เหนือศีรษะของจิ้งจอกน้อยปรากฏเครื่องหมายคำถามอันแล้วอันเล่า
ไป๋เซี่ยเหอกระโดดเข้าไปในเกี้ยวของเขาเองชัดๆ
แล้วอะไรที่เรียกว่าเก็บมาได้?
ทำเหมือนนางเป็นสิ่งของอย่างไรอย่างนั้น
“ดีปานนี้เชียวข้าเองก็อยากเก็บได้สักตัวเจ้าค่ะ”
ฮั่วอวิ๋นเยียนเผยสีหน้าอิจฉาคิดจะยื่นมือไปลูบขนปุกปุยนุ่มนิ่มนั้นอีกครา ทว่าก็ไม่กล้า
นางเชื่อในคำพูดของฮั่วเยี่ยนไหวอย่างแท้จริง
จิ้งจอกน้อยเห็นแววตาคาดหวังของฮั่วอวิ๋นเยียนก็รู้สึกหนาวเหน็บเป็นระยะๆ
หากฮั่วอวิ๋นเยียนรู้ว่าจิ้งจอกน้อยคือไป๋เซี่ยเหอจะโมโหจนเป็นลมหรือไม่?
ฮั่วเยี่ยนไหวไม่ตอบเพียงใช้นิ้วลูบขนบนหลังของจิ้งจอกน้อยอย่างเบามือจนทำให้ไป๋เซี่ยเหอรู้สึกคันยุบยิบ
“เสด็จอาได้ยินว่าอันหนิงจวิ้นจู่จะกลับมาแล้ว นางจะพักในจวนของท่านหรือไม่เจ้าคะ?”
อันหนิงจวิ้นจู่[1]คือบุตรีหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของแม่ทัพเวยอู่[2]คนก่อนแม้ว่าจะอยู่ที่ชายแดน เขาก็ยังคงพาบุตรสาวมาอยู่ข้างกาย
อันหนิงร่วมรบกับฮั่วเยี่ยนไหวมาตั้งแต่เล็กเรียกได้ว่าเป็นคู่รักสมัยเด็ก
เพียงแต่...
ในสงครามครั้งใหญ่เมื่อสามปีก่อน
แม่ทัพเวยอู่เสียชีวิตเพราะช่วยฮั่วเยี่ยนไหวเอาไว้โลกของอันหนิงจึงเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ความไร้เดียงสาและร่าเริงของนางแปรเปลี่ยนเป็นเงียบขรึมในชั่วข้ามคืน
ก่อนที่แม่ทัพเวยอู่จะเสียชีวิตสิ่งเดียวที่ปล่อยวางไม่ลงมีเพียงบุตรสาวของตน จึงได้ฝากฝังนางไว้กับฮั่วเยี่ยนไหว
จิ้งจอกน้อยเองก็จ้องมองฮั่วเยี่ยนไหวเช่นเดียวกันนางรอฟังคำตอบของเขาอยู่ โดยไม่รู้ว่าเหตุใดตนเองถึงได้สนใจปานนั้น
“ไม่ข้าจะเตรียมเรือนอื่นไว้ให้นาง” ฮั่วเยี่ยนไหวไม่ได้ขัดสนเงินทอง เขาก็แค่ซื้อเรือนให้นางสักหลังและทำให้นางไม่ต้องกังวลเรื่องเสื้อผ้าอาหารก็พอ
จิ้งจอกน้อยทำจมูกฟุดฟิด เพราะได้กลิ่นบางอย่างที่ไม่ธรรมดา
“เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ”
ฮั่วอวิ๋นเยียนไม่ได้สนิทสนมกับอันหนิงเท่าใดนักกระทั่งสามารถพูดได้ว่าเป็นเพียงความสัมพันธ์ที่ตื้นเขินและรู้สึกว่านางน่าสงสารเท่านั้น
ทั้งห้องเงียบกริบไปชั่วขณะ
นางกำนัลที่ติดตามฮั่วอวิ๋นเยียนออกมาส่งเสียงเรียกอยู่ด้านนอก ฮั่วอวิ๋นเยียนได้แต่มองจิ้งจอกน้อยตาปริบๆ
“เสด็จอา หากข้าเบื่อสามารถไปเที่ยวเล่นที่จวนของท่านได้หรือไม่เจ้าคะ?”
