“มาแล้วเหรอเพื่อน เป็ไงกันบ้าง แอบหนีไป 2 คน” อังแขวะฉัน
“ไม่ต้องมาแขวะ รู้ไหมว่าพวกเราเจออะไรบ้าง” โฟว์เอ่ย
“เอาล่ะ พอกันทั้ง 2 คน ไม่ต้องเถียงกัน” ครูยุพินเอ่ยห้ามทัพเสียก่อน
“อ้าวครูก็อยู่ด้วยแต่เมื่อกี้หนูไม่เห็นครูเลย ครูมาตอนไหน” อุ้ยมาสมทบ
“ก็เดินมาด้วยกันมึงไม่เห็นได้ไง ตามึงไม่ดีเหรอไง ไอ่ตาถั่ว” ฉันด่าไอ่อุ้ย โดนมีพี่เอเดินผิวปากเอามือไขว้หลังเดินทะลุผ่านอุ้ยไป แล้วไปนั้งที่ใกล้เสาธงโดยมีพี่จามจุรีนั่งอยู่ก่อนแล้ว แล้วหลังเสาธงไปอีกประมาณ 500 เมตร มีกองทหารญี่ปุ่นยืนเรียงอยู่โดยหันข้างให้กับกองไฟพวกฉันเหมือนรออะไรซักอย่าง ฉันเห็นแล้วคิดว่า ‘ค่ำคืนนี้คงไม่รอดแน่ๆ ต้องระวังเป็พิเศษ แล้วจะบอกเพื่อนตัวแสบว่าไงดี’
“พวกมึงไปทำอะไรมาบอกกูมาดิ” อังถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ไอ่อัง ไอ่อุ้ยมีวิธีไหนเรียกพวกเรามาครบๆ โดยไม่มีใครรู้บ้างไหม” ฉันพูดกับอุ้ย
อุ้ยทำท่าทางคิดหาวิธี
“เอางี้พวกแกไปรวมกลุ่มกองที่พวกแกอยู่ก่อน เดี๋ยวจะให้กรมันคิดหาวิธีเพราะมันน่าจะมีวิธีในพวกเรามันช่างสังเกตและจอมวางแผนได้ดีที่สุด” พวกฉันพยักหน้า ฉันหันไปมองกองทัพทหารญี่ปุ่นที่ยืนนิ่งเงียบ และพี่เอที่ดูสนุกสนานกับการแสดงของพวกเรากับ พี่จามจุรี โดยไม่เป็เดือดเป็ร้อนกับเื่ที่จะเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้เลย ฉันเองกับไม่สบายใจที่ต้องเห็นและเจอกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอและไม่รู้ต้องทำอย่างไร ทุกคนในค่าย ดูสนุกสนาน ไอ่เราเครียดจนหัวจะะเิแล้ว แล้วอยู่ดีๆ ก็มีคนมาสะกิดด้านหลังจนฉันใ หันไปดูเป็เดอะแก๊งฉันเอง ฉันงงทำไมมารวมตัวกันได้เร็วขนาดนี้
“น้องป่ะ ออกไปได้แล้ว” กรบอก แต่ฉันยังทำหน้างงอยู่
“จะงงอีกนานไหม เดี๋ยวก็เป็ที่จับได้ของครูโหดนั้นหรอก” มดเตือนสติฉันฉันคานเข่าออกมาจากกลุ่ม
“พวกแกมากันครบได้ไง ไม่มีใครสงสัย เลยหรือไง ทำได้ไงว่ะ แล้วมาครบองค์ด้วย” **คำว่าครบองค์คือทั้งแก๊ง ทั้งผีมาหมดยกเว้นผีทหารญี่ปุ่นที่ยังคงเข้าแถวเงียบไม่ขยับ ใจจริงก็อยากว่าพี่ๆ อย่ายับนะ เค้ากลัว เหมือนกัน**
