แสงสีทองสว่างวาบนั้นไม่ได้เพียงแต่ตัดผ่านความมืดมิดของตลาดร้าง แต่มันกรีดกระชากเสียงหวีดร้องโหยหวนของิญญาร้ายให้ขาดสะบั้นลงในพริบตา!
บัวผันที่เคยรัดตรึงร่างกายของธนาไว้ด้วยความโหยหาในพลังชีวิต ถึงกับผงะหงาย ร่างที่เน่าเปื่อยของเธอสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงเมื่อัักับรัศมีอันศักดิ์สิทธิ์ แรงดึงดูดที่เคยผนึกเขากับเธอไว้หลุดออกอย่างกะทันหัน ธนาล้มฟุบลงกับพื้นไม้ที่ผุพัง ลมหายใจหอบถี่และเย็นเยือกราวกับมีก้อนน้ำแข็งฝังอยู่ในปอด พลังชีวิตที่ถูกสูบออกไปทำให้เขารู้สึกเหมือนขี้ผึ้งที่กำลังละลายละลายอยู่กลางกองเพลิงที่ไร้ความร้อน
“อัปเปหิ! ไปสู่ที่ของเ้าเสีย!” เสียงตวาดนั้นก้องกังวานและทรงพลังอย่างประหลาด
ธนาพยายามปรือตาที่พร่าเลือนมองดูเงาร่างที่ก้าวเข้ามาหาเขา ท่ามกลางหมอกควันที่เกิดจากการสลายตัวของิญญานางรำ ชายชราคนหนึ่งในชุดเสื้อคอจีนสีขาวสะอาดตากำลังเดินตรงเข้ามา ในมือของเขาถือกระบอกไม้ไผ่ที่สลักอักขระโบราณซึ่งยังคงทิ้งรอยความร้อนเป็แสงสีทองจางๆ ไว้ในอากาศ บัวผันกรีดร้องเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างของเธอจะม้วนตัวหายไปในเงามืดของศาลไม้เก่า ทิ้งไว้เพียงกลิ่นเหม็นไหม้และเศษผ้าสไบที่กลายเป็เถ้าถ่าน
ทุกอย่างเงียบลง... เงียบจนธนาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก
“พ่อหนุ่ม... เ้ายังมีวาสนาที่ข้าผ่านมาแถวนี้” ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเคร่งขรึม
ธนาพยายามจะขยับตัวแต่ความอ่อนแรงทำให้เขาทำได้เพียงนอนนิ่งๆ “คุณ... คุณเป็ใคร...”
“ข้าชื่อแปะเซ้ง... เ้าของร้านยาจีนที่หัวมุมถนนนั่นแหละ” ชายชราก้มลงมองธนาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและกังวล “ลุกขึ้นเถิด ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนเป็ โดยเฉพาะคนที่มี 'กลิ่นอาย' เย้ายวนภูตผีเช่นเ้า”
แปะเซ้งพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของธนาขึ้นอย่างเบามือ ธนารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือหยาบกร้านของชายชรา มันเป็ความร้อนที่ต่างจากกามารมณ์ที่รุ่มร้อนของเหล่าิญญา แต่มันคือความร้อนที่ให้ความมั่นคงและปลอดภัย เขาถูกพาตัวก้าวออกจากตลาดร้างที่ดูเหมือนจะขยายตัวกว้างขวางผิดปกติในยามค่ำคืน จนกระทั่งมาถึงร้านยาจีนโบราณที่มีป้ายไม้เขียนว่า ‘เฮงเซ้งตึ๊ง’
กลิ่นสมุนไพรจีนโชยมาแตะจมูกทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน มันคือกลิ่นของชะเอม โสม และรากไม้นานาชนิดที่ผสมปนเปกันจนกลายเป็กลิ่นที่ให้ความรู้สึกสะอาดและสงบ ลิ้นชักไม้เล็กๆ นับร้อยเรียงรายอยู่เต็มผนัง แสงตะเกียงน้ำมันสลัวๆ สะท้อนกับเครื่องแก้วและถ้วยกระเบื้องลายคราม ธนาถูกพานั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวหนา
“ดื่มนี่เสียสิ พลังหยางของเ้าถูกสูบไปจนเกือบหมดสิ้น หากมาช้ากว่านี้อีกเพียงกึ่งก้านธูป ิญญาของเ้าคงได้ไปรำคู่กับแม่นางผู้นั้นในภพหน้าแน่” แปะเซ้งส่งถ้วยกระเบื้องที่มีน้ำสีเข้มข้นจัดมาให้