จิ้งจอกตัวนี้น่ารักเกินไปจริงๆนางอยากจะกอดมันอีกครา
ฮั่วเยี่ยนไหวพยักหน้า“ได้”
เขามีงานรัดตัวอยู่บ่อยครั้งย่อมไม่มีเวลาอยู่กับเจ้าตัวเล็กมากนัก แม้ว่าฮั่วอวิ๋นเยียนจะโง่งมไปหน่อยทว่าจิตใจบริสุทธิ์และเรียบง่าย ถือเป็นเพื่อนเล่นที่ดีใช้ได้
ฮั่วอวิ๋นเยียนจึงกระโดดโลดเต้นจากไปอย่างดีอกดีใจ
“พวกเราเองก็ควรกลับกันได้แล้ว”
เมื่อกลับถึงจวน หลังจากจิ้งจอกน้อยปล่อยให้ฮั่วเยี่ยนไหวอาบน้ำให้จนตนเองหน้าแดงก็กระโดดขึ้นเตียงไป ทั้งยังจงใจขยับไปข้างในเล็กน้อย
เพื่อเว้นที่ให้ฮั่วเยี่ยนไหว
การกระทำเช่นนั้นดูเป็นธรรมชาติเสียจนไม่อาจธรรมชาติไปมากกว่านี้
ฮั่วเยี่ยนไหวนอนลงบนเตียงโดยไม่ถอดเสื้อผ้าแล้วหลับตาลง
ท่าทียามที่จิ้งจอกน้อยรู้ว่าไป๋เสียนอันเข้าเมืองหลวงผุดขึ้นมาในสมองของเขาอย่างไม่ขาดสาย
เขามีลางสังหรณ์ว่าจิ้งจอกน้อยจะหายไปสักพัก
สิ่งที่เขาทำได้คือเพิ่มจำนวนสายลับที่จับตามองคุณหนูใหญ่สกุลไป๋บางทีไม่นานหลังจากนี้ ความจริงอาจปรากฏก็เป็นได้
ทว่าสิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือคุณหนูใหญ่สกุลไป๋นอนอยู่ข้างกายของเขาในเวลานี้
เมื่อไป๋เซี่ยเหอได้ยินกับหูว่าเขาส่งสายลับมาที่เรือนของนางสิ่งที่นางทำก็คือเพิ่มความระแวดระวัง
ภายในห้องที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงเข็มตกมีเพียงเสียงลมหายใจสองสายดังเป็นระลอก
อิ๋งเฟิงหมอบอยู่ตรงประตูด้านนอกที่ห่างออกไปเพียงประตูกั้นเขาพยายามมองเข้ามาข้างในผ่านช่องประตู
เขาอยากจะดูว่าจิ้งจอกตัวนี้คือปีศาจจิ้งจอกที่สามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์กลืนกินพลังหยาง และล่อลวงจิตใจผู้อื่นตามตำนานหรือไม่
เมื่อไป๋เซี่ยเหอตื่นขึ้นมาฮั่วเยี่ยนไหวก็ไม่อยู่แล้ว ที่นอนเองก็เย็นเยียบเช่นเดียวกัน
เขาออกไปนานแล้ว
ก็ดี
เช่นนี้นางจะได้ไม่ต้องคิดหาวิธีแอบออกไป
แสงสีขาวสายหนึ่งพุ่งออกจากหน้าต่าง
เงาสีดำตามหลังมาติดๆ
จิ้งจอกน้อยรู้สึกว่ามีคนตามมาหลังออกจากเมืองจึงพุ่งเข้าไปในป่าทันที
แม้ว่าป่าจะไม่ใหญ่นักทว่ามีต้นไม้รกชัฏ เส้นทางก็สลับซับซ้อน
อิ๋งเฟิงตามไปติดๆเพียงชั่วพริบตาก็มองไม่เห็นเงาของจิ้งจอกน้อยแล้ว
ทว่าเขาเป็นคนที่ยอมแพ้ง่ายดายปานนั้นหรือ?
เอ๊ะ?
“คุณหนูใหญ่สกุลไป๋?”
เมื่ออิ๋งเฟิงเห็นไป๋เซี่ยเหอเดินเข้ามาในระยะสายตาอย่างกะทันหันเขาก็แทบจะกัดลิ้นตนเอง
คุณหนูใหญ่สกุลไป๋มาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร?
เช่นนั้นจิ้งจอกน้อยเล่า?
“เจ้ารู้จักข้าหรือ?”
อิ๋งเฟิงรู้จักไป๋เซี่ยเหอเพราะท่านอ๋องส่งสายลับเข้าไปในเรือนสุ่ยฉิง
ทว่าร่างมนุษย์ของไป๋เซี่ยเหอนั้นไม่รู้จักอิ๋งเฟิง
ดังนั้นนางจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขา
อิ๋งเฟิงยิ้มแหยก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง“คุณหนูไป๋ ท่านเห็นจิ้งจอกเข้ามาในป่าแห่งนี้หรือไม่? มันมีสีขาวและตัวใหญ่ประมาณนี้”
เขาพยายามทำท่าทาง
จิ้งจอกตัวนั้นก็อยู่ตรงหน้าเจ้าแล้วอย่างไร!