“ไม่ต้องถามหรอกว่าแต่จะไปรวมตัวและเล่าเื่ทั้งหมดได้ที่ไหน” เอฟผู้ช้าตลอดการเป็คนถาม ฉันก็แปลกใจปกติเอฟจะไม่ค่อยถามเื่แบบนี้นะ ฉันมองหน้าพี่จามจุรีที่ชี้ไปยังต้นที่แกอยู่
“ใต้ต้นจามจุรี” ฉันบอกเพื่อนๆ
“มีตั้งหลายต้นแล้วต้นไหน” อุ้ยเ้าเก่าถาม
“ตามมาเถอะน่า” ฉันเดินนำหน้าไปยังต้นจามจุรีที่พี่ประจำต้นอยู่ เมื่อมาถึงฉันให้ทุกคนนั่งเป็วงกลมนั่นรวมถึงพี่ทั้ง 2 ตนด้วย
“เอาล่ะ ฉันจะเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นและเห็นทั้งหมดตอนนี้” ฉันมองหน้าทุกคนดู
เหมือนทุกคนอยากจะรู้ เพราะสีหน้า แววตามันบ่งบอก แล้วครูยุพินก็เดินมาหากลุ่มพวกฉัน
“เห้ย! ครูยุพินมาว่ะ หนีสิรออะไร” มนจะออกตัววิ่งเป็คนแรก
“อย่าเสียงดังเดี๋ยวครูนิคได้ยิน” ครูยุพินบอก
“ใช่มน ถ้าไม่ได้ครูยุพินเราจะได้มานั่งกันตรงนี้เหรอ ฉันเป็คนไปขอครูยุพินเอง” สกายบอก จากนั้นครูยุพินก็นั่งข้างฉันซึ่งข้างฉันจะเว้นที่ไว้อีก 1 ที่ เผื่อพี่เอ แต่ดันไปนั่งบนต้นไม้กับพี่จามจุรี ฉันจึงเรียกอุ้ยมานั่งข้างๆ ก่อนที่มันจะสำแดงฤทธิ์ปากไม่ดีอีกจะได้ปิดปากทัน
“เอาล่ะฉันจะบอกให้ฟัง เริ่มั้แ่ไอ่อุ้ย” ทำให้ทุกคนหันไปมองหน้าอุ้ย อุ้ยทำหน้าเจื่อนๆ เล็กน้อย
“ที่มันไปหลบหลู่และท้าทายผี จนเขาโกรธเมื่อวานแกไม่เห็นแต่ฉันเห็นว่าเขาเอาหน้ามาใกล้แกเกือบจะชนหน้าแกอยู่แล้ว เป็ผีทหารญี่ปุ่น” ทุกคนเงียบ ฉันจึงเล่าต่อ
“ตอนนอนเขาก็จะมาเล่นงานแต่พี่เอกับครูยุพินกันไว้ให้” ทุกคนเปลี่ยนไปมองหน้าครูยุพิน ครูยุพินหันมายิ้ม
“เพิ่งรู้นะเนี้ยว่าครูที่รักแสนสวยของเราปราบผีเป็ด้วย” ฉันเอามืดตบปากไอ่อุ้ยที่พูดออกมาทำให้อุ้ยไม่พอใจ
“อะไรของมึงไอ่น้อง ตบปากกูทำไม” อุ้ยไม่พอใจพร้อมกำลังลุกขึ้นยืน
“ไม่ใช่เพราะมึงปากหมาเหรอ เื่มันเลยเป็แบบนี่ อย่ามาหมาแถวนี้อีก ดีแค่ไหนที่น้องมันตบปากมึง” สกายพูดพร้อมจะลุกไปลุยกับอุ้ย
