ณ ทวีปวิหคทรราช สถาบันลูกเจี๊ยบศักดิ์สิทธิ์
”วันนี้! พวกเ้าทุกคนจะได้รับการคัดเลือกเข้าสถาบันลูกเจี๊ยบศักดิ์สิทธิ์ ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็ก! จะมีเพียงส่วนหนึ่งในพวกเ้าเท่านั้นที่จะผ่านการคัดเลือก . . .”
เสียงประกาศดังกึกก้องไปทั่วทั้งสถาบัน ทุกคนต่างหยุดการกระทำแล้วหันไปมองที่ต้นเสียง มีเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้นที่กำลังนั่งหลับตาใต้ต้นไม้พร้อมกับพึมพำบางอย่าง
“เห้อออ นี่ถ้าท่านพ่อไม่ขอให้ข้ามาข้าคงไม่ต้องมานั่งฟังอะไรน่าเบื่อเช่นนี้หรอก”
เด็กหนุ่มวัย 17 ปี หน้าตาหล่อเหลาเอาการ ไม่มีใครรู้ว่าภายในเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ดูจากการกระทำของเขา แม้มองจากอีกทวีปก็ยังรู้ได้ว่าเขาี้เีเพียงใด
เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น นั่นเป็เวลาเที่ยงตรง ผู้เข้ารับการทดสอบจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินเข้าไปในประตูบานใหญ่ ้าสลักด้วยคำว่า “ลูกเจี๊ยบศักดิ์สิทธิ์”
“คงถึงเวลาแล้วสินะ แต่เมื่อซักครู่ข้าคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปหน่อย สรุปแล้วข้าต้องไปตึกไหนเนี่ย!”
เมื่อเหลียวมองไปทางซ้ายมือ เห็นสตรีรูปร่างหน้าตาพอเรียกได้ว่างดงามเหนือคนทั่วไปนัก เขาจึงเดินตรงเข้าไปหา หากเขารู้มาก่อนว่าสตรีผู้นี้คือใครเขาคงจะเดินหนีไปอีกทางแน่ แต่กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว
“แม่นาง ข้าขอถามอะไรท่านบางอย่างได้หรือไม่?”
“ข้านั้นมาจากเมืองที่แสนไกล หากเ้ามีบางอย่างจะถาม ถ้าข้าตอบได้ข้าจะตอบให้”
“ขอบคุณแม่นาง ข้าอยากรู้ว่าข้าจะต้องไปสอบที่ตึกไหน คือเมื่อซักครู่ข้าไม่ได้ฟัง ฮ่าๆ “
“ข้าขอดูบัตรสอบของท่านหน่อยได้หรือไม่?”
“ได้สิ ได้สิ นี่บัตรสอบของข้า”
“หลิวหรูเซิ่ง อายุ 17 ปี ก่อเกิดลมปราณขั้น 1 ถ้าเช่นนั้นท่านต้องเดินเข้าประตูใหญ่ทางนั้น จากนั้นเดินไปที่ตึกสุดท้าย ท่านจะพบผู้คุมสอบที่จะพาท่านไปยังห้องสอบของท่าน”
“ขอบคุณท่านมากแม่นาง! ข้าขอทราบได้หรือไม่ว่าท่านสอบที่ตึกไหน?”
“ตึกข้างๆท่านนี่แหละ”
หรูเซิ่งได้ยินดังนั้นจึงเดินไปที่ตึกของตนเอง เมื่อเดินมาถึงจึงสังเกตเห็นตึกข้างๆ มันช่างใหญ่และหรูหรากว่ายิ่งนัก
“แม่นางผู้นั้นคงจะเป็แขกผู้มีเกียรติ หรือไม่ก็มียศศักดิ์สูงส่ง ข้าช่างอิจฉายิ่งนัก ฮ่าๆ”
หรูเซิ่งหยิบบัตรสอบของเขาให้ผู้คุมสอบจากนั้นก็เดินตามเข้าไปยังห้องสอบของตนเอง สอบครั้งแรกเป็การสอบเกี่ยวกับวิชาความรู้ เมื่อเปิดข้อสอบหรูเซิ่งถึงกับถลนตา! มันคือข้อสอบที่เรียกได้ว่าแม้อ่านมาก็ทำไม่ได้ ต้องใช้ไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเท่านั้น เรียกได้ว่ามันคือข้อสอบปราบเซียนเลยทีเดียว
“ถูกใจข้ายิ่งนัก ข้อสอบแบบนี้สิถึงจะเหมาะกับข้าผู้ไม่ค่อยชอบอ่านตำรา”
ข้อที่ 1 ท่านจะทำอย่างไรให้แสงเดินทางได้เร็วยิ่งขึ้น
“โอ้! ง่ายดายเช่นนี้ข้าคงไม่ต้องเสียแรงสอบรอบปฏิบัติเสียแล้ว ฮ่าๆ โอ้! ข้อสอบดันมีข้อเดียวเสียด้วยข้าอยากรู้ยิ่งนักว่าจะให้คะแนนเยี่ยงไร”
เมื่อหรูเซิ่งเดินไปส่งกระดาษคำตอบ ผู้คนในห้องต่างจ้องมองหรูเซิ่งตาถลน บ้างมองด้วยสายตาอิจฉา บ้างมองด้วยสายตานับถือ บ้างมองด้วยสายตาดูถูก แน่นอนว่าส่วนใหญ่นั้นมองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม ไม่แม้แต่ผู้คุมสอบ
“เ้าแน่ใจรึว่าเ้าจะส่งกระดาษคำตอบเลย ข้าไม่อนุญาตให้กลับมาแก้ไขหรอกนะ”
“ข้าแน่ใจ”
ผู้คุมสอบบันทึกเวลาที่หรูเซิ่งทำข้อสอบไปในกระดาษคำตอบ จากนั้นนั่งมองหรูเซิ่งที่กำลังเดินจากไป
“เห้อออ หากเขาไม่ใช่อัจฉริยะก็คงเป็ขยะที่ปิดกั้นตนเองไม่แม้แต่พยายาม ผู้ออกข้อสอบนี่ช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน ข้อสอบปีนี้แม้ข้าจะทำด้วยตนเองข้าก็ยังไม่แน่ใจว่าจะถูกหรือไหม เบื้องบนเท่านั้นที่จะรู้คำตอบ”
เมื่อหรูเซิ่งออกจากตึกสอบแล้ว ทันใดนั้นก็มีเสียงคุ้นหูดังขึ้น ก่อความรำคาญแก่ผู้ที่กำลังสอบอยู่
“โฮโฮ่! นั่นมันไอ้ขยะจากตระกูลหลิวนี่นา เ้าคงต้องโบกปูนไว้ที่หน้าก่อนออกจากบ้านแล้วละสิถึงกล้ามาเหยียบที่นี่! แล้วมาอยู่ตรงนี้! ตรงหน้าข้าผู้นี้! หวัง! กิน! ฉี่!”
