เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 91 สวรรค์จัดสรรมาทรมานข้า

            อวิ๋นอี้รู้สึกประหลาดใจนางมิเคยคิดเลยว่าหรงซิวจะหาคิดวิธีทำให้นางมีความสุขได้

            ทั้งๆที่การแทรกแซงของซูเมี่ยวเออร์ ทำให้นางเศร้าจนอยากจะตายแท้ๆทว่าหลังจากที่เขาพูดคำเหล่านี้ นางก็ค่อยๆ สงบลง

            นางก้มหน้าลงและอยู่เคียงข้างอย่างเชื่อฟังที่มักเป็นไปได้ยากจากนั้นก็กอดเขาตามเขาไปในห้องหนังสือ

            หลังเที่ยงพระอาทิตย์ค่อยๆ เคลื่อนไปทางประจิม ไผ่ในสวนเติบโตและเขียวขจีแสงส่องผ่านกิ่งก้านและใบไม้ที่ลดหลั่นกันลงมา ทำให้เกิดเงา

            อวิ๋นอี้ถูกกดตัวลงมาที่ขาของหรงซิวนางสัมผัสได้ถึงความแข็งแรงของต้นขาเบื้องล่างราวกับว่ามันต้องการจะแผดเผาผิวของนาง จึงถูไปมาอย่างไม่สบายตัว

            “อย่าขยับเยอะสิ” เขายิ้มพลางเลิกคิ้ว โน้มตัวเข้าไปใกล้อีกคิ้วที่ดูดีของเขาโดดเด่นยิ่งขึ้น “เว้นแต่ว่าเจ้าต้องการจะทำกระไรกับข้า”

            “ฝ่าบาทหยุดคิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลาได้หรือไม่เพคะ?” บรรยากาศคลุมเครือพังทลายลงทันทีเพราะความทะลึ่งของเขาอวิ๋นอี้จ้องเขาด้วยแววตากลมโตอย่างขุ่นเคือง

            หรงซิวไม่สบายใจแกล้งมุ่ยปากเกินจริง "ได้ เจ้ามิชอบ ข้าจะไม่พูดแล้วพอใจแล้วใช่หรือไม่"

            "พูดดีๆ เพคะ!" อวิ๋นอี้โกรธ เขาแสดงจนติดนิสัยจริงๆ!

            หรงซิวมองใบหน้าเล็กๆของนาง ทันใดนั้นก็โค้งริมฝีปากขึ้น เขาเข้าไปลูบหน้านาง น้ำเสียงอ่อนโยน“จริงจังเช่นนี้เลยหรือ? ข้าอยากให้เจ้าสบายใจอย่าดุนักเลย”

            คำพูดช่างไพเราะเหลือทนกลับกลายว่านางเป็นฝ่ายผิด

            อวิ๋นอี้อยากจะพูดด้วยเหตุผลกับเขาทว่าเมื่อสบตาที่แสนอ่อนโยนนั้นพลันต้องยอมแพ้

            ช่างมันเถิด

            เรื่องนี้ไม่สำคัญ

            นางสูดหายใจเข้าลึกๆคิดถึงเรื่องจริงจังจึงได้ดึงแขนเสื้อของเขา“ฝ่าบาทบอกว่าแม่นางหมีอินเขียนจดหมายถึงข้าหรือ?”

            “ใช่” หรงซิวพูดแล้วดึงซองสีน้ำตาลออกมาพลันยัดใส่มือนาง

            มิมีการลงชื่อบนซองทว่าลายมือเป็นหมีอินจริงๆ

            “ขออภัยเพคะพระชายา คุณหนูซูมาหาข้ากะทันหันเมื่อวานนี้และบังคับให้ข้าพูดเกี่ยวกับการแสดงของท่าน เพื่อปกป้องตนเองหมีอินไร้หนทางเช่นกัน ข้าคิดอยู่แล้วว่าต้องนำมาซึ่งปัญหาให้พระชายาเป็นแน่เกรงว่าท่านจะต้องกังวลมากเป็นแน่ หมีอินต้องขออภัยอีกคราเพคะ พระชายายังจำที่เราสองคนเคยพูดกันว่าท่านเองชอบเต้นรำมากกว่าได้หรือไม่เพคะ? ท่าเต้นที่ท่านเต้นในครานั้นแม้จะเล็กน้อย ทว่าสวยงามมากเลยเพคะ ในความคิดของหมีอินความงดงามส่งผ่านอดีตถึงปัจจุบันเพคะ ศิลปะก็เช่นกัน และการเต้นก็เช่นเดียวกันเพคะหมีอินมั่นใจว่าวิสัยทัศน์ของข้าไม่ผิดพลาด หากท่านมิรู้จริงๆ ว่าจะแสดงกระไรเหตุใดมิลองเต้นรำดูเล่าเพคะ? นี่เป็นเพียงข้อเสนอเล็กๆน้อยๆ จากข้า หวังว่าจะสามารถช่วยพระชายาได้นะเพคะ หมีอินมิสะดวกในช่วงเพลานี้ภายภาคหน้าข้าจะไปขออภัยด้วยตนเองเป็นแน่”