“พอแล้ว พวกมึงจะหยุดกันได้ยังเสียงพวกมึงดังไปถึงครูนิคแล้วมั้ง” โฟว์พูดจาห้ามเพื่อน ‘มันจะดังมากยังไงคงไม่ถึงครูนิคหรอก พี่เอ กะ ครูบังไว้ซะขนาดนี้’ ฉันคิด
“ฉลาดแล้วนี้ น้องสาว” พี่เอแซว ฉันเหงยหน้าไปมองพี่เอบนต้นไม้ที่นั่งกับพี่จามจุรี
“จะฟังต่อไหม หรือจะกัดกันให้เสร็จก่อน” ฉันเริ่มรำคาน และรู้สึกแปลกที่ไม่ชอบให้ พี่เอนั่งใกล้กับพี่จามจุรี เพื่อนทุกคนเงียบส่วนพี่เอทำหน้าทะเล้นใส่ หน้าหมั่นใส้มาก
“ดีที่คืนที่ผ่านมาช่วยกั้นได้ พวกเราเลยนอนกันสบาย” ฉันพูดยังไม่จบอุ้ยก็แทรกขึ้น
“แล้วกลิ่นเหม็นในห้องละ เกิดจากผีทหารญี่ปุ่นใช่ไหม” อุ้ยถาม
“แกไม่น่าใช่อุ้ยนะ ปกติน่าจะเป็เอ๋มากกว่าที่ถาม” สกายพูด ฉันมองหน้าโฟว์
“ใช่ นั่นเหละ” ฉันไม่กล้าบอกความจริงกับเพื่อน เพราะกลัวเพื่อนจะเสียใจ ฉันรู้พวกมันไม่กลัวหรอกแต่จะเสียใจมากกว่ากลัว ‘ไม่บอกจะดีเหรอเพราะยังไงก็ต้องรู้อยู่ดี’ พี่เอบอกฉัน ซึ่งตอนนี้มานั่งอยู่ข้างหลังฉันแล้ว ทำให้รู้สึกขนลุกนิดหน่อยแต่ก็รู้สึกดี อิอิ ฉันเงียบเพื่อตัดสินใจก่อนว่าจะเอาไงดี สุดท้ายก็ไม่บอกอยู่ดี
“เอาล่ะจากนั้นผีทหารคนที่ไล่ในคืนนั้นเข้าสิงโฟว์ แต่ไม่รู้ว่าตอนไหน” ฉันพูดแล้วมองหน้าโฟว์ โฟว์พูดต่อ
“หลังจากครูนิดให้พักตอนเช้า 10 นาที รู้แค่ตัวมันหนักๆ ภาพมันเบลอๆ รู้ว่าไปไหนแต่บังคับไม่ให้ไปไม่ได้ จนรู้สึกตัวอีกทีในห้องน้ำแล้วก็เื่….” โฟว์เกือบหลุดปากไปดีที่หยุดพูดทันแต่มีเหรอที่จะเล็ดลอดโคนันหระจำกลุ่ม
“เื่อะไรบอกมาเลย” สกายมองหน้าโฟว์แล้วถาม โฟว์หันมามองหน้าฉัน อย่างพี่เอบอกยังไงซักวันเพื่อนก็ต้องรู้
“ครูยุพิน…..” ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากที่จะพูดออกมา และพยายามห้ามน้ำตาที่มันไหลสภาพตอนนั้นเหมือนมีอะไรอัดแน่นที่หน้าอก มันพูดไม่ออกโฟว์ก็คงรู้สึกเดียวกับฉัน เพื่อนๆ มองหน้าฉันกับโฟว์ และครูยุพินคงรู้ว่าฉันพูดไม่ออกแน่เลยเอ่ยออกมา
