให้พวกมันไปไหนทั้งนั้น!”
“โกง?”
หลินจิงซูหัวเราะคิกคักอย่างไม่รู้สึกเกรงกลัวใดๆต่อคำกล่าวหาของเจ้ามือ
“มีหลักฐานรึเปล่าล่ะค่ะ?”
เจ้ามือแสยะยิ้มเยาะ ตบโต๊ะเสียงดังปัง
“ต้องการหลักฐานใช่มั้ย? ก็ได้!!”
เขาเปิดไพ่คิงทั้งหมดในสำรับออกมากางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะร้องคำรามเสียงดุดันว่า
“ตาเมื่อกี้ แกแอบเติมคิงที่ขโมยจากตาก่อนเข้าไปใช่มั้ย!! ไม่อย่างนั้นในสำรับนี่จะมีคิงถึงห้าใบได้ยังไง?”
เมื่อคำถามนี้ดังขึ้น ทุกคนโดยรอบต่างพากันเคลื่อนสายตาจับจ้องไปที่ไพ่คิงทั้งห้าใบบนโต๊ะ
“นั่นสิ ทำไมไพ่หนึ่งสำรับถึงมีคิงตั้งห้าใบได้?”
“ไม่คิดเลยว่า นังหนูน้อยนี่จะหัดโกงตั้งแต่อายุเพียงแค่นี้ อย่าให้รู้นะว่าเป็นลูกเต้าเหลาใคร ไม่งั้นได้อับอายขายขี้หน้าทั้งตระกูลแน่!”
“ก็ว่าอยู่แล้วเชียว ทำไมจู่ๆนังหนูนี่ถึงได้กล้าเดิมพันสูงขนาดนี้ ที่แท้ก็ใช้ลูกเล่นสกปรกนี่เอง เอาเถอะ เอาเถอะ เห็นว่ายังเป็นเด็กตัวแค่นี้ คืนเงินมาให้ฉันแล้วจะไปไหนก็ไปซะ! ฉันไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเด็กๆ”
หลินจิงซูแอบแสยะยิ้มเยาะอยู่ในใจ นักต้มตุ๋นเหล่านี้ช่างแสดงบทบาทได้แนบเนียนจริงๆ พอแผนหลอกเอาเงินของตัวเองประสบความล้มเหลว ก็คิดจะใช้ความเห็นของผู้คนรอบข้างบีบบังคับให้เธอยอมจำนน!