            อวิ๋นอี้อ่านเนื้อหาคร่าวๆแล้วยัดจดหมายกลับใส่ซอง โยนมันทิ้งไปบนโต๊ะ

            นางเข้าใจวิธีการของซูเมี่ยวเออร์จึงมิได้พะวงใจในเรื่องที่หมีอินบอกเรื่องของนาง

            ผู้ที่รู้เหตุการณ์คือปราชญ์หากเป็นนางเอง เกรงว่าคงจะปิดปากราวกับขวดมิได้เช่นกัน

            ข้อเสนอแนะนั้นทำให้นางฉุกคิดขึ้นได้ทว่านางก็รู้สึกหลงทางเช่นกัน

            การเต้นเป็นความคิดที่ดีและนางมั่นใจว่านางทำได้ดีที่สุด ทว่าสิ่งที่นางอยากเต้นล้วนเป็นการเต้นละติน

            ในช่วงเวลาและสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้เต้นระบำแปลกๆ ออกไปจะเป็นอย่างไรหากนางถูกมองเป็นผู้บ้าแล้วโดนทุบจนตายเล่า?

            น่ากลัวน่ากลัวเกินไป

            อวิ๋นอี้คิดถึงเรื่องนี้พลันอดมิได้ที่จะตัวสั่น ทำให้หรงซิวตกใจ

            เขาใช้มือใหญ่ตบก้นนางอวิ๋นอี้ที่กำลังจะยืนขึ้นกลับถูกเขาดันให้นั่งลงอีกคราทั้งสองคนยิงฟันและต่อสู้กันอย่างไร้เสียงสักพัก อวิ๋นอี้จึงยอมประนีประนอม"ฝ่าบาทจะทำกระไรเพคะ?”

            “เมื่อครู่เจ้าคิดสิ่งใดอยู่เล่า?” เขาถาม

            “คิดว่าจะเต้น หมีอินแนะนำให้ข้าเต้นรำ” อวิ๋นอี้มองหรงซิว มุมปากกดลงความกระตือรือร้นไม่สูงนัก

            “เต้นกระไร?” หรงซิวถามอีกคราเพราะสัมผัสได้ถึงความไม่สบายใจของนาง

            "......"อวิ๋นอี้ลังเลว่า "เป็นการเต้นอย่างหนึ่งเพคะฝ่าบาทน่าจะมิเคยเห็นมาก่อน"

            "เช่นนั้นก็เป็นเรื่องสดใหม่มิใช่หรือ?" หรงซิวยิ้มพลันพูดกับนางว่า"อวิ๋นเออร์ ลองเต้นให้ข้าดูหน่อยสิ"

            ดูดูดูดูกระไรเล่า

            อวิ๋นอี้กลอกตาอย่างขุ่นเคืองมิรู้ว่าเรื่องเป็นอย่างไรพลันเข้ามายุ่งเสียแล้ว

            “เป็นกระไรไป?” หรงซิวมิได้รับคำตอบ “ไปเต้นสิ”

            “ฝ่าบาท” อวิ๋นอี้เอาความลำบากใจส่งให้หรงซิว “การเต้นที่ข้าจะเต้นนี้ฝ่าบาทอาจจะมิเคยเห็นมาก่อน แต่มันเป็นการเต้นจริงๆฝ่าบาทจะยอมรับได้ใช่หรือไม่เพคะ?"

            “หากเป็นเจ้า ข้ายอมรับได้ทั้งสิ้น” เขาพูดแล้วบีบเอวนาง "ไปเต้นเถิดข้าจะเต้นด้วย"

            กำลังใจจากหรงซิวทำให้อวิ๋นอี้รู้สึกดีขึ้น

            นางสูดหายใจเข้าลึกๆคิดทบทวนอีกครา แล้วพูดอย่างลังเลว่า “รอคืนนี้เถิดเพคะเพลานี้เสื้อผ้าของข้าไม่สะดวกนัก”

            “จะถอดเสื้อเต้นหรือ?” หรงซิวตกใจ รีบส่ายหน้าทันที “มิได้มิได้ ถอดให้ข้าดูได้ หากให้ผู้อื่นดูมิได้เด็ดขาด”

            เริ่มพูดพล่ามอีกแล้ว

            อวิ๋นอี้เอามือปิดปากเขาจ้องเขาอย่างดุดัน “หากพูดไร้สาระอีก ข้าตัดลิ้นฝ่าบาทแน่!”