“ครูตายแล้ว กลิ่นที่……..ได้เป็ของครูเอง ครูโดนรถ10 ล้อเฉี่ยวชนก่อนมาค่าย ครูตายคาที่ในสภาพที่เหลวแหลก แต่ด้วยความเป็ห่วงเลยมาดูแลพวกเธอ ครูก็ตัดสินใจถูกที่มาในครั้งนี้เพราะพวกแก๊งแสบ ก่อเื่จริงๆ” พอครูยุพินพูดจบ ทุกคนหันหน้ามามองที่ฉัน ฉันก็ไม่รู้ทำหน้ายังไง ส่วนโฟว์ก้มหน้าโดยมีน้ำตาที่ไหล ออกมาแต่ไม่เสียง ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายหรือบอกเพื่อนๆ ยังไงมันจุกไปหมด ได้แต่พยักหน้าโดยมีพี่เอคอยลูบหัวฉันเพื่อปลอบใจ
“แล้วทำไมพวกเราถึงเห็นครูอยู่” สกายถามด้วยเสียงสั่นเครือ
“ก็ครูอยากให้พวกแก๊งเธอเห็นไง อย่างน้อยจะได้เก็บครูไว้ในความทรงจำ” ครูยุพินยิ้ม
“ไม่เชื่อ ครูโกหก พวกเราไม่ใช่โน้ตนะจะเห็นผีได้ไง ไม่เชื่อ ครูโกหก” นิกะโว่าครูยุพินเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่ครูยุพินพูด
“เอาล่ะเชื่อไม่เชื่อไม่รู้ แต่ตอนนี้ เหตุการณ์ตอนนี้ เรามีกลุ่มทหารผีญี่ปุ่น อยู่ 1 กอง” แล้วฉันก็หันไปดู**อ้าวเห้ย! เมื่อกี้ยัง มีแค่กองเดียวตอนนี้ทำไมมี 5 ว่ะ**
“อะไรน้องมึงเงียบทำไม ต่อสิ” อุ้ยถามเพราะเห็นฉันเงียบไป
“มากกว่านั้นใช่ไหม” โฟว์ถามเพราะโฟว์รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่มากกว่าเดิม
“ไอ่อุ้ย…มึงจัดการเองเถอะ กูว่าไม่ไหวว่ะ” ฉันพูด
“อะไรของพวกแกว่ะ ถ้ามันเกิดจากกู กูขอขมาลาโทษกูไม่ได้ตั้งใจ กูขอโทษ” อุ้ยพูดพร้อมยกมือเหนือหัว ทำให้ผีทหารญี่ปุ่นหันมาทางพวกฉันที่นั่งอยู่อย่างมีระเบียบและพร้อมเพรียงกัน จากนั้นหน้าของผีทหารญี่ปุ่นตนหนึ่งพุ่งมาที่หน้าของอุ้ย ‘ไม่!’ ถ้าฉันเดาไม่ผิดนะ
“อุ้ยมึงพลาดแล้วเขาไม่ยอม แล้วกรุณาอย่าพูดอะไรอีกกูขอร้อง” อุ้ยพยักหน้า ตอนนี้หน้าอุ้ยซีดๆ คงเพราะกลัว
“เอาล่ะ มีผีพี่ทหารญี่ปุ่น 5 กอง โดยประมาณเพราะไม่รู้ว่าดึกๆ จะมีเพิ่มไหม” **เผื่อด้วยนะ ตอนนั้นยังมีแค่1พอเผลอแปบเดียวมี 5 ซะแล้ว **
“เรามีแก๊งเรา 11 คน ครูยุพิน พี่เอ แล้วก็พี่จามจุรี ไม่ต้องถามว่าพี่จามจุรีเป็ใครบอกไปแล้วว่า พี่จามจุรี งั้นแปลว่าเป็นางไม้ต้นจามจุรี เข้าใจนะ” ฉันบอกเพื่อน
“อืม…..คน 11 ผี 3 แล้วไงต่อ ต้องต่อสู้กับ ผีญี่ปุ่น 5 กองทัพ เอาไรไปสู้ เจราจาไม่ได้เพราะใครไม่รู้ปากหมาอีก” นิกบ่น