“กินฉี่น้อย ข้าว่าข้าก็ไม่ได้ไปเดินเหยียบหางท่าน แต่แล้วทำไมท่านถึงทำเสียงเห่าหอนมาแต่ไกลเล่า”
“โอ้! เ้าเรียกข้าว่าอย่างไรนะ กินฉี่น้อยงั้นรึ หรูเซิ่งข้าว่าเ้าไม่รู้เสียแล้วว่าที่ตํ่าที่สูงมันเป็เช่นไร”
หรูเซิ่งหันหลังแล้วเดินขึ้นบันไดหน้าตึกสอบ 1 ขั้น จากนั้นจึงหันกลับมาสบตากินฉี่อีกครั้ง
“ตอนนี้ข้าว่าข้าอยู่สูงกว่าท่านแล้วนะ กินฉี่น้อย เบื้องล่างเป็เช่นไรบ้าง เบื้องบนช่างเย็นสบายนัก ตอนนี้แสงแดดกำลังส่องตาข้า แต่ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าได้ค้นพบความจริงบางอย่าง นั่นคือเ้าอยู่ตํ่ากว่าข้าเสมอ”
“เ้า! . . .”
“เอาล่ะกินฉี่น้อย หากเ้าจะหลีกทางให้ข้าตอนนี้ก็ยังไม่สาย หากข้าคอยนานกว่านี้ข้าว่าเ้าคงต้องเรียกข้าว่าท่านพ่อ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงเล็กๆคุ้นหู คล้ายๆว่าพึ่งได้ยินมาไม่กี่ชั่วยามก่อนก็ดังขึ้น
“ใครจะเรียกเ้าว่าท่านพ่อกัน!”
“โอ้ แม่นางนั่นเอง ท่านสอบเสร็จแล้วเช่นนั้นรึ ข้ากำลังพูดคุยกับสหายกินฉี่น้อยอยู่ ข้าไม่ได้ด่าทอท่านแม้แต่น้อยเลยนะ”
“เ้าแน่ใจหรือว่าเ้าไม่ได้ด่าทอข้า หากเ้าด่าทอหวังกินฉี่ก็เท่ากับด่าทอข้า ข้าเป็พี่สาวของเขา
หวังฮันโหรว”
หรูเซิ่งถึงกับพูดไม่ออก พึมพำคล้ายกับว่า์เล่นข้าแล้ว
“แม่นาง น้องชายของท่านนั้นเรารู้จักกันมาก่อน แต่ข้าไม่บอกท่านหรอกว่ารู้จักกันได้เช่นไร เพียงแต่เมื่อซักครู่เขาขวางทางข้าก็เท่านั้น ข้าจึงด่าทอเขานิดหน่อย”
“จริงหรือไม่ กินฉี่”
“ขอรับ ท่านพี่”
“อย่างน้อยเ้าก็ซื่อตรง ดีๆ ข้าจะไม่เอาอะไรจากเ้า ข้าไปละ!”
หวังฮันโหรวมองหรูเซิ่งที่เดินออกไปด้วยแววตาซับซ้อน คล้ายกับว่าอะไรของมัน
“กินฉี่ เ้ารู้หรือไม่ว่ามันคือใคร มาจากที่ใด”
“พี่สาว มันคือหรูเซิ่ง มาจากตระกูลหลิว ในตระกูลทุกคนมองมันเหมือนขยะ มันไม่ทำอะไรนอกจากกินและนอน ชื่อของเขาเลื่องลือมากในเื่นี้ พี่สาวอย่าไปใส่ใจเลย”
“อืม . . .”
หลายชั่วยามผ่านไป ณ ตึกกลางสถาบันลูกเจี๊ยบศักดิ์สิทธิ์ขั้นบนสุด มีคนอยู่ 3-4 คนภายในนั้น
“เอ่อ…ท่านอาจารย์ ท่านควรดูนี่ เด็กหนุ่มคนนี้ช่างน่าสนใจเสียเหลือเกิน”
“โอ้! คำตอบของเขาน่าสนใจมาก ที่น่าแปลกใจคือเวลาที่เขาใช้ในการทำข้อสอบไม่ถึง 1 นาที!”
“แล้วท่านล่ะ ท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านคิดว่าเช่นไร”
“หึหึ . . .”
อาจารย์ทั้งสองที่มองอาจารย์ใหญ่อยู่ต่างหันมาสบตากัน
“หึหึ ? ?”