            หรงซิวหัวเราะเขาดึงมือนางลงมาจูบที่ริมฝีปาก “เจ้าวางใจเต้นเถิด มิเคยเห็นแล้วกระไรต้องมีสิ่งใหม่ๆ เกิดอยู่เสมอนั่นแล ต้องยอมรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอคนเราไม่สามารถจะอยู่กับอดีตได้ตลอดหรอกนะ อย่างไรเสียข้าจะสนับสนุนเจ้าผู้ใดกล้าพูดไร้สาระลับหลังเจ้า เจ้าจงบอกข้า ข้าจะโกรธแทนเจ้าเองเจ้าทำในสิ่งที่เจ้าอยากทำเถิด ทำได้ไม่ดีก็ไม่เป็นไร เข้าใจหรือไม่?"

            บุรุษหนุ่มพูดใส่ใจขึ้นมาผู้ใดจะทนไหว

            อวิ๋นอี้ราวกับถูกอาคมจำมิได้ชัดว่าจูบกับหรงซิวอย่างไร

            ทว่าเพียงเวลาสั้นๆกลับควบคุมไว้มิอยู่แล้ว

            มิรู้ว่านางกอดคอเขาก่อนหรือเขาปลดเสื้อนางออกก่อน

            อุณหภูมิในห้องหนังสือสูงขึ้นเสียงหายใจหนักดังขึ้นสลับกัน ปากของพวกเขานัวเนียกันเหงื่อที่หอมหวานผสมผสานไปหมด

            จนกระทั่งหรงซิววางอวิ๋นอี้ลงบนโต๊ะหนังสือปัดม้วนหนังสือลงพื้นเบาๆ มือร้อนๆ ของเขาบีบเอวนางและตอนที่เขากำลังจะถอดชุดของนางอวิ๋นอี้พลันได้สติขึ้นมา ตะโกนให้หยุดเสียงดัง!

            เกิดความชะงักงันชั่วขณะ

            หรงซิวเหงื่อออกเต็มหน้าผากพร้อมบุกเต็มพลัง เขารู้สึกเจ็บปวดมากแต่ทนแล้วพูดว่า “อวิ๋นเออร์ เป็นกระไรไป?”

            ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนามือสั่นอยู่แต่ไม่หยุดพัก จุดไฟลุกบนร่างของนางไปทั่วทำให้อวิ๋นอี้กัดฟันและสูดลมหายใจ

            หรงซิวเห็นว่านางไม่พูดกระไรจึงจูบนางอีกครา อยากจะทำต่อ ทว่าถูกอวิ๋นอี้ผลักออกไปอีกครา

            เขาเลิกคิ้วอย่างสับสนจับใบหน้าของนางด้วยมือใหญ่ของเขา "เกิดกระไรขึ้น?"

            ใบหน้าของนางร้อนจัดแก้มของนางแดงก่ำ แววตาของนางดูเปียกโชกไปด้วยน้ำ

            “หือ?” เขาถาม

            "สิ่ง...สิ่งนั้นของข้ามา" อวิ๋นอี้ก้มหน้าไม่กล้ามองดูสีหน้าของหรงซิว "ข้า...ข้าเพิ่งจะนึกขึ้นได้"

            นางพูดจบพลันรีบจัดแจงเสื้อผ้ารวดเร็วมากจนทำเอาพูดไม่ออก ร่างกายนางอ่อนลง หลุดพ้นจากอ้อมกอดของหรงซิวเดินออกไปด้วยปลายเท้า

            "เดี๋ยว" หรงซิวเอามือปิดหน้า สูดหายใจลึกๆ เรียกหยุดนาง"มาจริงหรือ?"

            "อืม..."

            "ได้" หรงซิวกัดฟัน "อวิ๋นอี้เจ้าเป็นสิ่งที่สวรรค์จัดสรรมาทรมานข้าเสียจริง!"

            "ข้า..."

            "ไปเถิด" หรงซิวเดินมาจากข้างหลังแล้วคว้าเอวอันเรียวเล็กของนางไว้"พาเจ้าไปทานข้าว อย่างไรเสียเจ้าก็หนีไม่พ้น รอให้มันไปก่อนข้าจะขอคิดทั้งต้นทั้งดอกกับเจ้า!”

    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508