“ปู่มึงเป็พ่อครูไม่สอนวิธีการไล่ผีหรือไงว่ะ” อังถามฉัน
“สอนอะไรปู่ไม่เคยให้ไปไหนด้วยจะรู้ไหมล่ะ สอนแต่ไหว้พระก่อนนอน” ฉันบอก
“แล้วผีที่สิงโฟว์ออกได้ไง มึงเอาไปไม่ใช่เหรอ” เอ๋ถาม
“ใช่แต่ที่ไล่ออก ครูยุพินกับพี่เอ ไม่ใช่กู” ฉันตอบ
“แล้วจะเอาไง ผี 3 ตน สู้ผีเป็กองทัพได้ยังไง หรือเราต้องถอดจิตไปช่วยอีกแรง” มนเ้าแม่แห่งการมโนมาล่ะ พอมนพูดจบทุกคนถึงกับถอนหายใจเลยทีเดียว
“จริงจังหน่อยน้อง แกนี่มโนเห็นหนังไปได้” นิกบอก
“น้อง….ครูยุพิน ตกลงเราควรทำอย่างไรค่ะ” น้ำหวานนั่งฟังมานานเอ่ยขึ้นทำเอาทุกคนเงียบ **นั่นดิ นั่นผีทั้งกองทัพ ผีจะสู้กับผียังไง จะขอขมาก็ยาก เพราะรังสีความแค้นเยอะเกินไปที่จะผ่อนปรน ฉันอยากถามปู่จริงๆ สมัยก่อนไม่มีมือถือเหมือนสมัยนี้โทรต้องโทรสาธารณะเอา การติดต่อเลยลำบาก **
“น้อง บอกเพื่อนๆ ไปนอนได้แล้ว” พี่เอบอกพร้อมชี้ให้ดูเพื่อนๆ ที่เลิกจากกิจกรรมรอบกองไฟเรียบร้อยแล้วทยอยขึ้นห้องกันแล้ว
“ป่ะ! พวกเราไปคุยกันต่อในห้องนอน พวกเขาเลิกแล้ว พี่จามจุรีมาด้วยนะ” ฉันพูดไหนๆ ก็ไหนๆ มีพวกเพิ่มก็ดีกว่าไม่มี ฉันกับเพื่อนๆ เดินขึ้นห้องผ่านครูนิค
“หลับฝันดีนะไอ่แก๊งแสบ” ครูนิคพูดแล้วก็หัวเราะแต่ไม่เห็นครูยุพินเพราะเมื่อครูยุพินเดินผ่านครูนิคกับไม่ทักทายเลย พวกเพื่อนๆ ฉันก็คงรู้แล้วว่าเป็ความจริงไม่ได้โกหก เราขึ้นห้องกันมา ก็มานั่งล้อมวงเหมือนเดิม แต่คราวนี้เป็กลิ่นน้ำหอมที่ครูยุพินชอบใส่เป็ประจำ จนแก๊งพวกเราแซวเสมอ ครูยุพิณอาจกลัวว่าจะเหม็นอีกก็ได้ อุ้ยยกมือไหว้ขอโทษครูยุพิน
“ไอ่อุ้ยแกหันไปทางขวาหน่อยครูยุพินไม่ได้ยืนตรงนั้น” ฉันบอกแต่ก็อดขำไม่ได้
“ทุกคนไปอาบน้ำกันก่อนนะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน มันยังไม่ดึกมากยังไม่มีอะไรหรอก” ฉันไล่เพื่อนๆ ไปอาบน้ำก่อนส่วนฉันฉันอยู่กับพี่เอ พี่จามจุรี ส่วนครูยุพินตามเพื่อนๆ ฉันไปเพื่อคุ้มครอง
“ทำไมถึงไม่ชอบให้ไอ่ขี้เก๊กมาใกล้ฉัน” พี่จามจุรีถาม ฉันงงกับคำถาม ฉันไม่ชอบเหรอ