ธนาพยุงมือที่สั่นเทาขึ้นรับถ้วยยามาจิบ รสชาติขมฝาดที่ปลายลิ้นแล่นพล่านไปตามเส้นเื แต่มันกลับทำให้ความหนาวเหน็บในกระดูกค่อยๆ มลายไป เขารู้สึกถึงความร้อนที่เริ่มกลับมาไหลเวียนที่ปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า
“ขอบคุณครับท่าน... ผมไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไม... ทำไมพวกเธอถึงต้องทำแบบนี้กับผม” ธนาเอ่ยด้วยเสียงที่ยังสั่นเครือ
แปะเซ้งนั่งลงฝั่งตรงข้าม ดวงตาที่ฝ้าฟางตามกาลเวลาแต่กลับดูแหลมคมเมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของธนา “มันไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอกพ่อหนุ่ม แต่มันคือโชคชะตาที่เรียกว่า ‘กายทิพย์เร้ากาม’ ร่างกายของเ้าคือโอสถทิพย์ของพวกิญญาที่ยังติดอยู่ในกงเกวียนแห่งตัณหา พวกนาง้าพลังชีวิตที่บริสุทธิ์เพื่อรักษาจำแลงกายให้คงอยู่ และความสุขสมที่เ้ามอบให้คือเครื่องพันธนาการที่ร้ายกาจที่สุด”
ชายชราเว้นจังหวะ พลางลูบเคราสีดอกเลา “แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าิญญาเร่ร่อนเ่าั้ คือ ‘ผู้’ ที่จ้องจะใช้ตัวเ้าเป็สะพานข้ามภพ ข้าเห็นเงาดำทมิฬปกคลุมรอบตัวเ้า... มันคืออาถรรพ์ที่คนใกล้ตัวเ้าเป็คนก่อ”
ธนาสะดุ้งวาบ ภาพใบหน้าของ ‘กริช’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาผุดขึ้นมาในใจ ความสงสัยที่สะสมมาเริ่มกลายเป็ความกลัวที่จับต้องได้ “กริช... คุณหมายถึงเพื่อนของผมหรือครับ?”
แปะเซ้งไม่ตอบโดยตรง แต่เขาลุกขึ้นเดินไปที่ตู้ไม้เล็กๆ ด้านหลังโต๊ะบัญชี เขาหยิบกล่องไม้กำมะหยี่สีแดงเก่าคร่ำคร่าออกมา เมื่อเปิดออก ธนาเห็นหยกสีขาวนวลรูปทรงหยดน้ำที่ร้อยด้วยเชือกสีแดงถักอย่างประณีต ตัวหยกมีลวดลายเมฆามงคลจางๆ และดูเหมือนจะมีแสงสว่างนวลตาเรืองรองออกมาจากข้างใน
“นี่คือ ‘หยกขาวพิสุทธิ์’ มันถูกปลุกเสกในวัดเขาศักดิ์สิทธิ์และแช่ในน้ำมนต์เจ็ดคาบสมุทร” ชายชรายื่นหยกชิ้นนั้นให้ธนา “จงสวมมันไว้ตลอดเวลา อย่าได้ถอดออกเด็ดขาด มันจะช่วยกำบัง ‘กลิ่น’ ของเ้าจากิญญาชั้นต่ำ และปกป้องเ้าจากคุณไสยมนต์ดำในระดับหนึ่ง”
ทันทีที่ธนารับหยกมาถือไว้ในมือ เขารู้สึกถึงกระแสความเย็นที่นุ่มนวลไหลผ่านง่ามนิ้วเข้าสู่หัวใจ มันเป็ความเย็นที่ต่างจากความตาย แต่มันคือความเย็นของหยาดน้ำค้างที่ชโลมจิตใจที่ว้าวุ่นให้สงบลง
“ทำไมท่านถึงช่วยผม? เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน” ธนาถามพลางมองหยกในมือ
“โลกนี้ไม่มีความบังเอิญหรอกพ่อหนุ่ม ข้าติดค้างคำสัญญากับใครบางคน... คนที่เคยพยายามจะปกป้องเ้ามาก่อน” แปะเซ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความลับ “นวล... ิญญาสาวที่อยู่ข้างกายเ้าน่ะ นางพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่นางลำพังคนเดียวไม่อาจต้านทานอำนาจของ ‘พระยาโสก’ ได้”
ชื่อของพระยาโสกทำให้ธนารู้สึกเย็นสันหลังวาบอีกครั้ง ความเป็จริงเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นว่าเขาไม่ได้เพียงแค่ถูกผีหลอก แต่นี่คือาระหว่างโลกคนตายที่เขากลายเป็จุดศูนย์กลาง
“แล้วผมต้องทำยังไงต่อไป?”