ไป๋เซี่ยเหอพยายามกลั้นขำอย่างสุดชีวิตนางส่ายศีรษะ สีหน้าไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจัง“ไม่เห็น!”
“ขออภัยขอรับ รบกวนแล้ว”
ไป๋เซี่ยเหอพยักหน้าก่อนจะหมุนกายจากไปอย่างสง่างามและสบายใจ
อิ๋งเฟิงจ้องมองแผ่นหลังของนางด้วยความรู้สึกคุ้นเคยเล็กน้อยอย่างอธิบายไม่ได้
เขาเอามือตบหน้าผากจากนั้นก็หมุนกายเข้าไปในป่าเพื่อตามหาจิ้งจอกน้อยต่อไป
ณ ประตูหลังของจวนสกุลไป๋
บุรุษในชุดสามัญชนสีน้ำเงินอมเทาคนหนึ่งกำลังมองมาข้างในด้วยท่าทีลับๆล่อๆ
เขาสวมเพียงชุดชิวอี[3]บางๆเท่านั้น มือทั้งสองข้างเย็นเฉียบจนเปลี่ยนเป็นสีแดง บางครั้งเขาก็จะเป่าลมออกจากปากไปที่มือจากนั้นก็ถูมืออย่างแรง
“ผู้ใดมาด้อมๆ มองๆอยู่ตรงนี้!”
เสียงตวาดของสตรีทำให้บุรุษผู้นั้นตกใจเป็นอย่างยิ่งเขาหันไปมอง แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นสตรี ทว่าอาภรณ์บนร่างนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสวมใส่ได้
นอกจากนี้ สตรีผู้นี้ยังมีบุคลิกสูงส่งและเย็นชา ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
“ข้า ข้ามาหาญาติ”แววตาของเขาฉายแววเกลียดชังสายหนึ่ง
หากเขาไม่เชื่อคำพูดของคนเนรคุณคนนั้นครอบครัวของเขาจะแตกแยกได้อย่างไร?
เมื่อได้ยินเช่นนั้นไป๋เซี่ยเหอก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
พอเลิกหากลับหาพบอย่างง่ายดาย
“เจ้าเอาเงินจำนวนนี้ไปอย่าบอกใครว่าเคยเจอข้า ส่วนคนที่เจ้าอยากพบ ข้าจะให้เจ้าได้พบ”
ดวงตาของบุรุษผู้นั้นเบิกกว้างก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทันที ใครบอกว่าบุรุษไม่หลั่งน้ำตาง่ายๆเพียงไม่ถึงจุดที่เศร้าเสียใจเท่านั้นเอง
เขาเช็ดน้ำตาอย่างแรงจากนั้นโขกศีรษะให้ไป๋เซี่ยเหออย่างหนักหน่วง “ขอบคุณแม่นางเรื่องในวันนี้ข้าจะไม่พูดออกไปเพียงครึ่งคำ!”
เมื่อไป๋เซี่ยเหอลอบกลับเข้ามาในเรือนสุ่ยฉิงของตนเองฝูเอ๋อร์ก็ออกมาต้อนรับ “คุณหนู ท่านกลับมาแล้ว หากช้ากว่านี้คงต้องเผยพิรุธเป็นแน่เจ้าค่ะ”
“ลำบากเจ้าแล้ว”
ไป๋เซี่ยเหอรู้ดีว่าการที่ตนเองออกไปนานปานนี้โดยไม่เผยพิรุธล้วนเป็นเพราะมีฝูเอ๋อร์คอยปิดบังให้
นางจะไม่ตระหนี่ความจริงใจกับคนที่ดีต่อนาง
ดวงตาของฝูเอ๋อร์แดงก่ำเล็กน้อยก่อนจะยิ้ม “ฝูเอ๋อร์ไม่ลำบากเจ้าค่ะ ขอเพียงได้ติดตามคุณหนูไปตลอดชีวิตฝูเอ๋อร์ก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ”
“เด็กโง่”
ฝูเอ๋อร์รู้สึกว่าคุณหนูในตอนนี้ดีกว่าเมื่อก่อนนัก“ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณหนู เหลาเหยี่ยกลับมาแล้วตอนนี้นายในจวนนอกจากอี๋เหนียงสามกับคุณหนูสามแล้ว ล้วนมากันครบแล้วเจ้าค่ะ”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็จะไปพบพวกเขา”
------------------------
[1] จวิ้นจู่หมายถึง ตำแหน่งองค์หญิงหรือเชื้อพระวงศ์หญิงลำดับที่ 3
[2] เวยอู่หมายถึง เกรียงไกร ทรงพลังอำนาจ
[3] ชุดชิวอี หมายถึง ชุดลองจอน