“ไม่รู้เหมือนกัน หวงมั้ง อยู่ด้วยกันมา 3 ปีแล้ว ไม่อยากให้เข้าใกล้ใคร” คำตอบของฉันเอาพี่เอหัวเราะ
“น้องผีกับคนมันรักกันไม่ได้นะ” ฉันงงตึบรัก ฉันรักพี่เอเหรอ และแล้วพี่เอกับพี่จารุรีก็หัวเราะ ฉันรู้เลยว่า 2 คนนี้แกล้งฉันแน่นอน
“เลิกแกล้งแล้วมาคุยกันว่าจะเอาไง ไร้สาระจริงเล้ย” ฉันบ่นกับ ผี 2 ตัวที่ร่วมมือแกล้งฉัน
“ไม่ต้องกลัวพี่มีวิธี ลงไปอาบน้ำแล้วเดี๋ยวขึ้นมาจะบอกให้ เอาครบแก๊งก่อน” พี่เอบอกฉันจึงลงไปอาบน้ำตามพี่เอบอก**เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จฉันมองหาพี่เอแต่ไม่เจอเจอแต่ ครูยุพินที่ลูกตาออกจากเบ้าแล้วกลิ้นมาอยู่ที่เท้าฉัน**
“ครูมันมาอยู่ที่เท้าหนูค่า” บอกด้วยเสียงสั่นเครือ **กลัวน่ะสิ** ครูยุพินบอกขอโทษแล้วเดินมาหยิบลูกตาเข้าใส่ที่เดิม **โอ้ยไม่ทันไร ไอ่น้องจะเป็ลม แล้ว**
“มึงเป็ไรหน้าซีดเชียว เริ่มแล้วเหรอ” เอ๋ถาม จำมัยจริ๊ง!
“รอก่อนพี่เอกับพี่จามจุรีไปไหนไม่รู้” ฉันบอก
“คงไม่หนีไปไหนก่อนนะ” พอไอ่อุ้ยพูดจบ ทุกคนมาตบหัวบ้างหยิกแขนบ้างคือรุ่มสะกำอุ้ยเพื่อไม่ให้มันพูดอะไรไม่ดีอีก
“เห้ออออ สรุปเอาไงเนี้ยเลิกเป็เพื่อนกับมันดีไหม” สกายบอก
“ถ้าพวกเราไม่เป็เพื่อนกับมันแล้วคนอยางมันจะมีเพื่อนคบหรือไง” น้ำหวานพูดทำเอาทุกคนหัวเราะกันโดยลืมเื่ผีทหารญี่ปุ่นเลย
“เอาล่ะ ตกลงเราจะเอายังไงกัน” นิกถาม นั้นสิจะเอาอย่างไรดี
“นอน” พี่เอบอกฉัน**หา! อะไรนะ นอนเหรอ ** ฉันงงกับคำตอบพี่เอ ฉันมองหน้าพี่เอ พี่เอกับยิ้ม อย่างสบายใจ แต่ฉันนี่สิจะบอกเพื่อนๆ ยังไง ฉันมองหน้าครูยุพิน ครูยุพิน พยักหน้าเป็คำตอบ **บางทีคนเห็นผีอย่างฉันก็ยากที่จะเอ่ยกับคนที่ไม่เห็นแบบฉัน**
“ป่ะ! นอนกัน” ฉันพูดพร้อมกับเอนตัวนอนจริงๆ โดยไม่สนเสียงบ่น เสียงคำถาม หรืออะไรสักอย่าง เพราะฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบคำถามเพื่อนๆ อย่างไร เพื่อนแต่ล่ะคนในแก๊งคง งง โดยเฉพาะจอมจำมัยของกลุ่มก็คือเอ๋ โฟว์ก็ทำตามนอนข้างฉัน ส่วนคนอื่นๆ ครูยุพินก็ช่วยห่มผ้าจะยิ้มให้ทุกคนนอน โดนแบบนี้ใครก็คงไม่กล้าถามนอกจากทำตามโดยดี