“รักษาชีวิตตัวเองไว้ให้ดี” แปะเซ้งเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง “หยกนี้เป็เพียงเกราะป้องกันชั่วคราว แต่มันจะเสื่อมฤทธิ์หากเ้าพ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหาของตนเอง จำไว้ว่า... ยิ่งเ้าปล่อยตัวไปกับรสััของิญญา หยกนี้จะยิ่งหม่นแสงลง จนในที่สุดมันจะแตกสลาย และเมื่อนั้น... จะไม่มีใครช่วยเ้าได้อีก”
ธนาพยักหน้าอย่างช้าๆ เขาคล้องเชือกสีแดงลงบนคอ หยกขาววางแนบอยู่กับหน้าอกที่ยังคงกระเพื่อมตามจังหวะหายใจที่เริ่มเป็ปกติ ความรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ขอบคุณครับแปะเซ้ง ผมจะจำคำสอนของท่านไว้”
“ไปเถิด... รุ่งเช้ากำลังจะมาถึงแล้ว กลับไปพักผ่อนเสีย และจงระวัง ‘เงา’ ของคนรอบข้างให้ดี บางครั้งคนที่เราไว้ใจที่สุด อาจจะเป็คนที่ขุดหลุมฝังเราไว้ลึกที่สุดก็ได้”
ธนาเดินออกจากร้านยาจีนของแปะเซ้งด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป แสงสีทองอ่อนๆ ของรุ่งอรุณเริ่มจับที่ขอบฟ้า ตลาดร้างที่เคยน่าสะพรึงกลัวบัดนี้กลับดูเป็เพียงย่านเก่าแก่ที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา ทว่าคำเตือนของชายชราและััของหยกบนหน้าอกกลับย้ำเตือนเขาว่า เื่ราวทั้งหมดเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
เมื่อเขากลับมาถึงห้องพักหมายเลข 404 ความเงียบสงัดภายในห้องกลับไม่ทำให้เขากลัวเหมือนทุกครั้ง เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ลูบคลำหยกขาวพิสุทธิ์ที่คอด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
เขาหยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อ ‘กริช’
ข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนทำให้หัวใจของธนากระตุกวูบ
*“ธนา... เมื่อคืนมึงไปไหนมา? กูนอนไม่หลับเลยว่ะ รู้สึกเหมือนมีใครมาเดินวนเวียนอยู่ที่หน้าบ้านกูตลอดทั้งคืน... มึงช่วยออกมาหาหน้าบ้านกูหน่อยได้ไหม? ตอนนี้เลย...”*
ธนามองข้อความนั้นด้วยความสงสัยและหวาดหวั่น มือที่กำหยกอยู่เริ่มสั่นเทา กริชกำลังเจอกับอะไร? หรือนี่คือกับดัก? ในเงาสลัวของห้องพัก เขาเห็นเงาร่างของนวลยืนอยู่ที่มุมห้อง ใบหน้าของเธอดูเศร้าหมองและวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอส่ายหน้าช้าๆ เป็เชิงห้ามปราม
ความลับที่กริชซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดเผย หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าที่ธนาหวาดกลัวที่สุด? เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งความมืดกำลังจะถูกแทนที่ด้วยแสงแดด แต่ในใจของเขากลับมืดมิดกว่าเดิม
**[โปรดติดตามตอนต่อไป...]**